เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 138: จับได้ว่าหลงโม่นอนอยู่บนต้นไม้

บทที่ 138: จับได้ว่าหลงโม่นอนอยู่บนต้นไม้

บทที่ 138: จับได้ว่าหลงโม่นอนอยู่บนต้นไม้


ตอนนี้หูเจียวเจียวไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาก่อนดี

เธอลืมไปเลยว่าภูตไม่กินอาหารรสเผ็ด ในระหว่างที่ทำเนื้อสับคั่วพริก เธอก็เผลอเติมพริกชี้ฟ้าเข้าไปเยอะมากด้วย

“เหยาเอ๋อ มานี่สิ ดื่มนี่หน่อย” แม่จิ้งจอกหยิบขวดนมออกมาจากมิติ แล้วเทมันลงในชาม ซึ่งการดื่มนมสามารถบรรเทาอาการเผ็ดร้อนได้

เมื่อหลงเหยาได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่ เขาก็บินไปเอาหัวจุ่มลงในชามเพื่อดื่มมันให้หมดชาม ก่อนจะแลบลิ้นเลียชามจนสะอาด

จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นแล้วฟุบลงบนโต๊ะอย่างโล่งใจ

ยามนี้ศีรษะเล็กยังคงซบอยู่ตรงขอบชาม เขาหันหน้าไปทางหูเจียวเจียวในสภาพที่ปากเปื้อนฟองนมสีขาว

พอความเผ็ดร้อนในปากของมังกรน้อยบรรเทาลง เขาก็เริ่มหวนนึกถึงรสชาติของนมอีกครั้ง จึงแลบลิ้นออกมาเพื่อเลียทำความสะอาดคราบนมที่อยู่รอบ ๆ ปากตัวเอง

“อ้าาา~”

น้ำสีขาวนี้อร่อยมาก!

ดวงตาสีทับทิมเป็นประกายโดยที่เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย จากสีหน้าที่ขมขื่นเมื่อครู่ได้เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่มีความสุขในทันที

จิ้งจอกสาวมองท่าทางของลูกชายคนเล็กอย่างช่วยไม่ได้ แล้วเอื้อมมือไปดึงเขามากอดไว้ข้าง ๆ “เนื้อพวกนี้เผ็ดเกินไป เจ้ากินไม่ได้ เอาไว้คราวหน้าแม่จะทำแบบไม่เผ็ดให้เจ้า”

“แฮ่~” หลงเหยาน้ำลายไหลพร้อมกับกระดิกหางอย่างร่าเริง

เวลาต่อมา หูเจียวเจียวเดินไปหยิบไหหิน 2-3 ใบมาเทเนื้อสับคั่วพริกลงไปแล้วปิดผนึกปากไหไว้แบบแน่นหนา ก่อนจะเอาไปวางไว้ในกระท่อม

ตราบใดที่เนื้อสับคั่วพริกเหล่านี้ถูกปิดผนึกอย่างดี มันก็สามารถเก็บไว้ได้จนถึงฤดูหนาว วันหลังเธอจะทำเนื้อสับคั่วพริกเพิ่มอีกและส่งไปให้พ่อแม่กับพี่ชายที่บ้าน

หลังจากที่หญิงสาวทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แสงสีดอกกุหลาบก็กระจายไปทั่วท้องฟ้าแล้ว

ถัดมา หูเจียวเจียวทำความสะอาดอ่างหินกับกระทะที่เพิ่งทำเนื้อสับคั่วพริก จากนั้นก็เริ่มทำอาหารเย็น พอเวลาผ่านไปไม่นานในที่สุดหลงโม่ก็กลับมา

ทันทีที่มังกรหนุ่มกลับมาถึงบ้าน เขาก็เดินมาหยิบฟืนจากมือของจิ้งจอกสาวไปนั่งลงที่ปากเตาเพื่อคอยช่วยเธอเติมฟืนทีละท่อน ซึ่งท่าทางนั้นไม่เข้ากับอารมณ์เย็นชาของเขาเลยจริง ๆ

เนื่องจากเด็กทั้ง 5 คนไม่ชอบฝีมือการทำอาหารของพ่อมังกร เขาจึงทำได้เพียงช่วยแม่จิ้งจอกทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้

“ก่อนหน้านี้เจ้าไปไหนมาหรือ? พวกโหวเสี่ยวเตียวเพิ่งขนเหยื่อมาให้ที่บ้าน” หูเจียวเจียวถามอย่างสงสัย

อีกทั้งเธอเหมือนจะได้กลิ่นคาวเลือดโชยมาจากตัวอีกฝ่ายด้วย

“ข้าเห็นตัวเรือด 2 ตัว เลยไปกำจัดมัน” หลงโม่ตอบช้า ๆ โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

ก่อนจะกลับบ้าน เขาไปชำระล้างเลือดบนร่างกายมาก่อนแล้ว

“อ่า” หญิงสาวพยักหน้า เมื่อเห็นว่าร่างกายของชายหนุ่มสะอาดหมดจด เธอจึงคิดว่าตนเองคงได้กลิ่นเลือดจากที่อื่น

...

หลังจากที่ครอบครัวทั้ง 7 คนทานอาหารเย็นเสร็จ หูเจียวเจียวก็ต้มน้ำให้ลูก ๆ อาบ ก่อนจะส่งพวกเขาเข้านอนบนเตียงให้เรียบร้อย ส่วนเธอก็กลับไปนอนที่กระท่อมหลังเล็ก

ขณะที่เธอกำลังเดินออกไปจากบ้านไม้ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างดึงตนไว้

จิ้งจอกสาวมองย้อนกลับไปเห็นหลงเหยากัดเสื้อของเธอและมองมาที่เธออย่างกระตือรือร้น

“มีอะไรหรือเหยาเอ๋อ?”

“แจ๊บ ๆ~”

มังกรตัวน้อยแลบลิ้นออกมาทำท่าเลียอากาศพร้อมกับกะพริบตาให้ผู้เป็นแม่

ครู่ต่อมา แม่จิ้งจอกก็เข้าใจว่าลูกชายต้องการอะไร “เจ้าอยากกินน้ำที่แม่ให้เจ้ากินในวันนี้อีกหรือ?”

เด็กน้อยคนนี้ชอบรสชาติของนมใช่ไหม?

หลงเหยาพยักหน้าระรัว

หูเจียวเจียวหลุดหัวเราะเบา ๆ เจ้าตัวเล็กนี่อยู่ในวัยกำลังโต คงจะดีหากเขาได้ดื่มนมสักชามก่อนเข้านอน เธอจึงหยิบขวดนมจากมิติมาเทใส่ชามให้อีกฝ่าย

“แผล่บ ๆ!”

เนื่องจากตอนนี้เด็กอีก 4 คนหลับกันไปหมดแล้ว จิ้งจอกสาวจึงไม่ได้ปลุกพวกเขาขึ้นมาและปล่อยให้มังกรน้อยกลับไปนอนหลังจากที่ดื่มนมเสร็จ

กลางดึก

ในตอนนั้นเอง หลงเหยาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยอาการปวดฉี่

“งือ~”

เสี่ยวเหยาง่วงมากจริง ๆ แต่เสี่ยวเหยาปวดฉี่~

เนื่องจากมังกรตัวเล็กยังคงง่วงนอนมากจึงยังไม่ลืมตา เขาบินโซเซออกจากบ้านไปที่ต้นไม้นอกลานบ้าน

จ๊อก~

หลังจากที่หลงเหยาทำธุระส่วนตัวเสร็จ เขาก็สะบัดหาง ตอนนี้ร่างกายของเขารู้สึกโล่งแล้ว ไม่นานเปลือกตาที่หนักอึ้งก็หลุบลงและกำลังจะกลับไปนอน แต่เมื่อเขาหันกลับมา เขาก็สังเกตเห็นร่างหนึ่งอยู่บนต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล

“ว้ากกก!” มังกรน้อยตกใจแทบหัวใจวายตาย!

ภาพตรงหน้าทำให้เจ้าตัวเล็กสะดุ้งตาสว่างขึ้นทันที จนอาการง่วงนอนหายเป็นปลิดทิ้งไปหมด

จากนั้นเขามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง เขาพบว่าร่างบนต้นไม้กำลังหลับใหลอยู่ เมื่อเด็กน้อยเห็นใบหน้าของคนบนต้นไม้อย่างชัดเจน เขาก็เบิกตากว้างด้วยความสงสัย

“หือ?”

ท่านพ่อเองหรือ? ทำไมท่านพ่อมานอนอยู่ที่นี่?

เป็นเพราะเขานอนหลับไม่สนิทในตอนกลางคืนหรือเปล่า?

เอ๊ะ! หรือว่าเขาโดนท่านแม่ไล่ออกมา?

ยามนี้ดวงตากลมโตของหลงเหยาเต็มไปด้วยความสงสัย และจำอะไรบางอย่างได้ในทันที เขาตัดสินใจบินกลับไปที่บ้านไม้

“ฮว่าาา!”

พี่ ๆ ตื่นเร็วเข้า! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!

ในขณะที่เจ้าตัวเล็กกรีดร้องด้วยเสียงเล็กแหลม เขาก็ดันหัวเข้ากับตัวของพี่น้องอีก 4 คนที่กำลังนอนหลับสนิท พร้อมกันนั้น เขาเก็บเล็บตัวเองแล้วใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าของพวกเขา!

“โอ๊ย… เสี่ยวเหยา เจ้าทำอะไรเนี่ย ดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ยอมนอน!” หลงจงระงับความโกรธและตะโกนใส่น้องเล็ก

เขาหรี่ตาขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่สีหน้าเต็มไปด้วยอาการง่วงงุน

หลงเหยาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่เขาจงใจอ้าปากกว้าง โน้มตัวเข้าไปใกล้หูของพี่สามแล้วตะโกนว่า “อ๊าาา~”

“น้องห้า!”

ครั้งนี้หลงจงตื่นเต็มตาแล้วเด้งตัวดิ้นไปมาเหมือนปลาคาร์พตัวหนึ่งบนเตียง จากนั้นเขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตั้งท่าจะจับเจ้าตัวแสบมาสั่งสอนสักที

“น้องสาม เดี๋ยวก่อน รอดูก่อนว่าเสี่ยวเหยาต้องการพูดอะไร” หลงอวี้เองก็ตื่นแล้วเช่นกัน เขารีบห้ามหลงจงและพูดด้วยเสียงทุ้ม

“พี่สาม เสียงของท่านดังกว่าเสี่ยวเหยาอีก...” หลงหลิงเอ๋อขยี้ตา พลางลุกขึ้นนั่งด้วยความงุนงง

หลงเซียวเองก็ลุกขึ้นนั่งเช่นกัน ในขณะที่เขาปิดปากหาวพร้อมกับขมวดคิ้วฟังการเคลื่อนไหวของเหล่าพี่น้องอย่างเงียบ ๆ

คนเป็นพี่ใหญ่มองไปที่น้องชายคนเล็ก แต่เสียงที่ยังเล็กแหลมของเขาสงบนิ่งมาก “เสี่ยวเหยา เกิดอะไรขึ้น?”

หลงเหยาชำเลืองมองหลงจงที่จ้องตนด้วยความโกรธ

“เสี่ยวเหยา เรื่องที่เจ้าอยากพูดมันต้องสำคัญจริง ๆ นะ ไม่งั้นคืนนี้ข้าจะไม่นอนจนกว่าตูดของเจ้าจะบาน”

พอถึงเวลาอธิบาย มังกรตัวเล็กแลบลิ้นออกมา พลางชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ด้านนอกด้วยกรงเล็บมังกรด้านหน้าทั้ง 2 จากนั้นเขาประกบกรงเล็บเข้าด้วยกันอีกครั้ง ก่อนจะบินไปที่เตียงแล้วนอนลง โดยหลับตาปล่อยเสียงกรนออกมา “คร่อกฟี้ ๆ”

“เสี่ยวเหยา เจ้ากำลังพูดถึงอะไร?”

หลงหลิงเอ๋อและเด็กคนอื่น ๆ ทำสีหน้างุนงงกับท่าทางของน้องเล็ก

“แฮ่!” หลงเหยารู้สึกกระวนกระวายมากขึ้น เขาไม่สนใจแม้แต่จะขยับอุ้งเท้า เขาใช้หางแทนมือแล้วชี้ไปมาระหว่างประตูกับเตียง

ระหว่างนั้นเขาเลียนแบบเสียงกรนเป็นระยะ ๆ

หลงอวี้ดูเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อยจึงเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ “เจ้าหมายถึง มีคนมานอนหลับอยู่ข้างนอกหรือ?”

“แฮ่!” เจ้าตัวเล็กเบิกตากว้างพร้อมพยักหน้าตอบระรัว

“ใครกันที่มานอนนอกบ้านเรากลางดึก ช่างน่าสงสารจริง ๆ เหมือนพวกเราเมื่อก่อนเลย” หลงหลิงเอ๋อนอนอยู่บนเตียงพลางเอามือยันคางแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเห็นใจ

“เสี่ยวเหยา เจ้าเห็นไหมว่าใครนอนหลับอยู่ข้างนอก?” ผู้เป็นพี่ใหญ่ถามอีกครั้ง

หลงเหยาพยักหน้าแล้วใช้ภาษากายอธิบายต่อไป เขาหันหน้าไปทางอื่นก่อนจะหันกลับมาพร้อมกับสีหน้ามืดมนราวกับว่าตนเพิ่งกินแตงขมปี๋เข้าไป

ถัดมา เจ้าตัวเล็กสะบัดหน้ากลับไปทางเดิม 2-3 วินาที สักพักสีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติ จากนั้นเด็กน้อยชี้ไปที่ร่างเล็กของตัวเอง และวาดวงกลมขนาดใหญ่ในอากาศด้วยกรงเล็บมังกร

ขณะเดียวกัน เด็กทุกคนมองดูน้องชายคนสุดท้องที่วาดลีลาท่าทางอย่างตั้งอกตั้งใจ  ไม่นานพวกเขาก็หันมามองหน้ากันพลางเดาบางอย่างในใจ

สีหน้าของเสี่ยวเหยาในตอนนี้...ทำไมมันช่างคล้ายกับใบหน้าเหม็นสาบของท่านพ่อนักนะ?

ในที่สุดหลงหลิงเอ๋อก็อดไม่ได้ที่จะพูดสิ่งที่นางคาดเดาออกมา

“เสี่ยวเหยา เจ้าไม่ได้หมายความว่า... ท่านพ่อนอนอยู่ข้างนอกหรอกใช่ไหม!?”

จบบทที่ บทที่ 138: จับได้ว่าหลงโม่นอนอยู่บนต้นไม้

คัดลอกลิงก์แล้ว