เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 139: การสร้างบ้านหินนั้นทำได้ยากไม่ใช่หรือ?

บทที่ 139: การสร้างบ้านหินนั้นทำได้ยากไม่ใช่หรือ?

บทที่ 139: การสร้างบ้านหินนั้นทำได้ยากไม่ใช่หรือ?


หลงหลิงเอ๋อไม่คาดคิดมาก่อนว่าผู้น่าสงสารคนนั้นจะกลายเป็นพ่อของนางเอง!

หลงเหยาพยักหน้ารับระรัว ตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยมาก การอธิบายบางอย่างให้ทุกคนฟังมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากจริง ๆ

“ท่านพ่อไม่ได้นอนกับท่านแม่หรือ? เขามานอนข้างนอกได้ยังไง? หรือท่านพ่อถูกไล่ออกมา?” สาวน้อยพูดพร้อมกับใบหน้าที่หดหู่ลง

“ข้าคิดว่ามันอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ ท่านพ่อชอบทำหน้าตาบูดบึ้ง คงมีน้อยคนนักที่จะยอมนอนกับเขา” หลงจงพยักหน้าอย่างจริงจัง

“ฮัดชิ้ว...”

ทางด้านหลงโม่ที่กำลังหลับอยู่บนต้นไม้จู่ ๆ ก็จามออกมา

“ท่านพ่อคงทำให้ท่านแม่โกรธอีกแล้วแน่ ๆ เลย!” หลงหลิงเอ๋อเม้มริมฝีปาก พองแก้มด้วยความโกรธ

แม้ว่าเจ้าเด็กน้อยเหล่านี้จะยังเล็ก แต่พวกเขาก็รู้ว่าภูตที่เป็นคู่กันแล้วก็ต้องนอนด้วยกัน

หลงเซียวที่เงียบมาตลอดพูดขึ้นทันทีว่า “บางทีท่านแม่อาจไม่รู้ว่าท่านพ่อกำลังนอนหลับอยู่ข้างนอก และคิดว่าท่านพ่อกำลังนอนกับเราหรือเปล่า?”

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากพี่ชายคนรอง เด็กที่เหลือก็ตกตะลึง

ใช่แล้ว!

วันนั้นพ่อมังกรยังอยากนอนกับพวกตน เป็นไปได้ไหมว่าท่านพ่อไม่เคยนอนกับท่านแม่เลยสักคืน?

“แล้วเราควรทำยังไงดี?” หลงหลิงเอ๋อถามด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

“ข้ามีวิธีแก้ปัญหา” คนเป็นพี่ใหญ่พูดขึ้น

จากนั้นเด็กน้อยทั้ง 5 คนก็สุมหัวเพื่อกระซิบพูดคุยกันกลางดึก

วันถัดมา

เด็กตระกูลหลง 5 คนฉวยโอกาสตอนที่หูเจียวเจียวกับหลงโม่ออกไปนอกบ้าน โดยที่พวกเขาแอบเอาขวานออกจากบ้านไปสับกิ่งไม้บนต้นไม้ทั้งหมดที่อยู่ใกล้บ้าน

เวลาผ่านไปสักพัก หลงหลิงเอ๋อก็ถามขึ้นมาเพราะรู้สึกไม่แน่ใจ “พี่ใหญ่ วิธีนี้จะได้ผลหรือเปล่า?”

“แน่นอน ข้ามั่นใจ หลังจากตัดกิ่งไม้ใกล้เคียงทั้งหมดแล้ว ท่านพ่อก็จะไม่มีที่ซุกหัวนอนอีก เพราะฉะนั้นเขาจะทำได้แค่กลับไปนอนกับท่านแม่” หลงอวี้ตอบเสียงเคร่งขรึม

ส่วนหลงเหยาที่นอนอยู่บนหัวของพี่สาวกะพริบตาที่แสดงถึงความสับสน

“หือ~”

เสี่ยวเหยารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกตินิดหน่อย...

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ถ้าไม่ลองก็คงไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่” หลงจงขัดจังหวะการสนทนาของ 2 พี่น้องอย่างกระวนกระวายใจ

ไม่นานเด็กที่เหลือก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะขนกิ่งไม้ทั้งหมดบนพื้นออกจาก ‘สถานที่เกิดเหตุ’ เพื่อให้บริเวณโดยรอบกลับมาสะอาดดังเดิม

วันนี้หูเจียวเจียวไปตรวจสอบการเจริญเติบโตของต้นมันฝรั่ง และเมื่อเธอกลับมา เธอก็ต้องตกใจกับภาพที่อยู่ตรงหน้า

ทำไมต้นไม้ใกล้บ้านของเธอถึงโล่งเตียนไปหมด?

ปกติหญิงสาวจะเห็นต้นไม้ใหญ่หลาย 10 ต้นอยู่นอกลานบ้าน ทว่าตอนนี้พวกมันได้กลายเป็นต้นไม้แขนขาดไปแล้ว ยกเว้นกิ่งบนสุดที่ยังมีใบไม้สีเขียวอยู่ ส่วนนอกนั้นถูกตัดทิ้งทั้งหมด

“ใครกันที่ใจร้ายถึงขนาดตัดต้นไม้แบบนี้...”

หูเจียวเจียวบ่นพึมพำพลางเดินกลับบ้านโดยคิดว่าภูตบางคนในเผ่าคงไม่พอใจเธอจึงทำแบบนี้เพื่อแก้แค้น

เพราะท้ายที่สุด ด้วยนิสัยของยัยคนเก่า ถือว่าบุญแค่ไหนแล้วเมื่อยามที่เธอเดินไปมาในเผ่าแล้วไม่โดนใครสักคนปาอึใส่หน้า

ทันทีที่จิ้งจอกสาวเข้าไปในลานบ้าน เธอก็เห็นลูกน้อย 5 คนกำลังตั้งอกตั้งใจตัดฟืนอยู่

เนื่องจากกิ่งไม้สดที่ยังปกคลุมไปด้วยใบไม้สีเขียวทำให้เธอลังเลอยู่พักหนึ่ง...

“เด็ก ๆ พวกเจ้าตัดต้นไม้ข้างนอกหรือเปล่า?” หูเจียวเจียวตัดสินใจถามเสียงเบาด้วยรอยยิ้มฝืน ๆ

เมื่อหลงหลิงเอ๋อมองย้อนกลับไป นางก็เห็นว่าแม่จิ้งจอกกลับมาแล้ว นางจึงวางไม้ในมือลงทันทีและวิ่งไปกอดต้นขาของผู้เป็นแม่

“ท่านแม่ ท่านแม่กลับมาแล้ว! พี่ใหญ่บอกว่าไม่มีฟืนให้เผา เราก็เลยไปตัดต้นไม้กัน ตอนนี้เรามีฟืนให้เผาแล้ว!”

“ท่านแม่โกรธหรือ?” สาวน้อยเอ่ยถาม

เจ้าตัวเล็กพวกนี้มีเจตนาดี พวกเขากระตือรือร้นที่จะช่วยงานหญิงสาว หากเธอตำหนิอีกฝ่ายในเวลานี้ มันจะบั่นทอนจิตใจของเด็กน้อยทั้ง 5 จนรู้สึกไม่มั่นใจ

ถัดมา หูเจียวเจียวลูบหัวของลูกสาวอย่างอ่อนโยน “แม่จะโกรธได้ยังไง ลูกของแม่เก่งมาก พวกเจ้าตัดฟืนได้มากมาย พวกเจ้าช่วยแม่ได้มากจริง ๆ”

หลงหลิงเอ๋อยิ้มหวานรับคำพูดของคนเป็นแม่พลางลูบมือเธอ ก่อนจะวิ่งกลับไปตั้งไม้ให้พวกพี่ ๆ ผ่าต่อ

ตกกลางคืน

หลงโม่กำลังจะขึ้นไปนอนบนต้นไม้ แต่เมื่อเขาเดินไปที่ใต้ต้นไม้ เขาก็พบว่ากิ่งก้านทั้งหมดของมันถูกตัดออกไปแล้ว

พอชายหนุ่มจะเดินไปอีกต้น สภาพของมันก็เป็นเหมือนกับต้นก่อน

“...”

หลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดมังกรหนุ่มก็เลือกที่จะนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้

ทางด้านเด็ก 5 คนที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูในบ้านไม้กำลังโผล่หัวออกไปสังเกตการณ์ข้างนอก เมื่อทุกคนเห็นภาพของพ่อมังกรก็เกิดความโกลาหลขึ้น

“วิธีของพี่ใหญ่ไม่ได้ผลเลย!” หลงหลิงเอ๋อโวยวาย

“ท่านพ่อไม่ไปนอนกับท่านแม่ เราทำแบบนี้ไปมันก็ไร้ประโยชน์” หลงจงบ่นอุบอิบ

เด็กสาวอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ทำไมพี่สามไม่ไปคุยกับท่านแม่ล่ะ!”

พ่อมังกรของพวกนางนี่ใช้ไม่ได้เลย เขาไม่รู้จักเข้าหาแม่จิ้งจอกก่อน

ในขณะที่หลงเซียวส่ายหัว “ไม่ ถ้านางเข้าใจท่านพ่อผิดและคิดว่าท่านพ่อไม่อยากเข้าไปนอนด้วยล่ะ นางจะยิ่งโกรธมากขึ้น”

“นี่พวกเราเข้าใจผิดไปเองหรือ… ที่จริงแล้วท่านพ่อไม่อยากเข้าไปนอนกับท่านแม่เอง” หลงหลิงเอ๋อพึมพำเสียงเบา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของพี่ชายคนรอง

ยามนี้เด็กทั้ง 4 มองไปที่สาวน้อยพร้อมกันและคิดว่า

เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร?

แล้วเด็กตระกูลหลงก็พากันทำหน้าเศร้าหมองก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน แต่คืนนี้ไม่มีใครนอนหลับสนิทเลยสักคน

เพราะเด็ก ๆ รู้สึกเป็นห่วงท่านพ่อ

ในอีกไม่กี่วันต่อมา

วัสดุที่จำเป็นในการสร้างบ้านหินทั้งหมดถูกส่งกลับมาครบแล้ว นอกจากนี้ภูตทั้ง 10 คนที่หัวหน้าเผ่าเป็นคนคัดเลือกให้มาช่วยงานก็มาที่บ้านของหูเจียวเจียวในตอนเช้าตรู่

ทุกคนพร้อมที่จะเริ่มสร้างบ้านหินกันแล้ว

ในบรรดาภูตทั้ง 10 คน ยกเว้นโหวเสี่ยวเตียวที่หูเจียวเจียวคุ้นเคย เธอไม่รู้จักคนอื่น ๆ เลย

แต่จิ้งจอกสาวมักจะเห็นภูตเหล่านี้อยู่ข้างกายท่านผู้เฒ่า และพวกเขาต้องเป็นภูตที่ผู้นำสูงสุดไว้วางใจ ดังนั้นเธอจึงรู้สึกโล่งใจมากเช่นกัน

หลังจากทำความรู้จักกันสั้น ๆ หูเจียวเจียวก็เริ่มอธิบายงานให้ทุกคนฟัง

ใกล้ ๆ บ้านของหญิงสาวมีพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ เธอวางแผนที่จะสร้างบ้านหินถัดจากบ้านตัวเอง พอวางแผนขนาดของบ้านหินกับกลุ่มภูตเสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็เริ่มวางรากฐาน

เป็นเพราะหัวหน้าเผ่าได้เลือกช่างสร้างบ้านที่มีฝีมือดีในเผ่ามาทั้งหมด พวกเขาจึงมีพละกำลัง ว่องไว และไม่เกียจคร้าน

ภูตเหล่านี้ทำตามที่จิ้งจอกสาวบอกทุกอย่าง ทำให้ความคืบหน้าของงานราบรื่นกว่าที่เธอคิดไว้มาก

เนื่องจากหลงโม่ต้องออกไปล่าสัตว์เพื่อกักตุนอาหาร เขาจึงออกไปล่าสัตว์ในตอนเช้าก่อนจะกลับมาในตอนบ่ายเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มสร้างบ้าน

หูเจียวเจียวไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือไม่ แต่เธอรู้สึกว่าความก้าวหน้าหลังจากที่มังกรหนุ่มมาช่วยงานมันรวดเร็วขึ้น

โดยทั่วไปจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ในทำฐานรากสำหรับบ้านชั้น 1 เพราะหญิงสาววางแผนที่จะสร้างบ้าน 2 ชั้น แต่ภูตนั้นมีพละกำลังที่แข็งแกร่ง พวกเขาสามารถทำงาน 1 สัปดาห์ของมนุษย์ให้เสร็จได้ภายใน 2 วัน

แต่หลังจากที่หลงโม่กลับมาจากการล่าสัตว์ เขาก็กลายร่างเป็นมังกรดำแล้วใช้ร่างนั้นทำงาน เขาตอกเสาไม้ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เวลาผ่านไป 1 วัน ภาระงานตามแผนสำหรับ 4 วันก็เสร็จสิ้นไป 1 ใน 3 ส่วนแล้ว

เมื่อภูตทั้ง 10 รวมถึงโหวเสี่ยวเตียวเห็นการเคลื่อนไหวของมังกรตัวยักษ์ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย

นั่นมัน…เกินไปไหม?

ไม่ใช่ว่าการสร้างบ้านหินนั้นทำได้ยากหรอกหรือ?

เหล่าภูตชายอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจว่า

ใครบอกว่าหลงโม่เป็นคนไร้ประโยชน์กัน? หากหลงโม่เป็นคนไร้ประโยชน์ พวกเราไม่ไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าหรือ?

ในเวลาเดียวกัน เมื่อภูตหลายคนในเผ่ารู้ว่าหูเจียวเจียวกำลังสร้างบ้านหินในวันนี้ พวกเขาก็มาดูด้วยความสงสัยปนตื่นเต้น

ลู่เมี่ยนเอ๋อกับหู่จิงก็มาดูว่าพวกตนสามารถช่วยอะไรได้บ้างหรือไม่

แต่ทั้งคู่ไม่คาดคิดว่าจะมีภูตมารวมตัวกันที่นี่เยอะมาก พวกนาง 2 คนต้องใช้เวลานานกว่าจะตามหาหูเจียวเจียวจากฝูงชนเจอ

กวางสาวกำลังจะเดินไปหาจิ้งจอกสาว แต่นางสังเกตเห็นว่าสหายคนสนิทของตนยังคงมองไปรอบ ๆ ดังนั้นนางจึงอดไม่ได้ที่จะถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

“หู่จิง เจ้ากำลังมองหาอะไรอยู่? เรากำลังตามหาเจียวเจียวไม่ใช่หรือ เจียวเจียวไม่ได้อยู่ทางนั้น...”

เมื่อเสือสาวได้ยินเสียงเรียกของเพื่อน นางก็รีบละสายตาออกจากตรงนั้น แล้วมองไปทางหูเจียวเจียวที่อยู่ไม่ไกลอย่างรู้สึกผิด “เปล่า ข้าไม่ได้มองอะไร...”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ขำแผนของพี่ใหญ่มาก 5555 เอ็นดูเจ้าพวกเด็กน้อย พยายามเป็นสะพานสื่อรักให้พ่อแม่

จบบทที่ บทที่ 139: การสร้างบ้านหินนั้นทำได้ยากไม่ใช่หรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว