- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 10 มิตรผู้เปี่ยมเมตตา
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 10 มิตรผู้เปี่ยมเมตตา
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 10 มิตรผู้เปี่ยมเมตตา
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 10 มิตรผู้เปี่ยมเมตตา
เรการ์รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก มิตรสหายที่เพิ่งพบเจอกันกลับจากไปโดยไม่ร่ำลา ยังไม่ทันได้ทำความรู้จักกันให้ดีเลย
“ข้าอยากขี่มันเล่นสักสองสามรอบอยู่แท้ ๆ” เรการ์กล่าวกับเออร์ริคด้วยน้ำเสียงติดตลก
“หากวาสนายังมี บางทีท่านทั้งสองคนอาจได้พบกันอีก” เออร์ริคหัวเราะเบาๆ ขณะลุกขึ้นเพื่อไปจัดการกับซากไก่ฟ้าตัวนั้น
เรการ์ปรายตามองเสื้อคลุมขาวของเออร์ริค และพอเห็นอีกฝ่ายเริ่มยุ่งจึงหยิบกระบอกน้ำข้างกายขึ้นมาดื่มจนหมด “ฮาห์~ ชื่นใจจริงๆ”
ในขณะที่ลำคอเปียกชื้น เรการ์ก็พลันนึกถึงเสียงระบบที่ดังขึ้นก่อนที่เขาจะหมดสติ “หรือว่าข้าหูแว่วไป?”
ทันใดนั้นเพียงคิดในใจ หน้าต่างระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
---
[เรการ์ ทาร์แกเรียน]
[พรสวรรค์ : ผู้หยั่งรู้ความฝัน (ระดับทอง), อายุยืน (ระดับเขียว)]
[สายเลือด : ราชันมังกรแห่งวาลีเรียโบราณ (10%)]
[ทักษะ : ความชำนาญภาษาวาเลเรียนโบราณ]
[วัตถุโบราณ : โลหิตและเปลวเพลิง (ต้านทานไฟ +50%)]
[การประเมิน : เด็กน้อยผู้โชคดี เจ้าพบมิตรที่แสนใจกว้างแล้วจริง ๆ]
---
เรการ์เบิกตากว้าง มองไปยังบรรทัดหนึ่งของข้อความด้วยความตื่นตะลึง
“พรสวรรค์ใหม่ อายุยืนหรือ?” เขากะพริบตารัวๆ เพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้อ่านผิด “ของจริง! มีพรสวรรค์เพิ่มขึ้นอีกจริง ๆ!”
ใจเขาเต้นแรงจนต้องเอามือกุมหน้าอกไว้ ความตื่นเต้นเอ่อล้นอย่างไม่อาจหักห้าม “อายุยืน . . . ข้าจะมีชีวิตถึงร้อยปีได้จริงหรือ?”
เรการ์รู้ดีว่าสภาพร่างกายของตนย่ำแย่เพียงใด ร่างกายอ่อนแอจนแทบเรียกได้ว่าเป็นคนป่วยติดเตียง ก่อนหน้านี้แค่เดินไม่กี่ก้าวก็หอบ แค่ตื่นเต้นเล็กน้อยหัวใจก็สูบฉีดไม่ทัน แต่ตอนนี้แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุอก มันกลับไม่ใช่อาการเจ็บป่วย มือเท้าที่เคยเย็นเฉียบก็ไม่สั่นอีกแล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าอยู่ถึงร้อยปีได้แล้ว โรคบัดซบนั่นฆ่าข้าไม่ได้อีกต่อไป!” ชายหนุ่มที่รอดพ้นจากโรคร้ายอันยาวนานระเบิดเสียงหัวเราะอย่างควบคุมไม่อยู่
เออร์ริคซึ่งเพิ่งถอนขนไก่ฟ้าเสร็จและกำลังจะย่างมันถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะก้อง และเมื่อหันไปมองเขาก็เห็นเจ้าชายน้อยกำลังนอนดิ้นพล่านอยู่กับพื้น หัวเราะลั่น มือสองข้างปัดป่ายคว้าดินสาดกระจาย ซึ่งในดวงตาของเออร์ริค เรการ์ในตอนนี้ดูไม่ต่างจากคนเสียสติเลยสักนิด
‘เจ็ดนรก . . . ขออย่าให้ข้าต้องโดนลงโทษอะไรเลยเถิด!’ เออร์ริคคร่ำครวญในใจ ก่อนจะรีบทิ้งไก่แล้ววิ่งมาดูอาการเจ้าชายทันที
เจ้าชายเพิ่งฟื้นจากอาการสลบ ยังจะมากลายเป็นคนเสียสติอีกหรือ!? ขนาดพาเจ้าชายหนีออกจากค่ายก็แทบทำให้ตนโดนประหารอยู่แล้ว ถ้ากลับไปพร้อมกับเจ้าชายเสียสติ หัวของเออร์ริคคงไม่เหลือแน่
“พี่ชาย . . . ขออย่าให้เรื่องนี้พาให้ท่านต้องเดือดร้อนไปด้วยเลย . . .” เออร์ริคภาวนาในใจเงียบ ๆ หวังว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบถึงอาร์ริค พี่ชายฝาแฝดของตน
แต่สุดท้ายความกังวลของเออร์ริคก็เกินเหตุ หลังจากที่เรการ์หัวเราะอย่างบ้าคลั่งไปสิบนาที เขาก็หมดแรงนอนแน่นิ่ง และเมื่อถามว่าเหตุใดจึงหัวเราะหนักหนา คำตอบที่ได้มีเพียงประโยคเดียว “คนพิการที่ได้ทิ้งไม้เท้า ข้าว่าเรื่องนี้ก็ควรค่าแก่การดีใจไม่ใช่หรือ?”
เออร์ริคไม่เข้าใจนัก แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือ เจ้าชายไม่ได้เพ้อเจ้อหรือเสียสติ
“ดูท่าศีรษะข้าคงจะยังอยู่ดี . . .” เออร์ริคส่ายหน้าเบาๆ เขาไม่เข้าใจตรรกะของตระกูลทาร์แกเรียนเลยจริง ๆ และกลับไปเตรียมไก่ย่างต่อจะดีกว่า
เรการ์นอนเงียบๆ อยู่บนเสื้อคลุมขาวที่เออร์ริคปูไว้ให้ โดยที่ในใจเขาเต็มไปด้วยความคิดมากมาย คำประเมินจากระบบที่พูดถึง ‘มิตรผู้ใจกว้าง’ เรื่องที่เออร์ริคเล่าว่ากวางขาวให้อะไรบางอย่างแก่เขา และสายเลือดแห่งกษัตริย์มังกรโบราณที่ยังคงเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ . . .
เรการ์หันไปมองหน้าต่างระบบ และเห็นระบบระบุว่ากวางขาวคือสิ่งมีชีวิตหายาก และเมื่อสำรวจสำเร็จขณะเขาหมดสติ ระบบก็ทำการเก็บเกี่ยวโดยอัตโนมัติ รางวัลจากการสำรวจคือผลไม้สีแดงผลนั้น
[สิ่งมีชีวิตวิเศษ : กวางขาว]
[ความคืบหน้าในการสำรวจ: 100%]
[ของสืบทอดถูกเก็บเรียบร้อย กำลังตรวจสอบ . . . ]
[ตรวจพบของสืบทอดระดับมหากาพย์ พรแห่งโชคมงคล]
[ต้องการเปิดใช้งานหรือไม่?]
[เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติแล้ว]
[ขอแสดงความยินดี พรแห่งโชคมงคลเปิดใช้งานสำเร็จ ท่านได้รับพรสวรรค์ . . . ]
[อายุยืน]
[ระดับ : ดี (สีเขียว)
[คุณสมบัติ : ของวิเศษที่สามารถเติมเต็มความปรารถนาลึกที่สุดของมิตรใหม่
[การประเมิน : องุ่นหวานเกินไป ข้าชอบส้มเปรี้ยวมากกว่า]
คำประเมินที่แฝงบุคลิกภาพของผู้มอบพรทำให้เรการ์หัวเราะเบา ๆ ตอนนี้ความผิดหวังจากการที่กวางขาวจากไปอย่างไร้คำร่ำลาถูกชะล้างจนหมดสิ้น
‘ขอบใจเจ้ามาก เพื่อนรัก’ เรการ์กล่าวขอบคุณอยู่ในใจ
ในเวลาเดียวกันเขาก็เริ่มเห็นจุดอ่อนบางอย่างในระบบ พรจากกวางขาวถูกจัดให้เป็นรางวัลระดับ ‘มหากาพย์’ แต่พร ‘อายุยืน’ กลับมีเพียงระดับ ‘ดี’
เมื่อเทียบกับ ‘โลหิตและเปลวเพลิง’ ที่เป็นระดับตำนาน หรือ ‘ความชำนาญในภาษาโบราณวาเลเรียน’ ที่ระดับยอดเยี่ยมแล้ว ย่อมถือว่าอ่อนกว่ามาก
แต่เมื่อครุ่นคิด เรการ์ก็เข้าใจว่า มันคงเป็นผลจากคุณสมบัติของพร พรแห่งโชคมงคลได้เติมเต็มความปรารถนาในใจเขาอย่างแท้จริง และความปรารถนานั้นก็คือ ‘สุขภาพที่แข็งแรง’
เรการ์เงยหน้ามองจันทร์เสี้ยวในยามค่ำ ดวงตาเขาเปล่งแสงสดใส รอยคล้ำใต้ตาดูจางลง
ตั้งแต่คืนนี้ไป ข้าไม่ใช่เด็กอ่อนแออีกต่อไป ข้าคือเรการ์ ผู้จะไม่ตายก่อนวัยอันควร คือทาร์แกเรียนที่โลกนี้จะต้องจารึกตำนานของข้าตราบชั่วนิรันดร์!”
เรการ์กำมือแน่นอย่างแน่วแน่ จากนี้ชื่อของเขาจะเป็นที่กล่าวขานไปทั่วหล้า!
ในขณะเดียวกันด้านข้าง เออร์ริคซึ่งกำลังย่างไก่ก็สูดกลิ่นหอมของหนังไก่ที่สุกจนเป็นสีทอง ก่อนที่สีหน้าจะเต็มไปด้วยความงุนงง “แปลก . . . ทำไมมันยุ่ย ๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ?”
. . .
รุ่งเช้าวันถัดมา
เรการ์ผู้ยังงัวเงียจากความง่วงควบม้าด้วยเสียงพึมพำว่า “ดราคาริส . . .”
‘เป็นทาร์แกเรียนตัวจริงเสียงจริง ตอนนี้ฝันว่าขี่มังกรเลยหรือ?’ เออร์ริคเดินกลับค่ายพลางส่ายหน้าขำ
ยามเช้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อเออร์ริคมาถึงทางเข้าค่ายเวลาก็ล่วงเลยมาถึงประมาณแปดโมงเรียบร้อย
ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็วิ่งออกมาจากมุมค่ายพร้อมเสียงอุทานด้วยความตกใจ
เรการ์ซึ่งตื่นเต็มตาแล้วเงยหน้าขึ้นเห็นบุรุษที่หน้าตาเหมือนเออร์ริคราวกับแกะ และแน่นอนว่าเขารู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือ อาร์ริค คาร์จิลล์ ฝาแฝดของเออร์ริค
“เมื่อวานหายไปไหนมา?” อาร์ริคถามเสียงเข้ม รีบควบบังเหียนม้าไว้ไม่ให้น้องชายหนีไปไหน
เออร์ริคอุ้มเรการ์ลงจากหลังม้าแล้วถอนหายใจเฮือก “เจ้าคิดว่าไงล่ะ?”
“แค่ที่เจ้าพาเจ้าชายเรการ์ออกจากค่าย ทั้งที่ถูกเรียกตัวโดยตรงจากฝ่าบาทก็เพียงพอให้โดนแขวนคอแล้ว!” สีหน้าอาร์ริคเต็มไปด้วยโทสะ
สีหน้าเออร์ริคเจื่อนลง ริมฝีปากขยับจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ได้เพียงถอนหายใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันเหลือเชื่อเกินกว่าจะเล่าให้ใครฟัง โดยเฉพาะกับพี่ชายจอมจริงจังคนนี้
เรการ์ที่เห็นสถานการณ์เริ่มตึงจึงรีบออกหน้าช่วย “เซอร์อาร์ริค ข้าเป็นคนขอให้น้องชายท่านพาข้าออกไปเอง ไม่ใช่ความผิดของเขา”
อาร์ริคก้มศีรษะให้เรการ์ซึ่งสูงได้แค่ต้นขาตน “ฝ่าบาท ข้ามิได้ตั้งใจกล่าวโทษเขา เพียงแต่เมื่อวานฝ่าบาททรงรอพระองค์และเจ้าหญิงจนดึกดื่นแต่ไม่พบ ทำให้ฝ่าบาททรงเสียพระทัยมาก พระองค์เข้าใจหรือไม่ว่าข้าหมายถึงอะไร?”
เรการ์พยักหน้า สีหน้าจริงจัง “ข้าเข้าใจท่านดี ข้าจะปกป้องเซอร์เออร์ริคให้ถึงที่สุด เพราะเรื่องทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากข้า ข้าจะรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตนเอง”