- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 หลบหนี
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 หลบหนี
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 หลบหนี
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 หลบหนี
ร่างของเรการ์ทรุดฮวบลงกับพื้น ความคิดในหัวพลันสับสนวุ่นวายคล้ายหมอกหนาทึบ เมื่อหันศีรษะไป เขาก็เห็นเออร์ริคในเกราะเงินและคลุมเสื้อคลุมขาว ยืนตระหง่านคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“เซอร์เออร์ริค ทำไมท่านไม่เฝ้าทางเข้าถ้ำ?” เสียงของเรการ์พร่ามัว ดั่งสมองยังตามไม่ทัน
“หน้าที่สูงสุดของข้าคือการปกป้องพระองค์!” เออร์ริคตอบหนักแน่น ก่อนจะช้อนร่างเจ้าชายขึ้นแล้วรีบวิ่งหนีออกไป
เรการ์แทบไม่ได้ยินคำพูดนั้น ความคิดของเขายังจับจ้องไปยังความมืดเบื้องหลังอย่างโหยหาที่จะได้เห็นดรีมไฟร์ เพราะเขาเพิ่งใกล้จะทำให้มังกรเชื่องได้แล้วแท้ ๆ แต่กลับพังทลายลงในพริบตาเดียว
เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนถ้ำ เออร์ริคเร่งฝีเท้าวิ่งพาเจ้าชายออกไปในเส้นทางที่ชำนาญ ทว่าเรการ์ยังคงหันไปมอง และเห็นดรีมไฟร์กำลังระเบิดโทสะสะท้านฟ้า แล้วสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่โซ่เหล็กรัดคอมังกร
ดรีมไฟร์กระชากดิ้น ฟันอันน่าหวาดหวั่นกัดกระแทกโซ่จนเกิดประกายไฟพร่างพราย
“โซ่พวกนั้น! มันทำให้พิธีผูกสัมพันธ์ล้มเหลว ทำให้ดรีมไฟร์เดือดดาล!” เรการ์ตะโกน เสียงสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
เมื่อเข้าใจความจริงความพิโรธก็พลันพลุ่งพล่าน เขาแทบอยากเผชิญหน้ากับคนที่อยู่เบื้องหลังการพันธนาการนี้ แต่ยังไม่ทันเปล่งวาจา เออร์ริคก็เร่งฝีเท้าพาเจ้าชายออกจากถ้ำ
เพียงครู่เดียวพวกเขาก็ทะลุออกสู่โพรงกว้างเบื้องนอก พร้อมกับเมย์นาร์ดรีบเข้ามา “เจ้าชายเป็นอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“เงียบ! เจ้าควรอธิษฐานให้เจ้าชายปลอดภัยเถอะ” เออร์ริคหันไปมองเมย์นาร์ด และตวาดเสียงใส่ ก่อนจะค่อย ๆ วางเรการ์ลงบนพื้น ตรวจร่างกายอย่างละเอียด
“เกือบ . . . เกือบจะทำให้ดรีมไฟร์เชื่องได้แล้วแท้ ๆ” เรการ์ในเวลานั้นกลับถูกความเสียใจท่วมท้นกัดกินใจ
เออร์ริคตรวจศีรษะ แขน ขา และนิ้วมือ ก่อนสีหน้าจะมืดครึ้มเมื่อเห็นแผ่นหลัง เสื้อผ้าเจ้าชายถูกเผาจนไหม้ หลงเหลือเพียงผิวที่เต็มไปด้วยแผลพุพองน่าสยดสยอง
“หนักหนาสาหัส” เออร์ริคกล่าวเสียงขรึม
เมย์นาร์ดสะดุ้งรีบเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน แต่เออร์ริคกลับหันขวับ ตวาดใส่ด้วยแววดูแคลน “หุบปาก เจ้าเป็นคนชักนำเราให้เจออันตรายนี้”
เมย์นาร์ดหน้าซีดเผือด ความกลัวถึงชะตากรรมสังหารก็แล่นวาบขึ้นมา แต่เขารีบควักถุงสมุนไพรออกมา “เดี๋ยวก่อน ข้ารู้วิชาแพทย์ สมุนไพรเหล่านี้ช่วยรักษาได้ ให้โอกาสข้าสักครั้งเถิด”
“ไปให้พ้น ข้าไม่ไว้ใจเจ้า” เออร์ริคปฏิเสธด้วยเสียงเย็นชา พลางช้อนร่างเรการ์เตรียมออกไป
เรการ์ที่เพิ่งผ่านพ้นความตายเริ่มรับรู้ถึงความเจ็บปวด แผ่นหลังและลำคอแผดเผาจนแทบขาดใจ “เซอร์เออร์ริค . . . ข้าทนไม่ไหวแล้ว”
“เจ้าชายบาดเจ็บสาหัส ต้องรีบรักษาทันที” เมย์นาร์ดก้าวขวางทาง
เออร์ริคเหลือบมองเจ้าชายที่กัดฟันพยักหน้า “ให้เขารักษาเถิด ข้าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”
เออร์ริคจึงจำต้องพยักหน้า แต่ไม่ลืมขู่เสียงเข้ม “ถ้าเจ้าคิดกลอุบายใด ๆ เจ้าไม่รอดแน่”
“วางใจเถิด ข้าเห็นค่าชีวิตมากกว่าที่ท่านคิด” เมย์นาร์ดตอบ ก่อนนำทางออกจากอุโมงค์ไปยังบ้านพักใกล้หลุมมังกร
บ้านไม้แคบ ๆ ทรุดโทรมเผยกลิ่นอับทันทีที่เข้าไป ทำให้เออร์ริคแค่นเสียง “นี่หรือที่อยู่ของเมสเตอร์?”
เมย์นาร์ดไม่เสียเวลารีบลากหีบไม้สี่เหลี่ยมออกมา เปิดเผยขวดยาและสมุนไพรจำนวนมาก “วางเจ้าชายลง ข้าจะทำความสะอาดแผลก่อน”
เออร์ริคช่วยพาเรการ์นอนราบลงบนเตียง “อาจจะแสบหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ”
“แสบ? สายไปแล้วที่จะบอก!” เรการ์กัดฟันแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น
“เก็บแรงไว้เถิด พระองค์” เออร์ริคกดเสียงเบา พลางช่วยเมย์นาร์ดจัดการรักษา
ผงสมุนไรถูกโรยลงบนบาดแผล เรการ์กัดฟันจนสั่นไปทั้งตัว “อึก . . . ทำไมข้ายังไม่สลบเสียที? ปกติใครเจ็บขนาดนี้คงสิ้นสติไปแล้ว”
เออร์ริคนิ่งคิด “นั่นแหละที่แปลกพ่ะย่ะค่ะ แสดงว่ามันยังไม่ถึงขั้นร้ายแรงที่สุด”
“แต่เจ็บแทบขาดใจอยู่แล้ว!” เรการ์ร้องโต้กลับ
เพื่อเบี่ยงเบนความทรมาน เขาจำต้องพูดคุยไม่หยุด กลัวจะหลุดเข้าสู่ความมืดมิด
“เทพทั้งเจ็ด . . . พระองค์รอดมาได้อย่างไรเนี่ย คล้ายท่านเพิ่งเต้นผ่านขุมนรกทั้งเจ็ดมาเลยพ่ะย่ะค่ะ” เมย์นาร์ดพึมพำด้วยทั้งความตกใจและโล่งอก เพราะเพลิงมังกรที่หลอมเหล็กให้ละลายยังไม่อาจเผาเรการ์ให้กลายเป็นเถ้าในพริบตา นับเป็นปาฏิหาริย์แท้จริง
“เจ้าไม่ควรอยู่รอข้าหน้าถ้ำหรือ? เหตุใดเซอร์เออร์ริคจึงต้องมาช่วยแทน?” เรการ์กัดฟันถาม
เมย์นาร์ดชะงัก สีหน้าหม่นหมอง “ข้าประมาท พาท่านเข้าสู่ถ้ำดรีมไฟร์โดยไม่ไตร่ตรอง และรู้ตัวทันทีว่าเป็นความผิดมหันต์ จึงรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเซอร์เออร์ริคพ่ะย่ะค่ะ”
เรการ์ไม่สนใจคำแก้ตัว หันมองเออร์ริคแทน
เออร์ริคคุกเข่าลงทันที “หน้าที่ที่ฝ่าบาทมอบให้ข้าคือปกป้องพระองค์ แต่ข้ากลับปล่อยให้ท่านเสี่ยงอันตราย ข้าทำให้เกียรติของตนมัวหมอง”
พูดจบเขาก็ฉีกผ้าคลุมขาวที่ไหม้เกรียมออก ทิ้งลงกับพื้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเสียใจ
เรการ์มองแล้วถามกลับ “แล้วท่านบาดเจ็บหรือไม่ เซอร์เออร์ริค?”
“ไม่ถึงกับสาหัสพ่ะย่ะค่ะ”
เรการ์ถอนหายใจโล่งอก แต่ยังมีแววขมขื่น “ข้าหวังว่าท่านจะไม่เป็นอะไร เพราะการทำให้ท่านบาดเจ็บเพราะความดื้อรั้นของข้า นั่นต่างหากคือความอัปยศที่สุด”
“หน้าที่ต้องมาก่อนพ่ะย่ะค่ะ” เออร์ริคตอบนิ่ง
“ไม่ หน้าที่ของท่านคือต้องเฝ้าประจำที่ ไม่ใช่มาเสี่ยงกับข้า” เรการ์กดหน้าลงกับแขนเอ่ยเสียงอู้อี้ “เซอร์เออร์ริค ข้าสำนึกในบุญคุณ และเสียใจที่ทำให้ท่านลำบาก”
. . .
(ชี้แจ้งครับ : เหตุการณ์ในบทก่อนหน้าเป็นเพียงบททดสอบเบื้องต้น ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความล้มเหลว ที่จริงแล้วเรการ์ได้สร้างความเชื่อมโยงกับดรีมไฟร์แล้ว เพียงแต่ถูกโซ่รบกวน เปรียบดังเอม่อนที่ล้มเหลวในครั้งแรกก่อนที่จะทำให้เวการ์เชื่อง ทุกสายเลือดทาร์แกเรียนล้วนต้องผ่านบททดสอบและบทเรียนเช่นนี้ เพราะงั้นนักอ่านทุกท่านกรุณาใจเย็น ๆ และเติบโตไปพร้อมกับตัวละครนะครับ)