เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65: ฝันร้ายว่าโลกล่มสลาย

บทที่ 65: ฝันร้ายว่าโลกล่มสลาย

บทที่ 65: ฝันร้ายว่าโลกล่มสลาย


กลางดึกคืนนั้น

หูเจียวเจียวสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายในสภาพที่ชุดกระโปรงหนังสัตว์ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

เธอลืมตาขึ้นมาสัมผัสมือและเท้าที่ยังแข็งแรงดีของตัวเองก่อน จากนั้นก็รีบลุกขึ้นหันไปมองลูกที่กำลังหลับใหล แล้วการหายใจของเธอก็ค่อย ๆ สงบลง

มันเป็นแค่ความฝัน...

เมื่อหญิงสาวนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝัน เธอก็ขมวดคิ้วแน่น

เธอฝันว่าลู่เมี่ยนเอ๋อถูกกลุ่มภูตเร่ร่อนจับตัวไปขณะที่นางกำลังเก็บผลไม้  พออิงหยวนรู้เข้าก็โกรธมาก เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปที่ถ้ำของอีกฝ่ายและฆ่าพวกมันทั้งหมดทิ้ง

หลังจากที่กวางสาวกลับมาในเผ่า นางรู้สึกหดหู่ใจจนในที่สุดก็ฆ่าตัวตาย!

นี่เป็นโครงเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในนิยายต้นฉบับ เมื่อลู่เมี่ยนเอ๋อเสียชีวิต โลกภูตก็เริ่มล่มสลาย แผ่นดินถล่ม พื้นดินแยก ภูเขาไฟระเบิด และสึนามิลูกแล้วลูกเล่าซัดเข้าใส่ภูเขารวมถึงป่าไม้ไปจนหมดสิ้น ในฝันครั้งนี้เธอเห็นตัวเอง ลูกของเธอ และภูตทั้งหมดตายอยู่ที่นี่...ท่ามกลางโลกที่ล่มสลาย

ยิ่งหูเจียวเจียวคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกแปลกมากขึ้นเท่านั้น ทำไมนางเอกถึงตาย?

อาจเป็นเพราะการมาถึงของเธอเองที่เปลี่ยนตอนจบของตัวละครในนิยายแล้วสร้างผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่างในวงกว้าง

และลู่เมี่ยนเอ๋อเป็นตัวเอกของโลกใบนี้ ถ้าหากนางเสียชีวิต การดำรงอยู่ของโลกก็จะไร้ความหมาย ดังนั้นมันจึงพังทลายหรือเปล่า?

สิ่งที่จิ้งจอกสาวฝันเมื่อครั้งก่อนมันเกิดขึ้นจริงแล้วครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอฝันในครั้งนี้ก็อาจจะ...

พอหูเจียวเจียวคิดถึงผลลัพธ์ที่กำลังจะเป็นจริง หัวใจของเธอก็เต้นเหมือนรัวกลอง

ถ้าอย่างนั้น… ตอนนี้นอกจากเธอจะต้องจัดการกับจอมวายร้ายแล้ว เธอยังต้องป้องกันไม่ให้นางเอกของโลกภูตตายอีกด้วย!

ในที่สุดเธอก็ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้แล้ว อีกทั้งเธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะเอาชีวิตรอดไปให้ได้ แต่เธอไม่อยากให้สิ่งที่ตนเพียรพยายามมาตลอดต้องสูญเปล่าไปเพราะลู่เมี่ยนเอ๋อ

ตัวประกอบอย่างฉันก็มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่เหมือนกัน!

ครู่ถัดมา แม่จิ้งจอกพลิกตัวไปมาบนกองฟาง แต่เธอทำอย่างไรก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้ลง พอหญิงสาวเห็นว่านี่เป็นเวลาเช้าตรู่แล้วจึงลุกขึ้นมาทำอาหารให้ลูก ๆ กิน

ฉันกลัว…

เธอเกรงว่าคราวนี้ตัวเองจะไม่สามารถแก้ไขเรื่องของลู่เมี่ยนเอ๋อได้ และนี่จะเป็นอาหารมื้อสุดท้ายสำหรับเธอแล้วก็ลูกน้อยทั้ง 5

ไม่นานเด็กทั้ง 5 คนก็ถูกปลุกด้วยกลิ่นอาหาร แม้ว่าชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้นมาก แต่เด็กเหล่านี้ก็ยังไวต่อกลิ่นอาหารมากอยู่ดี

หลงหลิงเอ๋อขยี้ตาก่อนจะมองออกไปนอกบ้านด้วยความงุนงง "ท่านแม่ ทำไมวันนี้ท่านตื่นเร็วจัง หลิงเอ๋อจะรีบไปช่วยท่านเดี๋ยวนี้..."

ทุกวันที่แม่จิ้งจอกทำอาหาร สาวน้อยจะมาคอยเป็นลูกมือของแม่ ส่วนพวกเด็กผู้ชายจะออกไปเก็บฟืนมาให้

ต่อมา หลงหลิงเอ๋อเดินไปที่ลานบ้าน เมื่อนางตื่นเต็มตาแล้วก็ต้องตกตะลึงกับอาหารมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะ

“โอ้โห้ กับข้าวเยอะแยะเลย ท่านแม่ เราจะกินยังไงให้หมดกันละเนี่ย?” ปากเล็ก ๆ ของเด็กสาวเปิดออกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ

“วันนี้แม่ทำเสร็จหมดแล้ว หลิงเอ๋อไปปลุกพวกพี่ ๆ มาล้างมือเตรียมกินข้าวเร็ว”

หูเจียวเจียวหันไปมองตามเสียงก่อนจะยิ้มให้ลูกสาวจาง ๆ และวางจานกับข้าวจานสุดท้ายลงบนโต๊ะ

ไม่กี่วันก่อน โหวเสี่ยวเตียวช่วยทำโต๊ะและเก้าอี้มาส่งให้ที่บ้าน แต่โต๊ะเก้าอี้พวกนี้มีรูปร่างผิดสัดส่วนไปสักหน่อย มันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ไม่สม่ำเสมอ เก้าอี้เป็นม้านั่งสูง 2 เมตรซึ่งสูงจนนั่งกินข้าวไม่ถนัด เธอจึงเลื่อยขาพวกมันออกบางส่วน

เวลาถัดมา หลงหลิงเอ๋อเข้าไปในห้องด้วยความงุนงง และเรียกพี่น้องคนอื่น ๆ ให้ออกมาเตรียมตัวทานข้าวเช้า

แล้วครอบครัว 6 คนก็นั่งพร้อมหน้ากันอยู่ที่โต๊ะอาหาร

“กินเลย ทำไมพวกเจ้าไม่ขยับมือล่ะ หรือวันนี้พวกเจ้าไม่หิวหรือเปล่า?” เมื่อผู้เป็นแม่เห็นลูกทั้ง 5 นั่งนิ่งเป็นรูปปั้น เธอก็ถามอย่างสงสัย

"ท่านเอาของมาทำอาหารหมดเลยหรือ แล้วพรุ่งนี้เราจะเอาอะไรกินกัน?" หลงอวี้เหลือบมองไปที่ลานบ้าน ก่อนจะพบว่าไม่มีอาหารเหลืออีกแล้ว

“ท่านกำลังพยายามหลอกให้เรากินอาหารให้หมดเพื่อหาข้ออ้างที่จะทิ้งเราใช่ไหม!” หลงจงพูดพร้อมกับจ้องแม่จิ้งจอกเขม็ง

ก่อนหน้านี้ หูเจียวเจียวกลัวอยู่เสมอว่าเจ้าตัวเล็กทั้งหลายจะปวดท้อง ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าทำอาหารเยอะเกินไป ด้วยเหตุนี้ เมื่อเด็กทุกคนเห็นอาหารมากมาย พวกเขาจึงสงสัยว่าเธอมีแผนอื่นหรือไม่

ส่วนหลงเหยากะพริบตามองแม่ของเขาอย่างน่าสงสาร

กรงเล็บมังกรทั้ง 2 วางอยู่บนท้องด้วยท่าทางลังเล และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจกลืนน้ำลาย ตามด้วยส่งเสียงครวญครางคล้ายคนสำนึกผิด

“แง้!”

ท่านแม่ อย่าทิ้งพวกเราไปเลย หลังจากนี้เหยาเอ๋อจะกินให้น้อยลง

หัวใจของหูเจียวเจียวพลันอ่อนยวบ เธอมองพวกเขาอย่างขบขัน และพูดขณะเสิร์ฟน้ำแกงว่า "นี่พวกเจ้าเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ที่วันนี้แม่ทำอาหารไว้เยอะแยะเพราะพ่อของพวกเจ้ากำลังจะกลับมาในไม่ช้า เขาจะนำอาหารกลับมาด้วย ในอนาคตพวกเจ้าจะไม่ต้องทนหิวอีก”

เธอรู้ว่าลูก ๆ คิดถึงพ่อมาก

การใช้หลงโม่เป็นข้อแก้ตัวย่อมทำให้เด็กน้อยพวกนี้ไม่สงสัยอะไรมากนัก

แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่กลับมา แต่พวกเธอก็จะไม่อดตายอยู่ดี

"ท่านพ่อจะกลับมาแล้ว ดีจังเลย" เมื่อหลงหลิงเอ๋อได้ยินว่าผู้เป็นพ่อกำลังจะกลับมา ดวงตาของนางก็สว่างขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

ทว่าเด็กคนอื่น ๆ ยังคงมองแม่จิ้งจอกอย่างสงสัย

ราวกับว่าแต่ละคนกำลังค้นหาความจริงรวมถึงการหลอกลวงในคำพูดของเธอ

“เอาล่ะ ๆ รีบกินเร็วเข้า เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด หลังกินข้าวเสร็จแล้วแม่จะต้องออกไปข้างนอกอีก”

หูเจียวเจียวเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กทีละคนแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด

ไม่นานเด็กน้อยทั้งหลายก็ถอนสายตาออกจากการจับผิดผู้เป็นแม่ ก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกับการกินอาหารของตัวเอง

ขณะเดียวกัน รอยยิ้มบนใบหน้าของจิ้งจอกสาวเจือด้วยความเศร้า หากนับวันแล้ว หลงโม่อาจจะกลับมาในอีก 2 วัน แต่เธอยังไม่เคยเห็นว่าเจ้าจอมวายร้ายหน้าตาเป็นแบบไหน!

เธอควรทำอย่างไรหากเขามีหน้าตาน่าเกลียดและน่ากลัวมาก?

ระหว่างที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หูเจียวเจียวไม่ได้กินอะไรสักคำ เวลาผ่านไปไม่นาน ภูตคนหนึ่งก็มาเรียกให้เธอออกไปกับกลุ่มเก็บเกี่ยว

ต่อมา หญิงสาวรีบตักข้าวลงท้องไป 2 คำแล้วลุกออกไปอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเดียวกัน เด็กทั้ง 5 เงยหน้าขึ้นจากชามข้าว ดวงตาที่งุนงงมองตามหลังคนเป็นแม่ไปจนลับตา

หลงจงพูดขึ้นมาพร้อมขมวดคิ้ว "พวกเจ้าคิดว่าวันนี้นางแปลกไปหรือเปล่า?"

หลงหลิงเอ๋อก็รู้สึกทุกข์ใจกับเรื่องนี้มากเช่นกัน "ท่านแม่คงไม่อยากให้ท่านพ่อกลับมาแน่เลย นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านแม่ไม่มีความสุข"

หลงอวี้พยักหน้าเห็นด้วย "นางไม่เคยชอบท่านพ่อเลย"

"งั่ม งั่ม..."

อร่อย ถ้าไม่มีใครกิน ข้าจะกินเอง 

เมื่อเด็กทั้ง 3 คนรู้สึกตัวอีกครั้งก็เห็นว่าชามข้าวของตัวเองถูกเจ้ามังกรตัวเล็กแย่งกินหมดจนไม่เหลือน้ำมันสักหยด

“น้องห้า!”

แล้วเสียงคำราม 3 เสียงก็ดังขึ้นพร้อมกัน

หลงเหยานั่งตัวตรงที่โต๊ะพร้อมกับเม้มริมฝีปาก ขณะที่ใบหน้ามังกรครุ่นคิดเหมือนไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิด?

...

ในตอนนี้หูเจียวเจียวและผู้หญิงในเผ่ามาถึงสถานที่ที่จะต้องมาเก็บผลไม้

ครั้งนี้พวกเธอไม่ได้เก็บผลไม้ดินเหมือนเดิม แต่เป็นผลไม้อื่น ๆ

เส้นทางในป่าบนภูเขานั้นขรุขระยากลำบาก กลุ่มเก็บเกี่ยวต้องใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะถึงจุดหมาย

ครั้งนี้มีพืชพันธุ์หลากหลายชนิดให้เก็บโดยที่ในนั้นมีส้มโอกับลูกพลับเป็นหลัก

ส้มโอสามารถเก็บไว้ได้นานตอนฤดูหนาวโดยที่มันไม่เสียไปก่อน ส่วนลูกพลับสามารถนำมาตากแห้งเป็นลูกพลับแห้งได้ แม้ว่าภูตจะไม่รู้วิธีทำผลไม้อบแห้ง แต่หลังจากการลองผิดลองถูก พวกเขาก็รู้ว่าลูกพลับยังสามารถรับประทานได้แม้ว่าจะตากจนแห้งแล้วก็ตาม

ขอแค่พวกเขามีผลไม้ที่สามารถเก็บไว้ได้จนถึงฤดูหนาว มันก็จะเป็นอาหารสำรองของพวกภูต

ทางด้านหูเจียวเจียวมองสำรวจไปรอบ ๆ และพบผลไม้หลายชนิดที่เธอคุ้นเคย แต่ตอนนี้เธอไม่มีกะจิตกะใจที่จะเก็บผลไม้เลย เนื่องจากความคิดทั้งหมดของเธอเพ่งไปที่ลู่เมี่ยนเอ๋อ

ในครั้งนี้มีผู้หญิงหลายคนในเผ่าออกมาเก็บผลไม้ยกเว้นหูหมิน ดังนั้นหญิงสาวจึงถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว

แต่เธอไม่สนใจเรื่องนี้เลย เธอยังคงติดตามนางเอกของเรื่องไปพร้อมกับกระเป๋าหนังสัตว์ ราวกับว่าเธอจะติดตามไปทุกที่ที่อีกฝ่ายไป

ส่วนหู่จิงที่ตัวติดกับลู่เมียนเอ๋อเป็นตังเมโมโหจนโยนถุงหนังสัตว์ในมือของนางทิ้ง แล้วหันกลับมาจ้องจิ้งจอกสาวเขม็ง

“หูเจียวเจียว เจ้าไปไกล ๆ เลย อย่ามาตามเราตลอดแบบนี้”

จบบทที่ บทที่ 65: ฝันร้ายว่าโลกล่มสลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว