- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 21 กำไลลึกลับ
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 21 กำไลลึกลับ
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 21 กำไลลึกลับ
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 21 กำไลลึกลับ
“หึ นางก็แสดงบทบาทแม่และภรรยาผู้เพียบพร้อมได้ดีไม่เลวเลยนี่” เรนีร่ายิ้มเย็นพลางก้าวเดินระหว่างกลุ่มขุนนาง
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นจนทำให้เรการ์ที่เดินเคียงข้างต้องสะดุ้ง
“พี่ . . . พี่กำมือแน่นไปแล้ว มันเจ็บนะ” เขาบ่นพร้อมพยายามดึงมือเล็กของพี่สาวออก
เรนีร่ารีบปล่อยมืออย่างลนลาน “ขอโทษที ข้าลืมไปว่าเจ้าก็อยู่ด้วย”
“ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมรักษาภาพลักษณ์ด้วย คนจับตามองงานนี้เยอะอยู่นะ” เรการ์เตือนเบา ๆ แล้วดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล
จากนั้นเขาก็ชำเลืองมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับใบหน้าหนึ่ง ซึ่งก็คือเดม่อน ผู้ยืนอยู่ข้างวิเซริสในเวลานั้น กำลังมองดูพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่กำลังแสดงความอ่อนหวานต่อกัน พร้อมกับรอยยิ้มเยาะบาง ๆ ผุดขึ้นตรงมุมปากของเขา
เรการ์ขมวดคิ้วและเอียงศีรษะเพื่อจะมองให้ชัดขึ้น ทันใดนั้นเดม่อนก็หันมาสบตาเขาเข้าเต็ม ๆ
เรการ์ผงะไปหนึ่งก้าว แต่ก็รีบเรียกสติตัวเอง ‘ไม่สิ เรากลัวเขาทำไม? เขาจะมากินเรารึไง?’
เมื่อคิดถึงสถานะของตนเอง หัวใจที่เคยสั่นคลอนก็ค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง และสบตากลับด้วยแววตาไม่ยอมแพ้ ซึ่งมันไม่ใช่ภาพลวงตาแน่นอน เพราะเดม่อนกำลังมองสำรวจเขาจากหัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มและพยักหน้าให้ แล้วหันไปทางอื่นไม่สนใจอีก
‘สายตานั่นมันกดดันเกินไปจริง ๆ’ เรการ์ยิ้มบางอย่างโล่งใจปนผิดหวัง พลางถอนหายใจในใจ แต่ภาพรอยยิ้มเยาะของเดม่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
นั่นหมายความว่ายังไงกันแน่? เพราะเขาเห็นวิเซริสแสดงความรักต่ออลิเซนต์งั้นหรือ?
เรการ์เริ่มลังเลว่าตนตีความถูกไหม แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็มั่นใจว่านั่นไม่ใช่รอยยิ้มจอมปลอมแน่
‘ช่างมันเถอะ ไม่มีใครเห็นนอกจากเราเอง เก็บตัวไปอยู่เงียบ ๆ ดีกว่า’ เรการ์ค่อย ๆ ถอยห่างจากเรนีร่ามาสองก้าว
ในขณะนั้นทุกคนเริ่มนั่งประจำที่ งานเลี้ยงก็เริ่มต้นขึ้น วิเซริสเรียกเรนีร่าและเรการ์ให้เข้าไปใกล้เพื่อแนะนำตัวกับเดม่อน ซึ่งเรนีร่าเติบโตมาพร้อมความชื่นชมลุงของตนเอง ดังนั้นไม่ต้องพูดให้มากความ
“เรการ์ บุตรคนโตของข้า คงไม่ต้องแนะนำมาก ลูกคงรู้จักดีอยู่แล้ว” วิเซริสกล่าวพลางจับมือเรการ์แล้วแนะนำให้กับน้องชาย
เดม่อนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม พยายามบังคับให้มีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่ก็ยังดูขัดเขิน
วิเซริสมิได้บังคับให้น้องชายต้องยิ้ม แต่กลับกล่าวขึ้นว่า “เทพทั้งเจ็ดโปรดเราแล้ว เรการ์ได้รับพรโดยบังเอิญเมื่อไม่นานมานี้ โรคหัวใจของเขาถูกเยียวยาโดยสมบูรณ์”
เดม่อนตอบกลับด้วยเสียงเรียบ “ข้าได้ยินมาบ้างว่าเป็นผลจากผลไม้วิเศษของกวางขาว . . . ฟังดูเหมือนเรื่องเล่าในนิทาน”
“ฮ่า ๆ ตอนข้าได้ยินครั้งแรกก็ไม่เชื่อเช่นกัน แต่เจตจำนงของเทพเจ้าก็ลึกล้ำเกินหยั่งถึง เรการ์คือทาร์แกเรียนที่ได้รับพรแห่งฟากฟ้า” สายตาของวิเซริสที่จ้องมองเดม่อนนั้นแฝงความหมายบางอย่าง คำพูดของเขาทำเอาทั้งห้องเงียบกริบด้วยความตกใจ
บุตรองค์โตของกษัตริย์ ผู้ได้รับพรจากกวางขาว และได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ‘ผู้ได้รับพรจากเทพ’ โดยถ้อยคำจากปากของกษัตริย์เอง หรือว่านี่คือคำใบ้ในการเปลี่ยนรัชทายาท ตามที่ลือกันอยู่ภายนอก?
เพียงคำพูดเดียว ราวกับค้อนหนักทุบลงกลางใจของทุกคน
สีหน้าของเรนีร่าเองก็หมองลงเล็กน้อย ขณะที่มองน้องชายที่ดูแข็งแรงขึ้นทุกวัน
“ขอให้เจ้ามีสุขภาพแข็งแรง และโรคภัยอย่าได้มาใกล้” เดม่อนกล่าวอวยพรพร้อมวางมือลงบนศีรษะของเด็กหนุ่ม
ในขณะเดียวกันสีหน้าของอลิเซนต์ก็แข็งค้างชั่วครู่ และแอบจิกเล็บลงไปในเนื้อฝ่ามือตนเองและฝืนยิ้ม
นางรู้ดีว่าวันนี้ต้องมาถึง แต่ในตอนแรกเรการ์ป่วยหนัก และไม่น่ามีชีวิตอยู่นาน หากบุตรคนโตของกษัตริย์สิ้นลมไป นางก็ยังมีเอกอน บุตรของตน เป็นตัวเลือกขึ้นครองบัลลังก์ แม้กษัตริย์จะไม่อนุญาต แต่เหล่าขุนนางในราชสภาก็ต้องแอบสนับสนุน และเสนอแนวทางให้กษัตริย์ทรงเปลี่ยนรัชทายาทแน่นอน
ทว่าการฟื้นตัวอันน่าอัศจรรย์ของเรการ์กลับเป็นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจ เพราะต่อจากนี้แม้ผู้คนจะไม่เห็นด้วยกับการให้เรนีร่าผู้เป็นสตรีครองราชย์ แต่พวกเขาก็จะหันไปหนุนหลังเรการ์ในฐานะบุตรองค์โต และเอกอนจะไม่มีวันได้ขึ้นบัลลังก์!
‘หรือว่าที่ผ่านมาทั้งหมดของข้ามันไร้ความหมาย?’
ความสิ้นหวังกัดกินใจอลิเซนต์จนนางเผลอกรีดเลือดที่นิ้วหัวแม่มือ นางก้มหน้าลง แสร้งทำตัวให้เล็กที่สุด เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่
“ขอบคุณขอรับ ท่านลุง” เรการ์เอ่ยตอบอย่างสุภาพ แม้รู้สึกประหม่าไม่น้อยต่อคำอวยพรของเดม่อน
“หากข้าเคยพูดจาไม่เหมาะสมมาก่อนก็ขอให้ลืมมันไปเสีย เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ในวันนี้”
แน่นอนว่าเดม่อนไม่มีทางมองข้ามความคิดเล็ก ๆ ของหลานคนนี้ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ พับแขนเสื้อขึ้น แล้วถอดกำไลโลหะสีเงินออกจากข้อมือ และกล่าวเสียงทุ้มว่า “หลังสงครามที่หมู่เกาะสเต็ปสโตน ทหารของเรากวาดสมบัติมาได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทองคำจำนวนมหาศาล อัญมณีหลากสี กำไล แหวน . . .”
เรการ์ฟังด้วยความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเรื่องสงคราม
เดม่อนยื่นกำไลให้ “ชิ้นนี้ได้มาจากหีบสมบัติของพวกให้อาหารปูถูกหลอมขึ้นจากเหล็กวาเลเรียน ขอมอบให้เจ้าเป็นของขวัญต้อนรับ”
“เหล็กวาเลเรียนหรือ? นั่นล้ำค่ามากจริง ๆ” ดวงตาของเรการ์เป็นประกาย แต่ความภาคภูมิใจก็ทำให้เขาชะงัก ไม่กล้ารับทันที และหันไปมองบิดาด้วยสายตาเว้าวอน
วิเซริสพยักหน้า “ของขวัญจากลุงเจ้า ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ”
“เช่นนั้น ขอบคุณขอรับ ท่านลุง” เมื่อได้รับอนุญาตเรการ์ก็ลืมความขุ่นเคืองในใจ แล้วคว้ากำไลทันที
ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะมีอะไรร้าวราน ในตอนนี้เดม่อนก็คือ ‘ลุงที่ดี’ ของเขา!
“มันงดงามจริง ๆ ลวดลายก็ประณีต . . .” เขาสวมกำไลลงบนข้อมือเรียวบางของตนด้วยความภาคภูมิใจ
“เจ้าควรเก็บมันไว้ดี ๆ ข้อมือเจ้าบางเกินไป เดี๋ยวทำหล่น” เรนีร่ากล่าวพลางยกมือแตะหน้าผาก
“ฮึ่ม ข้าไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ของล้ำค่าหลุดมือหรอกนะ” เรการ์บ่นเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิด แต่ก็ไม่วายยกข้อมือขึ้นชื่นชมแสงสะท้อนจากเหล็กวาเลเรียนในแสงแดด
นี่มันดีพอจะใช้เป็นของสืบทอดประจำตระกูลเลยทีเดียว!
[ตรวจพบเป้าหมายสำรวจ : กำไลเหล็กวาเลเรียนลึกลับ]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น ทำให้เขายิ้มกว้างยิ่งขึ้น ก่อนที่แผงควบคุมของระบบจะปรากฏขึ้นจากความคิด
[กำไลเหล็กวาเลเรียนลึกลับ : ความคืบหน้าในการสำรวจ: 0.5%]
หลังจากผ่านไปครึ่งปี เรการ์ก็ได้โอกาสสำรวจอีกครั้ง ทำให้เขาแทบกลั้นความดีใจไว้ไม่ไหว
“ขอบคุณมากขอรับ ท่านลุงเดม่อน” เขามองอีกฝ่ายด้วยแววตาซาบซึ้ง
เดม่อนประหลาดใจเล็กน้อยกับท่าทีจริงจังของหลานชาย แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชื่นชอบก็พยักหน้ารับด้วยความพอใจ
“ไม่ต้องขอบคุณบ่อยนัก โดยเฉพาะกับคนในครอบครัว” วิเซริสกล่าวพลางลูบศีรษะเรการ์เบา ๆ
“อืม ลุงเดม่อนคือครอบครัว” เรการ์พยักหน้า ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้ม
ในเวลานี้ไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นเครือญาติหรือไม่ และเดม่อนก็ทำให้อลิเซนต์กระอักเลือดทางอ้อม ดังนั้นเขาก็สมควรได้รับเสียงปรบมือไปเต็ม ๆ
“พอได้แล้ว เอาหน้าบ้องแบ๊วของเจ้าเก็บไป แล้วแสดงความสง่างามแบบเจ้าชายออกมาหน่อย” เรนีร่าเบ้หน้า แล้วฟาดเบา ๆ ลงบนหัวน้องชายพร้อมคำเตือน
“แน่ะ ตีหัวกันอีกแล้ว ใครกันล่ะที่ทำให้ข้าโง่ขึ้นทุกวัน?” เรการ์ยกมือคลำหัวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ถ้าเจ้าทำตัวโง่อีก ข้าจะขังเจ้าไว้ในห้องมืดในเรดคีปเอง” เรนีร่ากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่แฝงความอันตรายอย่างน่าขนลุก