เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66: ลู่เมี่ยนเอ๋อตกตะลึง

บทที่ 66: ลู่เมี่ยนเอ๋อตกตะลึง

บทที่ 66: ลู่เมี่ยนเอ๋อตกตะลึง


“ข้าไม่ได้ตามเจ้า ข้ามาที่นี่เพราะผลไม้แถวนี้ลูกใหญ่กว่า เจ้าคิดมากไปเอง”

หูเจียวเจียวหยิบส้มโอขนาดเท่าลูกฟุตบอลมาถือไว้ข้างหน้าด้วยมือทั้ง 2 ข้างเพื่อพิสูจน์คำพูดตัวเอง

"เห็นชัด ๆ ว่าเจ้าตามมา! เจ้า..." หู่จิงโกรธจัดและกำลังจะบ่นจิ้งจอกสาวต่อ แต่ลู่เมี่ยนเอ๋อที่อยู่ข้าง ๆ จับแขนนางเพื่อห้ามปรามและส่ายหัวเบา ๆ

“หู่จิง ช่างเถอะ เราไปเก็บตรงนั้นแทนก็ได้”

ปกติแล้วกวางสาวมีบุคลิกที่อ่อนแอ และจะไม่ต่อสู้หรือแย่งชิงสิ่งใดกับคนอื่น

"เมี่ยนเอ๋อ เจ้ามักจะถูกนางรังแกเพราะเจ้ายอมง่ายแบบนี้แหละ" เสือสาวพูดด้วยความไม่พอใจ แต่นางก็ยังคงถือกระเป๋าหนังสัตว์ย้ายไปที่อื่นกับลู่เมี่ยนเอ๋อ

ทางด้านหูเจียวเจียวทำเป็นหันไปเก็บผลไม้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่สนใจสายตาขุ่นเคืองของหู่จิง

หลังจากที่ทั้ง 2 คนเปลี่ยนตำแหน่งแล้ว จิ้งจอกสาวก็ย้ายไปด้านข้างพร้อมกับกระเป๋าหนังสัตว์อีกครั้ง

"อะแฮ่ม ผลไม้ที่นี่ดูเหมือนจะใหญ่กว่า..."

“หูเจียวเจียว!” หู่จิงที่เห็นการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอดรนทนไม่ไหวจนต้องคำรามออกมาด้วยความโกรธ

แม่จิ้งจอกคนนั้นต้องตั้งใจตามพวกนางมาอย่างแน่นอน!

“ทำไมล่ะ ข้าแค่เก็บผลไม้ ทำไมเจ้าดุจัง ข้าไม่ได้กัดเจ้าสักหน่อย ที่นี่มีผลไม้มากมายให้เจ้าเก็บได้เท่านั้นหรือ แล้วทำไมข้าจะมาเก็บไม่ได้?”

หูเจียวเจียวเหล่ตามองภูตเสือขี้โมโหด้วยใบหน้าใสซื่อ

หู่จิงสมกับเป็นเสือมาก ทักษะการคำรามของนางได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเยี่ยม

"เกิดอะไรขึ้น?"

เมื่อหัวหน้าเผ่าได้ยินเสียงทะเลาะกัน เขาก็เดินเข้ามาถามทันที

“ท่านผู้เฒ่า ข้าเก็บผลไม้ของข้าอยู่ดี ๆ หู่จิงกลับมาหาเรื่องตวาดข้าตลอดเลย” หูเจียวเจียวรีบบ่นให้อีกฝ่ายฟังก่อน

เธอไม่ได้โกหก ตอนนี้เธอกำลังเก็บผลไม้อย่างขยันขันแข็ง!

หู่จิงเป็นคนที่มีอคติกับจิ้งจอกสาว และมักจะดุด่าเธอเมื่อเห็นเธอเข้ามาใกล้ทั้งที่เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด

พอหัวหน้าเผ่าได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วมองไปที่เสือสาว "หู่จิง การเก็บผลไม้เป็นหน้าที่ของทุกคน เจ้าต้องตั้งใจเก็บให้ดี แล้วก็อย่าไปรบกวนหูเจียวเจียว"

"ข้า! …" หญิงสาวดูไม่พอใจแต่ก็หาข้อแก้ตัวไม่ได้อยู่พักหนึ่ง

"ช่างเถอะหู่จิง ไม่ต้องไปสนใจหูเจียวเจียว เราไปเก็บผลไม้ต่อกันเถอะ..." ลู่เมี่ยนเอ๋อคว้าเสื้อผ้าของเพื่อนสาวแล้วกระซิบเสียงเบา

หู่จิงหันกลับมามองเพื่อนของตัวเองทั้ง ๆ ที่รู้สึกโกรธและรู้สึกผิด "เมี่ยนเอ๋อ ข้ากำลังช่วยเจ้าอยู่นะ"

นี่มันอะไรกัน ไม่เพียงเมี่ยนเอ๋อจะไม่ช่วยข้า แต่นางยังพยายามห้ามปรามข้าอยู่เรื่อย

"เอาเถอะ เรามาตั้งใจเก็บผลไม้กันดีกว่า" ผู้นำสูงสุดของเผ่าออกคำสั่ง และในที่สุดบรรยากาศโดยรอบก็กลับสู่ความเงียบสงบ เหลือเพียงเสียงของใบไม้ที่ร่วงหล่นประกอบกับเสียงผลไม้กระทบพื้น

แต่ถ้าผลไม้อยู่บนที่สูงตรงที่พวกผู้หญิงเก็บไม่ถึง ผู้ชายที่มาด้วยก็จะกลายร่างเป็นสัตว์เพื่อปีนขึ้นไปเขย่าผลไม้ให้ตกลงมาให้ผู้หญิงคอยเก็บอยู่ใต้ต้นไม้

แค่เวลาผ่านไปครึ่งวัน กลุ่มเก็บเกี่ยวก็สามารถเก็บผลไม้ได้เต็มตะกร้า

วันนี้พวกเขาเก็บส้มโอกับลูกพลับมาได้หลายร้อยลูก

แต่ถึงกระนั้น ผลไม้เหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนกินในฤดูหนาว

“เอาล่ะ วันนี้พอกันแค่นี้เถอะ ทุกคนพักผ่อนก่อน แล้วเราจะกลับไปที่เผ่าในอีกสักครู่”

ชายผู้เป็นหัวหน้าเผ่าควบคุมเวลาอย่างเคร่งครัดเพราะไม่อยากปล่อยให้ภูตหญิงตกอยู่ในอันตรายนอกเผ่า

หลังจากที่ทุกคนได้ยินคำพูดของท่านผู้เฒ่าแล้ว กลุ่มผู้หญิงก็นั่งพักพลางซับเหงื่ออยู่ใต้ต้นไม้ ในขณะที่บางคนก็หยิบผลไม้ออกมากินดับกระหาย

ส่วนภูตชายกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงผลไม้ในถุงหนังสัตว์และตระกร้าหวาย ผู้ชายทั้ง 4 รวมถึงคนที่พอมีแรงจะต้องแบกผลไม้หลายร้อยลูกกลับบ้าน

ในเวลานั้นหูเจียวเจียวหยิบลูกพลับมานั่งกินถัดจากลู่เมี่ยนเอ๋อ

ลูกพลับหลากหลายพันธุ์ของที่นี่พอกัดเข้าไปจะมีทั้งสัมผัสที่แข็งกรุบกรอบ ยกเว้นผลที่มีผิวสีส้มสด ซึ่งเนื้อข้างในจะหวานอร่อยมาก

ระหว่างที่หญิงสาวกำลังเพลิดเพลินกับลูกพลับ เธอก็แอบสงสัยอยู่ในใจ

ทำไมฉันยังไม่เห็นภูตเร่ร่อนเลย เป็นไปได้ไหมว่าความฝันของฉันเป็นเพียงฝันร้ายธรรมดา ๆ?

นี่เป็นเพราะฉันคิดมากไปเองหรือเปล่า?

ในขณะที่จิ้งจอกสาวกำลังสงสัย จู่ ๆ ผู้เป็นนางเอกของเรื่องก็ลุกขึ้นและเดินไปทางป่าที่ห่างไกล

นั่นทำให้หูเจียวเจียวฟื้นคืนสติทันที เธอรีบกัดลูกพลับคำสุดท้ายแล้วโยนแกนตรงกลางทิ้ง ก่อนจะตามอีกฝ่ายไปโดยไม่กล้าที่จะผ่อนคลายความระมัดระวังเลยแม้แต่น้อย

ทว่า…

เธอไม่มีทักษะในการแอบสะกดรอยตามผู้อื่นมากนัก

ทันใดนั้น ลู่เมี่ยนเอ๋อที่อยู่ไม่ไกลก็ปรากฏตัวพร้อมกับรัศมีของตัวเอก

"หูเจียวเจียว เจ้า..." กวางสาวมองจิ้งจอกสาวอย่างสงสัย

"ข้าปวดฉี่! แต่จะให้ไปคนเดียวก็กลัว เราไปด้วยกันเถอะ!"

ช่วงเวลาปุบปับนั้น มีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวของหญิงสาวพอดี เธอจึงรีบโพล่งข้อแก้ตัวออกมา และหลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็เดินตัวตรงไปอยู่เคียงข้างอีกฝ่าย

"อืม" ลู่เมี่ยนเอ๋อพยักหน้าตอบเสียงเรียบ

ตามปกติพวกภูตไม่ได้เหนียมอายเหมือนมนุษย์มากนัก บางครั้งเพื่อความปลอดภัย ผู้ชายและผู้หญิงจะขับถ่ายร่วมกัน กวางสาวจึงไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่

เมื่อทั้งคู่ใช้เวลาเดินไปสักพัก พอแน่ใจว่ากลิ่นจะไม่ลอยไปถึงกลุ่มคนที่พักผ่อนอยู่ ในที่สุดพวกนางก็พบพุ่มไม้มิดชิด

ลู่เมี่ยนเอ๋อถกกระโปรงหนังสัตว์ของตัวเองขึ้นแล้วนั่งย่อตัวอยู่ในพุ่มไม้

เมื่อนางเห็นหูเจียวเจียวยืนนิ่งอยู่ในจุดเดิมพลางคอยหันมองไปรอบ ๆ นางก็ทำสีหน้างุนงง

“หูเจียวเจียว เจ้าไม่อยากฉี่แล้วหรือ?”

"อ่า... ข้ากำลังมองหาที่เหมาะ ๆ อยู่น่ะ เจ้าฉี่ไปก่อนเถอะ ไม่ต้องรอข้า..."

จิ้งจอกสาวยิ้มออกมาอย่างเชื่องช้าแล้วก้มหน้ามองหาอะไรบางอย่างตามพื้น ก่อนจะพบพุ่มไม้หนาทึบ เธอมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเห็นตน จากนั้นเธอก็ย่อตัวลงพร้อมกับถกกระโปรงหนังสัตว์ขึ้น

ในระหว่างนั้นเธอมองไปรอบบริเวณแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร

เธอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าความฝันเป็นเพียงเรื่องที่เธอคิดมากเกินไป ที่นี่ไม่มีภูตเร่ร่อน ดังนั้นลู่เมี่ยนเอ๋อที่อยู่ในฐานะนางเอกจะตายได้อย่างไร!

เมื่อหูเจียวเจียวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอก็รู้สึกอยากจะปัสสาวะขึ้นมาจริง ๆ

ถัดมา เธอเหลือบมองกวางสาวที่ยังจัดการธุระไม่เสร็จ ทันใดนั้นก็มีเสียงกรอบแกรบดังมาจากพุ่มไม้ใกล้ ๆ

เสียงปริศนาทำให้ร่างของจิ้งจอกสาวแข็งทื่อ เมื่อมองย้อนกลับไป เธอเห็นงูหลามสีดำขนาดยักษ์กำลังยกลำตัวท่อนบนขึ้นจากพุ่มไม้ พลางจ้องตรงมาที่เธอด้วยดวงตารูปสามเหลี่ยมคว่ำสีแดง แล้วแลบลิ้นงูออกมาเป็นระยะ ๆ

หญิงสาวกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอในขณะที่จิตใจของเธอว่างเปล่า

งูหลามยักษ์สีดำตัวนี้เหมือนกับภูตเร่ร่อนที่เธอเห็นในความฝันทุกประการ...

"ฟ่อ~"

ที่นี่มีผู้หญิงอยู่จริง ๆ ด้วย ฮ่า ๆ ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่ได้โกหกเรานะ!

รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของงูหลามตัวใหญ่

ไม่นานสัตว์อีก 2 ตัวก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ มันเป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ที่หูหายไปข้างหนึ่ง และหมาป่าสีเทาที่ตาบอดข้างหนึ่ง

“โฮกกก!”

สาวน้อยคนนี้ช่างน่าทะนุถนอม นางสวยมาก!

"บรู้ววว!"

นางสวยกว่าผู้หญิงเมื่อวานเยอะเลย ข้าชอบ ฮี่ ๆ...

เมื่อกลุ่มภูตเร่ร่อนเห็นผู้หญิง 2 คนอยู่ในพุ่มไม้ พวกเขาก็ตื่นเต้นจนน้ำลายไหลออกมาจากมุมปาก

"กรี๊ดดดดดดดดด!" ในตอนนั้นเอง ลู่เมี่ยนเอ๋อหันไปเห็นสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัว 3 ตัว นางตกใจมากจนล้มลงกับพื้น

ตามปกติจะมีแค่สัตว์กินพืชเท่านั้นที่เข้ามาเก็บผลไม้ในป่า และโดยทั่วไปพื้นที่บริเวณนี้จะปลอดภัย หญิงสาวจึงไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นสัตว์กินเนื้อที่น่ากลัวเช่นนี้ ส่งผลให้นางชะงักค้างอยู่กับที่ชั่วขณะหนึ่ง

ในช่วงเวลานี้ หูเจียวเจียวกลับมามีสติสัมปชัญญะก่อนใคร

“ลู่เมี่ยนเอ๋อ พวกมันคือภูตเร่ร่อน หนีไป!”

จิ้งจอกสาวกระโดดขึ้นจากพุ่มไม้ราวกับติดสปริงแล้ววิ่งไปคว้าแขนของนางเอก ก่อนจะพากันวิ่งไปทางที่คนอื่น ๆ พักผ่อนอยู่

แม้ว่าภูตเร่ร่อนจะดุร้ายและน่ากลัว แต่พวกมันล้วนไม่สมประกอบและไม่ทรงพลังเท่าภูตในเผ่า ตราบใดที่พวกเธอวิ่งไปยังที่ที่หัวหน้าเผ่าอยู่ พวกเธอก็จะปลอดภัย

ขณะนี้ภูตจอมป่าเถื่อนทั้ง 3 หัวเราะพลางไล่ตามเหยื่อไปทันที

"โอ๊ย…"

ทันใดนั้น ลู่เมี่ยนเอ๋อก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและล้มลงกับพื้น

"หูเจียวเจียว ข้าข้อเท้าแพลง..." เสียงสั่นของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกลัว

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: จังหวะละครไทยสุด ๆ นางเอกล้มระหว่างวิ่งหนีโจร 5555

จบบทที่ บทที่ 66: ลู่เมี่ยนเอ๋อตกตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว