เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3: รอดตายแล้ว! เธอมีมิติเก็บของที่หยิบใช้ได้ไม่จำกัด!

บทที่ 3: รอดตายแล้ว! เธอมีมิติเก็บของที่หยิบใช้ได้ไม่จำกัด!

บทที่ 3: รอดตายแล้ว! เธอมีมิติเก็บของที่หยิบใช้ได้ไม่จำกัด!


เดิมทีหูเจียวเจียวรู้สึกมีความหวังขึ้นมาแล้ว แต่ทันทีที่เธอได้ยินคำพูดของหลงจง เธอก็ไม่สามารถฝืนยิ้มได้อีก

ในนิยายที่เธออ่านบอกเพียงว่าเจ้าของร่างเดิมชอบทำร้ายร่างกายลูกของตนเอง แต่ไม่ได้เขียนลงรายละเอียดไว้มากขนาดนั้น เธอจึงไม่คาดคิดว่านางจะใจยักษ์ใจมารได้ขนาดนี้

แต่ถ้าเธอมัวมานั่งบ่นอยู่แบบนี้ก็คงจะไม่ได้อะไรขึ้นมา

ดังนั้นหลังจากที่หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมประนีประนอมต่อลูก ๆ ทั้ง 5 "งั้นแม่จะกลับไปทำอาหารก่อน พวกเจ้าก็ไปล้างตัว ถ้าเสร็จแล้วก็รีบ ๆ กลับบ้านกันล่ะ อย่าทำให้แม่ต้องเป็นห่วง"

ลูกภูตไม่ได้บอบบางเหมือนลูกมนุษย์ แม้ว่าลูกภูตจะมีอายุประมาณ 5-6 ขวบ แต่ความสามารถในการดูแลตัวเองของพวกเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเด็กวัยรุ่นเลย ยิ่งไปกว่านั้น ร่างเดิมไม่เคยดูแลลูก ๆ อยู่แล้ว เด็กน้อยทั้งหลายจึงเหมือนได้ฝึกทักษะการเอาชีวิตรอดอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสายเล็ก ๆ อยู่ติดกับบ่อโคลน หูเจียวเจียวจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีใครมาสร้างปัญหาให้กับครอบครัวของเธออีก

หลังจากที่หญิงสาวพูดจบ เธอก็หันหลังเดินออกไปทันที

ทางด้านกลุ่มเด็กผอมโซที่ถูกทิ้งไว้ก็จ้องมองแผ่นหลังของผู้เป็นแม่ด้วยสายตาเหลือเชื่อ

หลงหลิงเอ๋อรู้สึกตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของแม่ "นะ นางไม่ได้ตีเรา..."

หลงเซียวที่เป็นพี่ชายคนรองและตามองไม่เห็นดึงหลงจงกับหลงหลิงเอ๋อขึ้นจากพื้นด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองพลางกล่าวว่า "ข้าไม่เชื่อคำพูดไร้สาระของนางหรอก นางต้องพยายามโกหกเราแน่ ๆ เหมือนกับครั้งนั้นที่นางขังเราไว้ในห้องแล้วตีเราจนเกือบตาย"

“แต่วันนี้นางช่วยไล่พวกคนที่มาแกล้งเราไปนะ และนางก็ไม่ได้ทำร้ายเราด้วย นางอาจจะเปลี่ยนไปแล้วหรือเปล่า?” ดวงตาที่สดใสของเด็กสาวเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องเต็มไปด้วยความหวัง

สาวน้อยคนนี้เฝ้าฝันถึงแม่ที่อ่อนโยนทะนุถนอมนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เมื่อพี่ชายคนโตได้ยินดังนั้น เขาก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง "หลิงเอ๋อ หญิงชั่วคนนั้นชอบใช้เล่ห์เหลี่ยม อย่าไว้ใจนางเด็ดขาด"

“แต่ข้าหิวมาก ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของข้า ถ้าพวกมันไม่ฉกเนื้อชิ้นนั้นไป คืนนี้เราคงได้กินอะไรอร่อย ๆ กัน” หลงหลิงเอ๋อก้มหน้าลงต่ำด้วยความหงุดหงิด

“อดทนไว้ พรุ่งนี้ท่านพ่อก็กลับมาแล้ว ท่านพ่อจะเอาอาหารมาให้พวกเรา” หลงอวี้กำหมัดแน่นในระหว่างที่พูด แต่น้ำเสียงของเขากลับมีแต่ความสิ้นหวัง

เขาต้องเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะสามารถออกไปล่าสัตว์หาอาหารเอง แล้วเขาจะสามารถปกป้องน้องชายและน้องสาวได้ด้วย

เมื่อเด็ก ๆ คิดว่าพรุ่งนี้จะมีอาหารกิน ทุกคนก็หยุดคิดเรื่องที่เป็นกังวลก่อนจะลากสังขารที่อ่อนล้าไปอาบน้ำในแม่น้ำ

หลังจากล้างเนื้อล้างตัวเสร็จเรียบร้อย เหล่าเด็กน้อยก็สวมเสื้อหนังสัตว์ที่เปียกโชกแล้วเดินไปอีกฝั่งของบ้านตัวเอง ซึ่งการทำแบบนี้บ่งบอกว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะกลับบ้านเลย

ส่วนหูเจียวเจียวเดินมาถึงประตูบ้านแล้ว

บ้านของร่างเดิมเป็นบ้านไม้ทรงสี่เหลี่ยมเรียบง่าย ผนังด้านนอกเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ หลังคาถูกมุงด้วยหญ้าแฝก บริเวณด้านนอกถูกล้อมรอบด้วยรั้วไม้และมีลานเล็ก ๆ ให้ได้ใช้สอย

นอกจากนี้ยังมีกองฟางกับท่อนไม้กองอยู่ทางด้านซ้ายของลานบ้าน ซึ่งของพวกนี้เป็นของที่เหล่าเด็กตัวผอมแห้งพวกนั้นช่วยกันไปตัดมาจากในป่าเมื่อตอนกลางวัน

เจ้าของร่างเดิมไม่เพียงแค่ทำร้ายลูก แต่นางทั้งไม่แบ่งอาหารหรือน้ำดื่มให้ลูกด้วย แล้วยังให้พวกเขาทำงานหนักอีก หากเด็ก ๆ ทำงานเสร็จไม่ทันเวลา พวกเขาจะถูกแม่ใจยักษ์เฆี่ยนตีอย่างรุนแรง

เมื่อหญิงสาวคิดถึงร่างกายที่ผอมแห้งจนน่าสังเวชของลูก ๆ เธอก็สาปแช่งหูเจียวเจียวคนเก่าในใจอีกครั้ง

เธอหวังเพียงว่าเธอยังมีโอกาสแก้ไขสถานการณ์ได้ มิฉะนั้นเมื่อลูกทุกคนโตขึ้น เธอต่างหากที่จะเป็นคนที่ต้องทนทุกข์ทรมาน

พอหูเจียวเจียวคิดจบก็รีบเข้าไปทำอาหารเย็น

แต่อนิจจา เมื่อเธอเดินเข้าไปข้างใน เธอก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า

นี่คือคอกหมูหรือไง!?

กลิ่นที่อธิบายไม่ได้โชยออกมาจากในห้องทันที ซึ่งกลิ่นนั้นเหมือนกับกลิ่นอาหารบูดผสมกับสิ่งปฏิกูลของสัตว์ มันทำให้หญิงสาวแทบอยากจะขย้อนเอากรดในกระเพาะอาหารออกมาเลยทีเดียว

ต่อมา ภูตจิ้งจอกมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบว่านอกจากเตียงที่ทำด้วยหญ้าแห้งแล้วปูทับด้วยหนังสัตว์อีกที ก็มีเพียงกองอุจจาระที่ถูกทิ้งไว้อยู่ตรงด้านซ้ายของประตู

แค่คำว่า ‘โสโครก’ ก็ยังไม่เพียงพอที่จะมาอธิบายบ้านหลังนี้ได้เลย!

ในขณะนั้นหางตาของหญิงสาวก็กระตุก

หากจะให้เธออยู่ในสภาพแบบนี้ต่ออีกสักอึดใจ แค่คิดเธอก็ทนไม่ได้แล้ว เจ้าของร่างเดิมนี่มันทั้งขี้เกียจและนิสัยเสียมากจริง ๆ ขนาดการรักษาความสะอาดในบ้านนางยังทำไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับการทำอาหาร

หลังจากที่หูเจียวเจียวยืนทำใจอยู่พักหนึ่ง เธอก็หยิบท่อนไม้และเศษหญ้าจากข้างนอกมาคลุมอุจจาระกองนั้นไว้ เสร็จแล้วเธอก็เปิดประตูเพื่อระบายอากาศในห้อง

ถัดมา เธอทำการห่อสิ่งไม่พึงประสงค์ด้วยใบไม้ขนาดใหญ่แล้วนำมันไปทิ้งข้างนอก

หูเจียวเจียวใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการทำความสะอาดบ้านอันแสนสกปรกจนเสร็จ

ขณะนี้เธอกำลังนั่งซบหน้าลงบนหนังสัตว์พลางเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ดีใจ เธอก็ตระหนักถึงปัญหาที่ร้ายแรงขึ้นมาได้

นั่นก็คือในบ้านหลังนี้ไม่เหลืออาหารอยู่เลย!

แหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดสำหรับร่างเดิมคือสามีที่เป็นตัวร้าย, พ่อ, แม่และพี่ชายของนาง

ปัจจุบันหญิงสาวพบว่าในบ้านไม่มีเนื้อเหลืออยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงคาดเดาว่าหูเจียวเจียวคนเดิมคงจะกินมันไปจนหมด

ต่อมา เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเนื้อชิ้นสุดท้ายถูกเจ้าเด็กเหลือขอที่มารังแกลูก ๆ ฉกไป

ในเวลานั้นเธอมัวแต่โกรธจนลืมฉวยชิ้นเนื้อกลับมาจากมือของเด็กเกเรพวกนั้น

พอคิดที่จะหวังพึ่งหลงโม่ผู้เป็นสามี เธอก็จำได้ว่าตั้งแต่ที่เจ้าของร่างเดิมกับตัวร้ายบังเอิญมีลูกด้วยกัน ฝ่ายภรรยาไม่ยอมอยู่ร่วมกับสามีเพราะไม่ชอบที่เขาเป็นตัวซวย ดังนั้นฝ่ายสามีจึงไปอาศัยอยู่ในป่าเพียงลำพังแล้วเขาจะกลับมาส่งอาหารให้ครอบครัวเป็นครั้งคราวเท่านั้น

และตอนนี้หูเจียวเจียวไม่แน่ใจว่าครั้งต่อไปตัวร้ายจะกลับมาอีกเมื่อไหร่

"คงต้องพึ่งตัวเองแล้วสินะ!"

“คงไม่ใช่ว่าฉันทะลุมิติเข้ามาในนิยายวันแรกแล้วต้องมาหิวข้าวตายไปกับลูก ๆ หรอกใช่ไหม”

ถ้าเป็นคนอื่นที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยาย พวกเขามักจะได้รับความสามารถพิเศษติดตัวมาด้วย แต่เธอกลับไม่มีความสามารถอะไรเลย แล้วคนที่เธอมาสิงร่างนั้นกลับเป็นนางร้ายที่ทุกคนรังเกียจอีก นี่พระเจ้าจงใจแกล้งกันหรือไง!

ในระหว่างที่หูเจียวเจียวกำลังสาปแช่งความยุ่งเหยิงที่ร่างเดิมทิ้งไว้

ทันใดนั้นภาพตรงหน้าเธอก็เปลี่ยนไป

ห้องโถงที่ทรุดโทรมเลือนหายไปในอากาศ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสภาพแวดล้อมที่แปลกประหลาด

"นี่มันอะไรกัน ฉันอยู่ที่ไหน?" หญิงสาวตัวแข็งทื่ออยู่กับที่พร้อมกับความคิดที่สับสนวุ่นวายในหัว

เบื้องหน้าของเธอคือชั้นวางขนาดใหญ่ที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตาจนนับไม่หวาดไม่ไหว

เธอมองเข้าไปใกล้ ๆ และเห็นว่ามีวัตถุดิบประกอบอาหารทุกชนิดวางอยู่บนชั้นวาง ไม่ว่าจะเป็นไก่, เป็ด, ปลา, หม้อ, กระทะ, ข้าว, น้ำมันและเกลือซึ่งมีหลากหลายกว่าในซุปเปอร์มาร์เก็ตเสียอีก

ด้วยความที่ว่าหูเจียวเจียวเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เธอจึงรู้สึกหิวมาก พอเธอได้เห็นอาหารวางอยู่ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะต้องกลืนน้ำลายเสียงดังพลางนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง

ชั้นวางนับไม่ถ้วนที่เต็มไปด้วยสิ่งของพวกนี้เหมือนกับมิติในนิยายแฟนตาซีเลยไม่ใช่หรือ!

"นี่อาจจะเป็นนิ้วทองที่พระเจ้ามอบให้เป็นของขวัญ?"

"โอ้พระเจ้า! ขอบคุณพระเจ้า! ฉันรักคุณ!"

หญิงสาวมีความสุขมากจึงรีบตรงไปเลือกอาหารที่ชั้นวางโดยไม่คิดอะไรอีก

บนชั้นแรกเต็มไปด้วยอุปกรณ์ในการประกอบอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในตอนนี้

เมื่อนึกถึงเด็กตัวผอม ๆ 5 คน สิ่งแรกที่เธอเลือกหยิบมาคือหมูสามชั้น

“ลูก ๆ ผอมเกินไป พวกเขาจะกินแต่เนื้อไม่ติดมันไม่ได้ ฉันต้องเพิ่มไขมันให้” มิตินี้ทำให้หูเจียวเจียวมีความมั่นใจที่จะเลี้ยงลูกให้อ้วนพลีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรอีก!

แต่ของในชั้นแรกเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น เนื่องจากในมิติแห่งนี้มีชั้นวางอยู่มากมาย แต่เธอก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะว่าตอนนี้เธอต้องการอาหารในการดำรงชีวิตเป็นอย่างแรก อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องอดตายตั้งแต่วันแรกที่มาสิงอยู่ในร่างใหม่ และนั่นถือว่าเธอไม่ได้ขาดทุนอะไรด้วย

หมูสามชั้นชิ้นนี้หนักประมาณ 600 กรัม และตอนนี้หูเจียวเจียวอยู่ในร่างของภูต ดังนั้นเนื้อ 600 กรัมจึงไม่หนักสำหรับเธอ

แต่ทันทีที่เธอหยิบหมูสามชั้นออกจากชั้นวางก็มีหมูสามชั้นอีกชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้นแทนที่

ภาพนั้นทำให้คนที่ได้เห็นต้องกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความสับสน

ชั้นวางนี้เติมของได้เองโดยอัตโนมัติ!

เมื่อได้รู้อย่างนี้หญิงสาวก็รู้สึกมีความสุข เธอจึงหยิบหมูสามชั้นออกมา 2 ชิ้น, ข้าว 1 กระสอบ, หม้อ, กระทะและเครื่องปรุงต่าง ๆ ติดมือมาก่อนจะกลับไปที่บ้าน

เนื่องจากบ้านหลังนี้ไม่มีหน้าต่าง มันเลยยังหลงเหลือกลิ่นเหม็นอยู่ในอากาศ

แม้ว่าหูเจียวเจียวจะดูถูกบ้านไม้หลังนี้ แต่เธอก็ไม่อยากทำอาหารในบ้านเพราะเธอกลัวจะเผลอทำไฟไหม้บ้านจนวอดไปทั้งหลังเสียก่อน แล้วตัวเองจะไม่มีที่ซุกหัวนอนอีก

ดังนั้นจิ้งจอกสาวจึงรีบย้ายของไปที่ลานบ้านก่อนจะทำการย้ายก้อนหินเรียบ ๆ มาตั้งเป็นเตา จากนั้นเธอก็จุดไฟเพื่อเริ่มประกอบอาหาร

จบบทที่ บทที่ 3: รอดตายแล้ว! เธอมีมิติเก็บของที่หยิบใช้ได้ไม่จำกัด!

คัดลอกลิงก์แล้ว