- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงผีระดับเทพ นี่น่ะเหรอนักเรียนห้องบ๊วย
- บทที่ 38: ทักษะผี! โทสะทินกรดำ!
บทที่ 38: ทักษะผี! โทสะทินกรดำ!
บทที่ 38: ทักษะผี! โทสะทินกรดำ!
“นี่มัน... เติงเยียนเสีย?!”
เจียงฉานตื่นตัวระแวดระวังขึ้นมาทันที ข้อมูลที่เกี่ยวข้องปรากฏขึ้นในสมองโดยอัตโนมัติ
บันทึกใน สารานุกรมผีฉบับปรับปรุงใหม่:
ณ สถานที่แห่งหนึ่งทางตะวันตกของแคว้นอี้ฉวีโบราณ เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่ในเผ่าเสียชีวิตลง ลูกหลานจะกองฟืนจุดไฟ เพื่อเผาและรมควันศพ หากควันไฟลอยสูงขึ้น ก็จะหมายความว่าผู้ตายได้ขึ้นสู่สวรรค์
เรียกขานกันว่า เติงเยียนเสีย (สู่เมฆาควัน)
หลังจากภัยพิบัติผีมาเยือน ธรรมเนียมนี้ก็ได้ก่อกำเนิดผีชนิดพิเศษขึ้นมาตนหนึ่ง คล้ายควันคล้ายหมอก บดบังสายตาคน ปิดตาทั้งผี ทำให้หลงทิศทาง ไม่สามารถหนีรอดออกไปได้
ฟู่
ม่านควันม้วนตัว!
ทันใดนั้น คมดาบอันแหลมคมสายหนึ่งก็ฟาดฟันเข้ามาโดยไม่มีสัญญาณเตือน!
“ระวัง!!”
คิ้วของเจียงฉานกระตุกวูบ คว้าตัวเมิ่งเสียพุ่งล้มลงกับพื้นอย่างแรง หลบคมดาบไปได้อย่างฉิวเฉียด แต่ข้างลำคอกลับมีรอยเลือดบางๆ ราวกับเส้นผมปรากฏขึ้น!
เมิ่งเสียถูกเขากดทับอยู่ข้างล่างอย่างแรงจนส่งเสียงครางอู้อี้ออกมา ในใจเธอกลัวสุดขีดแต่ก็ไม่ได้ร้องโวยวายออกมา เธอรู้ดีว่าในเวลานี้ สิ่งเดียวที่เธอทำได้ก็คือต้องไม่สร้างปัญหาให้เจียงฉาน...
“เธออยู่นิ่งๆ อย่าขยับ!”
เจียงฉานพลิกตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว [เนตรราชันย์ที่แท้จริง] ถูกเปิดใช้งานทันที!
วูบ!
ม่านควันอันหนาทึบพลันถูกแหวกออกต่อหน้าเขาราวกับผ้าม่าน...
ขอบบ่อที่เก่าโทรม ตะปูคราดที่ขึ้นสนิม กระท่อมนาที่รกร้างผุพัง และเมิ่งเสียที่นอนขดตัวกอดตัวเองสั่นเทาอยู่บนพื้นอย่างเชื่อฟัง ทั้งหมดปรากฏขึ้นในสายตา
ในม่านควันหนาทึบมีร่างศพไร้หัวสูงใหญ่ตนหนึ่งยืนอยู่ เพิ่งตายได้ไม่นาน เลือดที่คอยังไม่ทันจะแห้งเหือด ทั่วทั้งร่างปรากฏรอยศพขึ้นมา แผ่กลิ่นเหม็นเน่าของศพอันเย็นเยียบออกมา
ในมือของศพไร้หัวตนนี้ถือดาบถังที่ส่องประกายแวววาวเล่มหนึ่ง ด้านหลังของมันยังมี [ผีมีด] ร่างกำยำสูงตระหง่านยืนอยู่อีกตน...
ม่านควันเปลี่ยนแปลง
ภาพทั้งหมดปรากฏสู่สายตาอีกครั้ง ในสมองของเจียงฉานเรียบเรียงข้อมูลอย่างรวดเร็ว
“ดูจากการแต่งกายของศพไร้หัวตนนี้น่าจะเป็นนักล่าผีคนหนึ่ง เพียงแต่โชคร้ายมาเจอเข้ากับเจ้า ‘เติงเยียนเสีย’ นี่ ถูกขังอยู่ในม่านควันจนกระทั่งกลิ่นศิโรหมดลง ถูกหมอกผีกลืนกิน”
“ผีมีดตนนั้นน่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงผีของเขาตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากที่เขากลายสภาพเป็นผี พันธสัญญาก็ถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ มันก็เลยตัดหัวของเขาทิ้งทันที จากนั้นก็ถูกขังอยู่ในม่านควันนี้ไปด้วยกัน...”
เหลือบมองศีรษะที่มีรอยศพปรากฏขึ้นอยู่ข้างขอบบ่อ เจียงฉานก็แอบเก็บไว้ในใจ
เนตรราชันย์ที่แท้จริงถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง มองกลับไปยังร่างศพไร้หัวตนนั้น ในช่องอกที่ว่างเปล่าของเขามีอีกาสามตาสีเลือดตนหนึ่งอาศัยอยู่
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักล่าผีคนนี้หัวขาดไปแล้วยังขยับได้ ที่แท้ก็ถูกเจ้าตัวนี้มันทำเป็นหุ่นเชิดศพนี่เอง...”
ภายใต้การชักนำอย่างจงใจของผี ‘เติงเยียนเสีย’ ตนนี้ ทั้งศพไร้หัวและผีมีดต่างก็ล็อกเป้าหมายมาที่เจียงฉานและเมิ่งเสียที่อยู่ด้านหลังของเขาทันที
ยังดีที่ข้อมูลที่เนตรราชันย์ที่แท้จริงตรวจสอบมาได้ แสดงให้เห็นว่าระดับเลเวลของอสูรผีทั้งสองตนนี้ไม่ได้สูงมากนัก...
[ศพไร้หัว: เลเวลห้า]
[ผีมีด: เลเวลสาม]
“กำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าแต้มภูตเทวะไม่พอใช้ พวกแกสองตัวก็มาส่งถึงที่ซะแล้ว”
สิ้นเสียง
ไอผีอันหนักหน่วงเริ่มก่อตัวขึ้น
อสูรผีทั้งสองตนนั้นพุ่งเข้ามาสังหารในเวลาเดียวกัน
“คงต้องรีบจบเกมโดยเร็วแล้วสินะ เอาพวกแกมาลองผลลัพธ์ของทักษะผีที่สองหลังจากอัปเกรดแล้วของฉันหน่อยก็แล้วกัน...”
เหลือบมองเมิ่งเสียที่อยู่ด้านหลังของตัวเอง พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็แผ่กระจายออกมาจากร่างของเจียงฉานเป็นศูนย์กลาง กระแทกออกไปทั่วทุกทิศทางในทันที
จากนั้น
ไอผีอันบ้าคลั่งก็ระเบิดออกมา ราวกับมีดวงตะวันสีดำดวงหนึ่งลอยขึ้นมาจากด้านหลังของเขา!
“โทสะ... ทินกรดำ!”
ซู่ม!
เสื้อผ้าบนร่างฉีกขาดกระจุยในทันที รอยสักสีดำราวกับงูยักษ์เลื้อยพล่านไปทั่วท่อนบนที่ขยายใหญ่ขึ้น บนแผ่นหลังของเขารวมตัวกันเป็นรอยสักรูปพระพุทธรูปที่แผ่ไอผีอันน่าสะพรึงกลัวออกมา!
ร่างธรรมจ้าวโลหิตตี้จั้ง!
วินาทีต่อมา
เจียงฉานพุ่งทะยานออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกจากปากกระบอกปืนแรงดันสูง ทั่วทั้งร่างของเขาแผ่ไอผีอันรุนแรงออกมา พุ่งเข้าปะทะกับศพไร้หัวที่เงื้อดาบฟันเข้ามาโดยตรง!
ตูม!!
ม่านควันสีขาวหนาทึบม้วนตัวแหวกออกไปสองข้าง พื้นดินที่เน่าเปื่อยถูกไถจนเป็นร่องลึก ตรงกลางม่านควันสีขาวหนาทึบถึงกับเกิดเป็นพื้นที่สุญญากาศขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง ความหวาดกลัวบนใบหน้าของเมิ่งเสียที่ขดตัวอยู่ด้านหลังถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงในทันที!
เธอเบิกตากว้าง จ้องมองเจียงฉานที่เปิดใช้งานร่างธรรมตี้จั้งราวกับปีศาจคลั่ง เขากดร่างศพไร้หัวร่างสูงใหญ่นั้นไว้แล้วปล่อยหมัดกระแทกลงไป ตูม! อัดช่องอกของมัน รวมไปถึงอีกาสามตาสีเลือดที่อยู่ข้างในจนระเบิดแหลกละเอียดในทันที!
ม่านควันสีขาวหนาทึบกลับมาบรรจบกันอย่างรวดเร็ว ทัศนวิสัยของเธอกลับมาเต็มไปด้วยม่านหมอกหนาทึบอีกครั้ง แต่ภาพอันทรงพลังเมื่อครู่นี้กลับสลักลึกลงไปในสมองของเธอ โดยเฉพาะหมัดอันน่าสะพรึงกลัวที่เจียงฉานปล่อยออกไปนั้น ถึงกับทำให้หัวใจของเธอเต้นกระตุกอย่างรุนแรงตามไปด้วย!
นี่มัน... ทักษะผี?!
เขามีสัตว์เลี้ยงผีมากกว่าหนึ่งตัวแน่นอน!!
“โฮก...!!”
ในตอนนั้นเอง [ผีมีด] อีกตนก็ส่งเสียงคำรามต่ำ พุ่งเข้ามาฟันที่ด้านหลังของเมิ่งเสีย!
“สะกดขวัญ!”
สองพยางค์เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบของปีศาจโบราณ
ดวงตาทั้งสองข้างของเจียงฉานสาดประกายแสงสีทองอันทรงอำนาจออกมา!
วูม... พุ่งตรงเข้าไปในดวงตาทั้งสองข้างของผีมีด!
คลื่นกระแทกจิตใจ 300%... ส่งผล!
ร่างกำยำของมันพลันแข็งทื่อในทันที!
จากนั้น
กรรไกรขนาดมหึมาสีดำทะมึนงับเข้าออกกลางอากาศ!
ฉับ!!
เสียงคำรามของผีมีดหยุดชะงักลงทันที ร่างของมันล้มตึงลงข้างกายของเมิ่งเสีย เสียงดังทึบหนักๆ และกลิ่นเหม็นเน่าของศพอันเย็นเยียบ ทำเอาเธอตกใจจนตัวสั่นสะท้าน...
[ติ๊ง!]
[ท่านสังหารปรมาจารย์โลงวิญญาณที่ถูกสิงสู่ (เลเวลห้า)]
[แต้มภูตเทวะ +81]
[ท่านสังหารผีมีดเลเวลสาม 1 ตัว]
[แต้มภูตเทวะ +39]
[...]
ฝุ่นควันที่คละคลุ้งค่อยๆ สงบลง
ดวงตาของเจียงฉานเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง
“ผลตอบแทนจากศพไร้หัวตนนี้นับว่าไม่เลวเลย เทียบเท่ากับผีมีดถึงสองตัว”
เมื่อมองดูตัวอักษรบนหน้าต่างระบบ ในใจครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ข้อสรุป
“ยิ่งระดับเลเวลของอสูรผีต่ำกว่าฉันมากเท่าไหร่ แต้มภูตเทวะที่ได้ก็จะยิ่งน้อยลง”
“ถ้าอยากจะได้แต้มภูตเทวะสูงๆ ฉันต้องไปฆ่าผีที่เลเวลสูงกว่าฉัน”
“อย่างน้อยก็ต้องเลเวลเท่ากัน...”
เมื่อเข้าใจกฎเกณฑ์ในนั้นแล้ว เจียงฉานก็ปิดหน้าต่างระบบ เดินเข้าไปเก็บดาบถังที่ศพไร้หัวทำหล่นไว้
ด้ามดาบสีแดงคล้ำ ตัวดาบส่องประกายสีน้ำเงินทอง
ตอนที่ตีดาบได้ผสมวัสดุพิเศษลงไป สามารถใช้สังหารอสูรผีได้
ลองตวัดดูสองสามที “ก็เข้ามือดีเหมือนกันนะ”
ช่องอกของศพไร้หัวแตกกระจาย
บนพื้นที่เน่าเปื่อยสีน้ำตาล นอกจากดาบพิฆาตผีแล้ว ยังมีขวดสีทองใบหนึ่งตกอยู่ด้วย
เจียงฉานเดินเข้าไปเขี่ยกิ่งไม้แห้งออก
หยิบขวดใบนั้นขึ้นมา ชั่งน้ำหนักดู
หนักอึ้งพอสมควร รูปลักษณ์ภายนอกดูโบราณเล็กน้อย ขนาดโดยรวมใหญ่กว่าฝ่ามืออยู่สองรอบ
“โห? ทองคำแท้!”
ในสมองของเจียงฉานปรากฏข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นมาทันที
“ขวดผงทองคำ...”
บันทึกใน จดหมายเหตุวัตถุอัศจรรย์:
"ชาวแคว้นตงหนี่ว์กั๋ว (แคว้นสตรีบูรพา) หลังจากเสียชีวิต จะใช้วิธีการฝังศพในขวด ญาติพี่น้องของพวกเขาจะนำกระดูกและเนื้อของผู้ตายใส่ลงในขวดทองคำ โรยด้วยผงทองคำ เพื่อป้องกันไม่ให้ศพกลายสภาพ"
หลังจากภัยพิบัติผีแพร่ระบาด ก็มีคนค้นพบความลับที่ว่าทองคำสามารถต้านทานการรุกรานของอสูรผีได้ตามบันทึกนี้ ต่อมาก็ได้พัฒนาจนเกิดเป็น ‘วัตถุอัศจรรย์เทียม’ อย่างขวดผงทองคำนี้ขึ้นมา ส่วนใหญ่ใช้สำหรับจับกุม กักขัง และซื้อขายสัตว์เลี้ยงผี
“เป็นนักล่าผีจริงๆ ด้วย”
การซื้อขายสัตว์เลี้ยงผีเป็นที่ต้องการของตลาดมาโดยตลอด แต่หาซื้อได้ยาก ทายาทตระกูลใหญ่บางคนหลังจากปลุกพลังโลงวิญญาณได้แล้ว ก็ต้องการทำพันธสัญญากับสัตว์เลี้ยงผี แต่ก็ไม่อยากจะเสี่ยงภัยออกไปนอกเมือง ที่บ้านก็จะเตรียมขวดผงทองคำไว้ให้ แล้วใช้เงินก้อนโตว่าจ้างนักล่าผีให้ออกไปนอกเมืองเพื่อช่วยจับมาให้
“ระดับการบำเพ็ญเพียรเลเวลห้า บวกกับสัตว์เลี้ยงผีสายโจมตีหลักอย่างผีมีด โดยพื้นฐานแล้วในเขตมือใหม่อย่างหมู่บ้านผีนี้ก็สามารถเดินกร่างได้สบายแล้ว มาเจอผีสายพิเศษอย่าง ‘เติงเยียนเสีย’ เข้า ก็คงต้องโทษว่าแกมันดวงซวยเอง”
“แต่ในเมื่อเลือกที่จะหากินทางนี้แล้ว ก็ต้องเตรียมใจที่จะตายได้ทุกเมื่อ...”
ดึงจุกขวดออกมาดู ข้างในว่างเปล่า ยังไม่ได้กักขังอสูรผีตนใดไว้
เจียงฉานใช้เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของตัวเองห่อขวดผงทองคำใบนี้ไว้ แล้วมัดไว้ที่ด้านหลัง
ไม่ต้องพูดถึงประโยชน์ในการใช้กักขังอสูรผี แค่ขวดทองคำใบนี้ใบเดียวก็มีมูลค่ากว่าสองล้านเหรียญเซี่ยแล้ว
“ทีนี้ ก็ถึงเวลาจัดการแกแล้ว...”
เงยหน้าขึ้น
มองไปยัง ‘เติงเยียนเสีย’ ที่ปกคลุมอยู่รอบๆ อีกครั้ง
ม่านควันสีขาวแห่งความตายลอยอ้อยอิ่งแผ่กระจายไปทั่ว แทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหมอกผี แถมยังหนาทึบกว่าหมอกผีเสียอีก
‘เติงเยียนเสีย’ ไม่มีพลังในการสังหาร
“ความพิเศษของมันอยู่ตรงที่ ไม่เพียงแต่จะสามารถบดบังสายตาของคนเป็นได้ แม้แต่อสูรผีบางตนก็ยังสามารถกักขังไว้ได้”
แต่ทว่า
ภายใต้การเสริมพลังของ [เนตรราชันย์ที่แท้จริง] ดวงตาทั้งสองข้างของเจียงฉานก็ลึกล้ำราวกับดวงดาว
ม่านควันที่เปลี่ยนแปลงไปมาก็ไม่ต่างอะไรกับอากาศธาตุในสายตาของเขา เขาสามารถพาเมิ่งเสียจากไปได้อย่างอิสระโดยสิ้นเชิง
แต่ว่า
“ผีที่พิเศษแบบนี้หาได้ไม่ง่ายนักนะ”
“จะเดินจากไปง่ายๆ แบบนี้”
“ฉันเสียดายแย่เลย”
“อีกอย่าง ไอ้เด็กหูซ่วยนั่นก็น่าจะยังติดอยู่ในนี้ด้วย...”