เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 215: ท่านพ่อไล่เสี่ยวเหยา

บทที่ 215: ท่านพ่อไล่เสี่ยวเหยา

บทที่ 215: ท่านพ่อไล่เสี่ยวเหยา


“หลงโม่ ข้าจะไปดูรั้วกระต่าย ฝากเจ้าจัดการกับเหยื่อให้หน่อยนะ”

หลังจากที่หูเจียวเจียวไหว้วานหลงโม่เสร็จสรรพแล้ว เธอกับภูตคนที่มาเรียกตนก็มุ่งหน้าไปหาหัวหน้าเผ่า

ปัจจุบันการเพาะปลูกผลไม้ดินรวมถึงหัวไชเท้าประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นในปีต่อ ๆ ไปขอแค่มีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกเพิ่มขึ้นก็สามารถการันตีได้ว่าคนในเผ่าจะมีเสบียงอาหารเพียงพอ

การกินผลไม้ดินอาจเป็นทางเลือกอื่นสำหรับภูต ทว่าการกินเนื้อสัตว์เท่านั้นที่สามารถรับประกันสุขภาพและความแข็งแรงของพวกเขาได้

นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ เช่นเดียวกับแมวหรือสุนัขที่เป็นสัตว์กินเนื้อแทบทุกชนิด

เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนในเผ่า แผนการขยายพันธ์ุสัตว์ยังต้องดำเนินต่อไป

เมื่อหูเจียวเจียวเห็นว่าฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะสิ้นสุดลง เธอยังคงกังวลว่ารั้วจะสร้างไม่เสร็จก่อนฤดูหนาว ดังนั้นเธอจึงไม่ได้วางแผนสำหรับขั้นตอนต่อไป

ทางด้านหลงโม่ เขามองตามแผ่นหลังบอบบางของภรรยาสาวจนหายลับตาไป จากนั้นเขาก็เม้มริมฝีปากแล้วเอามือออกจากกระเป๋ากางเกง

ต่อมา ชายหนุ่มแบกหมูป่าขึ้นบ่าก่อนจะเดินไปที่แม่น้ำเพื่อทำความสะอาดเหยื่อ

อีกด้านหนึ่ง

หูเจียวเจียวใช้เวลาไม่นานก็มาถึงทุ่งหญ้าที่แห้งแล้ง

“เจียวเจียว เจ้ามาแล้ว มาดูสิว่ารั้วสร้างถูกต้องไหม ถ้ามีส่วนไหนทำได้ไม่ดี เจ้าบอกข้ามาได้เลย แล้วข้าจะให้พวกเขาแก้ไขมัน”

ทันทีที่หัวหน้าเผ่าเห็นจิ้งจอกสาว เขาก็ยิ้มทักทายเธอด้วยรอยยิ้มที่เผยให้เห็นฟันขาว

ไม่นานมานี้เผ่ามีการเก็บเกี่ยวที่ดี เขาจึงกำลังอารมณ์ดีมาก

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชายชราฝันว่าในฤดูหนาวมีอาหารอยู่เต็มเผ่า และเขาก็ต้องตื่นจากความฝันหลายครั้ง

ด้านหลังผู้นำสูงสุดของเผ่ามีภูตนับสิบคนยืนอยู่ ซึ่งพวกเขาทั้งหมดมีส่วนร่วมในการสร้างรั้วกระต่าย

ยามนี้เหล่าชายรูปร่างสูงกำยำยืนอยู่ด้านหลังชายสูงวัยเหมือนนักเรียนประถมที่ถูกครูตรวจระเบียบ ระหว่างนั้นพวกเขาก็มองไปที่จิ้งจอกสาวอย่างกระตือรือร้น โดยคาดหวังว่าเธอจะพึงพอใจกับรั้วที่พวกตนสร้าง

“ตกลง”

เมื่อหูเจียวเจียวได้ยินเช่นนี้ก็ผงกหัวตอบรับ แล้วไปตรวจสอบรั้วกับท่านผู้เฒ่า

หลังจากการทำงานมากว่า 20 วัน ทุ่งหญ้าแห้งแล้งทั้งหมดก็ถูกล้อมรอบด้วยรั้วสูงทั้ง 4 ด้าน ซึ่งรั้วที่นี่สูงกว่ากำแพงของเผ่าเสียอีก และพวกมันก็แข็งแรงมาก

อีกทั้งยังมีการปลูกต้นหนามแดงไว้เป็นวงนอกรั้วตามคำขอของเธอด้วย

ต้นหนามแดงเป็นพืชที่เติบโตได้รวดเร็วมาก เพียงแค่ภูตตัดต้นหนามแดงต้นเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนมาเสียบไว้ที่ขอบรั้ว ตอนนี้ครึ่งหนึ่งของรั้วก็ถูกพวกมันปกคลุมไปแล้ว

ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งของรั้วถูกสร้างขึ้นล่าช้า ต้นหนามแดงจึงถูกปลูกช้าตามไปด้วย แล้วบางส่วนก็เลื้อยขึ้นไปพันรั้วไว้ครึ่งหนึ่งแล้ว

พืชชนิดนี้ไม่กลัวความหนาวเย็นและสามารถเติบโตได้ในฤดูหนาว

หญิงสาวคาดว่าอีกไม่นานรั้วทั้งหมดจะถูกปกคลุมด้วยต้นหนามแดง

หากมองจากภายนอก มันไม่มีใครดูออกเลยว่านี่คือรั้ว ในทางกลับกัน มันดูเหมือนกลุ่มต้นไม้สูง ๆ มากกว่า

ขณะนี้หูเจียวเจียวกวาดตามองสำรวจไปรอบ ๆ พอไม่พบสิ่งผิดปกติ เธอก็หันไปพูดกับหัวหน้าเผ่า

“ท่านผู้เฒ่า รั้วสร้างได้ดีมาก ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันสร้างมันขึ้นมา”

จิ้งจอกสาวยิ้มพลางพยักหน้าให้ชายชรากับภูตที่ยืนอยู่ข้างหลัง

เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของเธอ ในที่สุดลมหายใจของแต่ละคนก็ผ่อนคลายลง ทำให้พวกเขาหายใจได้โล่งขึ้นทันที

“ถ้าอย่างนั้นเราเอากระต่ายมาไว้ได้หรือยัง?” ผู้อาวุโสของเผ่าถามอย่างกระตือรือร้น

“เราเอากระต่ายเข้ามาไว้เลยก็ได้” หูเจียวเจียวพยักหน้า

แม้ว่าในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นสุดขั้ว แต่กระต่ายเหล่านี้อยู่รอดได้ในป่าซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกมันมีความสามารถในการต้านทานความหนาวเย็นและยังสามารถขุดโพรงเพื่อให้ความอบอุ่นกับตัวเองได้ พวกเธอไม่ต้องกังวลกับการเจ็บป่วยหรือหนาวตายเหมือนกระต่ายบ้านทั่วไป

หัวหน้าเผ่าพยักหน้าซ้ำ ๆ พลางนับนิ้ว

“ข้าบอกให้ทุกคนไปจับกระต่ายมาแล้ว ตอนนี้ในเผ่ามีกระต่ายทั้งหมด 231 ตัว เจียวเจียว เจ้าคิดว่ามันเพียงพอหรือไม่?”

ปัจจุบันประชากรในเผ่ามีมากกว่า 100 คน

ขณะนี้ภูตแต่ละบ้านจับกระต่ายมาได้ 1-2 ตัว ทำให้มีกระต่ายมากกว่า 200 ตัวอยู่ในเผ่า

“เพียงพอแล้ว” จิ้งจอกสาวตอบ “ข้ายังมีกระต่ายอีก 19 ตัวอยู่ที่บ้าน ไว้ข้าค่อยเอามาให้ทีหลัง”

แต่เดิมนี่เป็นเพียงการทดลองเลี้ยงกระต่ายเท่านั้น หากจับกระต่ายในป่ามาทั้งหมด พวกมันก็จะสูญพันธุ์

“ทั้งหมดก็เป็นกระต่าย 250 ตัว!” คนเป็นหัวหน้าเผ่าคำนวณเสร็จแล้วก็พูดด้วยรอยยิ้ม

มุมปากของหญิงสาวกระตุกหลังจากได้ยินจำนวนกระต่ายโดยรวม เธอคิดว่าตัวเลขนี้เป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ

“ท่านผู้เฒ่า เป็นการดีที่สุดที่จะจัดให้ภูตมาลาดตระเวนในพื้นที่นี้ตอนฤดูหนาว” หูเจียวเจียวพูดย้ำ “หากกระต่ายตัวใดตาย ให้พวกเขามาแจ้งให้เราทราบโดยเร็วที่สุด”

แม้ว่าจะเป็นฤดูหนาวที่แสนหนาวเหน็บ แต่หากภูตชายคนใดมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงก็สามารถออกมาข้างนอกได้ปกติซึ่งต่างจากภูตหญิงที่มีร่างกายอ่อนแอกว่า

หากในตอนนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เธอยังสามารถคิดหาวิธีแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

“ไม่มีปัญหา”

หัวหน้าเผ่าตบหน้าอกตัวเองและตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

“ท่านผู้เฒ่า ถ้าอย่างนั้นข้าจะกลับไปเอากระต่ายก่อน” จิ้งจอกสาวพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ทันทีที่เธอพูดจบ ชายคนหนึ่งก็เดินออกมาจากด้านหลังชายสูงวัย พร้อมกับแก้มที่แดงระเรื่อทว่าสังเกตเห็นได้ยากเนื่องจากเขามีผิวสีเข้ม “หูเจียวเจียว ให้ข้าพาเจ้าไปส่งเถอะ ข้าจะไปเอากระต่ายมาที่นี่ให้เจ้าเอง…”

แม้ว่าท่าทีปฏิเสธของหูเจียวเจียวจะชัดเจน แต่ผู้ชายในเผ่าก็ไม่ได้หยุดแสดงความรักต่อเธอเลยสักนิด

ยามนี้หญิงสาวมองชายผิวดำร่างใหญ่ แล้วภาพที่หลงโม่จระเข้ฟาดหางใส่ชายคนนั้นจนหน้าทิ่มลงไปในดินเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ปรากฏขึ้นในใจตัวเองทันที

เธอคิดด้วยว่าพละกำลังของมังกรหนุ่มดีเป็นพิเศษในตอนกลางคืน ซึ่งมันทำให้เธอต้องเจ็บปวดทั้งตัวไปตลอดวัน

นี่ฉันไม่ไม่ได้พูดให้ขำกันนะ!

“ไม่ต้อง ข้าไปเอาเองได้” เธอส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเย็นชาเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายมาตามตอแยตนอีก

“เอ่อ…”

ชายคนนั้นอยากจะลองเร้าหรือสาวที่เขาหมายปองอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร เขาก็ถูกหัวหน้าเผ่าเข้ามาขัดจังหวะ

“เจียวเจียว เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจัดการที่นี่เอง”

ชายสูงวัยโบกมือให้จิ้งจอกสาวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนพลางส่งสัญญาณให้เธอกลับไปแบบความสบายใจหายห่วง

แต่วินาทีที่เขาหันหลังกลับ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นถมึงทึงทันที แล้วเขาก็ยกมือขึ้นบิดหูภูตหนุ่มเพื่อลากอีกฝ่ายไปที่พงหญ้า

“โอ๊ย! ท่านผู้เฒ่า ท่านดึงหูข้าทำไม…” ชายผู้นั้นแยกเขี้ยวอย่างไม่พอใจแต่ไม่กล้าขัดขืนคนตรงหน้า

“มากับข้า ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า” หัวหน้าเผ่าพูดเสียงเย็นชาโดยที่ไม่หยุดฝีเท้า

เมื่อภูตที่เหลือเห็นอย่างนี้ก็แอบหลบไปทางอื่นอย่างชาญฉลาด

ไม่นานหลังจากที่ทั้ง 2 คนหายไปอีกทาง พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องน่าสมเพชดังมาจากพงหญ้า

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ภูตชายพากันตัวสั่น พร้อมกับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

ในเวลาเดียวกัน ตอนที่เด็ก ๆ ในเผ่าอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ พวกเขาตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากในป่าหญ้าข้างเผ่า

ตั้งแต่นั้นมาก็มีตำนานสยองขวัญที่เล่าต่อ ๆ กันในหมู่เด็กของเผ่าว่ามีจิงหลิง*กินภูตในป่าหญ้า ทำให้ไม่มีเด็กคนไหนกล้าแอบเข้าไปเล่นที่นั่นอีก

*จิงหลิง หรือเอลฟ์ คือสิ่งมีชีวิตในตำนานที่อาศัยอยู่ในป่า ในถ้ำ หรือใต้พื้นดิน

ทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่กระต่ายจะถูกขโมยไปกินได้ด้วย

เมื่อหูเจียวเจียวกลับถึงบ้าน หลงโม่ได้ทำความสะอาดเหยื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขากำลังย้ายเนื้อส่วนต่าง ๆ ไปจัดเก็บที่ห้องครัว

สำหรับเด็ก ๆ ที่ออกไปเล่นระหว่างวัน ตอนนี้พวกเขาก็กลับถึงบ้านแล้วเช่นกัน

พอทุกคนเห็นแม่จิ้งจอกกลับมา หลงเหยาก็วิ่งไปดึงขากางเกงของเธอแล้วฟ้องทันทีว่า

“ท่านแม่ ท่านพ่อซ่อนของไว้ในกระเป๋า!”

หูเจียวเจียวก้มตัวลงลูบหัวน้อย ๆ ของลูกชายคนเล็กด้วยรอยยิ้ม และถามอย่างขบขันว่า “หืม? พ่อของเจ้าซ่อนอะไรอยู่ในกระเป๋าหรือ?”

เมื่อหลงเหยาถูกถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็ทำหน้ามุ่ยแบบไม่สบอารมณ์

“ไม่รู้เหมือนกัน ท่านพ่อไม่ให้เสี่ยวเหยาดู”

จากนั้นเขาก็ทำหน้าเศร้าหมอง “เสี่ยวเหยาถามท่านพ่อว่ามันคืออะไร แต่ท่านพ่อกลับไล่เสี่ยวเหยาออกไปซะงั้น”

“ฮ่า ๆๆ!”

จิ้งจอกสาวที่ได้ฟังกลั้นหัวเราะไม่ได้อีกแล้ว

พ่อลูก 2 คนนี้เวลาอยู่ด้วยกันมักจะมีเรื่องให้ขำขันอยู่เสมอ แถมไม่มีใครน้อยหน้าใครด้วย

“แล้วเหยาเอ๋อยินดีที่จะบอกความลับทั้งหมดของเหยาเอ๋อให้ท่านพ่อฟังไหม?” แม่จิ้งจอกถามพร้อมเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

เด็กน้อยใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัวตอบ

ถ้าเขาบอกท่านพ่อเรื่องการขโมยอาหาร อีกฝ่ายจะต้องบอกท่านแม่อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่อยากบอกอะไรให้พ่อมังกรรู้

“ทุกคนมีความลับของตัวเอง เหยาเอ๋อเข้าใจท่านพ่อใช่ไหม?” หูเจียวเจียวพูดโน้มน้าวใจเจ้าตัวเล็ก

หลงเหยาพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

ในเวลานี้ หลงจงที่ยืนมองทั้งคู่อยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะเปิดโปงเจ้าน้องชายตัวแสบ “เสี่ยวเหยาไม่สนใจความลับของท่านพ่อหรอก เขาแค่คิดว่าท่านพ่อซ่อนของกินไว้ แล้วไม่ยอมแบ่งให้เขากินต่างหาก”

จบบทที่ บทที่ 215: ท่านพ่อไล่เสี่ยวเหยา

คัดลอกลิงก์แล้ว