เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 214: หมอผี (มีคำเตือน)

บทที่ 214: หมอผี (มีคำเตือน)

บทที่ 214: หมอผี (มีคำเตือน)


**คำเตือน มีเนื้อหาในส่วนของการถูกทำร้ายถึงขั้นเสียชีวิต หากผู้อ่านรับไม่ไหว สามารถข้ามเนื้อหาส่วนที่ดอกจันไว้ได้เลยนะคะ**

เมื่อภูตหมาป่าได้รับคำสั่งจากหัวหน้า เขาก็ลุกขึ้นเดินถอยหลัง ก่อนจะวิ่งตะบึงออกจากบริเวณบ้านพักของหัวหน้าไป

ที่พักของหัวหน้าเผ่าหมาป่าตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในเผ่า ซึ่งตลอดทางจากยอดเขาจะสามารถมองเห็นภูตที่มือกับเท้าถูกพันธนาการไว้และร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า พวกเขาสวมเพียงกระโปรงหนังสัตว์ขาดรุ่งริ่งเท่านั้น

หากจะพูดให้ถูกก็คือ คนพวกนี้เป็นทาส

****************************************************

เหล่าทาสทั้งหลายจะทำงานแบกหินทั้งที่มือถูกมัด แล้วเนื้อตัวของทาสก็มีแต่บาดแผลอยู่ทั่วร่าง โดยมีฝูงภูตหมาป่าคอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด

ถ้าสังเกตให้ดี ๆ ทาสไม่กี่คนที่อยู่ที่นี่ยังคงมีท่าทางต่อต้าน ในขณะที่ทาสส่วนใหญ่มีดวงตาเลื่อนลอยไร้ชีวิตชีวา ราวกับว่าวิญญาณของพวกเขาถูกดูดออกไปจากร่าง แต่ทุกคนก็ทำงานต่อไปเหมือนหุ่นเชิด

เมื่อภูตหมาป่าที่เพิ่งรับคำสั่งจากหัวหน้าวิ่งผ่านไป ทาสสูงวัยผอมโซคนหนึ่งก็ล้มลงเนื่องจากความเหนื่อยล้า ส่งผลให้หินก้อนใหญ่บนไหล่ของเขากลิ้งไปกับพื้น

ทันใดนั้นภูตหมาป่าไว้หนวดเคราที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตวาดดังลั่น

“ไอ้สวะ! ลุกขึ้นมาเร็วเข้า อย่าอืดอาดยืดยาด ถ้าเจ้าอยากทำตัวขี้เกียจ ก็ไปตายซะ คนตายมันไม่ต้องทำงาน!”

ชายมีหนวดเคราก่นด่าพร้อมกับเดินเข้าไปต่อยเตะทาสคนนั้นไม่ยั้งมือ

เสียงเอะอะโวยวายทำให้กลุ่มทาสที่อยู่รอบ ๆ หยุดยืนมองทาสที่ล้มลงนอนกับพื้นด้วยดวงตาที่โกรธปนหวาดกลัว

“มองอะไร? ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็ทำงานให้หนักขึ้นสิ!”

ภูตหมาป่าด่ากราดไปทุกทิศทุกทาง จากนั้นเขาก็เตะทาสชราบนพื้นอย่างแรงเพื่อพยายามบังคับอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น

ทาสคนนั้นพยายามลุกขึ้นจากพื้นอย่างอ่อนแรง แต่หลังจากพยายาม 2-3 ครั้ง เขาก็ทรุดลงกับพื้นนอนแน่นิ่งไม่ขยับอีกต่อไป

“บัดซบเอ๊ย! แย่ชะมัด ลากไอ้หมอนี่ออกไปให้ข้าที”

เมื่อชายไว้หนวดเคราเห็นว่าทาสคนที่ล้มลงสิ้นลมหายใจแล้ว เขาก็ถ่มน้ำลายใส่ร่างไร้วิญญาณแบบไม่ปรานี ก่อนที่เขาจะกวักมือเรียกลูกน้องให้มานำศพออกไป

“มองหาพระแสงอะไร? เร่งมือกันเร็ว!”

“ถ้าไม่อยากทำงาน ข้าจะส่งพวกเจ้าไปลงนรกเดี๋ยวนี้แหละ! อย่าลืมว่าคู่ของพวกเจ้ายังอยู่ในเผ่าของเรา ถ้าไม่อยากให้พวกนางต้องทนทุกข์ทรมาน ก็ทำงานให้เร็วกว่านี้! เร็วเข้า!”

ชายมีหนวดเคราหันหน้าไปสบถด่าคนอื่นต่อไม่หยุด

เหล่าทาสหันหน้ากลับมาทีละคน พวกเขาพยายามระงับความโกรธในใจ ประกอบกับกล้ำกลืนความอัปยศอดสูลงคอ และก้มหน้าก้มตาขนหินต่อไป

****************************************************

ทางด้านภูตหมาป่าที่รับคำสั่งจากหัวหน้า เมื่อเขาได้เห็นฉากนี้ก็หยุดมองชั่วขณะ จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วพลางวิ่งออกไปด้วยความเร็วที่เร็วขึ้น

เขารู้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะตนเป็นภูตหมาป่าและบังเอิญเป็นคนในกลุ่มเดียวกับหัวหน้า เขาอาจกลายเป็นหนึ่งในทาสกลุ่มนี้ไปแล้ว

ในโลกที่วัดคุณค่าของคนด้วยความแข็งแกร่งและความอ่อนแอนี้ มีภูตเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้สึกเห็นใจผู้อื่น เพราะหากพวกเขายื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องของใครก็ตาม มันอาจเป็นพวกเขาเองที่ต้องเดือดร้อน

ภาพสลดหดหู่ที่อยู่ข้างหลังภูตหมาป่าค่อย ๆ จางหายไป และในไม่ช้าเขาก็หยุดอยู่หน้าบ้านที่มีหน้าตาประหลาดหลังหนึ่ง

มันคือบ้านสีเงินสลับสีดำดูเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ โดยที่บนกำแพงบ้านมีรูเล็ก ๆ ขนาดเท่าหัวคน ซึ่งเป็นช่องระบายอากาศเพียงช่องเดียวในบ้าน

“ท่านหมอผี ในอีก 2-3 วันหัวหน้าสั่งให้ท่านเดินทางไปกับเขา”

ภูตหมาป่าถ่ายทอดคำพูดอย่างนอบน้อมอยู่นอกประตู

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงที่สงบราบเรียบดังมาจากในบ้าน

“ไม่”

คำพูดปฏิเสธหนักแน่นและเด็ดขาดดังขึ้น

ภูตหมาป่าที่มีหน้าที่ส่งสารทำหน้าลำบากใจทันที ก่อนจะเกาหัวพลางพูดว่า “แต่นี่เป็นคำสั่งของหัวหน้า…”

หลังจากที่เขารออยู่ครู่หนึ่งก็ไม่มีเสียงใด ๆ ดังออกมาจากข้างในอีก

นั่นทำให้ภูตหมาป่าคนนั้นทำอะไรไม่ถูก เป็นที่รู้กันในเทือกเขาชางเฟิงว่าหมอผีคนนี้มีนิสัยแปลกประหลาด นอกจากนี้นางมีตำแหน่งใกล้เคียงกับหัวหน้าเผ่าและยังกล้าโต้แย้งอีกฝ่ายด้วย

หมอผีอาจจะไม่กลัวหัวหน้า แต่เขากลัว!

เขาควรจะบอกหัวหน้าว่าอย่างไรดี ถ้าเขาบอกหัวหน้าตรง ๆ ว่าหมอผีไม่ยอมร่วมเดินทางไปด้วย หัวหน้าจะต้องสับเขาเป็นชิ้น ๆ ใช่ไหม?

สุดท้ายภูตหมาป่าก็จำใจต้องกลับไปรายงานหัวหน้าด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

...

ปัจจุบันในเผ่าที่หูเจียวเจียวอาศัยอยู่มีใบไม้สีทองร่วงหล่นกระจายอยู่ทั่วพื้น

ในยามที่ฤดูหนาวใกล้เข้ามา ทุกคนต่างก็มีความกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น และพวกเขาใช้เวลา 3 วันกว่าที่ผลไม้ดินในทุ่งจะถูกเก็บเกี่ยวจนหมด

จากนั้นหัวหน้าเผ่าได้แจกจ่ายผลไม้ดินส่วนใหญ่ให้กับชาวบ้าน โดยส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อยถูกเก็บไว้ในโกดังสำหรับยามที่เกิดเหตุฉุกเฉิน

ในการเก็บเกี่ยวผลไม้ดินครั้งนี้ จิ้งจอกสาวได้ผลไม้ดินมากที่สุดซึ่งมีมากกว่า 300 กิโลกรัม แต่เดิมโกดังที่บ้านของเธอมีเสบียงอาหารอยู่มากมาย พอใส่มันฝรั่งเหล่านี้เข้าไป พื้นที่ในโกดังก็เกือบเต็มแล้ว

ถ้าไม่ใช่เพราะมันฝรั่งไม่สามารถวางกองซ้อนกันเยอะ ๆ ได้ เธอสงสัยว่าผู้นำสูงสุดจะย้ายมันฝรั่งที่เหลือทั้งหมดมาเก็บไว้ที่โกดังของเธอหรือเปล่า

“การกักตุนเสบียงของภูตมันสุดยอดจริง ๆ ดูเหมือนว่าในอนาคตฉันจะต้องสร้างโกดังเพิ่มอีก 2 หลัง…”

หูเจียวเจียวถอนหายใจขณะนับเสบียงในโกดัง

หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป โกดัง 2 ห้องคงจะไม่เพียงพอ

พื้นที่ในโกดังของหญิงสาวโดยส่วนมากเป็นที่เก็บเนื้อรมควัน แล้วพื้นที่ที่เหลือนอกจากเอาไว้เก็บเนื้อรมควันกับมันฝรั่งก็มีไหเนื้อสับคั่วพริกที่เธอทำไว้ก่อนหน้านี้

อีกทั้งผลไม้อื่น ๆ ที่เก็บมาก็ถูกแจกจ่ายแล้วเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส้มโอกับลูกพลับ รวมถึงผลไม้หน้าตาไม่คุ้นเคยบางอย่างในโลกภูตที่หูเจียวเจียวไม่รู้จัก

หลังจากการแจกจ่ายลูกพลับ แม่จิ้งจอกได้ลงมือทำลูกพลับตากแห้ง เนื่องจากภูตในเผ่าล้วนมีประสบการณ์ในการทำลูกพลับตากแห้ง ภูตทุกคนจึงสามารถทำมันได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเธอเลยไม่จำเป็นต้องสอนอะไรพวกเขาอีก

ไม่เพียงแค่นั้น หูเจียวเจียวยังเก็บเกี่ยวหัวไชเท้าอีก 200 หัวจากในสวน

เวลาต่อมา เธอนำมันออกมาครึ่งหนึ่งเพื่อหมักและเก็บไว้ในไหหินเพื่อที่ในฤดูหนาวเธอจะสามารถนำมันออกมากินได้ทันที ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเธอจะเก็บไว้ให้ลูกกินสด ๆ

ในโลกภูตมีอาหารเพียงไม่กี่ประเภท ส่วนใหญ่แล้วในเผ่ามีอาหารที่เรียบง่ายเช่นนี้อยู่มากมาย ซึ่งขั้นตอนการประกอบอาหารก็ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน

หลังจากที่หูเจียวเจียวนับเสบียงในโกดังเสร็จ เธอก็เดินออกมาข้างนอก ก่อนที่เธอจะพบว่าหลงโม่กลับมาแล้ว

ปัจจุบันเป็นเวลาเที่ยงวันเท่านั้น

ตอนนี้ร่างกายท่อนบนของมังกรหนุ่มเปลือยเปล่า เขากำลังแบกหมูป่า 3 ตัวมาวางลงบนพื้นโดยที่เนื้อตัวเขาโชกเหงื่อ ซึ่งมันขับให้เขาดูเถื่อนดิบมากเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงแดด อีกทั้งกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและมีลายเส้นสวยงามทำให้ผู้คนที่ได้มองฮอร์โมนพลุ่งพล่าน

“ทำไมวันนี้เจ้ากลับมาเร็วจัง?” จิ้งจอกสาวเดินไปหาชายหนุ่ม พร้อมกับเอาหนังสัตว์มาเช็ดเหงื่อให้อีกฝ่าย

“วันนี้โชคดี ข้าบังเอิญเจอครอบครัวหมูป่า 3 ตัว”

หลงโม่กล่าวพลางชำเลืองมองไปที่หมูป่าทั้ง 3 ตัวบนพื้น ราวกับว่าเขาเพิ่งกลับมาจากการรับจ้างทำงานและส่งมอบเหยื่อทั้งหมดให้แก่ภรรยาสาว

ในสายตาของภูตชาย เสบียงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และหลังจากมีคู่แล้ว พวกเขาจะต้องนำเหยื่อมาส่งให้กับฝ่ายหญิง

ดังนั้นหูเจียวเจียวจึงมีหน้าที่ดูแลเสบียงของครอบครัวมาโดยตลอด ในขณะที่หลงโม่มีหน้าที่ทำงานหนัก ๆ เท่านั้น สำหรับสถานที่ เวลา รวมถึงปริมาณการใช้เสบียง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับหญิงสาว ซึ่งเขาไม่เคยแทรกแซงเธอเลยสักครั้ง

สัตว์ป่าพวกนั้นช่างโชคร้ายที่พวกมันต้องเผชิญหน้ากับภูตมังกรที่แข็งแกร่ง

จิ้งจอกสาวยิ้มแล้วตอบว่า “อืม เจ้าไปจัดการเหยื่อพวกนี้นะ แล้วข้าจะทำของว่างให้ลูก ๆ เก็บไว้กินในฤดูหนาว”

หมูป่าเหมาะสำหรับการนำมาทำซาลาเปาไส้หมู

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงลูก ๆ เธอเองก็ชอบกินของว่างในช่วงฤดูหนาวที่ยาวนานเช่นกัน เธอไม่สามารถปล่อยให้ปากของตัวเองอยู่ว่างได้เลย

“ได้”

หลงโม่ตอบตกลงโดยไม่โต้แย้งอะไรสักคำ

“เจียวเจียว ข้า...” ต่อมา ชายร่างสูงล้วงมือข้างหนึ่งเข้าไปในกระเป๋ากางเกง และกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้น เสียงของภูตคนอื่นก็ดังมาจากนอกลานบ้านเสียก่อน

“หูเจียวเจียว รั้วกรงกระต่ายสร้างเสร็จแล้ว ท่านผู้เฒ่าเรียกให้เจ้าไปดู!”

เสียงของภูตคนนั้นดังราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางลานบ้าน ทำให้คำพูดของหลงโม่ถูกกลบจนมิด

พอจิ้งจอกสาวได้ยินเสียงเรียก เธอก็มุ่งความสนใจไปที่อีกฝ่ายทันทีก่อนจะหันหลังเดินออกจากบริเวณบ้านไป

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ใครช่างบังอาจมาขัดจังหวะพ่อมังกรของฉัน!!

จบบทที่ บทที่ 214: หมอผี (มีคำเตือน)

คัดลอกลิงก์แล้ว