- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 ผู้หยั่งรู้ความฝัน
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 ผู้หยั่งรู้ความฝัน
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 ผู้หยั่งรู้ความฝัน
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 ผู้หยั่งรู้ความฝัน
วิเซริสวางมือลงบนบ่าบุตรสาวอย่างอ่อนโยนก่อนกระซิบว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลยลูกรัก ลูกยังมีหนทางอีกยาวไกล วันหนึ่งลูกจะเรียนรู้วิธีปกครองและเป็นผู้นำด้วยตนเอง”
“ข้าขอโทษจริง ๆ ท่านพ่อ . . .” เรนีร่าสะอื้นเบา ๆ ด้วยความรู้สึกผิด น้ำตาคลอขณะซบลงในอ้อมอกอันอบอุ่นของบิดา
“ไม่เป็นไรเลย หน้าที่ของพ่อคือทำให้เส้นทางของลูกง่ายขึ้น และแบ่งเบาภาระของลูก” วิเซริสปลอบประโลม ขณะใช้นิ้วลูบเส้นผมของนางอย่างแผ่วเบา
คำพูดของเขาทำให้เรนีร่ารู้สึกผิดยิ่งขึ้น นางยิ่งแนบตัวเข้าหาเขามากขึ้นด้วยความรัก
“แต่อย่าปล่อยให้เรการ์เห็นเจ้าอ่อนแอเชียวนะ” วิเซริสแกล้งหยอก
“หึ เขาไม่กล้าแน่” เรนีร่าตอบเสียงขุ่น ก่อนจะผละออกมาอย่างดื้อรั้น และหันไปจ้องเรการ์อย่างไม่พอใจ “เจ้าเป็นอะไรไป?”
ส่วนเรการ์ยืนนิ่ง ไม่รู้จะตอบอะไรดี เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนนอกในบทสนทนาอบอุ่นนี้ เพราะในเมื่ออยู่ ๆ ทั้งสองก็ซึ้งใส่กัน แล้วเขาจะให้ทำหน้ายังไงล่ะ?
ด้วยบรรยากาศที่เริ่มน่าอึดอัด วิเซริสจึงดึงเรการ์เข้ามากอดอีกคน พร้อมกล่าวว่า “อย่าแหย่พี่สาวลูกมากนักล่ะ บางเรื่องนางก็เหนือกว่านะ”
เรนีร่าหันหน้าหนี ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
“เล่าให้พี่สาวเจ้าฟังหน่อยว่าลูกได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ที่ผ่านมาบ้าง” วิเซริสหันมาทางเรการ์ด้วยรอยยิ้ม
“แน่ใจนะท่านพ่อ . . .” เรการ์ลังเล เหลือบมองเรนีร่าอย่างไม่มั่นใจ
“แน่นอน ความคิดดี ๆ ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว” วิเซริสยืนยัน
เรการ์จึงพยักหน้าช้า ๆ แล้วเริ่มพูด “ในความฝัน ข้าเคยได้ยินประโยคนึงว่า ‘ยืมดาบฆ่าคน’”
“ยืมดาบฆ่าคน?” วิเซริสทวนเสียงดัง เหมือนไม่คุ้นกับคำนี้ แต่ไม่นานหลังจากเงียบชั่วครู่เขาก็ค่อย ๆ พยักหน้า “ใช่ . . . ยืมดาบฆ่าคนจริง ๆ แถมคำพูดนี้ยังแฝงไว้ด้วยปัญญาลึกซึ้ง”
หลังจากนั้นวิเซริสก็หันมาทางเรนีร่า “เห็นไหมว่าน้องลูกไม่ได้ไร้สาระเลย”
“ใคร ๆ ก็ฝันกันทั้งนั้นล่ะ เรการ์แค่ฝันแปลกกว่าชาวบ้านเท่านั้นเอง” เรนีร่าตอบเสียงแข็ง ไม่ยอมแสดงท่าทีชื่นชม
“แต่ความฝันของเรการ์ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ลูกยังจำเรื่องเดนิส เดอะดรีมเมอร์ ได้หรือไม่?” วิเซริสเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เดนิส ทาร์แกเรียน เด็กสาวผู้มีนิมิตล่วงหน้า ใช้ความฝันช่วยให้ตระกูลรอดพ้นจากหายนะ” เรนีร่าตอบทันที พลางนึกถึงตำนานเก่าแก่
วิเซริสลูบหน้าผากเรการ์เบา ๆ แล้วกล่าวเสียงอ่อน “ก่อนหน้านี้พ่อไม่ได้ใส่ใจกับความฝันของลูกมากนัก จนกระทั่งหกเดือนที่ผ่านมา เออร์ริคบอกว่าเรการ์ฝันร้ายบ่อยครั้ง พ่อจึงเริ่มคิดว่าบางทีลูกอาจเป็นผู้หยั่งรู้ความฝันจริง ๆ”
“บางทีมันก็ใช่ แต่ความฝันพวกนั้นทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจ” เรการ์ตอบเสียงเบา
“ลูกต้องฟังพ่อให้ดี” วิเซริสพูดอย่างจริงจัง “ราชวงศ์ของเรามีจ้าวมังกรมากมาย แต่มีผู้หยั่งรู้ความฝันน้อยมาก พลังของมังกรเทียบไม่ได้เลยกับพรสวรรค์ในการทำนายอนาคต ความฝันของลูกอาจมีคำเตือนที่มีค่า อย่าปล่อยผ่าน จงรับฟังและตีความอย่างรอบคอบ”
เรการ์ซบอกเขาอีกครั้ง และรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นที่แม้บิดาจะพยายามซ่อนแต่ก็ยังสัมผัสได้
“เมื่อตอนเรนีร่ายังเด็ก พ่อก็เคยฝันอยู่หนึ่งครั้ง ฝันที่ตราตรึงในใจพ่อจนถึงทุกวันนี้” วิเซริสกล่าว พร้อมน้ำตาคลอเมื่อเงยหน้ามองบุตรชาย “พ่อทุ่มเททุกอย่างไล่ตามฝันนั้น ยอมเสียแทบทุกสิ่ง แต่กลับไม่ได้อะไรเลย”
“แต่ตอนนี้เมื่อลูกมีทั้งร่างกายที่แข็งแรง และพรสวรรค์ที่พ่อเคยเฝ้าฝัน พ่อควรพอใจแล้วล่ะ . . .” เขาสูดหายใจลึก พยายามเรียกสติกลับคืน “เรการ์ จำไว้นะลูก อย่าทอดทิ้งพรสวรรค์ที่ลูกมี และอย่ามองมันเป็นภาระ”
เรการ์ไม่ตอบ เขาเพียงเอื้อมมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าบิดาอย่างแผ่วเบา พลางคิดในใจว่า ‘ข้าจะไม่ลืมคำของท่าน ท่านพ่อ . . .”
เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มปล่อยอารมณ์มากเกินไป วิเซริสจึงตัดบท บอกให้ลูกทั้งสองกลับห้องไปพักผ่อน
. . .
ทั้งสองพี่น้องเดินเงียบ ๆ ไปตามทางเดินยาวหลังออกจากห้องบิดา
“ความฝันของเจ้าทำนายอนาคตได้จริงหรือ?” เรนีร่าถามขึ้นทันที
“ส่วนใหญ่เป็นภาพกระจัดกระจาย เข้าใจยาก” เรการ์ตอบตรง ๆ
“แล้วเจ้าฝันเห็นอะไรล่ะ?” เรนีร่าหยุดเดิน โน้มตัวมองหน้าเขา
เรการ์ทำท่าเป็นลึกลับ “เมื่อคืนข้าฝันประหลาดมาก . . . ฝันจนสะดุ้งตื่นเลย”
“เล่ามาเดี๋ยวนี้!” เรนีร่าจ้องตาเขม็ง
เรการ์ถอนหายใจ “ข้าฝันเห็นมังกรตัวหนึ่งที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่มันบอกว่ามันต้องการให้ข้าเป็นผู้ขี่มัน”
“หา? ถ้ามันมองไม่เห็น แล้วเจ้ารู้ได้ไงว่าเป็นมังกร?” เรนีร่าขัดทันที
“ข้ารู้สึกได้ ได้ยินเสียงคำรามของมันด้วย เข้าใจไหม? หยุดขัดก่อน”
“ก็ได้ ๆ ว่ามา”
เรการ์แต่งเรื่องต่อ “มันบอกว่ามันยังไม่อาจมาเจอข้า เพราะมันรังเกียจบางสิ่งที่อยู่ในคิงส์แลนดิ้ง”
“อะไรล่ะ?” เรนีร่ายิงคำถามทันที
“หลุมมังกร” เรการ์ตอบด้วยท่าทางจริงจัง
“แต่หลุมมังกรก็มีมานานแล้วนะ มังกรหลายตัวรวมถึงไซแร็กซ์ของข้าก็อยู่ที่นั่น” เรนีร่าพูดอย่างไม่มั่นใจ
“แต่มังกรตัวนั้นบอกว่ามันเกิดมาเพื่อท่องนภา ไม่ใช่ให้ถูกขังอยู่ในหลุมแคบ ๆ เหมือนทาส” เรการ์อธิบายต่อ “มันอยากเป็นอิสระ อยากโบยบินอย่างแท้จริง”
เรนีร่าจ้องเขาเขม็ง “เจ้าคิดเองหรือเปล่าเนี่ย?”
“ไม่ใช่! ข้าฝันแบบนั้นจริง ๆ จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ แล้วก็พี่อย่ามากอดคอข้านะ” เรการ์สะบัดตัวออก
“ก็ได้ แต่ตั้งแต่สร้างหลุมมังกรมา เมสเตอร์ก็ตรวจสอบตลอดยังไม่เคยมีอะไรแปลก” เรนีร่าย้อน
“แล้วพี่มั่นใจได้ไงว่าไม่มีเมสเตอร์คนไหนแอบทำเรื่องลับ ๆล่ะ?” เรการ์แย้ง เขาไม่เคยไว้ใจพวกเมสเตอร์ โดยเฉพาะพวกจากโอลด์ทาวน์
“อาจจะมีก็ได้ แถมท่านพ่อก็เพิ่งพูดให้เราฟังถึงความสำคัญของความฝัน” เรนีร่ายอมอ่อนลง เพราะนางไม่อยากทำให้เรการ์หมดกำลังใจ จึงไม่ขัดอีก และทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับห้อง
. . .
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง เรการ์ก็ยังครุ่นคิดถึงเรื่องความสามารถของตัวเองในฐานะผู้หยั่งรู้ความฝัน ก่อนที่ทันใดนั้นหน้าต่างระบบจะปรากฏขึ้น
---
[เรการ์ ทาร์แกเรียน]
[พรสวรรค์ : ผู้หยั่งรู้ความฝัน (ระดับทอง), อายุยืน (ระดับเขียว)]
[สายเลือด : ราชันมังกรแห่งวาลีเรียโบราณ (12%)]
[ทักษะ : ความชำนาญภาษาวาเลเรียนโบราณ (คล่องแคล่ว)]
[วัตถุโบราณ : โลหิตและเปลวเพลิง (ต้านทานไฟ +50%)]
[การประเมิน : ถือครองสายเลือดของจ้าวมังกรที่เข้มข้น เปรียบได้กับยุคอันรุ่งเรื่องวาลีเรีย]
---