เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 27 เฮเลน่า

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 27 เฮเลน่า

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 27 เฮเลน่า


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 27 เฮเลน่า

แววตาของเรการ์จับจ้องที่แผงแสดงพรสวรรค์ในระบบ โดยเฉพาะช่องของพรสวรรค์ ‘ผู้หยั่งรู้ความฝัน’ ที่มีรายละเอียดเพียงเล็กน้อยระบุว่าเป็นพรสวรรค์ระดับทองคำ แม้เขาจะได้รับสิ่งของล้ำค่ามากมาย แต่ ‘กะโหลกของบาเลอเรียน’ ก็ยังคงเป็นของที่เขาภูมิใจที่สุด ซึ่งแสดงด้วยสีแดงสด อันเป็นสัญลักษณ์ของระดับตำนาน

จากที่เขาได้ศึกษาระบบนี้แบ่งระดับของวัตถุออกเป็น ตำนาน (แดง), มหากาพย์ (ม่วง), ยอดเยี่ยม (น้ำเงิน), และดี (เขียว) ส่วนระดับที่ต่ำกว่านั้นยังคงเป็นปริศนา

พรสวรรค์ระดับทองคำเช่นนี้บ่งบอกถึงศักยภาพมหาศาลที่ซ่อนอยู่ เรการ์เคยมีนิมิตมากมาย ทั้งภาพของมังกร เพลิงไฟ และสงครามที่กำลังจะปะทุขึ้น พร้อมด้วยปรากฏการณ์ประหลาดเหนือธรรมชาติ และคำทำนายที่แม่นยำอย่างน่าประหลาด

เหตุการณ์ที่เขาได้พบกับ ‘กวางขาวมงคล’ ในป่าคิงส์วูด ซึ่งปรากฏตัวราวกับหลุดออกมาจากความฝัน และช่วยให้เขาฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของพรสวรรค์ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่กำเนิด

เมื่อระลึกถึงคำพูดของบิดา เรการ์ก็เริ่มมองนิมิตฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอดในมุมมองใหม่ และเริ่มรู้สึกซาบซึ้งในพรสวรรค์ที่เขาเคยมองข้าม

กึ้ง . . . กึ้ง . . .

เสียงกลิ้งของอะไรบางอย่างดังแว่วจากโถงทางเดินอันว่างเปล่าด้านหลังดึงเขาออกจากภวังค์ ทำให้เรการ์หันกลับไปมองด้วยความระแวดระวัง

ในคืนนี้เออร์ริคองครักษ์ประจำตัวของเขาไม่อยู่ เพราะถูกเรียกตัวไปโดยบิดา ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจยิ่งนักกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ และการที่ลูกบอลหนังใบหนึ่งกลิ้งผ่านพื้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางความสงัดของรัตติกาล มันดูไม่เข้ากับบรรยากาศโดยสิ้นเชิง

เรการ์รวบรวมความกล้าแล้วร้องถามออกไป “ใครอยู่ตรงนั้น?”

ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงสะท้อนของตนเองเท่านั้น

เรการ์เริ่มรู้สึกหนาวเยือก หันไปมองบานประตูห้องของตนเองที่อยู่ไม่ไกลนัก และค่อย ๆ ถอยหลังด้วยหัวใจเต้นระส่ำ เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งใดก็ตามที่จะเกิดขึ้น

ตึก . . . ตึก . . . ตึก . . .

ในขณะนั้นเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของรองเท้าหนังวัวกระทบพื้นไม้ก็ดังขึ้น ทำให้เรการ์หันขวับไปทันที และเห็นร่างสีขาวแวบผ่านไปในแสงจันทร์

“พี่ชาย . . . อยากเล่นบอลกับข้าไหม?” เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

ที่ปลายโถงทางเดิน ปรากฏร่างเด็กหญิงในชุดนอนสีชมพู กำลังถือลูกบอลหนังไว้ในมือ ใบหน้าเปื้อนยิ้มแววตาเป็นประกายมองมาทางเขา ซึ่งเด็กหญิงคนนี้มีผมสีเงินขาว ใบหน้าละม้ายคล้ายเขาอย่างเห็นได้ชัด

สีหน้าของเรการ์พลันแปรเปลี่ยน เขาจำได้ทันทีว่าเด็กหญิงตรงหน้าคือ น้องสาวต่างมารดาของเขา เจ้าหญิงเฮเลน่า!

“เฮเลน่า ออกมาทำอะไรดึกป่านนี้?” น้ำเสียงของเรการ์เข้มขึ้น แฝงความตำหนิชัดเจน

เฮเลน่ากอดลูกบอลไว้แน่น พลางเอนหลังพิงผนังด้วยท่าทีเขินอาย “เอกอนเล่นบอลตอนกลางวัน ข้าก็เลยเล่นตอนกลางคืน”

เรการ์ขมวดคิ้ว เดินเข้าไปหาเฮเลน่าด้วยความกังวล “เด็กอย่างเจ้าควรจะนอนหลับพักผ่อน ทำไมยังไม่นอน?”

เฮเลน่าหลุบตาต่ำเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายที่ตนแทบไม่เคยได้พูดคุย “ข้าเล่นได้แค่ตอนที่เขาหลับ เพราะเอกอนไม่ให้ข้าเล่นด้วย . . .”

เรการ์ชะงักไป สีหน้ากลับกลายเป็นเคร่งเครียด “เขาไม่เล่นกับเจ้าหรือ? แล้วมารดาเจ้าล่ะ ไม่สนใจเรื่องนี้เลยหรือ?”

“เขาจะเล่นด้วยก็แค่ตอนท่านแม่อยู่ แต่พอท่านแม่ไม่อยู่ เขาก็ไม่สนใจข้าแล้ว . . .” เฮเลน่าตอบเบา ๆ ส่ายหัวอย่างเศร้า ๆ

คำพูดนั้นจุดประกายความโกรธในใจเรการ์ เขาคว้ามือเล็ก ๆ ของน้องสาวไว้แน่นแล้วกล่าวหนักแน่น “งั้นคืนนี้พี่จะพาเจ้ากลับห้อง แล้วพรุ่งนี้จะสั่งให้ช่างทำลูกบอลหนังลูกใหม่ให้เจ้า จะได้ไม่ต้องแย่งลูกนี้กับใครอีก”

เฮเลน่าไม่ตอบอะไร เพียงแต่ยืนพิงกำแพงอย่างเดิม

“เป็นอะไร? ไม่ดีใจหรือ?” เรการ์ถามต่อ พลางพยายามอ่านสีหน้าของนาง

เฮเลน่าเพียงส่ายหน้า และกอดลูกบอลไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม

“เจ้ากลัวว่าเอกอนจะมาแย่งบอลใช่ไหม?” เรการ์เอ่ยเบา ๆ พลางพยายามเดาใจน้อง

เฮเลน่ามองหน้าเขา ปากเม้มเป็นเส้นตรง แต่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไร

“ถ้าอย่างนั้น เจ้าให้พี่เก็บลูกบอลไว้ก่อนดีไหม? อยากเล่นเมื่อไรก็มาขอคืน ไม่ต้องกลัวว่าเอกอนจะแย่งไปอีก”

เฮเลน่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ก็ได้ ข้าให้พี่เก็บไว้ เอกอนคงไม่กล้าแย่งจากพี่หรอก . . .”

พูดจบนางยื่นลูกบอลหนังในอ้อมแขนให้กับเรการ์

เรการ์ถอนหายใจพลางส่ายหน้า “ลูกนี้ไม่ต้องแล้ว พรุ่งนี้พี่จะให้ทำลูกใหม่ ส่วนลูกนี้เจ้าจะยกให้เอกอนก็ได้”

เฮเลน่าเงยหน้าขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสดใสทันที ซึ่งห้องของเฮเลน่าอยู่บนชั้นเดียวกับเรการ์ เดิมทีนางกับเอกอนเคยอยู่ห้องเดียวกับมารดาคือราชินีอลิเซนต์ แต่เมื่อเจ้าชายน้อยเอมอนลืมตาดูโลก และร้องไห้ทั้งคืน ราชินีจึงจัดการแยกห้องให้ลูกแต่ละคนแทน

นอกจากนี้จากคำบอกเล่าของเฮเลน่า เรการ์จึงได้รู้ว่า สาวใช้ที่คอยดูแลนางมักถูกเรียกไปทำงานอยู่บ่อยครั้ง ทำให้นางกับเอกอนใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวัน และนั่นก็เปิดโอกาสให้เอกอนรังแกนางได้ตามอำเภอใจ นางจึงเลือกมาเล่นคนเดียวในยามค่ำคืน ซึ่งเรการ์ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะช่วงนั้นเป็นเวลาที่เรนีร่ากลับมาที่เรดคีปเพื่อเข้าร่วมงานประลองพอดี

หลังจากส่งเฮเลน่ากลับเข้าห้อง เรการ์ก็เอนหลังพิงกรอบประตูอย่างสบาย ๆ พลางแกล้งพูดว่า “ต่อไปห้ามออกมาเล่นตอนกลางคืนอีกนะ รู้ไหมว่าที่เรดคีปตอนกลางคืนน่ะมีมังกรดุ ๆ เต็มไปหมดเลย เดี๋ยวเจ้าจะถูกมันคาบไปกินเป็นของว่างยามดึก!”

เขาทำเสียงขู่เหมือนมังกร พร้อมกับแผลงเล็บใส่น้องสาว แต่เฮเลน่าแค่เอามือปิดปากแล้วหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน ไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย

“หืม . . . ดูท่าจะกล้ากว่าที่คิดนะ” เรการ์หัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู และด้วยความเอ็นดูในท่าทางน่ารักของเฮเลน่า เรการ์อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่ม ๆ ของนาง

ทว่าเฮเลน่ากลับหยุดหัวเราะลงทันที สีหน้าร่าเริงหายวับไปในพริบตา ก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสได้เสียอีก

“เฮเลน่า? เป็นอะไรไป?” เรการ์ถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน

“หมาป่าหิวโหย . . . จ้องมองลูกแกะ” เฮเลน่าเอ่ยเสียงเบา ดวงตาจ้องมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า

“หมายความว่ายังไง? เจ้าหมายถึงอะไร? เห็นหรือได้ยินอะไรหรือเปล่า?” เรการ์เริ่มประติดประต่อคำพูดของนางเข้ากับข่าวลือที่ว่าเฮเลน่าอาจมีพลังพิเศษในทำนายเหมือนกับเขา

แต่เฮเลน่าไม่ตอบ นางเพียงแค่ถอยกลับเข้าไปในห้อง ปิดประตูลงอย่างเงียบงัน ปิดกั้นเรการ์ไว้ภายนอก

เรการ์ยกมือขึ้นหมายจะเคาะประตู แต่ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละมือลง

เฮเลน่าอาจกำลังตกอยู่ในห้วงความรู้สึกบางอย่าง และเขาไม่อยากรบกวน

“พักผ่อนเถอะเฮเลน่า พรุ่งนี้พี่จะสั่งให้ทำลูกบอลใหม่ให้เจ้า” เขากล่าวเบา ๆ ผ่านประตูปิดสนิท แล้วเดินกลับห้องของตน

. . .

ในกำไลมิติเก็บของของเขายังมีหนังสือโบราณอีกมากที่ยังไม่ได้อ่าน และหากเขาต้องการเข้าใจพรสวรรค์ของผู้หยั่งรู้ความฝันอย่างลึกซึ้ง เขาจำเป็นต้องศึกษาจากตำราเหล่านั้นก่อน เรการ์จึงเลื่อนสายตาไปยังหัวข้อ ‘สายเลือด’ บนแผงระบบ

---

[เรการ์ ทาร์แกเรียน]

[สายเลือด : ราชันมังกรแห่งวาลีเรียโบราณ (12%)]

---

ตั้งแต่ระบบนักสำรวจตื่นขึ้น ส่วนของสายเลือดนี้ก็เปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง เดิมอยู่ที่ 5% แต่หลังจากได้รับ ‘โลหิตและเปลวเพลิง’ ก็เพิ่มขึ้นอีก 8% แม้จะมีการผันผวนบ้าง แต่ก็ยังค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเขาคาดว่าค่านี้คือความบริสุทธิ์ของสายเลือด ซึ่งระบบก็ยืนยันไว้ในคำอธิบาย

“สายเลือดแห่งราชันมังกรที่เข้มข้นสมบูรณ์เหนือใคร แม้เทียบกับยุคทองของวาลีเรีย”

ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งปี ความบริสุทธิ์ของสายเลือดเขาก็เพิ่มขึ้นถึง 12% มากกว่าเดิมเกือบสองเท่า

เครื่องหมาย ‘+’ ที่เคยอยู่หน้าตัวเลขก็หายไป บ่งชี้ว่า ‘โลหิตและเปลวเพลิง’ ได้มอบพลังถึงขีดสุดแล้ว และจะไม่มีการเพิ่มขึ้นอีก

“ในตำราวาลีเรียโบราณมีจ้าวมังกรอยู่มากมาย แล้วสายเลือดบริสุทธิ์มีความสำคัญอย่างไร?” เรการ์พึมพำเบา ๆ ขณะนึกถึงคำพูดของวิเซริสเกี่ยวกับพรสวรรค์ของผู้หยั่งรู้ความฝัน

บัดนี้เขาไม่มีทางยอมปล่อยพรสวรรค์นั้นให้สูญเปล่าอีกต่อไป เพราะเขาเริ่มตระหนักแล้วว่ามันคือสิ่งล้ำค่าที่สุดที่เขามี

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 27 เฮเลน่า

คัดลอกลิงก์แล้ว