- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 29 บุตรนอกสมรส
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 29 บุตรนอกสมรส
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 29 บุตรนอกสมรส
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 29 บุตรนอกสมรส
“ท่านพ่อกักบริเวณข้าเพียงเพราะข่าวลือเล็กน้อย นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือ?” เรการ์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“ข่าวลือสามารถก่อปัญหาได้ ฝ่าบาทเพียงต้องการปกป้องพระองค์จากภัยที่อาจเกิดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” เออร์ริคอธิบาย
เรการ์แค่นหัวเราะขื่น ๆ “เขากลัวว่าคนอื่นจะมาป้อนแนวคิดอันตรายใส่หัวข้า”
เออร์ริคเงียบไปชั่วครู่ ขณะครุ่นคิดตามคำพูดของเรการ์
มังกรนิทรา สมญานั้นแฝงนัยแห่งความอ่อนแอและเปราะบาง บ่งบอกถึงความไร้เรี่ยวแรงของทารก ทว่า ‘มังกรน้อย’ ก็มีความหมายแฝงถึงศักยภาพที่ยังไม่เบ่งบานเช่นกัน
‘หากมังกรตื่นจากนิทรา สิ่งแรกที่มันจะทำคืออะไร?’ เรการ์ตั้งคำถาม พลางครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
เมื่อมังกรตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน สิ่งแรกที่มันต้องทำคือแสวงหาอาหาร และเติบโตสู่ความเป็นมังกรอย่างแท้จริง แล้วชื่อใดจะเหมาะสมกับการแปรเปลี่ยนนั้น? ‘มังกรตื่น’ หรือ ‘มังกรคำราม’ ดีล่ะ?
นี่คือความพยายามสร้างความแตกร้าวผ่านคำร่ำลือ ด้วยการตีตราบุตรคนแรกของกษัตริย์ให้ถูกมองในแง่ลบ!
‘มังกรที่ยังหลับอาจดูเปราะบาง แต่ก็ดีกว่ามังกรที่ไม่เคยตื่นเลย’ เรการ์ปลอบใจตนเอง จากนั้นเขาจ้องมองเออร์ริคตรง ๆ ก่อนเอ่ยสั่ง “ให้เขาได้รับค่าจ้างครบทุกเหรียญ และนับจากนี้หากมีข่าวลือเกี่ยวกับข้า ต้องรายงานให้ข้าทราบโดยตรง”
“พ่ะย่ะค่ะ” เออร์ริคพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม
“ไปกันเถอะ พาข้าไปซื้อของเล่นสำหรับเด็กเล็ก แล้วค่อยไปที่หลุมมังกร” เรการ์กล่าว ขณะก้าวขึ้นรถม้าด้วยแววตาหนักแน่น
. . .
รถม้าหยุดลงที่ถนนสายไหม เออร์ริครีบลงไปเลือกของเล่นมากมายแล้วยัดใส่รถ ก่อนพาเรการ์มุ่งหน้าสู่หลุมมังกร
หลุมมังกรตั้งอยู่บนภูเขา แยกตัวจากศูนย์กลางเมืองอันวุ่นวาย สภาพแวดล้อมเงียบสงบกว่ามาก
เมื่อมาถึงมันก็ไม่มีใครออกมาต้อนรับ มีเพียงองครักษ์สองนายยืนเฝ้าประตู และทันทีที่เห็นรถม้าหลวง ทหารนายหนึ่งก็เดินเข้ามา ถามด้วยน้ำเสียงใคร่รู้ “ขุนนางท่านใดมาเยือนหรือ?”
“เรการ์ ทาร์แกเรียน บุตรชายองค์โตของกษัตริย์วิเซริสที่หนึ่ง!” เออร์ริคประกาศด้วยความภาคภูมิ
แม้พวกเขาจะมองไม่เห็นเจ้าชาย แต่เมื่อเห็นเสื้อคลุมขาวของคิงการ์ด พวกเขาทั้งสองก็รีบทำความเคารพและเปิดทางทันที
หลุมมังกรกินพื้นที่กว้างขวาง มีทางเข้าออกกระจายอยู่โดยรอบ นอกจากประตูใหญ่ ยังมีถ้ำและช่องบนหน้าผาที่มังกรสามารถเข้าออกได้ตามสบาย
นอกประตูรถม้าหลวงจอดนิ่งภายใต้การคุ้มกันแน่นหนา ส่วนเรการ์เลือกเดินเท้าเข้าสู่ลานกว้างซึ่งให้ความรู้สึกคล้ายสนามฝึกขนาดใหญ่ โดยที่ปลายลานนั้น โดมขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเป็นศูนย์กลางของสถานที่ ทั่วลานมีครูฝึกและผู้ดูแลมังกรเดินขวักไขว่ พวกเขาส่วนใหญ่เป็นชนวาเลเรียนซึ่งจงรักภักดีต่อทาร์แกเรียนมายาวนาน และด้วยความเชี่ยวชาญในภาษาวาเลเรียนโบราณนี้เอง พวกเขาจึงสามารถปลอบมังกรให้สงบและดูแลเรื่องอาหารการกินของเหล่าสัตว์อัศจรรย์ได้อย่างดีเยี่ยม
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชาย!” ทุกคนทำความเคารพพร้อมเพรียง เมื่อเรการ์ก้าวเข้าสู่หลุมมังกร
“ลุกขึ้นเถิด ข้าเพียงแวะมาดูเท่านั้น” เรการ์กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ข้าจะรับหน้าที่พาชมแทนเมสเตอร์บาสซึ่งไม่อยู่ในวันนี้เองพ่ะย่ะค่ะ” เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย เขามีผมดำ ดวงตาดำ และผิวออกซีดเล็กน้อย
“เจ้าชื่ออะไร?” เรการ์ถามด้วยท่าทีสุภาพ
“ข้ามีนามว่า เมย์นาร์ด วอเตอร์ส พ่ะย่ะค่ะ” เด็กหนุ่มตอบด้วยเสียงนุ่มและรอยยิ้มเขินอาย
“วอเตอร์ส?” เรการ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะรู้ว่านี่คือชื่อสกุลที่ใช้เรียกบุตรนอกสมรสในคราวน์แลนด์ เช่นเดียวกับ ‘สโนว์’ ในแดนเหนือ
เรการ์มองสำรวจเมย์นาร์ด และพบว่าเสื้อผ้าของเขาค่อนข้างโทรม มีรอยปะอยู่หลายแห่ง เป็นที่ชัดเจนว่าเขาไม่ได้มีชีวิตสุขสบายนัก ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะชีวิตของบุตรนอกสมรสนั้นยากลำบาก มักถูกดูแคลนแม้จะมีความรู้หรือพรสวรรค์ เมย์นาร์ดเองก็มีท่าทางไม่มั่นใจ เหมือนคนที่เคยถูกตอกย้ำเรื่องชาติกำเนิดมานักต่อนัก
เมื่อเห็นดังนั้น เรการ์จึงกล่าวปลอบใจแบบกระชับแต่จริงใจ “เงยหน้าขึ้น เจ้าไม่ได้หน้าตาเลวร้ายอะไร อย่าอายที่จะเป็นตัวของเจ้าเอง”
เมย์นาร์ดเงยหน้าพร้อมรอยยิ้มเจียมตัว แม้แววตายังแฝงความไม่มั่นใจอยู่บ้าง
“โลกอาจตัดสินเจ้าจากชาติกำเนิด แต่สิ่งนั้นไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณค่าของเจ้า ทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ของตนเอง การเป็นบุตรนอกสมรสไม่ได้ทำให้เจ้าน้อยค่าลง” เรการ์กล่าวเสริม และอดไม่ได้ที่จะกล่าวขอบคุณมารดาของตนในใจที่มอบเกียรติยศให้เขาแต่เยาว์วัย
“ขอบคุณท่านแม่” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนพยักหน้าให้เมย์นาร์ด แล้วเดินต่อไป
การร้องไห้ใต้ผ้าห่มยามค่ำคืนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป ตอนนี้เขาต้องเป็นผู้นำของตัวเอง และแยกอารมณ์ส่วนตัวออกจากหน้าที่ให้ได้!
“ตอนนี้มีมังกรอยู่ในหลุมกี่ตัว?” เรการ์ถามระหว่างเดิน
“ทั้งหมดสามตัว ได้แก่ ดรีมไฟร์, คาแร็กซิส และไซแร็กซ์ พ่ะย่ะค่ะ” เมย์นาร์ดตอบอย่างคล่องแคล่ว
“พาข้าชมที ข้ายังไม่เคยเข้าใกล้มังกรมาก่อนเลย”
“ข้าคงพาไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ เจ้าชาย” เมย์นาร์ดกล่าวอย่างลำบากใจ
เรการ์ขมวดคิ้ว “ทำไมถึงพาไปไม่ได้? หรือมังกรไม่ชอบคน?”
“เปล่าพ่ะย่ะค่ะ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเจ้าหญิงเรนีร่าและเจ้าชายเดม่อนเพิ่งเสด็จมาที่นี่ และตั้งใจจะพามังกรออกบิน”
ดวงตาเรการ์เป็นประกายทันทีเมื่อได้ยินชื่อพี่สาว และเร่งสั่งว่า “ถ้าเช่นนั้นพาข้าไปหานาง ข้าต้องการพบมังกร”
“พ่ะย่ะค่ะ เจ้าหญิงเพิ่งเสด็จมาเมื่อไม่นานยังพอมีเวลาอยู่พ่ะย่ะค่ะ” เมย์นาร์ดรับคำและเร่งฝีเท้า
. . .
เรการ์รีบวิ่งขึ้นแท่นจนหอบหายใจแทบไม่ทัน และทันเห็นผู้ดูแลสองคนกำลังลูบหัวไซแร็กซ์และถอดโซ่ที่ข้อเท้าของนาง ขณะที่อีกด้านคาแร็กซิสสีชาดยืนตระหง่านเตรียมพร้อม โดยตรงกลางระหว่างสองมังกร เรนีร่ากับเดม่อนกำลังยืนสนทนากันในชุดนักขี่มังกร
“พี่สาว!” เรการ์ร้องเรียกด้วยความดีใจ พลางวิ่งตรงเข้าไปหาโดยไม่ฟังคำเตือนของเออร์ริค
เรนีร่าหันมาด้วยสีหน้างุนงง “เรการ์ เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
เรการ์จับมือนางไว้ด้วยความภูมิใจ “ข้าบอกพี่แล้วเมื่อคืนไม่ใช่หรือ? มังกรในฝันเตือนข้าว่าหลุมมังกรไม่ปลอดภัย ข้าจึงมาดูให้เห็นกับตา”
“ข้าคิดว่าเจ้าจะไปชมงานประลองเสียอีก แต่พอเข้าไปกลับได้ยินว่าเจ้ามาอยู่ที่นี่” เรนีร่าถามยิ้ม ๆ อย่างรู้ทัน “แล้วเจ้ามาหาข้าหรือมาหามังกรกันแน่?”
“แน่นอนว่ามาหาพี่ มังกรเป็นของแถมต่างหาก” เรการ์ตอบอย่างตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้สัตว์วิเศษ ก่อนที่เขาจะหันไปชื่นชมรูปร่างอันสง่างามของไซแร็กซ์ “นี่ต้องเป็นไซแร็กซ์แน่เลย งดงามราวกับตัวพี่ทีเดียว”
ขณะเดียวกันดวงตาของเขาก็จับจ้องไปที่ศีรษะอันน่าเกรงขามของคาแร็กซิส “ส่วนคาแร็กซิสก็ดูน่าทึ่งไม่แพ้กัน”
แม้เขาจะชมทั้งคู่ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขาชื่นชอบไซแร็กซ์ที่สง่างามมากกว่า
“ไซแร็กซ์ตั้งชื่อตามเทพีแห่งการเก็บเกี่ยว แน่นอนว่านางย่อมงามเป็นธรรมดา” เรนีร่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มรู้ทัน และกอดอกถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ต่อว่า “ทีนี้ น้องชายยอดนักสงสัยของข้า หลังจากที่เจ้าดูทุกอย่างแล้ว ยังมีเรื่องอะไรอีกที่ทำให้เจ้ามาที่นี่?”