เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 136: ในเมื่อฆ่าไม่ได้ ก็แค่เหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้ก็พอ

บทที่ 136: ในเมื่อฆ่าไม่ได้ ก็แค่เหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้ก็พอ

บทที่ 136: ในเมื่อฆ่าไม่ได้ ก็แค่เหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้ก็พอ


โหวเสี่ยวเตียวเกาหัวพร้อมอธิบายว่า

“นี่เป็นของของหลงโม่ เราแค่เอามาส่งให้เขาที่บ้าน”

ทันใดนั้นหูเจียวเจียวก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น “ขอบใจเจ้ามาก!”

หลังจากที่จิ้งจอกสาวพูดจบ ไม่นานเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าแปลก ๆ “เดี๋ยวก่อนนะ หลงโม่เพิ่งจะออกไปตามหาของพวกนี้กลับมาเหมือนกัน เจ้าไม่เจอเขาหรือ?”

“พวกเราเจอกันระหว่างทาง แต่หลงโม่ดูเหมือนจะมีเรื่องด่วน เขาเลยไม่สนใจเรา” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ลิงหนุ่มเองก็ทำหน้าครุ่นคิด

“เรื่องด่วน?” หูเจียวเจียวเกิดความสงสัยจึงอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาว่า “นี่มันก็เย็นมากแล้ว เขามีเรื่องด่วนอะไรอีก...”

ช่างเถอะ ๆ เขาคงไม่เป็นไรหรอก

เมื่อกลุ่มภูตที่มาส่งของแทนหลงโม่เอาทุกอย่างไปเก็บเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็พากันแยกย้ายกลับไปทันที

ทางด้านหูเจียวเจียวมองไปที่วัวสีดำตัวใหญ่ที่มีน้ำหนักกว่าร้อยกิโลกรัม จากนั้นเธอก็ยุ่งอยู่กับการจัดการวัวตัวนี้โดยไม่ได้คิดอะไรอีก

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง

ในที่สุดพ่อกวางและแม่กวางก็ขึ้นมาจากแม่น้ำและพาลู่หลีกลับบ้านด้วยสภาพทุลักทุเล

ตอนนี้สภาพของพ่อแม่ลูก 3 คนเหมือนเพิ่งถูกโจรปล้นมา ใบหน้าของแต่ละคนนั้นปูดบวมดูน่าเกลียดมาก โดยเฉพาะลู่มู่ที่หน้าบวมเป่งจนเหมือนหัวหมู ใบหน้าของนางทั้งแดงก่ำและมีรอยช้ำเหมือนกับแม่หมูที่กำลังโกรธจัด

ทันทีที่เด็กหนุ่มกลับมาถึงบ้าน เขาก็ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ในเวลาเดียวกัน ผู้เป็นแม่รู้สึกทุกข์ใจเกี่ยวกับลูกชายมาก นางจึงอยากจะเข้าไปปลอบเขา แต่ว่าวันนี้ตัวนางเองก็มีสภาพไม่ต่างจากลูกชาย อีกทั้งนางก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะสามารถไปปลอบใจใครได้อีกด้วย

“ไอ้ขยะไร้ค่าเอ๊ย! แค่ยืนเฉย ๆ ก็จะตายห่าอยู่แล้วยังจะไปรนหาที่ตายอีก ทำไมข้าจะต้องตกลงไปแม่น้ำอีกรอบด้วย มันเป็นเพราะความโง่ของใครล่ะ!”

ลู่มู่สบถด่าคู่ของตนด้วยความโมโห แล้วนั่งลงที่ประตูบ้านอย่างไม่สบอารมณ์

ส่วนคนเป็นสามีรู้สึกผิดจึงพูดตะกุกตะกัก “ข้า-ข้าก็แค่อยากแก้แค้นให้เจ้าเท่านั้น...”

“แก้แค้น? เจ้าคิดว่าจะแก้แค้นให้ข้าได้รึ! ก่อนหน้านี้ทำไมเจ้าไม่รีบช่วยดึงมีดออกจากมือข้าก่อน รู้ไหมว่ามันทำให้ข้าเจ็บแทบตาย!”

แม่กวางจ้องพ่อกวางเขม็ง แล้วยื่นมือที่มีมีดปักคาอยู่ให้อีกคนดู

เดิมทีหญิงชราอยากจะไปหาหมอ แต่การไปหาหมอต้องใช้เนื้อสัตว์ไปแลก บวกกับที่บ้านนางมีเนื้อไม่มากนัก ถ้านางเลือกที่จะใช้เนื้อไปหาหมอ ในวันนี้ลู่หลีคงจะต้องอดข้าว

พอแม่กวางเฒ่าคิดได้เช่นนั้นก็กัดฟันและตัดสินใจที่จะอดทนก่อน เพราะนางไม่อยากปล่อยให้ลูกชายสุดที่รักหิวโหยหนัก เพื่อที่ในอนาคตเขาจะได้กลายเป็นภูตที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าและนางจะได้รับเกียรตินั้นด้วย

ในขณะเดียวกัน พ่อกวางรีบเข้าไปช่วยภรรยาของตน เขาใช้มือข้างหนึ่งจับมีดไว้ แล้วแม่กวางก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ผู้เป็นสามีจะขยับตัว นั่นยิ่งทำให้เขากลัวจนไม่กล้าออกแรงดึงมีดมากนัก

เพี้ยะ!

ลู่มู่ตบหัวไอ้คนไร้ประโยชน์ทันทีแล้วก่นด่าว่า

“เจ้ากินข้าวไม่อิ่มหรือถึงไม่มีแรง เจ้าก็ออกแรงดึงให้มันเยอะ ๆ หน่อยสิ ค่อย ๆ ดึงแบบนี้จะให้ข้าทนเจ็บจนตายหรือไง!”

“ได้ ข้าจะออกแรงให้มากขึ้น...”

พ่อกวางผงกหัวรับหน้าเจื่อน ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นมาจับมีด สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วออกแรงทั้งหมดที่มีเพื่อดึงมัน

ฉัวะ!

มีดกระดูกถูกดึงออกมาจากหลังมือของแม่กวางเฒ่าอย่างแรงจนมีเลือดพุ่งเข้าใส่หน้าของเขา

“กรี๊ดดดดดด! ไอ้โง่! จะดึงมีดออกก็ไม่รู้จักเตือนกันบ้าง!”

หญิงชรายิ่งสบถด่าเสียงดังมากขึ้น

ฝ่ายที่ถูกตำหนิรีบยกมือกุมหัวตัวเองเพราะกลัวว่าจะถูกภรรยาตบหัวอีกครั้ง “ข้าไม่รู้ เอาไว้คราวหน้าข้าจะทำตามที่เจ้าบอกแล้วกัน...”

“นี่เจ้าจะให้มีครั้งต่อไปอีกเรอะ!”

คนเป็นภรรยาตบกบาลเขาอีกครั้ง และเสียงสาปแช่งของนางก็ยังคงดังก้องไปทั่วบ้าน

แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงดังโครมคราม!

เนื่องจากมีมังกรดำพุ่งลงมาจากท้องฟ้าจนเกิดเสียงอึกทึกครึกโครม แล้วหางของมังกรก็สะบัดออกไปเป็นวงกว้าง ส่งผลให้หลังคาบ้านของครอบครัวตระกูลลู่ปลิวไปอีกทางหนึ่ง

ทางด้านลู่หลีที่อยู่ในบ้านกำลังนั่งซุกตัวอยู่มุมหนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวบางอย่างข้างนอก พอเขาเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกตะลึง “ทำไมหลังคาบ้านถึงหายไป หลังคาหายไปไหน!?”

ส่วนคู่สามีภรรยาที่อยู่นอกบ้านเดิมทีกำลังสาปแช่งกันอยู่ ทว่าบัดนี้ทั้งคู่กระโจนกอดกันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับมองไปยังมังกรดำตัวยักษ์ที่อยู่ข้างหน้าพวกเขา

“หลง…หลงโม่ เจ้ามาทำอะไรที่นี่อีก...”

“เราไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกับเจ้า เจ้าคิดจะทำอะไร...”

ขณะนี้พ่อกวางแม่กวางถูกเงาขนาดใหญ่ของมังกรปกคลุมทั้งตัว

ครอบครัวตระกูลลู่ตั้งแต่พ่อแม่ตลอดไปจนถึงลูกกลัวจนสติกระเจิดกระเจิงกันไปหมดแล้ว!

ในเวลาเดียวกัน ใบหน้าของมังกรหนุ่มมืดมน หัวของเขาก้มต่ำลงโดยที่ดวงตาสัตว์สีทองขยับเข้ามาใกล้ทั้ง 2 คน นั่นยิ่งทำให้ 2 สามีภรรยากอดกันตัวสั่นสะท้านมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากคู่ชายหญิงชรารังแกหูเจียวเจียวในวันนี้

ถ้าหลงโม่มาช้าไป 1 ก้าว พ่อลู่ที่กลายร่างเป็นกวางซิกาจะเตะนางด้วยกีบเท้าสกปรกนั่นจนทำให้นางได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อคิดอย่างนั้น รูม่านตาสีทองของสัตว์ร้ายก็หดลง

สายตาคมกริบของมังกรตัวใหญ่ยิ่งทำให้ชายหญิงชราทั้ง 2 หวาดกลัวมากขึ้น เพราะพวกเขารู้สึกเหมือนกับว่ามีมือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นกำลังบีบคอตนเองอยู่

หลงโม่เป็นแค่ไอ้คนไร้ประโยชน์ไม่ใช่หรือ? ทำไมจู่ ๆ มันถึงกลายเป็นคนน่ากลัวได้ขนาดนี้!

“จะ-เจ้าจะฆ่าพวกเราหรือ? ถ้าเราตาย หัวหน้าเผ่าจะขับไล่ครอบครัวเจ้าออกจากเผ่า ละ-แล้วพวกเจ้าจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในป่ากันแทน!” ลู่มู่อกสั่นขวัญแขวนจนพูดตะกุกตะกัก แต่นางก็ยังรวบรวมความกล้าที่จะพูดข่มขู่อีกฝ่าย

“ฟืดดด!”

มังกรดำพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ แรงกดดันที่เกิดจากความแตกต่างระหว่างสายเลือดทำให้ผู้สูงวัยตระกูลลู่กระเด็นล้มลงกับพื้น

แม่กวางเฒ่าคนนั้นคือตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องในวันนี้

ตัวเขาเป็นผู้ชายจึงไม่คิดอะไรมากถ้าจะต้องไปอาศัยอยู่ในป่า แต่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ครอบครัวต้องมาทุกข์ทรมานร่วมกับตนเอง

ทางด้านพ่อกวางแม่กวางตัวสั่นเทาไม่หยุดเนื่องจากหวาดกลัวฝ่ายตรงข้าม ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นมังกรตัวเขื่องบินหายไป จนในที่สุดทั้งคู่ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“หลงโม่ไปแล้วหรือ?”

“ไอ้ขยะนั่น ข้ารู้ว่ามันไม่กล้าทำอะไรหรอก ข้าเป็นผู้หญิง— อ๊ะ!”

ลู่มู่กำลังพูดอย่างภาคภูมิใจ ทว่ากำปั้นแข็ง ๆ ก็ซัดเข้าที่ดั้งของนางอย่างจัง

“เมียข้า! เจ้าเป็นไรไหม!?”

พ่อกวางตกตะลึงและกำลังจะลุกไปช่วยคนเป็นภรรยา แต่เขาก็โดนชกเข้าที่เบ้าตาเหมือนกัน

ยามนี้หลงโม่กำหมัดทั้ง 2 มือแน่น พร้อมกับมีรอยยิ้มเย้ยหยันประดับอยู่ที่มุมปากของเขา รวมทั้งเสียงเย็นชาที่เขาเปล่งออกมาก็น่ากลัวไม่ต่างจากยาพิษ

“เจ้าพูดถูก ข้าฆ่าพวกเจ้าไม่ได้ งั้นข้าก็แค่เหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้ให้พวกเจ้าก็พอ”

ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ หมัดอันทรงพลังของเขาก็พุ่งเข้าใส่ทั้ง 2 คน เขาชกไปที่เนื้อตัวของอีกฝ่าย โดยเน้นตรงจุดที่เจ็บปวดแต่ไม่ถึงแก่ชีวิต

จากนั้นเสียงคล้ายวัวโดนเชือดก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย

“อ๊ากกกกก!!”

“อ๊าาาาาา!!”

แต่ถึงกระนั้น มังกรหนุ่มกลับไม่สนใจจะผ่อนแรงแม้แต่น้อย ในขณะที่กำลังทุบตีคู่สามีภรรยาอย่างรุนแรง เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและน่าขนลุก

“ข้า หลงโม่ผู้นี้ไม่มีทักษะอื่นนอกจากไร้ความหวาดกลัวต่อความตาย”

“วันนี้พวกเจ้ามารังแกคู่ของข้า และข้าจะเอาคืนแทนนาง ถ้าพวกเจ้าปฏิเสธที่จะรับมัน พวกเจ้าสามารถมาท้าดวลกับข้าได้ทุกเมื่อ”

“แต่ถ้าพวกเจ้าไปรบกวนนางอีก ข้าจะมาเอาเรื่องให้ถึงที่สุด!”

บัดนี้พ่อกวางแม่กวางถูกทำร้ายจนจมูกและใบหน้าบวมฉึ่ง เลือดกลบปาก ฟันสีเหลืองร่วงหล่นไปทั่วพื้น และฟัน 2 ซี่สุดท้ายที่เหลืออยู่ในปากของพวกเขาก็โยกคลอน

ไม่เพียงแค่นั้น จมูกของทั้ง 2 คนก็บิดเบี้ยวผิดรูป รวมถึงกรอบหน้าก็เช่นกัน อีกทั้งดวงตายังบวมจนลืมตาไม่ขึ้นโดยที่พวกเขาทำได้แค่หรี่ตามองภาพตรงหน้า

ทางด้านคนเป็นสามีถึงกับซี่โครงหัก 3 ซี่ เขานอนอยู่บนพื้นไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก ขณะนี้เขานอนมองหลงโม่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวไม่ต่างจากการมองเห็นปีศาจ

ปัจจุบันชายหญิงสูงวัยอยากจะร้องไห้แทบขาดใจ พวกเขาไม่รู้เลยว่าตกลงใครรังแกใครกันแน่!?

อย่างแรก แม่กวางถูกหูเจียวเจียวจัดการจนนางไม่กล้าหืออีก จากนั้นหลงโม่ก็มาทุบตีทำร้ายร่างกายพวกตน นี่เรียกว่าพวกเขารังแกหูเจียวเจียวงั้นรึ!

เจ้าหมอนี่เข้าใจคำว่า ‘รังแก’ ผิดไปหรือไม่?

ครู่ต่อมา ลู่มู่เอียงคออธิบายเสียงสั่น “นี่ เราไม่ได้รังแกหูเจียวเจียว...”

ใบหน้าของหลงโม่ที่ได้ยินเช่นนั้นเย็นชาไปครู่หนึ่ง “เจ้ายังไม่ยอมรับงั้นรึ? ดูเหมือนว่าข้ายังคงออกแรงไม่มากพอ”

คำพูดที่เพิ่งออกมาจากปากมังกรหนุ่มทำให้แม่กวางเฒ่าแทบจะฉี่รดกระโปรงหนังสัตว์ นางยกมือขึ้นกุมหัวแล้วพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ตกลง! ตกลง! ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่รังแกหูเจียวเจียวอีก… ขะ-ข้าจะไม่ไปให้นางเห็นหน้าอีก”

คนของบ้านนี้เป็นบ้าไปแล้ว ใครอยากมีเรื่องด้วยก็เชิญ!

ยังไงนางก็จะไม่แตะต้องพวกมันอีก!

ไม่แม้แต่จะเฉียดเข้าไปใกล้!

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: คนบางประเภทคือถ้าไม่โดนสั่งสอนสักทียังไงก็ไม่เข็ดหลาบ แล้วหลงโม่ก็เป็นวายร้ายสุดโหดในโลกนิยายอยู่แล้วด้วย รู้สึกเจ็บแทนเลย

จบบทที่ บทที่ 136: ในเมื่อฆ่าไม่ได้ ก็แค่เหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้ก็พอ

คัดลอกลิงก์แล้ว