เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 32 ความล้มเหลวในการทำให้มังกรเชื่อง

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 32 ความล้มเหลวในการทำให้มังกรเชื่อง

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 32 ความล้มเหลวในการทำให้มังกรเชื่อง


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 32 ความล้มเหลวในการทำให้มังกรเชื่อง

เสียงรองเท้าบูตของเรการ์กระทบดังกึกกับกองมูลมังกรใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะสะดุดเตะเข้าใส่โครงกระดูกที่มีรอยกัดลึกเป็นริ้ว เศษกระดูกกลิ้งกระทบพื้นหิน ดังกังวานก้องไปทั่วถ้ำอันเงียบงัน

เสียงกะทันหันนั้นทำให้เรการ์ขนลุกวาบ หัวใจเต้นรัวแทบหลุดออกมานอกอก ดวงตาเขาเหลือบมองร่างเงาเบื้องหน้าอย่างหวาดระแวง รู้ดีว่าเพียงการเคลื่อนไหวผิดจังหวะเพียงครั้งเดียวก็อาจปลุกโทสะของสิ่งมีชีวิตตรงหน้านี้ได้

ขณะที่พยายามควบคุมลมหายใจอันสั่นไหว เรการ์ก็อดคิดไม่ได้ว่า หากเป็นเมื่อครึ่งปีก่อน ยามร่างกายยังอ่อนแอเฉียดใกล้ความตาย หัวใจของเขาคงหยุดเต้นไปแล้ว

เขาสูดลมหายใจลึก ๆ กลั้นความกลัวไว้ในอก ก่อนจะฮัมบทเพลงต่อด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความมั่นใจยิ่งขึ้น แล้วเสียงโลหะกระทบหินก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงโซ่ที่ลั่นเมื่อสิ่งมีชีวิตมหึมากำลังเคลื่อนไหว

เมื่อเขาเข้าใกล้มากพอ ร่างเงาลาง ๆ ของมังกรก็เริ่มปรากฏชัดในแสงสลัว เรการ์มองเห็นลำตัวเพรียวสง่างามที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำเงินอ่อนแต้มเงิน ปีกใหญ่พับแนบลำตัวอย่างสงบนิ่ง แม้หัวของมันจะยังหลบอยู่ในเงามืด แต่ปลายเขาเงินยาวโค้งสองข้างก็เผยอออกราวกับคำเตือนเงียบ ๆ ถึงความน่าเกรงขาม

ทันใดนั้นเขาก็หยุดยืนด้วยดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง แม้ดูเหมือนมันจะยังไม่ขยับเขยื้อน แต่เรการ์รู้ดีว่าดรีมไฟร์ รับรู้ถึงการมาของเขาผ่านท่วงทำนองที่เปล่งออกไปแล้ว

ท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเปลวไฟจากคบเพลิงในมือที่สั่นระริกตามแรงมืออันหวาดหวั่น ขาของเขาหนักอึ้งดั่งถูกถ่วงด้วยหิน และแม้แต่เสียงเพลงจากริมฝีปากก็คล้ายจะเลือนหายไป

‘ขยับสิขาข้า. . . ขยับ!’ เรการ์พยายามตะโกนในใจปลุกใจตัวเอง เพราะเขามาเพื่อทำให้มังกรเชื่อง ไม่ใช่เพื่อถอยหนี!

เมื่อเวลาผ่านไปโดยที่ดรีมไฟร์ยังไม่ขยับ ร่างกายของเรการ์ก็ค่อย ๆ เรียกคืนสติ เขาเริ่มก้าวเดินต่อ อีกก้าว แล้วอีกก้าว จากสามสิบเมตร เหลือยี่สิบ . . . สิบห้า . . .

ยิ่งเข้าใกล้ มังกรก็ยิ่งดูยิ่งใหญ่ และน่าหวาดหวั่น เขาของมันยาวโค้งอย่างสง่างาม ดวงตาสีอำพันจับจ้องมาที่เขาอย่างสงบนิ่ง ทว่ามีบางสิ่งในแววตานั้นที่ทำให้เรการ์สะท้านเยือก พื้นที่แคบ ๆ ภายในถ้ำก็ดูเหมือนจะบีบรัดเขาจนแทบหายใจไม่ออก

เสียงหายใจของเรการ์ดังสะท้อนกับผนังถ้ำ ตอนนี้เขาหยุดฮัมเพลงไปแล้ว และหันหน้าเข้าหาดรีมไฟร์ พลางเปล่งเสียงในใจด้วยความมุ่งมั่น “ดรีมไฟร์ ร่วมบินไปกับข้าเถิด!”

พูดจบเรการ์ก็กัดริมฝีปากเปื้อนเลือดจากการกัดข่มความกลัวชูคบเพลิงขึ้นสูง เอื้อมมือออกไปเชื้อเชิญ

“กรร . . .”

เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังขึ้นจากลำคอมังกร แม้เพิ่งตื่นจากการหลับไหล แต่ดรีมไฟร์ยังสงบนิ่งอย่างผิดคาด มันสูดกลิ่นอากาศรอบตัว ก่อนจะหันสายตามองเรการ์นิ่ง ๆ ในดวงตาของมันมีแววของความคุ้นเคย บางสิ่งที่ลึกลงไปในสายเลือดเดียวกันกับนายเก่าของมัน ‘เรน่า’

เรการ์กลั้นใจ ตะโกนก้อง “ดรีมไฟร์! มองดูข้าเถิด! เจ้าคู่ควรแก่ท้องฟ้า ไม่ใช่ขังตัวในถ้ำไร้แสงนี้!”

เสียงของเขากระแทกผนังหิน ขณะที่ดรีมไฟร์ เปล่งเสียงขู่ฮึดฮัดตอบกลับ แววตาทั้งสองสบกัน และในช่วงเวลาเสี้ยวนั้น มังกรกับมนุษย์เหมือนได้เชื่อมโยงกันผ่านสายตา

เรการ์สัมผัสได้ถึงความโกรธ ความขมขื่น และความปรารถนาอิสรภาพอันลึกล้ำในใจของมังกรตนนั้น ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย การจองจำอันยาวนาน มันอยากเป็นอิสระอีกครั้ง . . .

“ให้ข้าเป็นผู้ปลดปล่อยเจ้าเถิดดรีมไฟร์” เรการ์เอื้อนเอ่ยเสียงแผ่ว

แม้จะไม่เข้าใจคำพูด แต่มังกรรับรู้ถึงเจตจำนงจากน้ำเสียงของเขา ทำให้ดรีมไฟร์ขยับลำตัว พยายามกางปีกลุกขึ้นอีกครั้ง

แกร๊ก!

โซ่ตรวนหนาหนักตวัดกลับทันที ร่างอันสง่างามถูกกระชากลงพื้น ศีรษะกระแทกผนังถ้ำจนเกิดเสียงกึก ร่างทั้งหมดทรุดฮวบอย่างน่าสลด

“ดรีมไฟร์!!”

เรการ์ร้องอย่างตกใจ รีบเข้าไปใกล้ แต่เมื่อดวงตาของมังกรเหลือบมองเขาอีกครั้ง แววตาแห่งความโกรธแค้นก็มาแทนที่ความอ่อนโยนในพริบตา

“โฮก!!”

เสียงคำรามลั่นดังสนั่น ฟันคมกริบอ้ากว้าง เปลวเพลิงหลากสีสาดกระหน่ำออกจากปากมัน ทั้งสีส้ม เหลือง และน้ำเงินอ่อน

“ไม่! ใจเย็นก่อนดรีมไฟร์! เราร่วมมือกันได้นะ!”

เรการ์พยายามตะโกนอย่างหมดหนทาง แต่เปลวเพลิงก็พุ่งเข้าใส่เขาอยู่ดี ดังนั้นด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด เขารีบเผ่นหนีหลบหลังโครงกระดูกมังกร แม้เปลวไฟไม่โดนตรง ๆ แต่ประกายไฟก็แผดเผาหลังเขาเข้าเต็ม ๆ

“อ๊าาาาา!!!”

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดหลุดออกจากปาก ความร้อนของไฟมังกรแผดเผาเสื้อผ้าและผิวหนังจนไหม้เกรียม ความเจ็บปวดปานจะตายทำให้ร่างเขากระตุกบิดร้องออกมาอย่างสุดเสียง แต่ถึงอย่างนั้นเลือดแห่งมังกรในกายก็ยังช่วยประคองให้เขารอด

‘ทำไมกัน? ทำไมดรีมไฟร์ ถึงควบคุมตัวเองไม่ได้!?’

ความคิดในยามคับขันผุดขึ้นในหัว แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องหนี

เมื่อเห็นช่องว่างในจังหวะการพ่นไฟ เรการ์ก็รีบลุกขึ้นพยายามหนีเข้าไปในความมืด เพราะคบเพลิงได้ตกดับไปแล้ว ทำให้เขาต้องวิ่งผ่านเศษกระดูกด้วยความยากลำบาก

“โฮก!!!”

เสียงคำรามยังคงไล่ตามหลัง ดรีมไฟร์ดิ้นพล่านทุรนทุรายพ่นไฟไล่ล่าเขา ทำให้แสงเพลิงสว่างวาบไปทั่วถ้ำ เผากระดูก เผาหิน เผาทุกสิ่งอย่างไร้ปรานี

“บัดซบ . . . อีกนิดเดียวแท้ ๆ!” เรการ์วิ่งพลางสบถ พลางกัดฟันอดกลั้นความเจ็บปวดจากแผลไหม้

“เจ้าชาย! ข้างหลัง!!!”

เสียงร้องเตือนดังขึ้นจากทางเข้า และยังไม่ทันหันไป ร่างขาววาบก็พุ่งเข้าใส่เขาเต็มแรง

โครม!!

เพียงพริบตาเดียว จุดที่เรการ์ยืนอยู่เมื่อครู่ก็ถูกเปลวเพลิงกลืนกิน หลงเหลือไว้เพียงหลุมดำไหม้เกรียม . . .

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 32 ความล้มเหลวในการทำให้มังกรเชื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว