เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 หลบหนี

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 หลบหนี

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 หลบหนี


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 หลบหนี

ร่างของเรการ์ทรุดฮวบลงกับพื้น ความคิดในหัวพลันสับสนวุ่นวายคล้ายหมอกหนาทึบ เมื่อหันศีรษะไป เขาก็เห็นเออร์ริคในเกราะเงินและคลุมเสื้อคลุมขาว ยืนตระหง่านคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

“เซอร์เออร์ริค ทำไมท่านไม่เฝ้าทางเข้าถ้ำ?” เสียงของเรการ์พร่ามัว ดั่งสมองยังตามไม่ทัน

“หน้าที่สูงสุดของข้าคือการปกป้องพระองค์!” เออร์ริคตอบหนักแน่น ก่อนจะช้อนร่างเจ้าชายขึ้นแล้วรีบวิ่งหนีออกไป

เรการ์แทบไม่ได้ยินคำพูดนั้น ความคิดของเขายังจับจ้องไปยังความมืดเบื้องหลังอย่างโหยหาที่จะได้เห็นดรีมไฟร์ เพราะเขาเพิ่งใกล้จะทำให้มังกรเชื่องได้แล้วแท้ ๆ แต่กลับพังทลายลงในพริบตาเดียว

เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนถ้ำ เออร์ริคเร่งฝีเท้าวิ่งพาเจ้าชายออกไปในเส้นทางที่ชำนาญ ทว่าเรการ์ยังคงหันไปมอง และเห็นดรีมไฟร์กำลังระเบิดโทสะสะท้านฟ้า แล้วสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่โซ่เหล็กรัดคอมังกร

ดรีมไฟร์กระชากดิ้น ฟันอันน่าหวาดหวั่นกัดกระแทกโซ่จนเกิดประกายไฟพร่างพราย

“โซ่พวกนั้น! มันทำให้พิธีผูกสัมพันธ์ล้มเหลว ทำให้ดรีมไฟร์เดือดดาล!” เรการ์ตะโกน เสียงสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว

เมื่อเข้าใจความจริงความพิโรธก็พลันพลุ่งพล่าน เขาแทบอยากเผชิญหน้ากับคนที่อยู่เบื้องหลังการพันธนาการนี้ แต่ยังไม่ทันเปล่งวาจา เออร์ริคก็เร่งฝีเท้าพาเจ้าชายออกจากถ้ำ

เพียงครู่เดียวพวกเขาก็ทะลุออกสู่โพรงกว้างเบื้องนอก พร้อมกับเมย์นาร์ดรีบเข้ามา “เจ้าชายเป็นอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“เงียบ! เจ้าควรอธิษฐานให้เจ้าชายปลอดภัยเถอะ” เออร์ริคหันไปมองเมย์นาร์ด และตวาดเสียงใส่ ก่อนจะค่อย ๆ วางเรการ์ลงบนพื้น ตรวจร่างกายอย่างละเอียด

“เกือบ . . . เกือบจะทำให้ดรีมไฟร์เชื่องได้แล้วแท้ ๆ” เรการ์ในเวลานั้นกลับถูกความเสียใจท่วมท้นกัดกินใจ

เออร์ริคตรวจศีรษะ แขน ขา และนิ้วมือ ก่อนสีหน้าจะมืดครึ้มเมื่อเห็นแผ่นหลัง เสื้อผ้าเจ้าชายถูกเผาจนไหม้ หลงเหลือเพียงผิวที่เต็มไปด้วยแผลพุพองน่าสยดสยอง

“หนักหนาสาหัส” เออร์ริคกล่าวเสียงขรึม

เมย์นาร์ดสะดุ้งรีบเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน แต่เออร์ริคกลับหันขวับ ตวาดใส่ด้วยแววดูแคลน “หุบปาก เจ้าเป็นคนชักนำเราให้เจออันตรายนี้”

เมย์นาร์ดหน้าซีดเผือด ความกลัวถึงชะตากรรมสังหารก็แล่นวาบขึ้นมา แต่เขารีบควักถุงสมุนไพรออกมา “เดี๋ยวก่อน ข้ารู้วิชาแพทย์ สมุนไพรเหล่านี้ช่วยรักษาได้ ให้โอกาสข้าสักครั้งเถิด”

“ไปให้พ้น ข้าไม่ไว้ใจเจ้า” เออร์ริคปฏิเสธด้วยเสียงเย็นชา พลางช้อนร่างเรการ์เตรียมออกไป

เรการ์ที่เพิ่งผ่านพ้นความตายเริ่มรับรู้ถึงความเจ็บปวด แผ่นหลังและลำคอแผดเผาจนแทบขาดใจ “เซอร์เออร์ริค . . . ข้าทนไม่ไหวแล้ว”

“เจ้าชายบาดเจ็บสาหัส ต้องรีบรักษาทันที” เมย์นาร์ดก้าวขวางทาง

เออร์ริคเหลือบมองเจ้าชายที่กัดฟันพยักหน้า “ให้เขารักษาเถิด ข้าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”

เออร์ริคจึงจำต้องพยักหน้า แต่ไม่ลืมขู่เสียงเข้ม “ถ้าเจ้าคิดกลอุบายใด ๆ เจ้าไม่รอดแน่”

“วางใจเถิด ข้าเห็นค่าชีวิตมากกว่าที่ท่านคิด” เมย์นาร์ดตอบ ก่อนนำทางออกจากอุโมงค์ไปยังบ้านพักใกล้หลุมมังกร

บ้านไม้แคบ ๆ ทรุดโทรมเผยกลิ่นอับทันทีที่เข้าไป ทำให้เออร์ริคแค่นเสียง “นี่หรือที่อยู่ของเมสเตอร์?”

เมย์นาร์ดไม่เสียเวลารีบลากหีบไม้สี่เหลี่ยมออกมา เปิดเผยขวดยาและสมุนไพรจำนวนมาก “วางเจ้าชายลง ข้าจะทำความสะอาดแผลก่อน”

เออร์ริคช่วยพาเรการ์นอนราบลงบนเตียง “อาจจะแสบหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ”

“แสบ? สายไปแล้วที่จะบอก!” เรการ์กัดฟันแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น

“เก็บแรงไว้เถิด พระองค์” เออร์ริคกดเสียงเบา พลางช่วยเมย์นาร์ดจัดการรักษา

ผงสมุนไรถูกโรยลงบนบาดแผล เรการ์กัดฟันจนสั่นไปทั้งตัว “อึก . . . ทำไมข้ายังไม่สลบเสียที? ปกติใครเจ็บขนาดนี้คงสิ้นสติไปแล้ว”

เออร์ริคนิ่งคิด “นั่นแหละที่แปลกพ่ะย่ะค่ะ แสดงว่ามันยังไม่ถึงขั้นร้ายแรงที่สุด”

“แต่เจ็บแทบขาดใจอยู่แล้ว!” เรการ์ร้องโต้กลับ

เพื่อเบี่ยงเบนความทรมาน เขาจำต้องพูดคุยไม่หยุด กลัวจะหลุดเข้าสู่ความมืดมิด

“เทพทั้งเจ็ด . . . พระองค์รอดมาได้อย่างไรเนี่ย คล้ายท่านเพิ่งเต้นผ่านขุมนรกทั้งเจ็ดมาเลยพ่ะย่ะค่ะ” เมย์นาร์ดพึมพำด้วยทั้งความตกใจและโล่งอก เพราะเพลิงมังกรที่หลอมเหล็กให้ละลายยังไม่อาจเผาเรการ์ให้กลายเป็นเถ้าในพริบตา นับเป็นปาฏิหาริย์แท้จริง

“เจ้าไม่ควรอยู่รอข้าหน้าถ้ำหรือ? เหตุใดเซอร์เออร์ริคจึงต้องมาช่วยแทน?” เรการ์กัดฟันถาม

เมย์นาร์ดชะงัก สีหน้าหม่นหมอง “ข้าประมาท พาท่านเข้าสู่ถ้ำดรีมไฟร์โดยไม่ไตร่ตรอง และรู้ตัวทันทีว่าเป็นความผิดมหันต์ จึงรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเซอร์เออร์ริคพ่ะย่ะค่ะ”

เรการ์ไม่สนใจคำแก้ตัว หันมองเออร์ริคแทน

เออร์ริคคุกเข่าลงทันที “หน้าที่ที่ฝ่าบาทมอบให้ข้าคือปกป้องพระองค์ แต่ข้ากลับปล่อยให้ท่านเสี่ยงอันตราย ข้าทำให้เกียรติของตนมัวหมอง”

พูดจบเขาก็ฉีกผ้าคลุมขาวที่ไหม้เกรียมออก ทิ้งลงกับพื้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเสียใจ

เรการ์มองแล้วถามกลับ “แล้วท่านบาดเจ็บหรือไม่ เซอร์เออร์ริค?”

“ไม่ถึงกับสาหัสพ่ะย่ะค่ะ”

เรการ์ถอนหายใจโล่งอก แต่ยังมีแววขมขื่น “ข้าหวังว่าท่านจะไม่เป็นอะไร เพราะการทำให้ท่านบาดเจ็บเพราะความดื้อรั้นของข้า นั่นต่างหากคือความอัปยศที่สุด”

“หน้าที่ต้องมาก่อนพ่ะย่ะค่ะ” เออร์ริคตอบนิ่ง

“ไม่ หน้าที่ของท่านคือต้องเฝ้าประจำที่ ไม่ใช่มาเสี่ยงกับข้า” เรการ์กดหน้าลงกับแขนเอ่ยเสียงอู้อี้ “เซอร์เออร์ริค ข้าสำนึกในบุญคุณ และเสียใจที่ทำให้ท่านลำบาก”

. . .

(ชี้แจ้งครับ : เหตุการณ์ในบทก่อนหน้าเป็นเพียงบททดสอบเบื้องต้น ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความล้มเหลว ที่จริงแล้วเรการ์ได้สร้างความเชื่อมโยงกับดรีมไฟร์แล้ว เพียงแต่ถูกโซ่รบกวน เปรียบดังเอม่อนที่ล้มเหลวในครั้งแรกก่อนที่จะทำให้เวการ์เชื่อง ทุกสายเลือดทาร์แกเรียนล้วนต้องผ่านบททดสอบและบทเรียนเช่นนี้ เพราะงั้นนักอ่านทุกท่านกรุณาใจเย็น ๆ และเติบโตไปพร้อมกับตัวละครนะครับ)

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 หลบหนี

คัดลอกลิงก์แล้ว