- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 27 เฮเลน่า
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 27 เฮเลน่า
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 27 เฮเลน่า
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 27 เฮเลน่า
แววตาของเรการ์จับจ้องที่แผงแสดงพรสวรรค์ในระบบ โดยเฉพาะช่องของพรสวรรค์ ‘ผู้หยั่งรู้ความฝัน’ ที่มีรายละเอียดเพียงเล็กน้อยระบุว่าเป็นพรสวรรค์ระดับทองคำ แม้เขาจะได้รับสิ่งของล้ำค่ามากมาย แต่ ‘กะโหลกของบาเลอเรียน’ ก็ยังคงเป็นของที่เขาภูมิใจที่สุด ซึ่งแสดงด้วยสีแดงสด อันเป็นสัญลักษณ์ของระดับตำนาน
จากที่เขาได้ศึกษาระบบนี้แบ่งระดับของวัตถุออกเป็น ตำนาน (แดง), มหากาพย์ (ม่วง), ยอดเยี่ยม (น้ำเงิน), และดี (เขียว) ส่วนระดับที่ต่ำกว่านั้นยังคงเป็นปริศนา
พรสวรรค์ระดับทองคำเช่นนี้บ่งบอกถึงศักยภาพมหาศาลที่ซ่อนอยู่ เรการ์เคยมีนิมิตมากมาย ทั้งภาพของมังกร เพลิงไฟ และสงครามที่กำลังจะปะทุขึ้น พร้อมด้วยปรากฏการณ์ประหลาดเหนือธรรมชาติ และคำทำนายที่แม่นยำอย่างน่าประหลาด
เหตุการณ์ที่เขาได้พบกับ ‘กวางขาวมงคล’ ในป่าคิงส์วูด ซึ่งปรากฏตัวราวกับหลุดออกมาจากความฝัน และช่วยให้เขาฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของพรสวรรค์ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่กำเนิด
เมื่อระลึกถึงคำพูดของบิดา เรการ์ก็เริ่มมองนิมิตฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอดในมุมมองใหม่ และเริ่มรู้สึกซาบซึ้งในพรสวรรค์ที่เขาเคยมองข้าม
กึ้ง . . . กึ้ง . . .
เสียงกลิ้งของอะไรบางอย่างดังแว่วจากโถงทางเดินอันว่างเปล่าด้านหลังดึงเขาออกจากภวังค์ ทำให้เรการ์หันกลับไปมองด้วยความระแวดระวัง
ในคืนนี้เออร์ริคองครักษ์ประจำตัวของเขาไม่อยู่ เพราะถูกเรียกตัวไปโดยบิดา ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจยิ่งนักกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ และการที่ลูกบอลหนังใบหนึ่งกลิ้งผ่านพื้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางความสงัดของรัตติกาล มันดูไม่เข้ากับบรรยากาศโดยสิ้นเชิง
เรการ์รวบรวมความกล้าแล้วร้องถามออกไป “ใครอยู่ตรงนั้น?”
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงสะท้อนของตนเองเท่านั้น
เรการ์เริ่มรู้สึกหนาวเยือก หันไปมองบานประตูห้องของตนเองที่อยู่ไม่ไกลนัก และค่อย ๆ ถอยหลังด้วยหัวใจเต้นระส่ำ เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งใดก็ตามที่จะเกิดขึ้น
ตึก . . . ตึก . . . ตึก . . .
ในขณะนั้นเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของรองเท้าหนังวัวกระทบพื้นไม้ก็ดังขึ้น ทำให้เรการ์หันขวับไปทันที และเห็นร่างสีขาวแวบผ่านไปในแสงจันทร์
“พี่ชาย . . . อยากเล่นบอลกับข้าไหม?” เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ที่ปลายโถงทางเดิน ปรากฏร่างเด็กหญิงในชุดนอนสีชมพู กำลังถือลูกบอลหนังไว้ในมือ ใบหน้าเปื้อนยิ้มแววตาเป็นประกายมองมาทางเขา ซึ่งเด็กหญิงคนนี้มีผมสีเงินขาว ใบหน้าละม้ายคล้ายเขาอย่างเห็นได้ชัด
สีหน้าของเรการ์พลันแปรเปลี่ยน เขาจำได้ทันทีว่าเด็กหญิงตรงหน้าคือ น้องสาวต่างมารดาของเขา เจ้าหญิงเฮเลน่า!
“เฮเลน่า ออกมาทำอะไรดึกป่านนี้?” น้ำเสียงของเรการ์เข้มขึ้น แฝงความตำหนิชัดเจน
เฮเลน่ากอดลูกบอลไว้แน่น พลางเอนหลังพิงผนังด้วยท่าทีเขินอาย “เอกอนเล่นบอลตอนกลางวัน ข้าก็เลยเล่นตอนกลางคืน”
เรการ์ขมวดคิ้ว เดินเข้าไปหาเฮเลน่าด้วยความกังวล “เด็กอย่างเจ้าควรจะนอนหลับพักผ่อน ทำไมยังไม่นอน?”
เฮเลน่าหลุบตาต่ำเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายที่ตนแทบไม่เคยได้พูดคุย “ข้าเล่นได้แค่ตอนที่เขาหลับ เพราะเอกอนไม่ให้ข้าเล่นด้วย . . .”
เรการ์ชะงักไป สีหน้ากลับกลายเป็นเคร่งเครียด “เขาไม่เล่นกับเจ้าหรือ? แล้วมารดาเจ้าล่ะ ไม่สนใจเรื่องนี้เลยหรือ?”
“เขาจะเล่นด้วยก็แค่ตอนท่านแม่อยู่ แต่พอท่านแม่ไม่อยู่ เขาก็ไม่สนใจข้าแล้ว . . .” เฮเลน่าตอบเบา ๆ ส่ายหัวอย่างเศร้า ๆ
คำพูดนั้นจุดประกายความโกรธในใจเรการ์ เขาคว้ามือเล็ก ๆ ของน้องสาวไว้แน่นแล้วกล่าวหนักแน่น “งั้นคืนนี้พี่จะพาเจ้ากลับห้อง แล้วพรุ่งนี้จะสั่งให้ช่างทำลูกบอลหนังลูกใหม่ให้เจ้า จะได้ไม่ต้องแย่งลูกนี้กับใครอีก”
เฮเลน่าไม่ตอบอะไร เพียงแต่ยืนพิงกำแพงอย่างเดิม
“เป็นอะไร? ไม่ดีใจหรือ?” เรการ์ถามต่อ พลางพยายามอ่านสีหน้าของนาง
เฮเลน่าเพียงส่ายหน้า และกอดลูกบอลไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม
“เจ้ากลัวว่าเอกอนจะมาแย่งบอลใช่ไหม?” เรการ์เอ่ยเบา ๆ พลางพยายามเดาใจน้อง
เฮเลน่ามองหน้าเขา ปากเม้มเป็นเส้นตรง แต่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไร
“ถ้าอย่างนั้น เจ้าให้พี่เก็บลูกบอลไว้ก่อนดีไหม? อยากเล่นเมื่อไรก็มาขอคืน ไม่ต้องกลัวว่าเอกอนจะแย่งไปอีก”
เฮเลน่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ก็ได้ ข้าให้พี่เก็บไว้ เอกอนคงไม่กล้าแย่งจากพี่หรอก . . .”
พูดจบนางยื่นลูกบอลหนังในอ้อมแขนให้กับเรการ์
เรการ์ถอนหายใจพลางส่ายหน้า “ลูกนี้ไม่ต้องแล้ว พรุ่งนี้พี่จะให้ทำลูกใหม่ ส่วนลูกนี้เจ้าจะยกให้เอกอนก็ได้”
เฮเลน่าเงยหน้าขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสดใสทันที ซึ่งห้องของเฮเลน่าอยู่บนชั้นเดียวกับเรการ์ เดิมทีนางกับเอกอนเคยอยู่ห้องเดียวกับมารดาคือราชินีอลิเซนต์ แต่เมื่อเจ้าชายน้อยเอมอนลืมตาดูโลก และร้องไห้ทั้งคืน ราชินีจึงจัดการแยกห้องให้ลูกแต่ละคนแทน
นอกจากนี้จากคำบอกเล่าของเฮเลน่า เรการ์จึงได้รู้ว่า สาวใช้ที่คอยดูแลนางมักถูกเรียกไปทำงานอยู่บ่อยครั้ง ทำให้นางกับเอกอนใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวัน และนั่นก็เปิดโอกาสให้เอกอนรังแกนางได้ตามอำเภอใจ นางจึงเลือกมาเล่นคนเดียวในยามค่ำคืน ซึ่งเรการ์ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะช่วงนั้นเป็นเวลาที่เรนีร่ากลับมาที่เรดคีปเพื่อเข้าร่วมงานประลองพอดี
หลังจากส่งเฮเลน่ากลับเข้าห้อง เรการ์ก็เอนหลังพิงกรอบประตูอย่างสบาย ๆ พลางแกล้งพูดว่า “ต่อไปห้ามออกมาเล่นตอนกลางคืนอีกนะ รู้ไหมว่าที่เรดคีปตอนกลางคืนน่ะมีมังกรดุ ๆ เต็มไปหมดเลย เดี๋ยวเจ้าจะถูกมันคาบไปกินเป็นของว่างยามดึก!”
เขาทำเสียงขู่เหมือนมังกร พร้อมกับแผลงเล็บใส่น้องสาว แต่เฮเลน่าแค่เอามือปิดปากแล้วหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน ไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
“หืม . . . ดูท่าจะกล้ากว่าที่คิดนะ” เรการ์หัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู และด้วยความเอ็นดูในท่าทางน่ารักของเฮเลน่า เรการ์อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่ม ๆ ของนาง
ทว่าเฮเลน่ากลับหยุดหัวเราะลงทันที สีหน้าร่าเริงหายวับไปในพริบตา ก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสได้เสียอีก
“เฮเลน่า? เป็นอะไรไป?” เรการ์ถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน
“หมาป่าหิวโหย . . . จ้องมองลูกแกะ” เฮเลน่าเอ่ยเสียงเบา ดวงตาจ้องมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า
“หมายความว่ายังไง? เจ้าหมายถึงอะไร? เห็นหรือได้ยินอะไรหรือเปล่า?” เรการ์เริ่มประติดประต่อคำพูดของนางเข้ากับข่าวลือที่ว่าเฮเลน่าอาจมีพลังพิเศษในทำนายเหมือนกับเขา
แต่เฮเลน่าไม่ตอบ นางเพียงแค่ถอยกลับเข้าไปในห้อง ปิดประตูลงอย่างเงียบงัน ปิดกั้นเรการ์ไว้ภายนอก
เรการ์ยกมือขึ้นหมายจะเคาะประตู แต่ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละมือลง
เฮเลน่าอาจกำลังตกอยู่ในห้วงความรู้สึกบางอย่าง และเขาไม่อยากรบกวน
“พักผ่อนเถอะเฮเลน่า พรุ่งนี้พี่จะสั่งให้ทำลูกบอลใหม่ให้เจ้า” เขากล่าวเบา ๆ ผ่านประตูปิดสนิท แล้วเดินกลับห้องของตน
. . .
ในกำไลมิติเก็บของของเขายังมีหนังสือโบราณอีกมากที่ยังไม่ได้อ่าน และหากเขาต้องการเข้าใจพรสวรรค์ของผู้หยั่งรู้ความฝันอย่างลึกซึ้ง เขาจำเป็นต้องศึกษาจากตำราเหล่านั้นก่อน เรการ์จึงเลื่อนสายตาไปยังหัวข้อ ‘สายเลือด’ บนแผงระบบ
---
[เรการ์ ทาร์แกเรียน]
[สายเลือด : ราชันมังกรแห่งวาลีเรียโบราณ (12%)]
---
ตั้งแต่ระบบนักสำรวจตื่นขึ้น ส่วนของสายเลือดนี้ก็เปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง เดิมอยู่ที่ 5% แต่หลังจากได้รับ ‘โลหิตและเปลวเพลิง’ ก็เพิ่มขึ้นอีก 8% แม้จะมีการผันผวนบ้าง แต่ก็ยังค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเขาคาดว่าค่านี้คือความบริสุทธิ์ของสายเลือด ซึ่งระบบก็ยืนยันไว้ในคำอธิบาย
“สายเลือดแห่งราชันมังกรที่เข้มข้นสมบูรณ์เหนือใคร แม้เทียบกับยุคทองของวาลีเรีย”
ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งปี ความบริสุทธิ์ของสายเลือดเขาก็เพิ่มขึ้นถึง 12% มากกว่าเดิมเกือบสองเท่า
เครื่องหมาย ‘+’ ที่เคยอยู่หน้าตัวเลขก็หายไป บ่งชี้ว่า ‘โลหิตและเปลวเพลิง’ ได้มอบพลังถึงขีดสุดแล้ว และจะไม่มีการเพิ่มขึ้นอีก
“ในตำราวาลีเรียโบราณมีจ้าวมังกรอยู่มากมาย แล้วสายเลือดบริสุทธิ์มีความสำคัญอย่างไร?” เรการ์พึมพำเบา ๆ ขณะนึกถึงคำพูดของวิเซริสเกี่ยวกับพรสวรรค์ของผู้หยั่งรู้ความฝัน
บัดนี้เขาไม่มีทางยอมปล่อยพรสวรรค์นั้นให้สูญเปล่าอีกต่อไป เพราะเขาเริ่มตระหนักแล้วว่ามันคือสิ่งล้ำค่าที่สุดที่เขามี