เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 14 ฮาร์วิน สตรอง กระดูกเหล็ก

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 14 ฮาร์วิน สตรอง กระดูกเหล็ก

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 14 ฮาร์วิน สตรอง กระดูกเหล็ก


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 14 ฮาร์วิน สตรอง กระดูกเหล็ก

“ข้าถูกหมูป่าจู่โจม แล้วข้าก็เชือดมันเสียเลย” เรนีร่าลูบศีรษะของเรการ์พลางตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

“ว้าว . . . ท่านหญิงนักล่าหมูป่าผู้กล้าหาญ” คำพูดประโยคนี้พลันแล่นวาบในหัวของเรการ์เหมือนภาพย้อนความทรงจำ

เรนีร่าหน้าถอดสีในทันที และก่อนที่เรการ์จะได้ชดใช้ความปากไวของตน เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศระหว่างพี่น้อง

“เจ้าหญิง ข้าได้ยินมาว่าท่านต้องรับมือกับหมูป่าด้วยตนเองจริงหรือ?”

เสียงนั้นดังมาจากข้างเตาย่าง ทำให้ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน และเห็นชายร่างใหญ่ผมหยักศกสีน้ำตาลเคราหนา หน้าตาเขาดูคุ้นตาจนทำให้เรการ์รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย ทั้งที่ไม่เคยพบกันมาก่อน

“เป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น เซอร์ฮาร์วิน” เรนีร่ายิ้มตอบอย่างสุภาพ พร้อมพยักหน้าให้เขาอย่างรู้จักมักคุ้น

เมื่อได้ยินชื่อสกุลสตรอง เรการ์ก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าเหตุใดเขาถึงรู้สึกเช่นนั้น เพราะต้นเหตุคือ ลาริส สตรอง ผู้ชายที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่เสมอ

เรนีร่ารับรู้แววตาของเรการ์จึงกระซิบเบา ๆ ว่า “เขาคือบุตรชายคนโตของลอร์ดไลโอเนล มาสเตอร์ออฟคอยน์ เป็นอัศวินชื่อดัง ผู้คนเรียกเขาว่า ‘นักหักกระดูก’”

“นักหักกระดูก? หรือว่าเขาเคยหักกระดูกคนอื่นจริง ๆ?” เรการ์ถามติดตลกเล็กน้อย

ฮาร์วินหัวเราะขณะถอนขนพิราบ “ถูกต้อง ข้าเคยเผลอฟาดค้อนใส่หัวคู่ประลองจนกะโหลกแหลก หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าเรียกชื่อข้า นอกจากฉายานี้”

“น่าทึ่งจริง ๆ ดูเหมือนท่านจะเป็นนักรบที่แข็งแกร่งมากทีเดียว” เรการ์ตอบอย่างสุภาพ แม้จะไม่เกินจริงก็พอเดาได้จากน้ำเสียงภูมิใจของอีกฝ่าย

อัศวินผู้ได้ฉายาเช่นนี้ ย่อมมีดีพอจะภูมิใจได้!

หลังจัดการพิราบอย่างคล่องแคล่ว ฮาร์วินก็หยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือ แล้วเดินเข้ามาใกล้พลางกล่าวอย่างล้อเล่น “เนื้อย่างข้ารสดีไม่ใช่เล่น เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้าชายทานไปไม่น้อย ไม่ทราบว่าเจ้าหญิงอยากลองชิมฝีมือข้าบ้างหรือไม่?”

ชายร่างใหญ่ผู้นี้กลับพูดจาอย่างอารมณ์ดี มีท่าทีเป็นกันเองจนน่าแปลกใจว่าชายผู้นี้เคยบดหัวใครมาก่อน

“ไม่ล่ะ ท่านพ่อยังรอข้าอยู่ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธกษัตริย์ได้หรอก” เรนีร่ายิ้มขอโทษอย่างสุภาพก่อนปฏิเสธ

“ไม่เป็นไร ข้ายังประจำการอยู่ที่คิงส์แลนดิ้งอีกนาน หากวันใดเจ้าหญิงอยากชิมฝีมือข้า ข้ายินดีต้อนรับเสมอ”

คำพูดของฮาร์วินฟังดูเป็นมิตรโดยไม่เกินเลย และเรการ์ก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งจากเขา ความเคารพ! และแน่นอนว่าเรนีร่าก็สัมผัสได้เช่นกัน

“ข้าจะลองพิจารณาดู ท่านเซอร์ . . .” เรนีร่าตอบด้วยท่าทีที่เก้อเขินเล็กน้อย พร้อมกับเอามือไพล่หลังยิ้มอย่างจริงใจมากกว่าเดิม

เมื่อไม่ถูกขัดจังหวะอีก ฮาร์วินก็ยิ้มพลางโค้งคำนับอย่างสุภาพ ซึ่งยิ่งทำให้เรนีร่าเห็นเขาในแง่ดีขึ้นอีก

เรการ์มองพี่สาวที่ดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ แล้วอดขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้

“ข้าจะไปหาท่านพ่อ เจ้าก็เดินเล่นไปก่อนเถอะ” เรนีร่าไม่มีเวลาเสียกับเรื่องอื่นมากนักจึงเร่งฝีเท้าไปหาบิดา

ในตอนนี้เจ้าชายและขุนนางหลายคนได้มารวมตัวในค่ายแล้ว และเจ้าหญิงที่มีเลือดเปื้อนทั้งตัวก็กลายเป็นจุดสนใจโดยทันที ทำให้เสียงจ้อกแจ้กจอแจพลันเงียบลงอย่างผิดปกติ

สายตาวัดประเมินของผู้คนที่มองมาทำให้เรนีร่ารู้สึกรังเกียจ นางเดินผ่านพวกเขาไปด้วยความเย็นชา บางครั้งก็หยุดชะงักแล้วจ้องกลับไปยังบางคน ซึ่งแววตาและอำนาจของเจ้าหญิงนั้นแผ่ซ่านเกินกว่าผู้คนจะทานทน ทำให้หลายคนที่ใจอ่อนย่อมต้องหลบตา ไม่กล้าสบสายตานาง

เรนีร่ามองคนเหล่านั้นด้วยความดูแคลน มุมปากยกยิ้มอย่างเย้ยหยันเล็กน้อย ในขณะที่เรการ์เม้มริมฝีปากแน่น เฝ้ามองแผ่นหลังพี่สาวอย่างเงียบงัน ก่อนจะรู้สึกถึงความเหงาเล็ก ๆ แทรกเข้ามาในใจ

. . .

การล่าที่คิงส์วูดจบลงแล้ว

วิเซริสเสด็จขึ้นราชรถกลับคิงส์แลนดิ้งเป็นคนแรก และด้วยความผิดของบุตรทั้งสองที่หายตัวไป เขาก็ตัดสินใจลงโทษแยกต่างหาก

เรนีร่า แม้อายุสมควรแต่งงานแล้ว แต่กลับไม่ชอบบุรุษที่กษัตริย์ทรงเลือกไว้ให้ วิเซริสจึงตัดสินใจยอมเสี่ยงเลือดเนื้อจัดให้เรนีร่าเดินทางไปเยี่ยมเยือนเหล่าขุนนางทั่วทวีปด้วยตนเอง ซึ่งในแง่ดีการเดินทางครั้งนี้จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรนีร่ากับเหล่าขุนนางที่ให้สัตยาบันกับนางในฐานะทายาทราชบัลลังก์ เป็นการแสดงถึงบารมีของราชวงศ์ทาร์แกเรียน เพราะนับแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาท เรนีร่าก็มีสถานะเพียงเสียงหนึ่งในการเมืองเท่านั้น ไร้ซึ่งอำนาจแท้จริง และไร้ความคุ้นเคยกับขุนนางที่ต้องภักดีต่อนาง

ด้วยเหตุนี้วิเซริสจึงหวังให้การเดินทางครั้งนี้ช่วยเพิ่มตัวตนของนางในสายตาพวกเขา ขณะเดียวกันเมืองต่าง ๆ ที่นางไปเยือนก็จะจัดงานแข่งขันและงานเลี้ยงน้ำเมาเพื่อใช้โอกาสนี้ในการให้เรนีร่าค้นหาคู่ครองด้วยตนเอง เพราะในสายตาของวิเซริส เขารู้ว่าเรนีร่าไม่มีวันยอมรับตัวเลือกของเขาแน่นอน ดังนั้นให้นางเลือกเองเสียเลยจะได้หมดเรื่อง ทั้งแผ่นดินใหญ่แห่งนี้ย่อมต้องมีสักคนที่คู่ควร

ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของกษัตริย์ต่ออนาคตของบุตรสาว

. . .

เมื่อเรื่องของบุตรสาวคนโตคลี่คลาย บุตรชายคนโตอย่างเรการ์ก็อยู่ในสถานะที่มั่นคงขึ้น วิเซริสมีคำสั่งให้เรการ์อาศัยอยู่ที่เรดคีป ห้ามก้าวออกจากรั้วปราสาทโดยเด็ดขาดเพื่อพักฟื้นจากอาการเจ็บป่วย และเพื่อความมั่นใจ เมสเตอร์หลายคนถูกส่งมาตรวจอาการเป็นระยะ

แน่นอนว่าเรการ์ไม่ยอมรับข้อจำกัดด้านเสรีภาพส่วนตัวนี้ง่าย ๆ หลังจากถกเถียงกันอยู่พักใหญ่ วิเซริสก็ตัดสินว่าบุตรชายของเขาพร้อมแล้วที่จะเรียนรู้ เขาจึงส่งเมสเตอร์เฒ่าสองคนมาสอนอ่านเขียน ด้วยเหตุนี้เรการ์ต้องตื่นทุกวันเวลา 6 โมงเช้า เพื่อเรียนต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมง และวันถัดไปยังต้องตรวจการบ้านอีกด้วย จนในที่สุดเรการ์ก็เฉื่อยชาไปกับมัน

วิเซริสไม่ได้ปฏิบัติเขาเหมือนเด็กป่วยที่เพิ่งหายจากโรคร้ายเลย กลับใช้วิธี ‘เรียนไม่รอดก็ตายไปซะ’ ซึ่งใบหน้าซีดขาวของเรการ์ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใต้การฝึกเช่นนี้ แต่ใต้ตาของเขากลับคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ หนักหนากว่าแต่ก่อนหลายเท่า

‘พวกเมสเตอร์เฒ่าบ้าเอ๊ย ซิทาเดลเฮงซวย วันหนึ่งข้าจะจัดการพวกเจ้าทั้งหมดแน่!’ ท่ามกลางการอบรมอันเข้มงวดของเมสเตอร์ทั้งสอง เรการ์ฝึกเขียนไปบ่นไป พร้อมตั้งมั่นในใจ

เขาเคยถามวิเซริสว่าเมื่อใดตนจะได้อิสระคืน และคำตอบที่ได้คือ “เมื่อเรนีร่ากลับถึงคิงส์แลนดิ้ง เจ้าจึงจะได้ออกจากเรดคีป”

จากเหตุนี้เองความคิดถึงเรนีร่าของเรการ์จึงท่วมท้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาต้องการพี่สาวเหลือเกิน!

รีบกลับมาเถอะนะ พี่สาวสุดที่รักของข้า . . .

. . .

เวลาผ่านไปครึ่งปี

เมื่อใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี คิงส์แลนดิ้งก็ก้าวเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วง ในฐานะเมืองชายทะเล อากาศที่นี่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ยกเว้นเกษตรกรที่เริ่มเร่งเก็บเกี่ยวในทุ่งนา และในที่สุดข่าวดีก็มาถึงเรการ์ผู้ยังถูกกักตัวในเรดคีป

พี่สาวผู้เป็นดั่งความหวังของเขา กำลังจะกลับมาแล้ว!!

เรนีร่าเร่งจบการเยี่ยมเยือนก่อนกำหนด และออกเดินทางทางเรือจากสตอร์มแลดน์ กลับสู่คิงส์แลนดิ้งภายในไม่กี่วัน

ซึ่งไม่ว่าจะมีใครคิดอย่างไร เรการ์กลับปลื้มปีติสุดหัวใจ เพราะทุกเย็นหลังเลิกเรียน เขาจะขึ้นไปนั่งตรงหน้ากระจกบนหอคอยของเรดคีปเฝ้ามองท้องทะเล หวังว่าจะเห็นเรือของเรนีร่าแล่นกลับมา

“ยอดเยี่ยมที่สุด พี่สาวของข้ากำลังจะกลับมาแล้ว ความทุกข์ทรมานของข้าจะจบลงเสียที”

เรการ์นึกถึงช่วงหกเดือนที่ผ่านมาอย่างปวดใจ เขารักการอ่านก็จริง แต่เมื่อร่างกายอ่อนแอและไม่มีทางเลือก การอ่านก็กลายเป็นสิ่งที่ถูกบังคับให้ทำเพื่อฆ่าเวลา มันไม่เหมือนกับการอ่านอย่างมีความสุข แต่มันคือคุก!

“เจ้าชาย ฝ่าบาททรงกริ้วอย่างมากเมื่อรู้ว่าเจ้าหญิงกลับจากการเยี่ยมเยือนโดยไม่ขออนุญาต ดังนั้นข้าขอเตือนว่าพระองค์ควรเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากอีกฝั่งของห้องใต้หลังคา ซึ่งเรการ์ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าใคร

เออร์ริคในชุดเกราะเงิน เสื้อคลุมขาว ยืนอยู่หน้าหน้าต่างอีกด้านท่าทางตรงดั่งหอก

“เซอร์เออร์ริค ท่านก็น่าจะรู้ตารางชีวิตข้าดีอยู่แล้ว ไม่สงสารข้าบ้างหรือไง?” เรการ์บ่นออกมา

เออร์ริคหลุดหัวเราะ “ฝ่าบาทต้องการให้พระองค์เรียนรู้ แต่เรียนแปดชั่วโมงต่อวันแถมมีการบ้าน . . . ก็คงจะหนักไปหน่อยกระมังพ่ะย่ะค่ะ”

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 14 ฮาร์วิน สตรอง กระดูกเหล็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว