- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 23 คู่มือการฝึกมังกร
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 23 คู่มือการฝึกมังกร
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 23 คู่มือการฝึกมังกร
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 23 คู่มือการฝึกมังกร
เรการ์โปรยเหรียญทองทั้งหมดลงบนเตียง แผ่นโลหะมันวาวเปล่งประกายระยิบระยับราวกับทะเลแห่งความมั่งคั่ง แม้จะนอนไม่สบาย แต่เขาก็รู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งที่ได้เอนกายท่ามกลางขุมทรัพย์นี้
หลังจากนั้นเขาก็เปิดหนังสือโบราณด้วยท่าทีคล่องแคล่ว หน้าเก่าส่งเสียงกรอบแผ่วเบาเผยให้เห็นเรื่องราวของตระกูลเบลาริส หนึ่งในตระกูลแห่งจ้าวมังกรผู้ยิ่งใหญ่แห่งวาลีเรีย
ตราประจำตระกูลของพวกเขาคือเหรียญมังกร พันด้วยลวดลายมังกรเกี่ยวกระหวัดกันอย่างซับซ้อน ตระกูลเบลาริสมีประวัติยาวนานในวาลีเรียโบราณ มังกรกว่า 300 ตัวเคยอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา โดยในช่วงรุ่งเรืองสูงสุด มีมังกรถึง 67 ตัวที่แผ่ปีกโบยบินพร้อมกัน
สายเลือดอันทรงเกียรตินี้ทำให้พวกเขาติดอันดับหนึ่งใน 40 ตระกูลจ้าวมังกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นรองเพียงไม่กี่ตระกูลเท่านั้น และหนึ่งในสมบัติล้ำค่าของตระกูลคือกำไลข้อมือมิติที่เรการ์สวมอยู่ ซึ่งเดิมทีจัดไว้ให้ทายาทคนหนึ่ง แม้ปัจจุบันชะตาของมันยังไม่แน่นอนก็ตาม
เมื่ออ่านลึกลงไปในเนื้อหา เรการ์ยิ่งทึ่งมากขึ้นทุกที เขานั่งตัวตรงขึ้นสายตาจับจ้องหนังสือด้วยความตั้งใจ หน้าต่อหน้าช่วยเปิดประตูสู่โลกเก่าแก่ที่ถูกลืม
เล่มแรกกล่าวถึงตระกูลพันธมิตรของเบลาริสอย่างคร่าว ๆ พร้อมประเมินพลังโดยสังเขป
เมื่ออ่านจบเล่มเขาก็หยิบเล่มที่สองขึ้นมา แม้เนื้อหาไม่ล้ำค่าเท่าเล่มแรก ส่วนใหญ่เป็นรายชื่อแม่ทัพและผู้ภักดีต่อตระกูลเบลาริส แต่เขาก็ยังอ่านต่ออย่างไม่ลดความสนใจ จนกระทั่งเขากลับไปที่เล่มแรกอีกครั้ง และพบหมวดหมู่หนึ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรง ‘นิสัยของมังกร’
ทันใดนั้นเรการ์ก็ภาวนาในใจทันที ‘ขอให้มีอะไรใหม่ทีเถอะ’
“มังกรแท้จริงคือสิ่งใด?”
“พวกมันมีต้นกำเนิดจากที่ใด?”
“สายใยระหว่างจ้าวมังกรกับสหายของมัน . . .”
บทแรกบรรยายถึงการค้นพบและการฝึกมังกรครั้งแรกโดยชาววาเลเรียนโบราณ เนื้อหาคล้ายตำราที่เหล่านักปราชญ์เคยพูดถึง เรการ์จึงไม่ใส่ใจนัก สิ่งที่เขาสนใจกลับเป็นเรื่อง ‘การฟักไข่มังกร’ แต่ก็น่าเสียดายที่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ให้คำตอบ ส่วนในบรรดาหน้าต่าง ๆ เรการ์ก็พบเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิธีการฝึกมังกรโดยนักขี่ผู้ชำนาญ
“เมื่อโลหิตแห่งมังกรไหลเวียนในกาย ความสัมพันธ์ระหว่างจ้าวมังกรกับมังกรก็ถือกำเนิด ผู้ใดครองหลังมังกร ผู้นั้นคือนักขี่โดยแท้”
“พ่อมดเพลิงกล่าวว่า มังกรนั้นมีสติปัญญาเหนือกว่าสัตว์ทั่วไป พอ ๆ กับมนุษย์เลยทีเดียว”
“มังกรเมื่อแก่ตัวขึ้น จะมีขนาดใหญ่และมีอายุยืนขึ้น แต่ด้วยน้ำหนักมหาศาล หลายตัวกลับไม่อาจโบยบินได้อีก . . .”
เขาอ่านข้อความอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งประโยคหนึ่งสะดุดสายตา “มังกรคือสิ่งมีชีวิตแห่งท้องนภาและพงไพร นายของมันต้องให้เสรีภาพในการบินและพักอาศัย ทว่าเมื่อสงครามมาถึง พวกเขาจะใช้แตรวิเศษในการเรียกขานเครือญาติจากแดนไกล . . .”
“แตรวิเศษ?” เรการ์ตกตะลึง นี่คือครั้งแรกที่เขาได้ยินเกี่ยวกับเครื่องมือประเภทนี้ ต่างจากวิธีของตระกูลทาร์แกเรียนที่ใช้ภาษาวาเลเรียนโบราณออกคำสั่งใส่มังกร
“มังกรไม่ใช่ทาส มันคือส่วนหนึ่งของตัวเจ้านาย หากเจ้าคิดจะจองจำมังกรไว้กับพื้นดิน เจ้าจะถูกสาปอย่างร้ายแรง”
“อย่าได้คิดควบคุมมังกรเหมือนทาส มิฉะนั้นความพิโรธจะตามมา . . .”
ใบหน้าของเรการ์เคร่งเครียด เขานึกถึงหลุมมังกรคอกเลี้ยงมังกรยักษ์ในคิงส์แลนดิ้ง สร้างขึ้นในยุคของเมกอร์ที่หนึ่งเพื่อกักขังมังกรในที่เดียว
ครั้งหนึ่งที่นั่นเคยเป็นที่พำนักของบาเลอเรียน, เวการ์ และเมอแร็กซิส สัตว์มหึมาผู้ลือชื่อ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงสามตัว ดรีมไฟร์, คาแร็กซิส และไซแร็กซ์
มังกรเหล่านี้เกิดและโตในคอก ถูกล่ามโซ่ ไม่เคยรู้จักท้องฟ้าอย่างแท้จริง ไซแร็กซ์ ผู้มีเกล็ดสีเหลืองทอง ถูกฝักไว้ในคอกตั้งแต่แรก และเป็นของเรนีร่า
แม้เรการ์จะยังไม่มีความรู้ลึกด้านมังกร แต่เขาก็เข้าใจอย่างชัดเจนว่าหากมังกรเข้าสู่คอกเมื่อไร มันจะถูกล่ามด้วยโซ่เมื่อนั้น เพราะเหล่าเมสเตอร์อ้างว่าการล่ามโซ่คือการป้องกันมังกรรุ่นเยาว์จากการปะทะกัน เนื่องจากมังกรมีอาณาเขตชัดเจน และมักต่อสู้หากถูกบีบให้ใกล้กันเกินไป
อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดที่เขาอ่านนั้นไม่ได้มาจากเมสเตอร์ แต่จากเหล่าจ้าวมังกรแห่งวาลีเรีย ผู้เป็นบรรพบุรุษเหนือทาร์แกเรียน
‘หากมีโอกาส ข้าควรแจ้งบิดาเรื่องนี้ และรอรับคำตัดสินของเขา’ เรการ์คิดในใจ
เมื่ออ่านจบเขาก็เก็บหนังสือไว้ในกำไลข้อมือมิติอย่างระมัดระวัง ราวกับเกรงว่าหน้ากระดาษจะแหลกสลาย เพราะความรู้ในนั้นประเมินค่าไม่ได้ ทุกถ้อยคำคือขุมทรัพย์สำหรับตระกูลทาร์แกเรียน
เขายังเหลือหนังสืออีกมากให้ตรวจสอบ ทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวม้าศึกวิ่งไม่หยุด จนกระทั่งแสงอาทิตย์สาดส่องยามรุ่ง เรการ์ลุกออกจากห้องโดยไม่ได้นอนแม้แต่น้อย เขาเก็บหนังสือและเหรียญทองเข้าไปในกำไลข้อมืออย่างรวดเร็ว หวั่นว่าจะมีผู้ใดเห็นความลับนี้เข้า
เมื่อมองกระจกที่หัวเตียง เงาสะท้อนก็เผยดวงตาคล้ำดำราวหมีแพนด้า ทำให้เขาถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็รู้สึกปลอบใจจากความรู้ที่ได้รับเมื่อคืน
บางสิ่งที่ไม่มีบันทึกไว้ในหนังสือใดในโลก แต่ปรากฏในบันทึกโบราณเหล่านี้
การฝึกมังกร ไม่ใช่เพียงแค่คำสอน แต่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง นักขี่ต้องแน่วแน่ หากลังเลแม้เพียงเสี้ยววินาที มังกรจะรับรู้ และปฏิเสธการฝึกทันที
ผู้ฝึกต้องกล้าขึ้นหลังมังกร ออกคำสั่งด้วยใจเด็ดเดี่ยว และแสดงความกล้าอย่างแท้จริงจึงจะเกิดสายใยระหว่างเจ้านายกับมังกรที่แท้จริง บินเคียงข้างกันสู่ฟ้าและทะเลอันกว้างใหญ่
เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้หัวใจของเรการ์ก็เต็มเปี่ยมด้วยความหวังในการขี่มังกร และรีบล้างหน้าแล้วแนบริมฝีปากกับไข่มังกรแผ่วเบา
“จงฟักออกมาเถิด ท้องฟ้ารอเราอยู่!” เขากล่าวด้วยเสียงหนักแน่น เปี่ยมศรัทธาในสายเลือดวาเลเรียนที่ไหลเวียนอยู่ในตน
เมื่อเปิดประตูออกไป สายตาของเรการ์ก็สบกับเออร์ริค ซึ่งยิ้มให้ด้วยแววตาอบอุ่น
“เซอร์เออร์ริค ได้โปรดหยุดมองแบบลึกลับได้ไหม? ข้ารู้สึกไม่สบายใจ” เรการ์ว่าอย่างเหนื่อยใจขณะร่วมโต๊ะอาหารเช้า
เออร์ริคอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับ “ได้พ่ะย่ะค่ะ แต่พระองค์โปรดรู้ไว้เถิดว่าข้ามิเคยสงสัยในความตั้งใจของพระองค์เลย”
“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น วันนี้เรามีทัวร์นาเมนต์ต้องไป” ใบหน้าของเรการ์ขึ้นสีจาง ๆ และเบี่ยงประเด็นอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อวานทัวร์นาเมนต์หยุดลงชั่วคราวเพื่อรับรองเดม่อน ทว่าเทศกาลนี้ยังคงดำเนินต่อไปอีกเจ็ดวัน
ขณะนี้ชาวดอร์นผู้หยิ่งผยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดที่คิงส์แลนดิ้ง และวันนี้อัศวินผู้กล้าหาญจะลุกขึ้นล้างแค้น และช่วงชิงเกียรติของอัศวินกลับคืนมา . . .