- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 30 การปฏิเสธคำร้องขอ
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 30 การปฏิเสธคำร้องขอ
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 30 การปฏิเสธคำร้องขอ
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 30 การปฏิเสธคำร้องขอ
“ข้าขอขึ้นขี่มังกร! พี่ช่วยพาข้าขี่มังกรทีเถอะ” เรการ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความคาดหวัง
เรนีร่ายิ้มขำ พลางยีผมของน้องชายด้วยความเอ็นดู “ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าต้องมีอะไรในใจ ไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่รีบเร่งมาหาข้าถึงที่นี่หรอก”
“ถ้าอย่างนั้น พี่ที่แสนเมตตาของข้าจะกรุณาตอบรับคำขอของน้องชายผู้นี้ได้หรือไม่?” เรการ์จ้องนางด้วยสายตาอ้อนวอน
แต่รอยยิ้มของเรนีร่ากลับแปรเปลี่ยนเป็นแววรู้สึกผิด นางส่ายหน้าเบา ๆ แล้วตอบด้วยเสียงอ่อนโยน “ข้าเกรงว่าจะทำให้เจ้าผิดหวัง ข้ามีนัดจะบินไปเกาะดราก้อนสโตนกับลุงเดม่อน และกว่าจะกลับมาก็คงค่ำเสียแล้ว”
เรการ์ไม่ยอมละความพยายาม “ข้าจะไปด้วยก็ได้ ข้ายังไม่เคยกลับไปบ้านเกิดเลย ต่อให้ใช้เวลานานกว่านี้ข้าก็ไม่เป็นไร!”
พูดจบเขาก็คว้ามือพี่สาวมากุมไว้แล้วเขย่าเบา ๆ ด้วยความมุ่งมั่น
เรนีร่าเริ่มลังเล นางมองสบตาน้องชาย ก่อนจะหันไปมองเดม่อนอย่างเงียบ ๆ เพื่อขอความเห็น
เรการ์ที่จับอากัปกิริยาได้ก็หันไปมองเดม่อนเช่นกัน
แต่เดม่อนกลับมีท่าทีไม่ใส่ใจนัก และตอบอย่างไม่ยี่หระว่า “ถ้าเขาอยากไปก็ไปได้ แต่หากบิดาของรู้ว่าเจ้าเอาน้องชายไปบินด้วย ข้าไม่รับผิดชอบนะ”
แม้ถ้อยคำจะฟังดูเปิดทาง แต่เนื้อความแฝงกลับเป็นการปฏิเสธอย่างแนบเนียน เขาไม่ขัดข้อง แต่ก็ไม่พร้อมรับผิดหากเกิดเรื่องขึ้น
“ขอโทษนะ เรการ์” เรนีร่าถอนหายใจเบา ๆ บีบมือเรการ์แน่นขึ้นเล็กน้อย “การเดินทางวันนี้ไกลเกินไป แต่ไว้คราวหน้าข้าจะพาเจ้าบินรอบคิงส์แลนดิ้งดีไหม?”
แม้คำตอบจะเป็นการปฏิเสธ แต่เรนีร่าก็พยายามปลอบใจ ทว่าแววตาเรการ์ยังคงหม่นหมอง เขาถอนมือกลับแล้วถอยหลังหนึ่งก้าว พร้อมยิ้มจาง ๆ “ตกลง ข้าจะรอคำสัญญานั้นของพี่”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่แววตากลับปิดบังความผิดหวังไว้ไม่มิด
เรนีร่ารู้สึกสะท้อนใจ ทว่าด้วยพันธะที่ให้ไว้กับเดม่อน นางจึงทำได้เพียงเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ
‘ข้าจะชดเชยให้เจ้าแน่นอน เรการ์’ นางสาบานเงียบ ๆ ในใจ
“เจ้าหญิง พร้อมขึ้นขี่ไซแร็กซ์แล้ว พ่ะย่ะค่ะ” ผู้ดูแลมังกรปลดโซ่มังกรออกก่อนจะเอ่ยด้วยภาษาไฮวาเลเรียน
“ข้าเข้าใจแล้ว” เรนีร่าตอบกลับด้วยสำเนียงคล่องแคล่ว และจูงมือเรการ์ถอยออกจากเขตมังกร แล้วส่งตัวให้กับเออร์ริค “ดูแลน้องข้าด้วย ห้ามให้เขาเข้าใกล้หลุมมังกรเด็ดขาด”
เออร์ริคพยักหน้ารับ “พ่ะย่ะค่ะ เจ้าหญิง”
เรนีร่าลูบผมเรการ์เบา ๆ อีกครั้ง กล่าวคำปลอบโยนสองสามคำ แล้วเดินตรงไปยังไซแร็กซ์
เดม่อนเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดโดยไม่เอ่ยวาจา
“ลุงเดม่อน พวกเราออกเดินทางกันเถอะ” เรนีร่าตะโกนบอกขณะกำลังขึ้นหลังไซแร็กซ์และรัดโซ่รัดตัวให้มั่นคง
“ข้านึกว่าเจ้าจะพาเขาไปด้วยเสียอีก” เดม่อนกล่าวขณะปีนขึ้นหลังคาแร็กซิส
“เรการ์ยังเด็กนัก การเดินทางไกลกลางอากาศเช่นนี้อาจลำบากเกินไปสำหรับเขา” เรนีร่าตอบพร้อมรอยยิ้ม
“แต่เจ้าเองก็ขี่มังกรตั้งแต่อายุเท่าเขา การให้สัมผัสกับมังกรตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นเรื่องดี” เดม่อนแย้งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เพราะในตระกูลทาร์แกเรียน การขี่มังกรเป็นดั่งพิธีกรรมแห่งวัย
“โอกาสหน้ายังมี” เรนีร่าตัดบท พลางชวนเปลี่ยนเรื่อง “ท่านมาดวลกันหน่อยดีหรือไม่ว่าใครจะถึงเกาะดราก้อนสโตนก่อน?”
เดม่อนยักไหล่ ไม่ตอบอะไร ปล่อยให้เรื่องราวเงียบลงตามเดิม
เบื้องล่างเรการ์ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน สายตาเฝ้ามองเงาร่างของไซแร็กซ์และคาแร็กซิสบินลับหายไปในกลุ่มเมฆ
เออร์ริคที่ยืนข้าง ๆ เองก็เฝ้าสังเกตอยู่เงียบ ๆ ใบหน้าของเรการ์ไร้อารมณ์ใด ๆ สะท้อนออกมา แต่ความเงียบนั้นกลับสร้างความกังวลในใจเขาอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามเออร์ริคไม่ใช่คนเดียวที่จับตามองเรการ์ ในหมู่ผู้ดูแลมังกรมีชายคนหนึ่งนามว่า เมย์นาร์ด ที่จ้องเขม็งไปยังหมัดที่กำแน่นอยู่ด้านหลังของเจ้าชาย
“นี่แหละ โอกาสทองของข้า” เขาพึมพำเบา ๆ แม้สีหน้าจะสงบนิ่ง แต่ภายในเมย์นาร์ดรู้สึกตื่นเต้นจนมือไม้สั่น
เขาเบื่อหน่ายกับการถูกดูแคลน แม้จะมีความรู้มากมายเพียงใด แต่ในสายตาผู้คน เขาก็ยังเป็นเพียงลูกนอกสมรสที่ไม่มีค่าที่ถูกส่งมาประจำอยู่ที่หลุมมังกร ทั้งที่หวังจะได้รับการยอมรับ และหวังว่าสักวันขุนนางผู้สูงศักดิ์จะเห็นคุณค่าของเขา แต่เมื่อเห็นเหล่าทาร์แกเรียนขึ้นขี่มังกรอย่างง่ายดาย ความหวังเหล่านั้นก็ดูเลือนราง จนกระทั่งวันนี้โอกาสก็มาถึง!
เจ้าชายหนุ่มถูกทิ้งไว้เบื้องหลังกำลังแสวงหาความเข้าใจและความอบอุ่น หากเขาเพียงแค่สนใจเรื่องมังกร และจิตใจเขาเปิดรับก็อาจมีหนทาง . . .
เมื่อคิดได้ดังนั้น เมย์นาร์ดจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าชาย หากพระองค์ต้องการ ข้าสามารถพาไปชมมังกรอีกตัวหนึ่งได้ ดรีมไฟร์ มังกรเพศเมียที่แก่กว่าและใหญ่กว่ามังกรสองตัวที่เพิ่งบินจากไป”
เรการ์หันขวับ สายตาจ้องลึกไปยังใบหน้าซีดเซียวของชายหนุ่มทันที เขารับรู้ได้ถึงความประหม่าในน้ำเสียงและลำคอที่กลืนน้ำลายลงอย่างตื่นเต้น แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกขัดข้องแต่อย่างใด แม้จะเป็นลูกนอกสมรส แต่เมย์นาร์ดก็กล้าพอที่จะเอ่ยปากกับเจ้าชาย และข้อเสนอนั้นก็น่าสนใจไม่น้อย
“นำทางไปสิ” เรการ์ตอบสั้น ๆ แต่เด็ดขาด
แม้เออร์ริคจะพยายามห้าม แต่เพียงแค่สายตาเรการ์ก็ทำให้เขาต้องสงบปากเงียบเสียง
“ไปกันเถอะ วันนี้เราต้องเดินทางไกลอยู่แล้ว” เรการ์ว่า พลางเดินผ่านผู้ดูแลมังกรที่กำลังพูดจาภาษาที่เขาไม่เข้าใจ
เมย์นาร์ดเดินนำลงบันไดเข้าสู่ความมืดของหลุมมังกร ภายในเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว รังมังกรกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ โดยส่วนมากฝังอยู่ใต้ดินเพื่อป้องกันหลังคาถล่มจากการเคลื่อนไหวของมังกร
เมย์นาร์ดรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อได้เป็นผู้นำทางเจ้าชาย และระบายความรู้ที่มีออกมาเต็มที่ “ดรีมไฟร์เป็นมังกรเพศเมียที่ยิ่งใหญ่ เคยให้กำเนิดไข่หลายใบ หนึ่งในนั้นเป็นของพระองค์”
“มังกรออกลูกด้วยไข่ แต่ดูเหมือนจะไม่แสดงลักษณะเพศชัดเจน การพยายามกำหนดเพศให้มังกรด้วยความเข้าใจของมนุษย์ดูจะไม่เหมาะนักพ่ะย่ะค่ะ” เมย์นาร์ดอธิบายด้วยความกระตือรือร้น
“มังกรสืบพันธุ์แบบไม่ต้องมีเพศหรือ?” เรการ์ถามพลางเบือนหน้าหนี เหมือนไม่ได้สนใจเท่าใดนัก
เมย์นาร์ดหัวเราะกลบเกลื่อน “เรื่องนั้นยังไม่แน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ แต่มีมังกรบางคู่เช่นเวอร์มิธอร์กับซิลเวอร์วิงค์ของฝ่าบาทกับราชินีอลิซานที่มีพฤติกรรมเหมือนผสมพันธุ์ ต่างจากมังกรที่ชอบอยู่โดดเดี่ยว”
เรการ์ตัดบททันที “พอได้แล้ว เร็วเข้าสิ เมื่อไรจะถึงรังของดรีมไฟร์?”
เมย์นาร์ดรีบขอโทษ แล้วชี้ไปยังเบื้องหน้า “ตรงนั้นคือทางเข้าสู่รังของดรีมไฟร์ เจ้าชาย เชิญเลยพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเขาเอ่ยจบเรการ์ก็พบว่าตนได้เดินลึกเข้ามาไกลในอุโมงค์ซับซ้อนแล้ว ตรงหน้าเป็นโพรงขนาดใหญ่ มืดมิดจนไม่อาจเห็นเบื้องลึก ราวกับว่าความลับของมังกรกำลังรอเขาอยู่ภายในนั้น . . .