เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 31 ดรีมไฟร์

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 31 ดรีมไฟร์

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 31 ดรีมไฟร์


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 31 ดรีมไฟร์

เมื่อมองเข้าไปในความมืดเบื้องหน้า เรการ์ลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเจือความครุ่นคิด “เซอร์เออร์ริค ท่านคิดว่าข้ามีคุณสมบัติพอจะผูกมิตรกับมังกรผู้ยิ่งใหญ่ได้หรือไม่?”

เออร์ริคสีหน้าเปลี่ยนทันที ตอบกลับอย่างระมัดระวัง “ข้าไม่อาจให้คำตอบเช่นนั้นได้ เจ้าชาย ด้านในนั้นคือรังของมังกรโตเต็มวัย ฝ่าบาทคงไม่มีวันยินยอมให้ท่านเข้าไปเสี่ยงอันตรายเป็นแน่ พ่ะย่ะค่ะ”

“ทำไมล่ะ?” เรการ์ถามอย่างไม่ลดละ ดวงตาจ้องมองอัศวินตรงหน้า “หรือท่านไม่เชื่อว่าข้าจะผูกมิตรกับมังกรได้?”

“ไม่ใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” เออร์ริคตอบติดขัด “เพียงแต่ . . . การผูกมิตรกับมังกรต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และพรสวรรค์อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เรื่องที่ควรตัดสินใจด้วยความหุนหัน”

“แต่ข้ายินดีจะรับความเสี่ยงนั้นเอง เซอร์เออร์ริค”

เรการ์กล่าวอย่างแน่วแน่ ก่อนก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง แววตามั่นคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “พี่ข้าเริ่มขี่มังกรตอนอายุเท่าข้า แล้วทำไมข้าจะทำไม่ได้?”

แน่นอนว่าเขาไม่ได้อธิบายต่อว่าในเมื่อสายเลือดแห่งโลหิตและเปลวเพลิงหลั่งไหลอยู่ในร่างตน หากมีภูมิต้านไฟตามแบบฉบับแห่งตระกูลทาร์แกเรียน และสืบทอดเชื้อสายวาเลเรียนแท้จริง เช่นนั้นเขาก็ควรมีคุณสมบัติเพียงพอจะชนะใจมังกรเช่นกัน

“ข้าไม่อาจยอมให้เป็นเช่นนั้นได้พ่ะย่ะค่ะ เจ้าชาย” เออร์ริคขัดขึ้นหนักแน่น ขยับกายขวางทางไว้ “ข้าให้สัตย์ว่าจะปกป้องท่าน และข้าไม่อาจยืนดูท่านก้าวเข้าสู่อันตรายเช่นนี้ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“แต่ท่านก็ให้สัตย์ว่าจะเชื่อฟังคำสั่งข้าทุกประการ ไม่ว่าอันตรายหรือเกียรติยศจะเป็นเช่นไร มิใช่หรือ?” เรการ์ย้อนถาม ดวงตาคมกริบดุจเหล็กกล้า

บางทีอาจเป็นเพราะฝันร้ายที่รุมเร้า ความกดดันจากความคาดหวัง หรือความห่างเหินจากพี่สาว สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นพายุในใจเขา ทำให้ในห้วงอารมณ์นั้นเขารู้สึกทั้งหวาดกลัว อึดอัด หรืออาจมีความอิจฉาเจืออยู่บางเบา แต่เขาก็คือ เรการ์ ทาร์แกเรียน!

“ทาร์แกเรียนไม่รู้จักคำว่ากลัว!”

เบื้องหน้าเขาคือรังของดรีมไฟร์ และเขาต้องการผูกมิตรกับมัน พิชิตใจมังกรเพื่อคว้าเกียรติยศและการยอมรับกลับคืนมา!

“ในฐานะบุตรองค์โตของกษัตริย์วิเซริส ข้าสั่งให้ท่านอยู่ที่นี่ และห้ามขัดขวาง!”

แม้เออร์ริคจะยึดมั่นในหน้าที่ แต่ว่าเรการ์นั้นไม่ยอมถอย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เรการ์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงของเจ้าชาย

“แต่เจ้าชาย . . .” เออร์ริคพยายามทักท้วง ทว่าโดนตัดบทด้วยเสียงเฉียบขาด

“พอแล้ว เซอร์เออร์ริค!”

ด้วยพันธะที่ให้ไว้ เออร์ริคจึงจำใจยอมถอย สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล มือกำดาบแน่นจนสั่น “ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ . . . ข้าจะคอยเฝ้าอยู่ที่นี่”

เรการ์เดินผ่านเออร์ริคไป พลางเหลือบมองเมย์นาร์ดที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ “เซอร์เออร์ริคจะอยู่ด้านนอกเพื่อความปลอดภัยของพวกเรา ส่วนเจ้ากลับไปเถอะ หากไม่จำเป็นต้องอยู่”

แต่เมย์นาร์ดกลับโพล่งขึ้นมาทันทีว่า “ไม่พ่ะย่ะค่ะ! ข้าขออาสาร่วมเข้าไปด้วย ข้ามีความรู้เรื่องพฤติกรรมของมังกร อาจเป็นประโยชน์ได้บ้าง”

พูดจบในใจของเมย์นาร์ดก็เต้นระรัว เพราะนี่คือโอกาสพิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์ว่าตนไม่ใช่เพียงบุตรนอกสมรสที่ไร้ค่า!

เรการ์จ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับ “ตกลง หากข้าผูกมิตรกับดรีมไฟร์ได้ เจ้าก็จะได้รับเกียรติร่วมด้วย”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชาย!” เมย์นาร์ดกล่าวพลางยืนประชิดเรการ์นำทางเข้าไปในอุโมงค์

“เขากล้าหาญนะ เซอร์เออร์ริค ถือว่าน่ายกย่อง” เรการ์หันกลับไปมองเออร์ริคอีกครั้งด้วยสีหน้าอ่อนลง  แล้วร่างของเรการ์ก็ลับหายเข้าไปในเงามืด ปล่อยให้เออร์ริคยืนนิ่งอยู่ด้านนอก สับสนระหว่างหน้าที่กับความเป็นห่วง

เมื่อเข้าสู่รังลึกเมย์นาร์ดก็หยิบคบไฟขึ้นมาจุดมันด้วยมือสั่น ๆ แสงส้มอ่อนสาดไล่ความมืดออกไปช้า ๆ ทำให้เรการ์หลับตาลงชั่วครู่ หลบแสงที่พุ่งมาอย่างกะทันหัน

เมื่อปรับสายตาได้แล้ว เมย์นาร์ดก็กล่าวเตือน “เจ้าชาย ดรีมไฟร์อาศัยอยู่ที่นี่มาหลายปี อารมณ์มันแปรปรวนและยากจะคาดเดา โปรดระมัดระวังด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าจะระวัง ขอบใจ” เรการ์ตอบรับ พลางถามต่อ “เจ้าเคยเข้ามาบ่อยหรือ?”

“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” เมย์นาร์ดยิ้มบาง “เมสเตอร์บาสมอบหมายให้ข้าดูแลความสะอาดในนี้ เพราะเหล่าเมสเตอร์คนอื่นทนกลิ่นมูลมังกรไม่ไหว”

“เจ้าขยันดี ข้าชื่นชม”

เมย์นาร์ดยิ้มภูมิใจ แล้วเล่าเสริมอย่างกระตือรือร้นว่า เขามักพาเหล่าคนดูแลมังกรที่เชี่ยวชาญภาษาวาเลเรียนเข้ามาเพื่อปลอบโยนมังกรด้วยบทเพลง

เรการ์ฟังอย่างตั้งใจ และเริ่มมองเมย์นาร์ดในแง่บวกมากขึ้น พร้อมกับคิดในใจว่า ‘แม้จะเป็นบุตรนอกสมรส แต่หมอนี่ก็หมั่นเพียรดี . . .’

ทว่าความกระตือรือร้นนั้นไม่สำคัญเท่ากับผลลัพธ์ หากมันช่วยเขาได้ก็เพียงพอแล้ว

‘ภาษาวาเลเรียนคือภาษาแม่ของข้า . . . ข้าพอจะใช้มันได้’ เรการ์พึมพำในใจ

ตั้งแต่เขาฝึกฝนภาษาวาเลเรียนโบราณได้ดีขึ้น ความทรงจำวัยเยาว์ก็เริ่มไหลย้อนกลับมา เมื่อครั้งยังเป็นเพียงเด็กสามขวบ ร่างกายอ่อนแรงจนแทบลืมตาไม่ได้ แต่สัมผัสทางเสียง กลิ่น และสัมผัสยังคงอยู่

ในห้วงนิทรานั้นเขาจำได้ว่าได้ยินเสียงฮัมเพลงอ่อนโยน ลูบไล้แก้มเบา ๆ จุมพิตหน้าผากแผ่วเบา แม้มองไม่เห็นพูดไม่ได้ แต่ทุกสัมผัสเหล่านั้นเขาจดจำได้ และแม้จะจำเนื้อเพลงไม่ได้ แต่กลิ่นนั้นยังคงชัดเจน กลิ่นคล้ายกำมะถัน เหมือนกลิ่นของมังกร

ตอนนี้เขาพอจะนึกท่วงทำนองของบทเพลงนั้นออก มันคือบทเพลง ยามสนธยาแห่งผู้เลี้ยงแกะ ในภาษาวาเลเรียนโบราณ

ทันใดนั้นเรการ์ก็เคลียร์ลำคอ ก่อนฮัมเพลงนั้นเบา ๆ ทำให้เสียงคำรามนุ่มลึกคล้ายเสียงของเด็กเล็กก็ดังสะท้อนออกมาจากความมืด ปลุกสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาให้ลืมตาตื่นขึ้นอย่างงุนงง

ในอุโมงค์ที่คับแคบเรการ์เดินลึกเข้าไปจนถึงโพรงถ้ำที่กว้างขวางกว่าเดิม บนพื้นมีซากสัตว์ขนาดใหญ่เกลื่อนกลาด กลิ่นมูลมังกรโชยมาแตะจมูกอย่างรุนแรง

ทันใดนั้นเสียงโลหะกระทบพื้นดังกังวาน ตามมาด้วยเสียงโซ่ที่ถูลากไปกับหิน

“ส่งคบไฟมาให้ข้า แล้วอยู่ตรงนี้” เรการ์พูดพลางยื่นมือ และมองไปยังเงามืดมหึมาที่มุมถ้ำ ซึ่งมันก็ไม่ใชใครนอกจากดรีมไฟร์นั่นเอง

เมย์นาร์ดยื่นคบไฟให้ด้วยมือสั่น พลางดันตัวเองชิดผนัง “เจ้าชาย โปรดระวังด้วยพ่ะย่ะค่ะ หากผิดพลาดจงรีบถอยทันที!”

“ข้าจะระวัง และหวังว่าเจ้าจะภาวนาให้ข้าด้วย” เรการ์ตอบพลางสูดลมหายใจลึก แล้วเริ่มฮัมบทเพลงเบา ๆ เดินเข้าไปหามังกรยักษ์ในเงามืด . . .

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 31 ดรีมไฟร์

คัดลอกลิงก์แล้ว