- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 35 เก็บสายเลือดไว้ในตระกูล
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 35 เก็บสายเลือดไว้ในตระกูล
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 35 เก็บสายเลือดไว้ในตระกูล
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 35 เก็บสายเลือดไว้ในตระกูล
หลังไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ ไลโอเนลก็ตัดความกังวลเรื่องรัชทายาทออกไปชั่วคราว และยืนยันความจงรักภักดีต่อกษัตริย์อีกครั้ง เพราะเขาเข้าใจดีว่าการตัดสินใจของกษัตริย์จะส่งผลสืบเนื่องต่ออนาคตของอาณาจักร และในฐานะหัตถ์แห่งราชา เขามีหน้าที่รับผิดชอบต่อปัญหานี้โดยตรง
เมื่อได้ครุ่นคิดทางออกเกี่ยวกับปัญหาการสืบราชบัลลังก์มาหลายครั้งแล้ว บัดนี้ไลโอเนลจึงพร้อมเอ่ยเสนอแนะ
“เรื่องการอภิเษกสมรสของเจ้าหญิง ข้ามีผู้เหมาะสมในใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขาเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง
“โอ? ครั้งก่อนเจ้ามิใช่เสนอ เลเนอร์ บุตรของคอร์ลิส เวลาเรียน หรือ?” วิเซริสเอ่ยพลางวางท่าผ่อนคลาย ตราบใดที่บทสนทนายังไม่วกกลับมาถึงเรื่องรัชทายาท
“แม้เซอร์เลเนอร์ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่ข้าเสนอชื่อนั้นไปเมื่อครึ่งปีก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ไลโอเนลกล่าวตรงไปตรงมา “ฝ่าบาท หากคำนึงถึงผลประโยชน์ของแผ่นดิน ข้าใคร่ขอเสนอให้เจ้าหญิงดำเนินตามธรรมเนียมของราชวงศ์ทาร์แกเรียน”
“เรการ์หรือ?” รอยยิ้มของวิเซริสพลันจางหาย กลายเป็นสีหน้ากังขา “แต่เขาเพิ่งหกขวบ ส่วนเรนีร่าก็สิบสี่แล้ว พอถึงวัยอภิเษก เรนีร่าคงถูกมองว่าแก่เกินไปกระมัง”
“แต่ระยะห่างของวัยแปดปี หาใช่อุปสรรคใหญ่หลวงไม่ พ่ะย่ะค่ะ อีกไม่เกินทศวรรษ พวกเขาก็สามารถสมรสได้” ไลโอเนลยังคงยืนยันหนักแน่น “ระหว่างนี้เราสามารถประกาศหมั้นหมาย เพื่อสกัดผู้หวังหมายราชสมบัติจากการเข้าหาเจ้าหญิง”
ข้อเสนอของไลโอเนลนั้นฉลาดหลักแหลม และเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ต่อราชบัลลังก์ แสดงให้เห็นถึงปัญญาและความจงรักภักดีอย่างแน่วแน่ ซึ่งวิเซริสเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคำพูดของไลโอเนลส่งผลต่อหัวใจเขาอย่างลึกซึ้ง
ตลอดหกเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เรการ์เริ่มฟื้นตัว วิเซริสก็เฝ้าครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างเงียบงัน เขาไม่อยากพรากสิทธิ์แห่งราชบัลลังก์จากเรนีร่าเพื่อมอบให้บุตรชายคนโต เพราะเกรงว่าจะบ่มเพาะความบาดหมางในครอบครัว
ความรู้สึกผิดที่ทำให้เรนีร่าเสียมารดาไปตั้งแต่วัยเยาว์ยังคงหลอกหลอน แม้เขาจะตระหนักว่าเรนีร่าอาจไม่เหมาะเป็นรัชทายาทเท่าเรการ์ แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงลำดับสืบทอดโดยง่าย แม้จะมีขุนนางบางคนเสนอแนะเช่นนั้น
เขาจึงสั่งให้เรการ์อยู่ห่างจากเรื่องราชสืบสันตติวงศ์ ด้วยหวังปกป้องบุตรชายจากการถูกโยงเข้าสู่ความขัดแย้ง หวังว่าการไม่ให้เรการ์รับรู้จะช่วยคลายความรู้สึกผิดของตนเองได้บ้าง แต่เขาจะหลอกตนเองได้นานสักเท่าไรเล่า? สุดท้ายแล้วเรการ์ก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี และเขาไม่อาจจองจำอิสรภาพของบุตรชายได้ตลอดไป
ดังนั้นวิเซริสจึงจับตาดูเรื่องการอภิเษกของเรนีร่าเป็นพิเศษ หากเจ้าหญิงสามารถเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลทรงอำนาจได้ก็จะช่วยเสริมความมั่นคงในฐานะรัชทายาท และลดแรงต่อต้านจากพี่น้องร่วมสายเลือด
ด้วยเหตุนี้ข้อเสนอของไลโอเนลจึงเป็นแนวทางใหม่ที่อาจสมานสายเลือดโดยไม่จุดชนวนความบาดหมาง แถมภายในใจของวิเซริสก็เริ่มโน้มเอียงไปในทางนั้น ทว่าเขาก็ยังเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ “แล้วทั้งสองฝ่ายจะไม่ต่อต้านหรือ?”
“อาจมีบ้างพ่ะย่ะค่ะ” ไลโอเนลตอบด้วยน้ำเสียงสุขุม “แต่ราชวงศ์ทาร์แกเรียนก็มีธรรมเนียมนี้มาแต่ครั้งโบราณจากวาลีเรียจนถึงปัจจุบัน เจ้าชายยังเยาว์ นักอาจยังไม่เข้าใจถึงความสำคัญของธรรมเนียมนี้อย่างลึกซึ้ง แต่หากฝ่าบาทเพียงชักจูงเจ้าหญิงได้ เรื่องอื่นก็จะดำเนินไปโดยราบรื่นเองพ่ะย่ะค่ะ”
วิเซริสยิ้มอย่างอบอุ่น พลางกล่าวว่า “ไลโอเนล เจ้าช่างเป็นกำลังสำคัญยิ่งนัก ข้าคงมิรู้จะอยู่ได้อย่างไรหากไม่มีเจ้า”
ไลโอเนลโน้มศีรษะเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างอ่อนน้อม “ในฐานะหัตถ์แห่งราชา ข้าขอถวายตัวรับใช้ฝ่าบาทอย่างสุดความสามารถ”
“ข้าจะนำข้อเสนอของเจ้าไปหารือกับเรนีร่าในภายหลัง” วิเซริสให้คำมั่นด้วยความหนักแน่น
เมื่อเปรียบกับความจงรักภักดีของไลโอเนลแล้ว การกระทำของหัตถ์แห่งราชาคนก่อนอย่างออตโต ไฮทาวเวอร์ก็ยิ่งดูหมองหม่นในสายตาวิเซริส เขาไม่อาจลืมเล่ห์เหลี่ยมของออตโตได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานลูกสาวเพื่อกุมอำนาจ การลอบรวบรวมเสียงสนับสนุนให้หลานชาย หรือแม้แต่พยายามเกลี้ยกล่อมให้เปลี่ยนรัชทายาทหลายครั้ง และหากมิใช่เพราะความลังเลไม่อยากสร้างศัตรู ออตโตก็คงถูกปลดจากตำแหน่งและส่งกลับโอลด์ทาวน์ตั้งแต่แรกแล้ว
ก็อก! ก็อก! ก็อก!
ระหว่างที่สองขุนนางเสวยเหล้าและสนทนาอย่างลงรอย เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะทันที
วิเซริสขมวดคิ้ว “มีอะไรรึ? ข้ากำลังปรึกษาราชกิจสำคัญกับหัตถ์แห่งราชาอยู่”
“ฝ่าบาท! เจ้าชายเรการ์เพิ่งกลับมาจากหลุมมังกร ข้ารับใช้รายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงของกัปตันแห่งคิงการ์ดแฮร์โรลด์ดังมาจากนอกประตู
ใบหน้าวิเซริสซีดเผือดทันที และรีบร้อนลุกขึ้นไปเปิดประตูทันที
“ข้ารับใช้บอกว่าเจ้าชายถูกเพลิงมังกรลวก อาการน่าจะรุนแรงจากความพยายามฝึกมังกรให้เชื่อง แต่ล้มเหลวพ่ะย่ะค่ะ” แฮร์โรลด์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
วิเซริสบดริมฝีปากแน่น สบถในลำคอด้วยความโกรธ “เจ้าพวกงี่เง่าในหลุมมังกร! กล้าดีอย่างไรปล่อยให้เขาทำเรื่องเสี่ยงอันตรายเช่นนั้น!”
ไลโอเนลรีบเอ่ยแทรก “ฝ่าบาท บัดนี้มิใช่เวลาจะตำหนิใคร สิ่งสำคัญคือเราต้องรักษาอาการของเจ้าชายให้เร็วที่สุด”
บาดแผลจากเปลวไฟของมังกร หากมิได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ย่อมถึงแก่ชีวิตได้
วิเซริสเริ่มตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น “เราต้องรีบ! พาข้าไปหาเขาเดี๋ยวนี้ และเรียกแกรนเมสเตอร์เมลลอสมาด้วย!”
พูดจบเขาก็ก้าวตามแฮร์โรลด์ลงบันไดด้วยความร้อนรน หัวใจเต็มไปด้วยความวิตก
เมื่อมาถึงห้องของเรการ์ กษัตริย์ก็มองเห็นบุตรชายอยู่บนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง และบาดแผลที่เห็นทำให้หัวใจเขาเจ็บปวด
“เรการ์ . . .” เสียงของวิเซริสสั่นเครือด้วยความห่วงใยรีบก้าวเข้าไปใกล้
ในขณะเดียกวันอีกด้านหนึ่ง แกรนเมสเตอร์เมลลอสก็วิ่งตามเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ คลี่ผ้าพันแผลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ฝ่าบาท ไม่ควรขัดจังหวะขณะรักษา เจ้าชายบาดเจ็บสาหัสมาก”
“เขาเป็นอย่างไรบ้าง?” วิเซริสถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
เมลลอสส่ายหน้าเบา ๆ “อาการน่าเป็นห่วง ถูกเปลวเพลิงมังกรเผาหลายจุด การฟื้นตัวคงต้องใช้เวลาและความพยายามสูงมากพ่ะย่ะค่ะ”
วิเซริสถอนหายใจอย่างหนักทันที “โปรดใช้ทุกวิถีทาง ทุกตำรับยาทุกชนิดเพื่อช่วยชีวิตเขา”
ความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นทำให้วิเซริสแทบทรุด เขาไม่อาจทนเห็นบุตรชายต้องจากไปอีกคน โดยเฉพาะหลังจากเพิ่งฟื้นจากโรคร้าย และเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะต้องบอกกับเรนีร่า ภาพของภรรยาผู้ล่วงลับ เอ็มม่า แอริน ก็หวนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง และเขาก็ไม่อยากเผชิญความเจ็บปวดนั้นอีกแล้ว
“ไม่จำเป็นต้องหายาวิเศษหายากใด ๆ พ่ะย่ะค่ะ” เมลลอสเอ่ยอย่างแผ่วเบา “เจ้าชายได้รับการปฐมพยาบาลทันเวลา โดยผู้ที่มีความสามารถสูง”
ขณะที่เมลลอสดูแลบาดแผลอย่างระมัดระวัง เรการ์ก็เริ่มรู้สึกตัว ทำให้วิเซริสทรุดตัวลงข้างเตียง และหันไปเอ่ยกับเมสเตอร์เมลลอสด้วยเสียงสั่นพร่าว่า “โปรดใช้ทุกอย่างที่ท่านมี ช่วยบุตรชายของข้าด้วย ข้าไม่อาจสูญเสียใครไปอีกแล้วจริง ๆ”