เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 4 คำร้องขอความช่วยเหลือจากหมู่เกาะสเต็ปสโตน

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 4 คำร้องขอความช่วยเหลือจากหมู่เกาะสเต็ปสโตน

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 4 คำร้องขอความช่วยเหลือจากหมู่เกาะสเต็ปสโตน


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 4 คำร้องขอความช่วยเหลือจากหมู่เกาะสเต็ปสโตน

รุ่งอรุณในวันถัดมา แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องยังเรดคีปอย่างอ่อนโยน เริ่มต้นอีกหนึ่งวันอันแสนวุ่นวายของเหล่าข้ารับใช้ในปราสาท

หลังจากรับประทานอาหารเช้าตามธรรมเนียมนมและขนมปัง เรการ์และเรนีร่าก็มุ่งหน้าไปยังห้องสภาโดยไม่ชักช้า โดยมีเหล่าข้ารับใช้และอัศวินที่เฝ้าตามทางต่างเบี่ยงตัวให้ ทำให้ทั้งสองเดินผ่านโดยไร้ผู้ใดกล้าขัดขวาง

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องสภาใหญ่ พวกเขาก็พบกับบรรยากาศอันครึกครื้น กษัตริย์วิเซริสซึ่งอยู่ในวัยสามสิบต้น ๆ ยิ้มกว้าง ขณะสนทนาอย่างเป็นกันเองกับเหล่าสภา ซึ่งเขาขึ้นชื่อในเรื่องความอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยเมตตา และยิ้มให้กับทุกผู้คนที่เข้าเฝ้า

“เรนีร่า มาพอดีเลย พวกเรากำลังพูดคุยกันเรื่องการล่าสัตว์ในป่าคิงส์วูดพอดี” วิเซริสกล่าวขึ้นทันทีที่เห็นบุตร พลางกวักมือเรียกให้นางเข้าร่วมวงสนทนา

“ท่านพ่อ ท่านยังจำข้าได้หรือไม่?” เรการ์เอ่ยแทรกขึ้น พลางกุมมือพี่สาวแน่น สายตาจ้องมองกษัตริย์ผู้เป็นบิดาด้วยแววตาเว้าวอน

“โอ้ เรการ์ เจ้านั่นเอง ทำไมพี่สาวเจ้าถึงพาเจ้ามาด้วยล่ะ?” วิเซริสอุทานด้วยความประหลาดใจทันทีที่เห็นร่างบอบบางของบุตรชายยืนอยู่ที่ประตู จากนั้นก็รีบลุกขึ้นจากบัลลังก์

“ฝ่าบาท . . .”

เหล่าสภาต่างลุกขึ้นยืนตามอย่างพร้อมเพรียง ทักทายองค์รัชทายาทที่แท้จริงด้วยความเคารพ แม้เรการ์จะเจ็บป่วยมาตั้งแต่เกิด แต่ในสายตาพวกเขา เขาก็คือบุตรองค์โตของกษัตริย์ ผู้ควรได้รับความนับถือ หากเจ้าชายน้อยไม่ตกอยู่ในอาการโคม่าในวัยแรกเกิด บางทีเรนีร่าอาจไม่ได้กลายเป็นทายาทแห่งราชบัลลังก์

เรการ์กวาดตามองเหล่าขุนนางก่อนจะโบกมือเบา ๆ เชิงเชื้อเชิญให้ทุกคนผ่อนคลาย พร้อมรอยยิ้มละมุนบนใบหน้า ซึ่งเพียงเท่านี้ก็กระตุ้นความประทับใจให้กับเหล่าสภาอีกครั้ง เจ้าชายเรการ์ดูละม้ายคล้ายกษัตริย์วิเซริสราวกับหล่อจากแม่พิมพ์เดียวกัน ทั้งอ่อนโยน สงบเสงี่ยม

เมื่อเรนีร่าและน้องชายเดินเข้ามา นางก็อธิบายเสียงเรียบว่า “เมื่อวานเป็นวันเกิดของเรการ์ เราทั้งคู่ต่างไม่ได้พบหน้าท่าน เขาเลยอยากมาเยี่ยมท่านพ่อในวันนี้”

คำพูดของนางทำให้วิเซริสซาบซึ้ง และรีบก้าวเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าบุตรทั้งสอง “ขอโทษด้วยนะลูก พ่อในฐานะกษัตริย์มีภาระมากมายเหลือเกิน หวังว่าเจ้าจะไม่โกรธพ่อ”

สายตาของวิเซริสและเรการ์สบกัน และทั้งสองก็ยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น ก่อนเรการ์จะแสร้งทำหน้างอนเล็กน้อย “ไม่เป็นไรหรอกพ่ะย่ะค่ะ ข้าจะไปถือโทษโกรธท่านพ่อได้อย่างไรกัน . . . ข้าแค่อยากเจอท่านพ่อของข้าในฐานะลูกเท่านั้นเอง”

ในเมื่อใช้ฐานะกษัตริย์หลบเลี่ยงความรับผิดชอบ เช่นนั้นเขาก็จะใช้สถานะของ ‘ลูก’ ทวงถามหัวใจของบิดาคืน!

ซึ่งมันก็เป็นดังคาด สีหน้าของวิเซริสแปรเปลี่ยนเล็กน้อย พร้อมกับแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ก่อนที่เขาจะมือเอื้อมมาแตะใบหน้าซีดเผือดของบุตรชายอย่างอ่อนโยน

“ยิ่งเจ้าโตขึ้น เจ้าก็ยิ่งเหมือนแม่ของเจ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ” วิเซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงอารมณ์ปะปน

“อาจจะเป็นเช่นนั้น ข้าแค่อยากให้ท่านพ่ออย่าลืมข้า อย่าทอดทิ้งข้าไปในชั่วชีวิตนี้” เรการ์พูดอย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงด้วยการหยั่งลึกถึงหัวใจ

เขาไม่ใช่เด็กน้อยวัยสามขวบอีกต่อไป เขารู้แล้วว่าคำพูดสามารถทำให้คนรู้สึกเจ็บได้เพียงใด

กษัตริย์รู้สึกราวกับหัวใจถูกตอกด้วยค้อนเมื่อมองเห็นร่างกายอ่อนแอของบุตรชาย ก่อนที่เขาจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วอุ้มเรการ์ขึ้นประคองกลับไปนั่งบนบัลลังก์ด้วยกัน พลางลูบผมสีเงินของบุตรชายเบา ๆ “แต่เจ้าก็ไม่เคยมาเยี่ยมพ่อเลยนะ พ่อจะได้มีโอกาสชดใช้ในฐานะบิดาบ้างไหม?”

ขณะนั้นวิเซริสก็เหลือบมองเรนีร่าแวบหนึ่งอย่างพินิจพิจารณา

เรการ์ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วซบตัวแนบอกบิดา“ไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ยิ่งพูดน้อยก็ยิ่งมีโอกาสพลาดน้อย ผู้ที่เปิดฉากล่า มักกลายเป็นฝ่ายถูกล่าเสียเอง!

วิเซริสยิ้มแล้วหันมาทางเรนีร่า “ข้าไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของเจ้าทั้งสองแน่นแฟ้นถึงเพียงนี้”

“เขาคือน้องชายของข้า ใกล้ชิดยิ่งกว่าเอกอนเสียอีก” เรนีร่าตอบสั้น ๆ น้ำเสียงเจือความสั่นไหว

วิเซริสเม้มปากเงียบ ไม่อยากถกเถียงกับบุตรสาวที่พูดจาตรงไปตรงมาเกินไป จึงหันไปประกาศแก่เหล่าสภาแทน แสดงท่าทางของกษัตริย์ผู้ใจกว้าง “วันนี้ เรการ์ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุมด้วย มีเรื่องใดค้างคาอยู่บ้างหรือไม่?”

“มีแต่เรื่องเล็กน้อย ไม่มีปัญหาให้เจ้าชายฟังร่วมด้วยเลยพ่ะย่ะค่ะ” ลีแมน บีส์บูรี่ ผู้ดูแลคลังประจำราชสำนักกล่าวเสริมอย่างสุภาพ

เรการ์มองชายชราเบื้องหน้า ผู้มีผมสองสีขาวดำ บุคลิกดูอบอุ่นใจดี และเมื่อเห็นเขาพยักหน้าให้ เรการ์ก็ยิ้มตอบกลับ ซึ่งบทสนทนาระหว่างสองฝ่ายจบลงอย่างรวดเร็ว

“ฝ่าบาท การล่าสัตว์ในคิงส์วูดจะจัดขึ้นในอีกสองวัน ขอพระราชทานอนุญาตชี้แจงกำหนดการและค่าใช้จ่าย . . .” ไลโอเนล สตรอง หัตถ์แห่งราชาก็เริ่มนำเสนอเรื่องสำคัญ

แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะธรรมดา แต่ไลโอเนลกลับพูดอย่างมั่นคง พร้อมเสนอรายละเอียดอย่างครบถ้วน ซึ่งวิเซริสพิจารณาครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยความพอใจ นับตั้งแต่ที่ออตโต ไฮทาวเวอร์ บิดาของราชินีลาออกจากตำแหน่ง มือขวาคนใหม่นี้ก็กลายเป็นผู้ช่วยที่กษัตริย์ไว้วางใจที่สุด

ระหว่างที่ฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ เรการ์ก็ดึงแขนเสื้อของบิดา กระซิบเบา ๆ “การล่าในคิงส์วูดดูน่าสนุกจัง ข้าไปด้วยได้หรือไม่ท่านพ่อ?”

เขาไม่เคยออกไปนอกเรดคีปเลย และอยากเห็นโลกภายนอกบ้าง

วิเซริสชะงักด้วยสีหน้าลังเล เพราะการเดินทางเช่นนั้นอาจหนักเกินไปสำหรับร่างกายอันอ่อนแอของบุตรชาย

ทันใดนั้นเขาก็หันมองเรนีร่าอย่างเงียบ ๆ ราวกับขอความช่วยเหลือ แต่เรนีร่ากลับแกล้งทำไม่เห็นสายตานั้น และพูดขึ้นว่า “ข้าคิดว่าแผนของลอร์ดไลโอเนลยอดเยี่ยมมาก ข้าไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เลยเพคะ”

ในฐานะทายาท แม้จะยังไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ แต่นางก็ต้องแสดงบทบาทสนับสนุนให้เป็นทางการ

เมื่อไม่ได้รับการช่วยเหลือจากบุตรสาว วิเซริสจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง “ข้าอยากพาเจ้าทั้งสองไปล่าในคิงส์วูด . . .แต่ว่า . . .”

“เอกอนยังไปได้ แล้วทำไมข้าจะไปไม่ได้ล่ะ?” เรการ์ทำทีเป็นไม่เข้าใจ

“เพราะสุขภาพของเจ้า ข้าไม่อยากให้เจ้าบาดเจ็บหรือเป็นอะไรขึ้นมา” วิเซริสตอบอย่างหนักแน่น

“แต่ข้าอยากไป สุขภาพของข้ากำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรต้องกังวล” เรการ์พูดอย่างมั่นใจ “ต่อให้จะมีอันตราย ข้าก็อยากเห็นโลกภายนอก ไม่ใช่ถูกขังเหมือนนกในกรง”

วิเซริสสีหน้าเคร่งเครียด ไม่อาจตัดสินใจได้ง่ายนัก และในจังหวะเหมาะ เรนีร่าก็พูดแทรกขึ้นว่า “ครอบครัวเราจะไปล่าในคิงส์วูดกันทั้งทีจะปล่อยให้เรการ์อยู่ลำพังในเรดคีปได้อย่างไร?”

กษัตริย์ดูไม่พอใจที่บุตรสาวพยายามขัดเขาตลอด แต่เรนีร่ากลับเผชิญสายตานั้นโดยไม่หวั่นเกรง

ขณะที่บิดากับบุตรสาวต่างประลองสายตากันเงียบ ๆ เรการ์ก็ดึงแขนเสื้อของกษัตริย์อีกครั้ง พร้อมเสียงอ้อนวอนเบา ๆ “ได้โปรดเถิด ท่านพ่อ ข้าอยากไปจริง ๆ”

“เทพเจ้าเอ๋ย เจ้าชอบหาเรื่องให้ข้าเสมอเลยนะ” วิเซริสพึมพำอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ในที่สุด เขาก็ยอมใจอ่อนตามคำขอของบุตรชาย “ก็ได้ ข้าจะพาเจ้าไปด้วย แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะว่าง่าย และอย่าแอบหนีไปกับเรนีร่าเป็นอันขาด เข้าใจไหม?”

“แน่นอน ข้าสัญญา” เรการ์ตอบโดยไม่ลังเล

ทันใดนั้นก็มีบุรุษผู้หนึ่งเร่งร้อนเข้ามาในห้องสภา “ฝ่าบาท! มีคำร้องขอความช่วยเหลือจากหมู่เกาะสเต็ปสโตน ขอพระองค์โปรดทรงพิจารณาโดยด่วน!”

แม้จะอ่อนล้าเพียงใด แต่วิเซริสก็ยังคงส่งยิ้มให้ผู้คนรอบกาย แต่เบื้องหลังรอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาพยายามอย่างหนักที่จะเป็นกษัตริย์ผู้เปี่ยมเมตตา ทว่าสุดท้ายก็ไม่อาจทำให้ทุกคนพอใจได้

อย่างที่เดม่อนเคยกล่าวไว้ ความอ่อนแอเพียงหนึ่งเดียวของกษัตริย์วิเซริสคือ การลังเลใจ!

แต่ในเรื่องราวต่อจากนี้จะมีใครบางคนยืนหยัดขึ้นเพื่อพิทักษ์แผ่นดินแทนเอง . . .

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 4 คำร้องขอความช่วยเหลือจากหมู่เกาะสเต็ปสโตน

คัดลอกลิงก์แล้ว