เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 ผู้หยั่งรู้ความฝัน

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 ผู้หยั่งรู้ความฝัน

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 ผู้หยั่งรู้ความฝัน


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 ผู้หยั่งรู้ความฝัน

วิเซริสวางมือลงบนบ่าบุตรสาวอย่างอ่อนโยนก่อนกระซิบว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลยลูกรัก ลูกยังมีหนทางอีกยาวไกล วันหนึ่งลูกจะเรียนรู้วิธีปกครองและเป็นผู้นำด้วยตนเอง”

“ข้าขอโทษจริง ๆ ท่านพ่อ . . .” เรนีร่าสะอื้นเบา ๆ ด้วยความรู้สึกผิด น้ำตาคลอขณะซบลงในอ้อมอกอันอบอุ่นของบิดา

“ไม่เป็นไรเลย หน้าที่ของพ่อคือทำให้เส้นทางของลูกง่ายขึ้น และแบ่งเบาภาระของลูก” วิเซริสปลอบประโลม ขณะใช้นิ้วลูบเส้นผมของนางอย่างแผ่วเบา

คำพูดของเขาทำให้เรนีร่ารู้สึกผิดยิ่งขึ้น นางยิ่งแนบตัวเข้าหาเขามากขึ้นด้วยความรัก

“แต่อย่าปล่อยให้เรการ์เห็นเจ้าอ่อนแอเชียวนะ” วิเซริสแกล้งหยอก

“หึ เขาไม่กล้าแน่” เรนีร่าตอบเสียงขุ่น ก่อนจะผละออกมาอย่างดื้อรั้น และหันไปจ้องเรการ์อย่างไม่พอใจ “เจ้าเป็นอะไรไป?”

ส่วนเรการ์ยืนนิ่ง ไม่รู้จะตอบอะไรดี เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนนอกในบทสนทนาอบอุ่นนี้ เพราะในเมื่ออยู่ ๆ ทั้งสองก็ซึ้งใส่กัน แล้วเขาจะให้ทำหน้ายังไงล่ะ?

ด้วยบรรยากาศที่เริ่มน่าอึดอัด วิเซริสจึงดึงเรการ์เข้ามากอดอีกคน พร้อมกล่าวว่า “อย่าแหย่พี่สาวลูกมากนักล่ะ บางเรื่องนางก็เหนือกว่านะ”

เรนีร่าหันหน้าหนี ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

“เล่าให้พี่สาวเจ้าฟังหน่อยว่าลูกได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ที่ผ่านมาบ้าง” วิเซริสหันมาทางเรการ์ด้วยรอยยิ้ม

“แน่ใจนะท่านพ่อ . . .” เรการ์ลังเล เหลือบมองเรนีร่าอย่างไม่มั่นใจ

“แน่นอน ความคิดดี ๆ ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว” วิเซริสยืนยัน

เรการ์จึงพยักหน้าช้า ๆ แล้วเริ่มพูด “ในความฝัน ข้าเคยได้ยินประโยคนึงว่า ‘ยืมดาบฆ่าคน’”

“ยืมดาบฆ่าคน?” วิเซริสทวนเสียงดัง เหมือนไม่คุ้นกับคำนี้ แต่ไม่นานหลังจากเงียบชั่วครู่เขาก็ค่อย ๆ พยักหน้า “ใช่ . . . ยืมดาบฆ่าคนจริง ๆ แถมคำพูดนี้ยังแฝงไว้ด้วยปัญญาลึกซึ้ง”

หลังจากนั้นวิเซริสก็หันมาทางเรนีร่า “เห็นไหมว่าน้องลูกไม่ได้ไร้สาระเลย”

“ใคร ๆ ก็ฝันกันทั้งนั้นล่ะ เรการ์แค่ฝันแปลกกว่าชาวบ้านเท่านั้นเอง” เรนีร่าตอบเสียงแข็ง ไม่ยอมแสดงท่าทีชื่นชม

“แต่ความฝันของเรการ์ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ลูกยังจำเรื่องเดนิส เดอะดรีมเมอร์ ได้หรือไม่?” วิเซริสเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เดนิส ทาร์แกเรียน เด็กสาวผู้มีนิมิตล่วงหน้า ใช้ความฝันช่วยให้ตระกูลรอดพ้นจากหายนะ” เรนีร่าตอบทันที พลางนึกถึงตำนานเก่าแก่

วิเซริสลูบหน้าผากเรการ์เบา ๆ แล้วกล่าวเสียงอ่อน “ก่อนหน้านี้พ่อไม่ได้ใส่ใจกับความฝันของลูกมากนัก จนกระทั่งหกเดือนที่ผ่านมา เออร์ริคบอกว่าเรการ์ฝันร้ายบ่อยครั้ง พ่อจึงเริ่มคิดว่าบางทีลูกอาจเป็นผู้หยั่งรู้ความฝันจริง ๆ”

“บางทีมันก็ใช่ แต่ความฝันพวกนั้นทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจ” เรการ์ตอบเสียงเบา

“ลูกต้องฟังพ่อให้ดี” วิเซริสพูดอย่างจริงจัง “ราชวงศ์ของเรามีจ้าวมังกรมากมาย แต่มีผู้หยั่งรู้ความฝันน้อยมาก พลังของมังกรเทียบไม่ได้เลยกับพรสวรรค์ในการทำนายอนาคต ความฝันของลูกอาจมีคำเตือนที่มีค่า อย่าปล่อยผ่าน จงรับฟังและตีความอย่างรอบคอบ”

เรการ์ซบอกเขาอีกครั้ง และรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นที่แม้บิดาจะพยายามซ่อนแต่ก็ยังสัมผัสได้

“เมื่อตอนเรนีร่ายังเด็ก พ่อก็เคยฝันอยู่หนึ่งครั้ง ฝันที่ตราตรึงในใจพ่อจนถึงทุกวันนี้” วิเซริสกล่าว พร้อมน้ำตาคลอเมื่อเงยหน้ามองบุตรชาย “พ่อทุ่มเททุกอย่างไล่ตามฝันนั้น ยอมเสียแทบทุกสิ่ง แต่กลับไม่ได้อะไรเลย”

“แต่ตอนนี้เมื่อลูกมีทั้งร่างกายที่แข็งแรง และพรสวรรค์ที่พ่อเคยเฝ้าฝัน พ่อควรพอใจแล้วล่ะ . . .” เขาสูดหายใจลึก พยายามเรียกสติกลับคืน “เรการ์ จำไว้นะลูก อย่าทอดทิ้งพรสวรรค์ที่ลูกมี และอย่ามองมันเป็นภาระ”

เรการ์ไม่ตอบ เขาเพียงเอื้อมมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าบิดาอย่างแผ่วเบา พลางคิดในใจว่า ‘ข้าจะไม่ลืมคำของท่าน ท่านพ่อ . . .”

เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มปล่อยอารมณ์มากเกินไป วิเซริสจึงตัดบท บอกให้ลูกทั้งสองกลับห้องไปพักผ่อน

. . .

ทั้งสองพี่น้องเดินเงียบ ๆ ไปตามทางเดินยาวหลังออกจากห้องบิดา

“ความฝันของเจ้าทำนายอนาคตได้จริงหรือ?” เรนีร่าถามขึ้นทันที

“ส่วนใหญ่เป็นภาพกระจัดกระจาย เข้าใจยาก” เรการ์ตอบตรง ๆ

“แล้วเจ้าฝันเห็นอะไรล่ะ?” เรนีร่าหยุดเดิน โน้มตัวมองหน้าเขา

เรการ์ทำท่าเป็นลึกลับ “เมื่อคืนข้าฝันประหลาดมาก . . . ฝันจนสะดุ้งตื่นเลย”

“เล่ามาเดี๋ยวนี้!” เรนีร่าจ้องตาเขม็ง

เรการ์ถอนหายใจ “ข้าฝันเห็นมังกรตัวหนึ่งที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่มันบอกว่ามันต้องการให้ข้าเป็นผู้ขี่มัน”

“หา? ถ้ามันมองไม่เห็น แล้วเจ้ารู้ได้ไงว่าเป็นมังกร?” เรนีร่าขัดทันที

“ข้ารู้สึกได้ ได้ยินเสียงคำรามของมันด้วย เข้าใจไหม? หยุดขัดก่อน”

“ก็ได้ ๆ ว่ามา”

เรการ์แต่งเรื่องต่อ “มันบอกว่ามันยังไม่อาจมาเจอข้า เพราะมันรังเกียจบางสิ่งที่อยู่ในคิงส์แลนดิ้ง”

“อะไรล่ะ?” เรนีร่ายิงคำถามทันที

“หลุมมังกร” เรการ์ตอบด้วยท่าทางจริงจัง

“แต่หลุมมังกรก็มีมานานแล้วนะ มังกรหลายตัวรวมถึงไซแร็กซ์ของข้าก็อยู่ที่นั่น” เรนีร่าพูดอย่างไม่มั่นใจ

“แต่มังกรตัวนั้นบอกว่ามันเกิดมาเพื่อท่องนภา ไม่ใช่ให้ถูกขังอยู่ในหลุมแคบ ๆ เหมือนทาส” เรการ์อธิบายต่อ  “มันอยากเป็นอิสระ อยากโบยบินอย่างแท้จริง”

เรนีร่าจ้องเขาเขม็ง “เจ้าคิดเองหรือเปล่าเนี่ย?”

“ไม่ใช่! ข้าฝันแบบนั้นจริง ๆ จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ แล้วก็พี่อย่ามากอดคอข้านะ” เรการ์สะบัดตัวออก

“ก็ได้ แต่ตั้งแต่สร้างหลุมมังกรมา เมสเตอร์ก็ตรวจสอบตลอดยังไม่เคยมีอะไรแปลก” เรนีร่าย้อน

“แล้วพี่มั่นใจได้ไงว่าไม่มีเมสเตอร์คนไหนแอบทำเรื่องลับ ๆล่ะ?” เรการ์แย้ง เขาไม่เคยไว้ใจพวกเมสเตอร์ โดยเฉพาะพวกจากโอลด์ทาวน์

“อาจจะมีก็ได้ แถมท่านพ่อก็เพิ่งพูดให้เราฟังถึงความสำคัญของความฝัน” เรนีร่ายอมอ่อนลง เพราะนางไม่อยากทำให้เรการ์หมดกำลังใจ จึงไม่ขัดอีก และทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับห้อง

. . .

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง เรการ์ก็ยังครุ่นคิดถึงเรื่องความสามารถของตัวเองในฐานะผู้หยั่งรู้ความฝัน ก่อนที่ทันใดนั้นหน้าต่างระบบจะปรากฏขึ้น

---

[เรการ์ ทาร์แกเรียน]

[พรสวรรค์ : ผู้หยั่งรู้ความฝัน (ระดับทอง), อายุยืน (ระดับเขียว)]

[สายเลือด : ราชันมังกรแห่งวาลีเรียโบราณ (12%)]

[ทักษะ : ความชำนาญภาษาวาเลเรียนโบราณ (คล่องแคล่ว)]

[วัตถุโบราณ : โลหิตและเปลวเพลิง (ต้านทานไฟ +50%)]

[การประเมิน : ถือครองสายเลือดของจ้าวมังกรที่เข้มข้น เปรียบได้กับยุคอันรุ่งเรื่องวาลีเรีย]

---

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 ผู้หยั่งรู้ความฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว