- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 7 ลาริส เท้าคด
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 7 ลาริส เท้าคด
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 7 ลาริส เท้าคด
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 7 ลาริส เท้าคด
“ราชอาณาจักรยังไม่ได้เริ่มสงครามเสียหน่อย ตอนนี้ท่านพ่อยังอยู่ในระหว่างเจรจา” เรนีร่าตอบโต้คำตำหนิของหญิงชราอย่างเฉียบคม ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้านางจางหายไป
ทันใดนั้นอีกหญิงชราคนหนึ่งก็แทรกขึ้นว่า “ถึงฝ่าบาทจะปฏิเสธอย่างไรก็เถอะ แต่สงครามได้เริ่มต้นไปแล้ว เพราะเจ้าชายเดม่อนกับอสูรแห่งทะเลเป็นผู้จุดไฟ”
“แล้วท่านล่ะ ท่านหญิงเรดวิน ช่วงหลังนี้ได้สร้างคุณูปการใดให้อาณาจักรบ้าง?” เรนีร่าเริ่มหมดความอดทน นางปรายตามองหญิงสูงวัยที่กำลังป้อนขนมให้สุนัขปั๊กอย่างดูแคลน ก่อนจะเหน็บแนมต่อว่า “หรือผลงานล่าสุดของท่านคือการเสวยบิสกิต?”
วาจาเย้ยหยันของนางลอยวนอยู่ในอากาศ เงียบงันปกคลุมทั่วบริเวณ
“พรืด~”
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังลั่นทำลายความเงียบอย่างไม่ไว้หน้า
สีหน้าของท่านหญิงเรดวินแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง นางหันมามองเด็กชายผมสีเงินที่ยังพยายามกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ แล้วถามเสียงต่ำด้วยความไม่พอใจ “นี่หรือคือเจ้าชายเพคะ?”
เรนีร่าไม่ตอบคำถาม เพียงหันหลังจากไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอีกฝ่าย
“ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน บุตรชายองค์โตของกษัตริย์ วิเซริสที่หนึ่ง”เรการ์กลั้นยิ้มไม่อยู่ เขาหันไปยังเหล่าสตรีสูงศักดิ์และกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม หลังจากนั้นเขาก็หันไปจ้องท่านหญิงเรดวินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเสียดสี “ต้องขออภัยด้วย ข้าป่วยเรื้อรังมาตั้งแต่เกิดเลยไม่ค่อยได้ออกสู่สาธารณชน ไม่ทราบว่าท่านหญิงบิสกิตผู้นี้พอจะจำชื่อของข้าได้บ้างหรือไม่?”
“พรืด~” เสียงหัวเราะอีกระลอกดังขึ้น
เรการ์หันไปมองเจ้าของเสียง และเห็นเป็นชายร่างผอม ผมหยักศกสีน้ำตาล นั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มสตรีจอมเมาท์อย่างกลมกลืน ชายผู้นั้นถือไม้เท้าในมือ และเมื่อเรการ์ก้มลงมองก็พบรองเท้าหนึ่งข้างที่ผิดรูปผิดร่าง แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นบุรุษพิการที่มีเท้าข้างหนึ่งผิดปกติ
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของเรการ์ ชายผู้นั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยและแนะนำตนเองอย่างนอบน้อม “ลาริส สตรอง ขอถวายตัวรับใช้ฝ่าบาท”
“ท่านมีความเกี่ยวข้องกับลอร์ดไลโอเนลหรือไม่?” เรการ์เอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ข้าเป็นบุตรชายคนสุดท้องของเขา” ลาริสตอบพร้อมดึงเท้าพิการของตนหลบสายตาเจ้าชายอย่างเก้อเขิน
“บิดาของท่านเป็นหัตถ์แห่งราชาที่ดีนัก” หลังจากแสดงความเคารพกันพอเป็นพิธี เรการ์ก็หันกลับไปยังท่านหญิงเรดวิน “โจรสลัดสาวสามพี่น้องแห่งแลนีสได้รุกรานดินแดนของอาณาจักร ปล้นสะดมเรือสินค้า และจับประชาชนผู้จงรักภักดีต่อท่านพ่อไปเป็นทาส แม้ว่าลุงเดม่อนจะยกทัพโดยพลการ แต่เขาทำเพื่อปกป้องราชอาณาจักรในฐานะเจ้าชายแห่งตระกูลทาร์แกเรียน”
เรการ์หยุดพูดชั่วครู่ แล้วกวาดตามองไปยังท่านหญิงกิลราผู้เป็นคนเริ่มต้นการถกเถียงครั้งนี้ “ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน ท่านพ่อจะต้องตัดสินใจอย่างเจ็บปวดเพื่อประกาศสงครามและส่งกองทัพไปปราบปรามพวกโจรสลัดกินปูพวกนั้นให้สิ้นซาก”
เมื่อสิ้นประโยคเสียงรอบข้างก็เงียบกริบ ใบหน้าของกลุ่มสตรีที่ก่อนหน้านี้รุมเรนีร่าด้วยถ้อยคำเจ็บแสบกลับแสดงความตระหนกและอึดอัดราวกับถูกตบหน้ากลางวง
อลิเซนต์เองก็มองเรการ์ด้วยความประหลาดใจ ราวกับเพิ่งได้รู้จักเขาเป็นครั้งแรก ใครเล่าจะคาดคิดว่าเด็กชายวัยเพียงหกขวบจะกล่าวถ้อยคำได้ทรงพลังปานนี้?
โดยเฉพาะท่านหญิงเรดวิน นางรู้สึกอับอายจนพูดไม่ออก ได้แต่ส่งเสียงหึในลำคอ แล้วพูดเบา ๆ ว่า “ราชินีอลิเซนต์ ท่านควรอบรมบุตรของฝ่าบาทให้ดีกว่านี้”
พูดจบนางก็อุ้มสุนัขปั๊กแล้วสะบัดหน้าเดินจากไป ทิ้งเศษบิสกิตไว้ตามทางพลางสบถด้วยเสียงแผ่วเบา
“โอ้ คงเพราะคำพูดของข้ามีแต่ความเยาว์วัยจึงไม่อาจสื่อถึงท่านได้กระมัง” เรการ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม เอามือตบหน้าอกเบา ๆ แล้วค้อมศีรษะลาอย่างสุภาพ
เขาไม่คิดจะเสียเวลาพูดคุยกับกลุ่มสตรีจอมซุบซิบนินทาอีกต่อไป เป้าหมายของเขาคือการตามหาเรนีร่า เพราะเขาเข้าใจดีว่าในช่วงวัยอ่อนไหวเช่นนี้ เด็กสาวมักต้องการใครสักคนคอยปลอบประโลม
ขณะเดินออกจากบริเวณนั้น เสียงฝีเท้าไม่สม่ำเสมอก็ตามหลังมา เมื่อหันกลับไปมอง เรการ์ก็พบกับชายผู้หนึ่งในชุดเกราะขาวบริสุทธิ์ขององครักษ์ พร้อมผ้าคลุมสีเงิน หน้าซ่อนอยู่ใต้หมวกเหล็ก
ซึ่งใต้หมวกนั้นคือใบหน้าที่เรการ์จำได้ เพราะเขาเคยเห็นมาหลายครั้ง ชายผู้นี้คือหนึ่งในฝาแฝดแห่งคิงส์การ์ด อาร์ริค คาร์จิลล์ กับ เออร์ริค คาร์จิลล์ สองพี่น้องผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมและความสามารถ จนได้รับเลือกให้เป็นองครักษ์ประจำกษัตริย์
“เซอร์เออร์ริค ท่านมาหาข้าหรือ?” เรการ์ถือพวงองุ่นแดงไว้ในมือ แล้วถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
เมื่อถูกเรียกชื่ออย่างแม่นยำ เออร์ริคก็ถึงกับนิ่งไปเล็กน้อยดูเหมือนจะปลื้มไม่น้อย เพราะแม้แต่ขุนนางผู้ใกล้ชิดยังมักเรียกเขาผิดเป็นประจำ ทำให้เขาก้าวเข้ามาแล้วย่อตัวอย่างสุภาพ “ฝ่าบาททรงตามหาเจ้าชายอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
“อืม งั้นก็พาไปเลย” เรการ์ตอบรับอย่างให้ความร่วมมือ
เออร์ริคหยุดชั่วครู่ก่อนเอ่ยเตือน “แต่ . . . เมื่อครู่นี้ฝ่าบาททรงมีปากเสียงกับเจ้าหญิง อารมณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก”
“ทะเลาะกันหรือ? เพราะเรื่องอะไร?”
แม้จะเป็นห่วงเรนีร่า แต่เรการ์ก็อยากรู้เรื่องราวให้ชัดเจนเสียก่อน
“ข้าไม่กล้าก้าวล่วงในเรื่องของราชวงศ์” เออร์ริคตอบอย่างระมัดระวัง แต่ก็บอกเป็นนัยถึงชื่อ เจสัน แลนนิสเตอร์ แฝดผู้พี่ของไทแลนด์ แลนนิสเตอร์
เมื่อได้ยินชื่อเรการ์ก็เข้าใจทันที เจสัน ลอร์ดแห่งเวสเทอแลนด์ เป็นชายหยิ่งผยองและใฝ่หาทั้งอำนาจและความงาม เคยพยายามเกี้ยวพาราสีเรนีร่า แต่นางไม่อาจทนคนโง่เขลานั้นได้จึงปฏิเสธอย่างสุภาพ
เมื่อกลับถึงค่ายเรนีร่าก็ปะทะกับบิดาที่พยายามจะชักนำการแต่งงานของนาง ผลจึงลงเอยด้วยการทะเลาะอย่างรุนแรง และน้ำตาแห่งความเสียใจ
ขณะที่เรการ์รับรู้เรื่องราวทั้งหมด ความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในราชสำนักก็ถาโถมเข้ามาในใจของเขา . . .