เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 137: เนื้อสามารถกัดลิ้นของเสี่ยวเหยาได้

บทที่ 137: เนื้อสามารถกัดลิ้นของเสี่ยวเหยาได้

บทที่ 137: เนื้อสามารถกัดลิ้นของเสี่ยวเหยาได้


เวลาต่อมา หลงโม่ถอนมือออกแล้วหันหลังตั้งท่าจะกลับบ้านตัวเอง

ในขณะเดียวกัน ชายหญิงสูงวัยที่นอนหายใจแผ่วเบาอยู่บนพื้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ขณะที่ทั้ง 2 คิดว่าเรื่องนี้คงจะจบลงแล้ว แต่จู่ ๆ มังกรหนุ่มก็เดินกลับมา ทำให้พวกเขารีบยกมือกุมศีรษะของตัวเองพร้อมกับขดตัวไม่ต่างจากลูกบอล

ชายร่างสูงมองคู่สามีภรรยาตรงหน้าอย่างจริงจัง และพูดเสียงเย็นชาว่า “พวกเจ้าอย่าเอาเรื่องที่ข้ามาหาพวกเจ้าไปบอกคนอื่นเสียล่ะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็...”

อึก!

พ่อกวางแม่กวางพยักหน้าอย่างลนลานแล้วตอบพร้อมกันว่า “ไม่บอก เราจะเย็บปากให้สนิทเลย!”

ดวงตาที่พึงพอใจของหลงโม่กวาดมองทั้งคู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หันหลังเดินออกไป

ในบ้านไม้ ลู่หลีกำลังกอดเข่าขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง ในขณะที่ตัวสั่นเทาพลางฟังการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นข้างนอก

เขาไม่กล้าออกไป…

ตั้งแต่เด็กเขาถูกพ่อแม่เอาอกเอาใจจนกลายเป็นคนที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ ประกอบกับเขาเติบโตมามีร่างกายใหญ่โต แข็งแรง เขาจึงคอยแต่จะรังแกคนอื่นที่อ่อนแอกว่ามาตลอด จริง ๆ แล้วเขามีความกล้าหาญน้อยกว่าผู้หญิงบางคนด้วยซ้ำ

หลังจากที่หลงโม่กลับไป กวางหนุ่มก็ยิ่งตัวสั่นสะท้านมากขึ้น แล้วจู่ ๆ ความเปียกชื้นที่ใต้บั้นท้ายของเขาก็กระจายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานแอ่งของเหลวสีเหลืองที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ไหลออกมา

นั่นทำให้เด็กหนุ่มแทบคลั่ง

ตั้งแต่นั้นมา ครอบครัวตระกูลลู่ก็มีเงามืดคอยครอบงำจิตใจของพวกเขาตลอดเวลา และทุกครั้งที่ทั้ง 3 คนได้เห็นหน้าหลงโม่ แต่ละคนก็หวาดกลัวจนฉี่ราด

...

ทางด้านหูเจียวเจียวยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านของพวกลู่หลี

ขณะนี้เธอกำลังจัดการถลกหนังวัวอยู่ที่บ้าน

เนื่องจากหนังวัวสามารถเก็บไว้กินได้หรือว่าจะเอาไปใช้ฟอกเป็นหนังสัตว์เพื่อทำพื้นรองเท้าก็ได้เช่นกัน ด้วยความที่ว่าเธอไม่ได้ขาดแคลนอาหารอะไร ดังนั้นเธอจึงฟอกหนังวัวพวกนี้ตามวิธีที่โหวเซียงสอนและเอาไปตากไว้ในร่ม ตอนนี้ฤดูหนาวใกล้จะมาถึงแล้ว เธอกำลังต้องการรองเท้าอุ่น ๆ เอาไว้ใส่เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายอยู่พอดี

ส่วนเนื้อวัวที่เหลือ นอกเหนือไปจากส่วนอาหารเย็นของวันนี้ รวมถึงเหลือจากที่นำไปรมควันแล้ว เธอยังวางแผนที่จะทำเนื้อสับคั่วพริก*ไว้ด้วย

*肉酱 เนื้อสับปรุงรสที่ทำเก็บเอาไว้ทานกับข้าวหรือบะหมี่ คล้ายกับน้ำพริกบ้านเราที่สามารถเก็บไว้กินได้นาน

แม้ว่าปัจจุบันจิ้งจอกสาวจะไม่ขาดแคลนเนื้อ แต่ในฤดูหนาว เหล่าภูตชายไม่สามารถออกไปล่าสัตว์ได้ ดังนั้นเธอจึงกินได้เฉพาะเนื้อแห้ง ๆ ถ้าเธอได้กินข้าวคลุกเนื้อสับคั่วพริกคงจะดีไม่น้อย

ในฤดูใบไม้ร่วง ภูตจะกินมากขึ้นเพื่อสะสมไขมันไว้สำหรับฤดูหนาว ครอบครัวที่มีสมาชิก 7 คนสามารถกินเนื้อวัวได้มื้อละ 180-250 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ต่อมา หูเจียวเจียวจัดการแบ่งวัวออกเป็น 2 ส่วนอย่างช่ำชอง เธอวางเนื้อครึ่งหนึ่งไว้บนชั้นวาง จากนั้นเธอแล่เนื้อส่วนขามากกว่า 20 ชิ้นออกจากเนื้ออีกครึ่งหนึ่ง และหั่นส่วนที่เหลือเป็นเส้นโดยแขวนไว้บนตะแกรงรมควัน

พอฤดูหนาวมาเยือน เหล่าภูตจะกินน้อยลง แต่ครอบครัวของหญิงสาวเป็นครอบครัวใหญ่ ดังนั้นพวกเธอจึงต้องกินธัญพืชอย่างน้อย 20-30 กิโลกรัมต่อวัน หากคำนวณตามนี้โดยไม่มีอะไรผิดพลาด เธอกับหลงโม่และลูกทั้ง 5 จะไม่อดอยากในตอนฤดูหนาว มิฉะนั้นทุกคนจะต้องลดปริมาณการกินลงอีก

เพียงแต่ว่ามังกรหนุ่มไม่เคยอยู่บ้านมาก่อน อีกทั้งจิ้งจอกสาวก็ไม่ได้กักตุนเนื้อไว้มากเพื่อไม่ให้เขารู้ว่าตนมีมิติ ตอนนี้ที่บ้านจึงมีเนื้อรมควันมากกว่า 100 ชิ้น

ยามนี้หญิงสาวเพิ่งวางเนื้อรมควันบนเตาเสร็จ พอเธอหันกลับมาก็พบว่าหลงจงยืนอยู่ข้างหลังตนเอง

“จงเอ๋อ? มีอะไรหรือเปล่า?”

แม่จิ้งจอกอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลก ๆ เนื่องจากลูกชายคนที่ 3 เป็นคนที่เกลียดแม่ตัวเองมากที่สุดและเขาไม่เคยคิดที่จะเข้ามาหาเธอก่อนเลยสักครั้ง

ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเด็กหนุ่มถูกปกคลุมด้วยผมยาว เขาก้มศีรษะลงต่ำโดยไม่มองหน้าผู้เป็นแม่ พลางกำหนังสัตว์บนต้นขาตัวเองด้วยมือทั้ง 2 ข้างอย่างงุ่มง่าม

“ข้า... ขอหนังวัวหน่อยได้ไหม?”

เสียงของหลงจงเบามาก หลังจากที่เขาพูดจบ พวงแก้มที่ซ่อนอยู่ใต้ผมของเขาก็มีความร้อนแผ่กระจายไปทั่ว

เจ้าตัวเล็กรู้ว่าตนมักจะทำท่าไม่ดีต่อแม่จิ้งจอก พอจู่ ๆ เขามาขอร้องอีกฝ่ายอย่างกะทันหันแบบนี้ เขาก็กลัวว่านางจะไม่เห็นด้วย

“ได้สิ” หูเจียวเจียวพยักหน้าตอบโดยไม่ต้องคิดและถามเขาว่า “จงเอ๋อต้องการหนังวัวเท่าไหร่?”

หญิงสาวเลือกที่จะไม่ถามลูกชายว่าเขาจะเอาหนังวัวไปทำอะไร

คนเป็นแม่รู้ว่าเด็กคนนี้มักจะปฏิเสธและไม่ชอบคุยกับตนเอง ดังนั้นหากเขามาขออะไรเธอ แสดงว่าเขามีสิ่งสำคัญมากที่ต้องไปทำ

ทางด้านหลงจงไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลงอย่างง่ายดาย เขากัดปากอย่างประหม่า ก่อนจะสูดลมหายใจแล้วตอบว่า

“ประมาณนี้”

เขาใช้มือวาดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขึ้นไปในอากาศ

เวลาถัดมา หูเจียวเจียวเดินไปตัดหนังวัวผืนใหญ่กว่าที่ลูกชายบอก 2 เท่าทันที ในขณะที่หนุ่มน้อยมองหนังวัวผืนใหญ่ไม่วางตา

“รับไปสิ แต่มันยังไม่แห้งนะ เจ้าต้องตากให้แห้งในที่เย็นก่อนเอาไปใช้” แม่จิ้งจอกพูดเตือนระหว่างที่เธอยื่นหนังสัตว์ให้เขา

หลงจงรับมันไว้และรีบพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ขอบคุณ”

จากนั้นเด็กน้อยผู้มีแผลเป็นบนใบหน้าก็หันหลังวิ่งหนีไปเร็วยิ่งกว่ากระต่าย

หูเจียวเจียวที่มองภาพของเจ้าตัวเล็กส่ายหัวยิ้ม ๆ และก็หันกลับไปหยิบเนื้อน่องที่เพิ่งหั่นออกมาเริ่มทำเนื้อสับคั่วพริก

บัดนี้เนื้อขาใหญ่ถูกหั่นเป็นเส้นแล้ว ก่อนที่เธอจะสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อเอาไปต้มในน้ำ ตามด้วยผัดน้ำมันกับเครื่องเทศ

หญิงสาวผัดเนื้อจนกว่าผิวข้างนอกจะไหม้เกรียมเล็กน้อยจึงค่อยตักออกมาพักไว้

มันทำให้เนื้อส่งกลิ่นหอมเข้มข้นชวนน้ำลายสอ ก่อนจะถูกปรุงรสเพิ่ม

ทันทีที่เนื้อสับถูกยกขึ้นจากเตา ร่างสีดำตัวเล็ก ๆ ก็บินกระดิกหางอยู่เหนืออ่างหิน ร่างนั้นจ้องมองเนื้อข้างในด้วยดวงตาเป็นประกาย

“ซู้ดด~”

เนื้อน่าอร่อย! เสี่ยวเหยาอยากกิน~

มังกรน้อยแลบลิ้นสีชมพูพร้อมกับมีน้ำลายไหลออกมาจากมุมปากของเขาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ขณะนี้สภาพของเขาไม่ต่างจากลูกหมาที่เห็นนมแม่เลยแม้แต่น้อย

“เจ้าจอมตะกละ” หูเจียวเจียวอดที่จะยิ้มไม่ได้ ก่อนจะตักเนื้อสับ 1 ช้อนเต็มใส่ชามใบเล็กแล้วนำไปวางลงบนโต๊ะ

หญิงสาวกลัวว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เธอจะต้องกินเนื้อสับคั่วพริกเปื้อนน้ำลายของหลงเหยาในฤดูหนาวแน่นอน

ส่วนเจ้าตัวเล็กตื่นเต้นมากจนหางของเขาแทบจะกระดิกเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า เขาหลับตาพริ้มพลางขยับจมูกสูดดมกลิ่นตามชามไปที่โต๊ะ

“เนื้อนี้เจ้ากินได้นิดหน่อยเท่านั้นนะ เจ้าต้องเผื่อท้องไว้กินมื้อค่ำด้วย” หูเจียวเจียวเตือนอีกฝ่ายเพราะเกรงว่าเขาจะมาขอเพิ่มอีก

เนื่องจากมังกรน้อยจะกินให้อิ่มทันทีที่เขาได้กิน ถ้าเธอไม่จำกัดปริมาณไว้ เธอกลัวว่าเนื้อสับคั่วนี้จะถูกจอมตะกละกินจนหมด

“ฮ่าาา~” 

เสี่ยวเหยารู้แล้ว! เสี่ยวเหยาแค่อยากชิมเฉย ๆ~

หลงเหยาพยักหน้ารัวเร็ว

ทันทีที่แม่จิ้งจอกจูงมือเขาออกไป เขาก็แทบรอไม่ไหวที่จะฝังหัวลงในชาม และเริ่มกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

จากนั้นหูเจียวเจียวก็หันกลับไปทำเนื้อสับคั่วพริกต่อ เธอเอาหอมหัวใหญ่ ขิง กระเทียม และพริกชี้ฟ้าออกจากมิติมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในน้ำมัน แล้วทอดด้วยไฟอ่อน ขั้นตอนนี้เธอต้องคอยกวนพวกมันตลอดเวลา

ไม่นานกลิ่นหอมของเครื่องเทศก็โชยมาแตะจมูก หญิงสาวที่ประกอบอาหารอยู่จำต้องขยับจมูกดม พลางหลับตาลงด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“กลิ่นหอมจัง”

เมื่อเธอลืมตาขึ้น เธอเห็นหลงเหยาที่มีใบหน้าเบิกบานเหมือนเดิมบินมาที่ด้านข้างของกระทะ เขามองไปยังส่วนผสมในขณะที่น้ำลายไหล

“แฮ่~”

เสี่ยวเหยาแค่มาดู เสี่ยวเหยาไม่กินหรอก

“...”

หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 25 นาที เครื่องเทศก็เกือบผสมเข้ากันสมบูรณ์แล้ว หญิงสาวจึงเติมเต้าเจี้ยว 2 ขวดและซอสเถียนเมี่ยน 1 ขวด เนื่องจากเธอทำอาหารไว้เยอะเลยต้องใส่ซอสเพิ่ม

*ซอสเถียนเมี่ยน หรือ ซอสหวาน เป็นซอสข้นเนื้อเนียนสีน้ำตาลหรือหรือสีดำ มีทั้งรสอ่อน รสเค็ม หรือรสหวาน

สุดท้ายจิ้งจอกสาวก็เทเนื้อคั่วลงไป ก่อนจะคนให้เข้ากัน เพียงเท่านี้เนื้อสับคั่วพริกแสนอร่อยก็พร้อมทาน!

ต่อมา หูเจียวเจียวหยิบตะเกียบไปแตะเนื้อสับคั่วพริกขึ้นมาชิม พลันนัยน์ตาของเธอก็เป็นประกาย “อร่อยจัง รสชาติเหมือนเดิมเป๊ะเลย!”

แม้ว่าในมิติจะมีเนื้อสับคั่วพริกสำเร็จรูปบรรจุขวดอยู่ด้วย แต่เธอชอบทานอาหารที่ทำเองมากกว่า ซึ่งมันเป็นรสชาติที่คุณย่าของเธอเคยทำให้ทานตอนที่เธอยังเด็ก

ทางด้านหลงเหยาที่อยู่ข้าง ๆ น้ำลายไหลจนจะหยดลงพื้นแล้ว เมื่อเห็นว่าแม่จิ้งจอกตักเนื้อสับคั่วพริกมาชิม เขาก็อดไม่ได้ที่จะ ‘สูดปาก’ พลางจ้องมองที่ปากของคนเป็นแม่อย่างตั้งใจ และเลียริมฝีปากของตัวเองต่อไป

เจ้ามังกรน้อยทำเหมือนกับว่าเขาสามารถรับรู้รสชาติที่หูเจียวเจียวสัมผัสได้ด้วยการมองอีกฝ่าย

หญิงสาวที่ได้เห็นเช่นนั้นยิ้มก่อนจะถือตะเกียบที่มีเนื้อสับคั่วพริกยื่นให้ลูกชายคนเล็กด้วย

หลงเหยาอ้าปากงับตะเกียบแบบไม่ลังเลทันที

หลังจากนั้นเพียง 2 วินาที หลงเหยาก็รู้สึกทรมาน แล้วใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

กรงเล็บของมังกรตัวน้อยกำแน่นจนเป็นลูกบอล รวมทั้งหางก็แข็งทื่อราวกับถูกไฟฟ้าดูด

ในวินาทีต่อมา หลงเหยาเหยียดหางออกและแลบลิ้นออกมา เขาบินวนเป็นวงกลมอย่างบ้าคลั่งในขณะที่ลิ้นปวดแสบปวดร้อน

“อ๊ากกก!”

เจ็บ เจ็บ!

เนื้อนี้แย่มาก!

เนื้อมันกัดลิ้นของเสี่ยวเหยาด้วย!

จบบทที่ บทที่ 137: เนื้อสามารถกัดลิ้นของเสี่ยวเหยาได้

คัดลอกลิงก์แล้ว