- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 5 การสำรวจครั้งที่สอง
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 5 การสำรวจครั้งที่สอง
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 5 การสำรวจครั้งที่สอง
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 5 การสำรวจครั้งที่สอง
ขณะที่ผู้มาเยือนรีบก้าวเข้ามาหา วิเซริสก็รับจดหมายฉบับหนึ่งมาไว้ในมือด้วยความเร่งรีบ
เรการ์จ้องมองชายแปลกหน้านั้นอย่างไม่เกรงใจ ชายผู้นั้นมีหนวดเคราที่ตกแต่งเรียบร้อย ผมสีทองหวีเรียบลื่นล้มไปด้านหลัง ให้ความรู้สึกสุภาพและน่าเคารพ
เมื่อวิเซริสรับจดหมาย เขาก็พึมพำว่า “จดหมายร้องขอความช่วยเหลือ . . . ฟังดูไม่ใช่สิ่งที่เดม่อนจะทำเลยไม่ใช่หรือ?”
ไทแลนด์ แลนนิสเตอร์พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “เป็นจดหมายจากเซอร์เวมอนด์ เวลาเรียน น้องชายของอสรพิษทะเล เขาเป็นผู้ส่งมาเอง”
“ข้าก็ว่าแล้ว ด้วยความหยิ่งผยองของเจ้านั่น เขาไม่มีวันเขียนถึงข้าเองหรอก” วิเซริสตอบเสียงเย็น “ไม่มีทางที่น้องชายข้าคนนั้นจะก้มหัว”
ไม่นานนักเนื้อหาในจดหมายก็ถูกเปิดเผย พร้อมกับสีหน้าของวิเซริสเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะหันไปพูดกับเหล่าสภาว่า “สถานการณ์ที่หมู่เกาะสเต็ปสโตนยังคงชะงักงัน พวกขี้ขลาดที่ให้อาหารปูยังคงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า เดม่อนกับกองกำลังของเขาเริ่มประสบปัญหา”
เหล่าสภาสบตากันก่อนจะเสนอความเห็นหลากหลาย บ้างก็ว่าควรส่งกองทัพไปช่วย บ้างก็ว่าควรรอดูจนกว่าเดม่อนและกองทัพของอสรพิษทะเลจะพ่ายแพ้
วิเซริสยกมือขึ้นกุมขมับอย่างเหนื่อยล้า เขาเกลียดสงครามที่สุด ศึกครั้งนี้ในหมู่เกาะสเต็ปสโตนเป็นเรื่องที่เดม่อนลงมือโดยพลการ ภายใต้การชักนำของอสรพิษทะเล และเมื่อเกิดวิกฤตกลับหันมาขอความช่วยเหลือ เขาควรจะเป็นคนเก็บกวาดความยุ่งเหยิงจากพวกคนไร้มงกุฎพวกนี้จริงหรือ?
“เรนีร่า พาน้องชายของเจ้าออกไปก่อน การประชุมนี้คงใช้เวลานาน อย่าให้เขาเหนื่อยเกินไปล่ะ” วิเซริสจูบหน้าผากเรการ์เบา ๆ แล้วฝากบุตรชายไว้ในความดูแลของบุตรสาว
เมื่อรู้ว่าประเด็นที่กำลังหารือนั้นซับซ้อนเกินไป เรนีร่าจึงไม่เอ่ยค้าน นางจูงมือน้องชายเดินออกจากห้องประชุมไป
. . .
สองพี่น้องเดินมาตามทางเดินที่เต็มไปด้วยหน้าต่างกระจกสีสูงจรดพื้น
เรนีร่ายืนมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างอย่างเงียบงัน ก่อนจะถามเบา ๆ “เจ้าคิดว่าลุงเดม่อนจะเอาชนะพวกให้อาหารปูได้ไหม?”
“พี่ . . . ข้าเพิ่งจะอายุหกขวบเองนะ” เรการ์ตอบ พร้อมเหลือบตามองความเตี้ยของตนอย่างเศร้าสร้อย
เรนีร่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ “ข้าช่างโง่เสียจริง ข้ามักปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนเป็นผู้ใหญ่ตัวจิ๋ว จนลืมไปว่าเจ้าอาจไม่รู้แม้แต่ชื่อของพวกให้อาหารปูเสียด้วยซ้ำ”
เรการ์แทรกขึ้น “ถ้าลุงเดม่อนไม่พูดว่า ข้าคือรัชทายาทแห่งอนาคต ข้าก็อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็น ‘ลุง’ ของข้า”
หลังจากนั้นเรการ์ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกระซิบข้างหูพี่สาวว่า “ข้าสังเกตว่าท่านพ่อนิ้วขาดไปสองนิ้ว”
“ท่านไม่สบาย แกรนเมสเตอร์กำลังดูแลท่านพ่ออยู่” เรนีร่าตอบพลางลูบศีรษะน้องเบา ๆ นางคาดเดาว่าเรการ์อาจรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นบิดาบาดเจ็บ
แต่ทว่าเรการ์กลับแสดงสีหน้าสงบนิ่ง เขากุมมือพี่สาวแล้วกดเล็บลงไปบนผิวนาง
“โอ๊ย! เจ้าทำข้าเจ็บทำไม!” เรนีร่าร้องลั่นเมื่อเห็นรอยแดงบนมือ
แต่เรการ์กลับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “บาดแผลเล็กน้อยพี่ก็ร้องออกมา แต่ท่านพ่อกลับสูญเสียนิ้วไปสองนิ้ว บางทีท่านอาจมีบาดแผลที่เราไม่เห็นอีกก็ได้ . . .”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “ในฐานะกษัตริย์ ท่านไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาได้ ส่วนเราในฐานะลูกของท่าน ควรละทิ้งความโกรธส่วนตัว แล้วหันมาสร้างความเข้มแข็งเพื่อคอยช่วยเหลือท่านต่างหาก”
เรนีร่ายืนอึ้ง ก่อนจะชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่น้องชาย “เจ้า . . . เจ้าพูดเองว่าเจ้าเพิ่งหกขวบ แต่กลับกล้าสอนข้าหรือ?”
“อายุของข้าจำกัดสติปัญญา แต่หนังสือเติมเต็มความรู้ให้ข้าได้” เรการ์ตอบเสียงเรียบ
“พี่ควรอ่านหนังสือให้มากกว่านี้ แทนที่จะขี่มังกรหรือมัวแต่วุ่นวายกับข่าวลือและเรื่องวุ่นวาย” เขาพูดพลางพยายามจะตบไหล่นาง ทว่าไม่สูงพอจึงแตะได้แค่ช่วงเอว แล้วก็เดินจากไปอย่างสง่างาม
เรนีร่าชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สายลมจะแตะหน้านางเบา ๆ แล้วนางก็คำรามออกมา “เรการ์! เจ้ากล้าดูหมิ่นพี่สาวอย่างข้าหรือ! จงเตรียมรับความพิโรธของมังกรที่หลับใหลเถอะ!”
. . .
สองวันถัดมา ขบวนราชรถหรูหราเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ผืนป่าแห่งราชวงศ์ โดยมีขุนนางและทหารคุ้มกันล้อมรอบ
ภายในราชรถวิเซริสนั่งอยู่ตรงกลาง ระหว่างราชินีอลิเซนต์และเรนีร่า ส่วนเอกอนและเฮเลน่านั่งฝั่งตรงข้าม โดยมีทารกน้อยกำลังดูดนมจากอกมารดา
เรการ์นั่งข้างพี่สาว มองทารกด้วยสีหน้ารำคาญ “ตัวแค่นี้แต่ร้องซะเหมือนจะขาดใจ ฟังแล้วขนลุกจริง ๆ”
อลิเซนต์หัวเราะเบา ๆ “เอมอนด์ยังไม่ชินกับรถม้า เขาก็เลยร้องบ่อย”
“เสียงร้องทรงพลังเช่นนี้ วันหนึ่งคงเป็นนักรบที่กล้าหาญแน่นอน” วิเซริสเสริมด้วยรอยยิ้ม
อลิเซนต์ยิ้มหวาน ก่อนจะยื่นทารกน้อยให้เรการ์ “เจ้าอยากอุ้มเขาดูไหม?”
“ก็ . . .ลองดูก็ได้” เรการ์ลังเลเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจรับตัวทารกมาถือไว้ แล้วเล่นกับเด็กน้อยไปสักพัก
เขาจับรักแร้ของทารกทั้งสองข้าง แล้วยกตัวเด็กให้แกว่งไปมา ‘ในอนาคต หากเจ้าเด็กน้อยกล้ามีปัญหากับข้า เจ้าจะไม่มีวันรอดแน่’
มุมปากเรการ์ยกขึ้นเล็กน้อย ขณะนึกภาพการสั่งสอนเจ้าตัวเล็กในภายภาคหน้า ก่อนที่ไม่นานนักเอมอนด์จะงอแงจนถูกส่งกลับไปหามารดาอีกครั้ง
วิเซริสมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกอิ่มเอม มีภรรยาเคียงข้าง รถม้าหรูไว้เดินทาง และลูกหลานอยู่รอบกาย ชีวิตจะมีอะไรสวยงามไปกว่านี้อีกเล่า?
เมื่อเห็นบิดามีความสุข เรการ์ก็เอ่ยขึ้นอย่างเหมาะเจาะ “ท่านพ่อ นั่นคือดาบแบล็กไฟร์ของเอกอนผู้พิชิตใช่หรือไม่?”
วิเซริสยิ้มรับ ก่อนจะหยิบดาบยาวที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา “ใช่แล้ว แบล็กไฟร์ ดาบแห่งกษัตริย์ ที่เอกอนใช้รวมอาณาจักรทั้งเจ็ด”
“ข้าขอดูได้หรือไม่?” ดวงตาของเรการ์เป็นประกาย ขณะจ้องดาบอย่างตื่นเต้น
วิเซริสยื่นดาบออกไป แต่ก็ชักกลับครึ่งทาง เมื่อมองร่างผอมบางของบุตรชาย พลางถอนใจ “ยังไม่ถึงเวลา แบล็กไฟร์เป็นดาบคมกล้า เปื้อนเลือดมานักต่อนัก เจ้าควรโตอีกหน่อยก่อนถึงจะเหมาะถือมัน”
“แต่ข้าอยากลองดู . . .”
ดาบสืบทอดอันเก่าแก่ เทียบเคียงได้กับกะโหลกบาเลอเรียน ซึ่งเรการ์ไม่อยากพลาดโอกาสนี้!
วิเซริสส่ายหน้า ก่อนจะเก็บดาบใส่ฝักอีกครั้ง ปฏิเสธอย่างหนักแน่น
เมื่อเห็นเช่นนั้นเรการ์ก็ก้มหน้าด้วยความผิดหวัง
“หากเจ้าอยากเห็นของมีคม นี่อาจเป็นตัวเลือกที่ดี” ราวกับทนเห็นบุตรชายเสียใจไม่ได้ วิเซริสจึงปลดกริชเขามังกรจากเอว แล้วยื่นให้เรการ์ด้วยสีหน้าลึกลับ
เรการ์รับมาอย่างสับสน แล้วมองหน้าบิดาอย่างไม่เข้าใจ
“กริชเล่มนี้เคยเป็นของเอกอนผู้พิชิต และก่อนหน้านั้นก็เป็นของเอเนอร์” วิเซริสหัวเราะ
“ว้าว . . . เก่าได้ใจจริง ๆ” เรการ์อุทานด้วยความทึ่ง ก่อนจะชักกริชออกมา
เคร้ง!
เสียงกริชเสียดกับฝัก ราวกับแสงเย็นเยียบพุ่งออกมา
เรการ์หรี่ตาลง เห็นลวดลายวิจิตรประดับทั่วใบมีด ทั้งวัสดุและงานฝีมือช่างน่าทึ่ง
“นี่คือกริชเหล็กวาเลเรียนใช่หรือไม่?” เรนีร่าเดินเข้ามาดูอย่างสนใจสุดขีด
วิเซริสพยักหน้า “ทุกสิ่งที่ตกทอดจากบรรพชน ย่อมมีคุณค่าในตัวของมัน”
ขณะเดียวกันระบบในหูของเรการ์ก็ส่งเสียงแจ้งเตือน
[พบสมบัติโบราณ มีร่องรอยเวทมนตร์]
‘เวทมนตร์?’ เรการ์เบิกตากว้าง รู้สึกตื่นตัวทันที
[ตรวจพบสำเร็จ กริชเล่มนี้บันทึก ‘บทเพลงแห่งน้ำแข็งและไฟ’ ต้องการดำเนินการสำรวจหรือไม่?]