- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 19 เจ้าชายเดม่อนผู้เกเร
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 19 เจ้าชายเดม่อนผู้เกเร
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 19 เจ้าชายเดม่อนผู้เกเร
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 19 เจ้าชายเดม่อนผู้เกเร
“คอยดูเถอะ” ซีริโอกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ พลางโบกมือไปมา
เพียงแค่ภาพลวงตาของยอดนักดาบผู้ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดก็เพียงพอจะบั่นทอนขวัญของใครหลายคนได้แล้ว ไม่ถึงห้านาทีบาล็อตก็เริ่มลดความถี่ในการฟาดฟันลง เขาหยุดการไล่ล่าอันไร้ผล และเมื่อทราบดีว่าตนสูญเสียจังหวะไปหมดสิ้น เขาก็กัดฟันฝืนความเจ็บปวด ก่อนจะเปล่งเสียงร้องยอมแพ้อย่างอับอาย
เขาไม่เหลือความกล้าที่จะยืนหยัดต่อสู้อีกแล้ว ภาพจำจากชะตากรรมอันน่าสะพรึงของบาร์ตก่อนหน้านี้ยังติดตา และเขาไม่อยากลงเอยเช่นนั้น
เมื่อบาล็อตยอมรับความพ่ายแพ้ หนุ่มดอร์นก็ยิ่งลำพอง เขาแสดงอาการเย้ยหยันเหล่าอัศวินโดยไม่เหลือความเกรงใจใด ๆ เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อแสดงฝีมือ หากแต่เพื่อดูแคลนกลุ่มขุนนางผู้สูงศักดิ์เหล่านี้โดยเฉพาะ ส่วนผลที่ตามมานั้น? ก็ในเมื่อเขากล้าปรากฏตัวขึ้นที่นี่ แน่นอนว่าเขาย่อมมีแบ็กอัปที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลัง
บนอัฒจันทร์สูงวิเซริสเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นชายหนุ่มจากดอร์นตะโกนร้องพลางทุบอกตนเองด้วยสองมือ เขากำมือแน่นจนข้อขาวซีด ขณะจับพนักเก้าอี้อย่างแรง
“สารเลวดอร์น! ไปหานักดาบฝีมือดีมาจัดการมันที!” วิเซริสสั่งเสียงกร้าวต่อไลโอเนล
“ไม่ยากเลยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ไลโอเนลไม่กล้าทัดทานแม้แต่น้อย รีบรุดไปยังหลังเวทีเพื่อตามหาอัศวินผู้สามารถเอาชนะดอร์นผู้นั้นได้ เพราะนักสู้มากมายลงชื่อร่วมการแข่งขันครั้งนี้ คงไม่มีใครยอมให้เจ้าดอร์นโอหังผู้นั้นชูคออยู่นานนักหรอก
ในมุมหนึ่งเรการ์หันหน้าหนีไปอีกทาง สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่อยากมองภาพอัปยศของชายผู้กู่ร้องเยี่ยงวานรกลางลานประลอง
“อย่าโกรธไปเลย เจ้าหนุ่มดอร์นนั่นทั้งเก่งและฉลาดพอตัวทีเดียว” ซีริโอกล่าวด้วยน้ำเสียงลื่นไหล
“ข้าบอกได้เลย ในดินแดนนี้ยังมีนักสู้ฝีมือฉกาจอีกมาก วันหนึ่งไอ้นั่นก็ต้องพ่ายแพ้แน่นอน” เรการ์พูดหนักแน่น
“ใช่แล้ว นักดาบแต่ละคนก็มีวิธีการต่อสู้ที่ต่างกันไป” ซีริโอกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หากเป็นข้าสู้กับเจ้าหนุ่มดอร์นนั่น วิธีที่ดีที่สุดคือลวงให้มันเผยจุดอ่อนก่อน แล้วเปิดโอกาสให้มันจู่โจมก่อน จากนั้นจึงสวนกลับอย่างแม่นยำ”
“เจ้าอยากลงสนามหรือไง?” เรการ์หันมามองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“นักดาบพเนจรย่อมไม่ชักดาบ เว้นแต่จะมีเหตุผลอันควร” ซีริโอมองเรการ์อย่างมีนัย ก่อนยิ้มมุมปาก
“แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่? สมัครเป็นครูสอนเต้นที่เรดคีปหรือ?” เรการ์กล่าวอย่างไม่แปลกใจเมื่ออีกฝ่ายเริ่มเปิดเผยจุดประสงค์
ซีริโอคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ “หากเจ้าชายประสงค์ ข้าก็ยินดีจะอยู่สอนเต้นที่เรดคีป”
“ทำไมล่ะ?”
“ไม่มีเหตุผลใดทั้งสิ้น ถ้าเจ้าชายต้องการ ข้าก็ยินดีทำ”
เรการ์เลิกคิ้วขึ้น “เหตุผลแบบนั้นฟังไม่ขึ้น ข้าจะไม่เก็บคนอันตรายมาไว้ใกล้ตัวแน่”
ซีริโอถอนหายใจ ก่อนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “เพราะท่านคือบุตรองค์โตของกษัตริย์ วิเซริสที่หนึ่ง กษัตริย์ผู้มีสิทธิในบัลลังก์เหล็ก อนาคตของท่านคู่ควรแก่การรับใช้”
“เหตุผลฟังดูดี แต่ก็ยังขาดความจริงใจอยู่ดี” เรการ์ยังไม่เชื่อใจเขา และเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อีกอย่างทายาทบัลลังก์เหล็กคือพี่สาวของข้า ข้าไม่คิดจะแย่งชิงตำแหน่งจากนาง และไม่ยินยอมให้ใครมายุแยงให้พวกเราแตกคอกัน”
พูดจบเรการ์ก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับไปมองซีริโออีก
การปรากฏตัวของชายผู้นั้นช่างน่าสงสัย เขาแกล้งบังเอิญเข้ามาใกล้โดยเจตนา หยิบขนมขึ้นมาโชว์ฝีมือแสดงให้เห็นความสามารถ เย้ยหยันการประลองด้วยสายตาอันแหลมคม ทุกอย่างล้วนเป็นการโชว์คุณค่าของตนให้เรการ์เห็น
แต่น่าเสียดายเขารีบร้อนเปิดเผยความต้องการเร็วเกินไป ราวกับคิดว่าเรการ์ยังเป็นเด็กไร้เดียงสา หวังพึ่งแต่ศักดิ์ศรีแห่งเจ้าชายเพื่อล่อให้คนค้อมหัวรับใช้โดยง่ายหรืออย่างไร?
“กลยุทธ์ตื้นเขิน เจตนามืดมน ถ้าเห็นไอ้ซีริโอนี่อีก จับโยนเข้าคุกทันที” เรการ์บ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจขณะเดินตรงไปยังจุดที่เรนีร่านั่งอยู่
“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชาย” เออร์ริคพยักหน้า สีหน้าแฝงแววลังเลเล็กน้อย
“มีอะไรหรือ เซอร์เออร์ริค?” เรการ์ถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง
“ตามที่เจ้าชายกล่าว ซีริโอใช้เล่ห์กลตื้น ๆ มากเมื่อเทียบกับนักดาบที่ฝึกมาดี” เออร์ริคกล่าวด้วยน้ำเสียงสงสัย
เรการ์เหลือบตามอง “นักดาบฝีมือเยี่ยม ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอัศวินที่ดีเสมอไป”
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่เรการ์ก็เริ่มให้ความสนใจอยู่ในใจ เพราะนับตั้งแต่ข่าวการฟื้นตัวของร่างกายเขาถูกเผยแพร่ออกไป บรรยากาศในคิงส์แลนดิ้งก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ผู้คนเริ่มพูดถึงการให้เจ้าหญิงเรนีร่าอภิเษกกับเขา พวกขุนนางก็เริ่มพูดกันว่าเรการ์คือผู้ที่ได้รับพรจากกวางขาว สัญลักษณ์แห่งราชัน สมควรเป็นผู้ครองบัลลังก์ และไม่นานนักคงจะมีใครสักคนเสนอให้กษัตริย์ทรงปลดเรนีร่าจากการเป็นรัชทายาท และมอบตำแหน่งนั้นให้กับเรการ์แทน
เรการ์เคยได้ยินเรื่องนี้ผ่านเออร์ริค และรู้ด้วยว่าที่วิเซริสกักตัวเขาไว้ในวังถึงครึ่งปีก็เพื่อกันไม่ให้เขาต้องตกเป็นเป้าโจมตีจากผู้คน เพราะเขาห่วงว่าเรการ์จะถูกรุมเร้าและอาจเสียศูนย์ได้
ซึ่งเรการ์ก็ไม่เคยโต้แย้งเรื่องนี้ และยอมรับน้ำใจจากบิดาอย่างเงียบ ๆ อาจเพราะเขายังเด็กเกินไป เขาไม่เคยสนใจตำแหน่งรัชทายาทเลย เรนีร่าครองตำแหน่งนั้นมาหลายปีแล้ว เขาจะเข้าไปแทรกแซงทำไมในสิ่งที่เขาไม่เคยปรารถนา?
. . .
ทันใดนั้นเองเสียงคำรามประหลาดก็ดังขึ้นจากที่ไกล ๆ พร้อมกับใบหน้าเรการ์เปลี่ยนสีทันควัน เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นเงาร่างขนาดมหึมาสีชาดบินตัดผ่านฟ้าจากระยะไกลตรงมายังลานประลอง
เขาแหลม คอยาวเหมือนอสรพิษ และปีกสีแดงที่แข็งแกร่งแผ่ออกกว้าง . . .
“มะ . . . มังกร!” เรการ์เผลอร้องออกมาด้วยเสียงสั่น พลางจ้องมองมังกรตัวนั้นโดยไม่กระพริบตา
การมาถึงของมังกรยักษ์ไม่ได้ดึงดูดเพียงเรการ์เท่านั้น ลมแรงที่เกิดจากปีกของมันกวาดผ่านลานประลอง ส่งผลให้ฝูงชนที่แน่นขนัดต่างผงะ ผมเผ้ายุ่งเหยิง บางคนถึงกับลืมตาไม่ได้
ทันใดนั้นเหตุการณ์ก็พลิกผันในทันที เสียงหวีดร้องและเสียงโกลาหลดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝูงชนต่างแตกตื่นพยายามหลบหนีเงาของมังกร
“ใจเย็นไว้! นั่นคือลูกมังกรของราชวงศ์ทาร์แกเรียน กษัตริย์ทรงอยู่กับพวกท่าน อย่าแตกตื่น! อย่าวิ่งหนี!” เสียงตะโกนอันทรงพลังและหนักแน่นตัดผ่านความตื่นตระหนกของฝูงชน
เสียงนี้เป็นเสียงของชายชราร่างกำยำ เคราสีขาวยาวเหยียด เขาคือกัปตันแห่งคิงการ์ด เซอร์แฮร์โรลด์ เวสเทอร์ลิง ส่วนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาคือกษัตริย์วิเซริสที่นั่งอย่างสงบนิ่งอยู่บนอัฒจันทร์สูง ในยามนี้เขาดูสง่าผ่าเผย ดวงตาจับจ้องมังกรด้วยสายตาแน่วแน่ สมเป็นกษัตริย์ผู้มั่นคง
เมื่อผู้คนเห็นกษัตริย์ก็ราวกับได้รับยาสงบประสาท บรรยากาศที่โกลาหลเริ่มคลี่คลาย สติเริ่มกลับคืนหลังจากช่วงเวลาแห่งความตื่นตระหนก ก่อนที่เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจจะดังขึ้นทั่วลานประลอง เมื่อผู้คนเห็นรูปร่างของมังกรตัวนั้นชัดเจน
“นั่นมันคาแร็กซิส มังกรของเจ้าชายเดม่อน!”
“ใช่แล้ว ข้าเคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าชายเดม่อน ข้าจำมังกรตัวนั้นได้แม่นไม่มีผิด”
“ดูสิ มีคนขี่หลังมันมาด้วย นั่นเจ้าชายเดม่อนแน่ ๆ!”
มังกรที่ถูกเรียกชื่อกู่คำรามด้วยความตื่นเต้น ลมหายใจร้อนจัดพ่นควันดำหนาทึบผสมเพลิงสีแดงออกมาจากปาก
คาแร็กซิสบินวนสามรอบเหนือสนามประลองท่ามกลางสายตานับพัน จนกระทั่งเจ้าชายบนหลังมังกรออกคำสั่ง มังกรจึงค่อย ๆ บินร่อนลงสู่ลานประลอง และทันทีที่คาแร็กซิสแตะพื้น ดวงตาของมันก็จ้องตรงไปยังหนุ่มดอร์นผู้เคยโอหัง คอยาวเหยียดออกไปพร้อมลมหายใจร้อนจัดพวยพุ่งออกจากจมูก
“ขะ . . . ข้า . . . ขอถวายความเคารพเจ้าชายเดม่อน . . .”
เบื้องหน้ามังกรยักษ์ที่สามารถกลืนกินเขาได้ในคำเดียว หนุ่มดอร์นแทบสิ้นสติ เขาตัวสั่นเทิ้ม ถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะค้อมศีรษะคำนับเจ้าชายบนหลังมังกรด้วยความหวาดหวั่นสุด