เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: ข้าวที่หญิงชั่วคนนั้นทำหอมจัง!

บทที่ 4: ข้าวที่หญิงชั่วคนนั้นทำหอมจัง!

บทที่ 4: ข้าวที่หญิงชั่วคนนั้นทำหอมจัง! 


หูเจียวเจียวมาจากชนบท เนื่องจากครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน เธอจึงทำไร่ไถนามาตั้งแต่เด็ก แล้วเธอยังทำอาหารเก่งมากด้วย

อย่างแรก เธอหยิบหม้อไปที่แม่น้ำเพื่อซาวข้าว 2 ครั้ง จากนั้นเธอตักน้ำกลับมาตั้งบนเตาก่อนจะหยิบหินเหล็กไฟจากชั้นวางมาจุดไฟด้วยท่าทางสบาย ๆ

ระหว่างที่หุงข้าว เธอก็หันไปจัดการหมูสามชั้น

อาหารเย็นสำหรับวันนี้หูเจียวเจียวตั้งใจว่าจะทำข้าวหมูตุ๋น

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะร่างที่เธอกำลังสิงอยู่ในปัจจุบันท้องว่างอยู่หรือเปล่า เมื่อเธอนึกถึงข้าวหุงสุกใหม่ ๆ กับหมูตุ๋นแสนอร่อย เธอก็อดน้ำลายไหลไม่ได้

หลังจากที่หญิงสาวหั่นหมูสามชั้นเสร็จ ข้าวในหม้อก็สุกพอดี

ต่อมา เธอเทน้ำต้มข้าวที่เหลือลงในอีกหม้อหนึ่งเพื่อให้ข้าวในหม้อสะเด็ดน้ำ และในขั้นตอนนี้ทำให้ได้น้ำข้าวสำหรับดื่มหลังอาหาร

เมื่อเวลาผ่านไป 30 นาที พระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปโดยเหลือไว้เพียงแสงตะวันสีแดงบนเส้นขอบฟ้า

ยามนี้หมูตุ๋นของหูเจียวเจียวก็พร้อมเสิร์ฟแล้วเช่นกัน

ภายในหม้อใบใหญ่มีเนื้อหลาย 10 ชิ้นวางเรียงรายกันอยู่ก้นหม้อ หญิงสาวเห็นว่าการจะตักมันค่อนข้างลำบากนิดหน่อย เธอจึงหยิบหม้ออีกใบออกมาจากมิติเพื่อเปลี่ยนหม้อที่ใส่เนื้อสัตว์ ตามด้วยเทข้าวที่หมาดแล้วลงไป แล้วนำไปตั้งไฟต่ำไว้อีกครั้ง

“แปลกจัง ทำไมเด็ก ๆ ยังไม่กลับมาอีก ไม่ใช่ว่าพวกเด็กเกเรกลับมารังแกพวกเขาหรอกนะ...”

หลังจากที่ภูตจิ้งจอกเตรียมอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อย เธอก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะรู้ตัวว่าตอนนี้มันเกือบจะมืดแล้ว แต่เธอยังไม่เห็นวี่แววว่าเด็ก ๆ จะกลับบ้านเลย

นั่นทำให้เธอรู้สึกเป็นกังวล เธอจึงปิดฝาหม้อเอาไว้ จากนั้นก็ออกไปตามหาลูกทั้ง 5

พอหญิงสาวเดินออกมาไม่ไกลนัก เธอก็พบร่างเล็ก ๆ ที่ซุกอยู่ใต้ต้นไม้

เนื่องจากบริเวณรอบบ้านมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น ดังนั้นหากคนที่ซ่อนอยู่แถวนี้ไม่ส่งเสียงดังหรือเข้ามาใกล้ มันก็ยากที่จะหาคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ได้

ประกอบกับในเวลาพลบค่ำมักจะมีลมพัดแรงขึ้น

"ฟืดดด แจ่บๆๆ..."

หลังต้นไม้เก่าแก่ เหล่าเด็กหิวโซได้กลิ่นเนื้อหอมโชยมาในอากาศ ส่งผลให้ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยที่หลั่งน้ำลายออกมาตลอดเวลา แล้วท้องของพวกเขาก็พากันร้องโครกคราก

“พี่ใหญ่ ข้าวที่หญิงชั่วคนนั้นทำหอมมากเลย!”

คนแรกที่พูดออกมาอย่างทนไม่ไหวคือ หลงหลิงเอ๋อ

ส่วนเด็กคนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าเหยเกเช่นกัน แต่พวกเขาก็พยายามอดกลั้นไว้

หญิงใจโหดเหี้ยมคนนั้นอยากให้ลูกของตนเองตายไปพ้น ๆ เด็กทุกคนรู้ว่านางคงไม่มีทางกลับตัวกลับใจมาดูแลพวกเขาดีแน่ ๆ

ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็มีความเป็นไปได้เพียงทางเดียวว่านี่คือกับดัก!

หลงอวี้ผู้เป็นพี่คนโตกล่าวว่า "งั้นเราควรไปหลบให้ไกลกว่านี้ เราจะได้ไม่ได้กลิ่น"

หลังจากที่พี่ใหญ่พูดจบ พี่น้องทั้ง 5 ก็ตั้งท่าจะวิ่งออกไป ก่อนที่พวกเขาจะได้ยินเสียงของหูเจียวเจียวดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“มาซ่อนตัวอยู่ที่นี่กันเองหรือ? มานี่เร็ว แม่เตรียมอาหารเย็นไว้แล้ว”

จิ้งจอกสาวยืนอยู่หลังต้นไม้ด้วยความโล่งใจที่เห็นว่าเด็กน้อยทั้งหลายสบายดี

เมื่อฝ่ายที่กำลังหลบซ่อนได้ยินเสียงที่เปรียบดั่งมัจจุราช ร่างของทุกคนก็ตัวแข็งทื่อพร้อมกับแสดงสีหน้าสยดสยอง

นางมาที่นี่ได้ยังไง!?

นางมาที่นี่เพื่อจับพวกเราไปทำโทษหรือ!?

พอหูเจียวเจียวเห็นร่างผอมติดกระดูกทั้ง 5 ยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอก็ยื่นมือออกไปทำท่าจะพาอีกฝ่ายกลับบ้าน

การกระทำของผู้เป็นแม่ในสายตาของเด็ก ๆ ดูเหมือนจะทำให้พวกเขาหวาดกลัวเหมือนเห็นปีศาจที่ผุดขึ้นมาจากนรก

"หนีไป!"

“นางจะมาจับตัวเราแล้ว!”

แม้ว่าหูเจียวเจียวจะกำลังยิ้มอยู่ แต่ลูกตัวน้อย ๆ ก็ยังกลัวหัวหด และฝันร้ายในความทรงจำของแต่ละคนก็ไหลออกมาราวกับน้ำท่วม ตามมาด้วยฉากที่ตนเองถูกทำร้ายนับไม่ถ้วน พวกเขาจึงรีบวิ่งหนีโดยสัญชาตญาณ

"..."

นี่เธอทำหน้าเหมือนจะมาจับเด็กกินหรือไง?

"โอ๊ย!"

หลงหลิงเอ๋อที่วิ่งรั้งท้ายเผอิญสะดุดก้อนหินล้มลงกับพื้น

เนื่องจากเด็กสาวอุ้มหลงเหยาที่อยู่ในร่างสัตว์ไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง เพราะนางปกป้องน้องชายด้วยมือทั้ง 2 ข้าง นางจึงไม่มีมือไว้ป้องกันตัวเอง การหกล้มครั้งนี้จึงทำให้นางค่อนข้างเจ็บปวด

“หลิงเอ๋อ!” พวกหลงอวี้หันมาเห็นน้องสาวตัวเล็กล้มจึงพากันหยุดวิ่ง

ก่อนที่พวกเขาจะหันกลับไปช่วยหลงหลิงเอ๋อ หูเจียวเจียวก็ขมวดคิ้วเดินมาที่ด้านหน้าสาวน้อยแล้ว จากนั้นนางก็กางกรงเล็บปีศาจออกมา

แย่แล้ว ๆ!

หลิงเอ๋อกำลังจะถูกตี!

หลงหลิงเอ๋อหลับตาแน่นด้วยความกลัวสุดขั้วหัวใจและกระชับกอดเพื่อปกป้องหลงเหยาไว้ในอ้อมแขนของนาง

ฝ่ามือที่คาดว่าจะมากระทบบนร่างกายกลับไม่เกิดขึ้น แต่มีมืออบอุ่นคู่หนึ่งสอดไปที่ใต้รักแร้ของเด็กสาวก่อนจะยกนางขึ้นจากพื้น

ต่อมา หูเจียวเจียวค่อย ๆ ปัดฝุ่นออกจากตัวของหลงหลิงเอ๋อพลางถามอย่างอ่อนโยนว่า "เจ็บไหม? ขอแม่ดูหน่อย มีแผลตรงไหนหรือเปล่า?"

เมื่อจิ้งจอกสาวพบว่าเสื้อผ้าหนังสัตว์ที่ลูกสาวสวมอยู่เปียกโชก เธอก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น

ทางด้านหลงหลิงเอ๋อลืมตาขึ้นมองไปที่คนตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

ข้ากำลังฝันอยู่หรือ?

เหตุใดวันนี้นางมารร้ายถึงอ่อนโยนนัก นางอ่อนโยนยิ่งกว่าแม่ในฝันของข้าเสียอีก…

หลังจากที่หูเจียวเจียวตรวจสอบอีกฝ่ายแล้วไม่พบบาดแผล เธอจึงอุ้มหลงเหยาจากอ้อมแขนของสาวน้อยก่อนจะเดินกลับบ้านโดยจับมือเล็ก ๆ ของลูกไว้

“เสื้อผ้าเปียกหมดแล้ว ไปกันเถอะ กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยกินข้าวกัน”

เมื่อหลงหลิงเอ๋อได้ยินเสียงที่อ่อนโยนนั้น ขาของนางก็เดินตามผู้เป็นแม่ไปโดยไม่รู้ตัว

หูเจียวเจียวรู้ว่าลูก ๆ รักกันมาก ตราบใดที่เด็กสาวคนนี้กลับไปกับเธอ ลูกคนอื่น ๆ ก็จะตามมาอย่างแน่นอน

เธอจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์แยกเด็กออกจากกันเพื่อส่งผลต่อเด็กที่เหลือ

แน่นอนว่าเมื่อเหล่าพี่ชายเห็นว่าน้องสาวถูกแม่ใจยักษ์พาตัวไป ทั้ง 3 คนก็มองหน้ากันด้วยความตกใจก่อนจะรีบเดินตามไปทันที

หากหญิงชั่วร้ายคนนั้นต้องการจะทำร้ายหลิงเอ๋อ พวกเขาจะไม่ยอมปล่อยนางไปอย่างแน่นอน!

หลังจากที่หูเจียวเจียวพาเด็กน้อยกลับมาถึงบ้าน เธอก็พบว่าในบ้านไม่มีเสื้อผ้าให้ลูก ๆ เปลี่ยนเลยสักตัว

ไม่น่าแปลกใจที่เด็กเหล่านี้จะสวมเสื้อผ้าเปียก ๆ อยู่ข้างนอกแล้วไม่ยอมกลับเข้ามาในบ้าน

ถัดมา หญิงสาวมุ่งตรงเข้าไปในห้องเพื่อหยิบกรรไกรออกมาจากมิติ แล้วเธอก็นำมาตัดหนังสัตว์บนเตียงออกเป็น 4 ส่วน

แม้ว่าหนังผืนนี้จะมีกลิ่นเล็กน้อย แต่มันก็เป็นหนังชิ้นเดียวที่มีอยู่ในบ้าน แล้วหนังสัตว์นั้นสะอาดมาก ซึ่งเธออนุมานได้ว่ามันน่าจะเป็นของใหม่

เมื่อภูตจิ้งจอกนำหนังสัตว์ที่ตัดแล้วไปที่ลานบ้าน เธอก็เห็นลูก 4 คนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นพลางทำตาละห้อยมองไปที่หม้อบนเตา ก่อนจะพากันเลียริมฝีปากอย่างอดไม่ได้

แม้ว่าเด็ก ๆ จะหิวจนตาลาย แต่พวกเขาก็ไม่กล้าแตะสิ่งของของแม่ใจร้ายเพราะกลัวว่าตนจะถูกทุบตีอีก

ในเวลานั้น หลงเหยาทิ้งตัวผิงไฟให้ตัวเองอบอุ่นอยู่ข้างเตา ซึ่งความจริงนอกจากอาหารแล้ว เด็ก ๆ ยังต้องการความอบอุ่น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลงหลิงเอ๋อถึงอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขนของนางตลอดเวลา

ต่อมา หูเจียวเจียวก้าวเดินออกไปพร้อมกับยื่นหนังสัตว์ในมือให้เด็ก ๆ พลางพูดว่า "มามะ ถอดเสื้อผ้าเปียกพวกนั้นออกแล้วเอาหนังพวกนี้ห่อตัวไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะตากเสื้อผ้าพวกเจ้าให้แห้งก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนกลับทีหลัง"

ในระหว่างที่คนเป็นแม่พูด เจ้าลูกน้อยทั้ง 5 พยายามถอยหนีให้ห่างออกไปหลายก้าว พวกเขามองเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้าอย่างหวาดระแวง ซึ่งนอกจากความหวาดกลัวที่แสดงออกมาแล้วยังมีความไม่เชื่อถืออีกด้วย

นี่คือหนังสัตว์ที่มีค่าที่สุดของหญิงชั่วร้ายคนนี้ พวกเขาไม่เคยได้รับอนุญาตให้แตะต้องมันด้วยซ้ำ แล้วทำไมจู่ ๆ นางถึงตัดหนังสัตว์มามอบให้พวกเขาล่ะ?

เมื่อหูเจียวเจียวมองเข้าไปในดวงตาที่ระแวดระวังของเด็กทั้ง 5 เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าหาหลงหลิงเอ๋อซึ่งเป็นวิธีเกลี้ยกล่อมที่ดีที่สุดในตอนนี้

"หลิงเอ๋อ มานี่มา แม่จะเปลี่ยนชุดให้เจ้า พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เราจะกินข้าวเย็นกัน!"

จิ้งจอกสาวยิ้มและโบกมือให้สาวน้อยเพื่อให้ตัวเองดูเป็นมิตรที่สุด

พอหลงหลิงเอ๋อได้ยินคำว่า ‘ข้าว’ ก็ยอมคล้อยตามทันที

เนื่องจากเด็กผู้หญิงนั้นอ่อนแอกว่าเด็กผู้ชาย ประกอบกับเด็ก ๆ ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ร่างกายของนางจึงเกือบจะถึงขีดจำกัดที่จะรับไหว

ขณะนี้เด็กสาวที่เห็นรอยยิ้มอันอ่อนโยนของหูเจียวเจียวขยับขาเข้าไปหาผู้เป็นแม่ราวกับถูกมนต์สะกด

เมื่อหญิงสาวเห็นหลงหลิงเอ๋อเดินเข้ามาหาตน เธอก็เผยรอยยิ้มที่พึงพอใจและค่อย ๆ ช่วยเจ้าตัวเล็กถอดเสื้อผ้าหนังสัตว์ที่เปียกออก เสร็จแล้วก็ห่อตัวนางด้วยหนังสัตว์ที่ตัดมา

หนังสัตว์ผืนนี้มีขนาดใหญ่มาก หลังจากที่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน มันก็พันรอบตัวของเด็กน้อยได้เหมือนเสื้อคลุมอาบน้ำ

“เอาล่ะ เรียบร้อยแล้ว หลิงเอ๋อเก่งมาก!”

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว หูเจียวเจียวก็ลูบหัวลูกสาวตัวน้อยด้วยความรักพร้อมกับเอ่ยปากชมนาง

นี่เป็นครั้งแรกที่หลงหลิงเอ๋อเข้าใกล้แม่ใจมารมากขนาดนี้ และนางก็ไม่ถูกอีกฝ่ายทำร้ายด้วย

"หลิงเอ๋อหิวหรือเปล่า แม่ทำอาหารอร่อย ๆ ไว้ด้วยน้า เจ้าอยากกินไหม?"

ถ้าเป็นปกติจะหาได้ยากมากที่ลูก ๆ จะไม่ปฏิเสธเธอ ดังนั้นหญิงสาวจึงใช้โอกาสนี้เอาชนะใจเด็กสาว

หลงหลิงเอ๋อที่ได้ยินคำถามของผู้เป็นแม่ก็กลืนน้ำลายพลางชำเลืองมองหม้อที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ "ข้าอยากกิน ข้าขอกินได้ไหม?"

“แน่นอน แม่ทำไว้เยอะเลย ไม่ใช่แค่วันนี้นะ แต่หลังจากนี้ไปทุก ๆ วัน แม่จะทำกับข้าวให้เจ้ากินเอง”

หูเจียวเจียวมองคนตัวเล็กที่ผอมโซด้วยรอยยิ้ม

เมื่อหลงหลิงเอ๋อได้ยินคำพูดที่ใฝ่ฝันมานาน นางก็รู้สึกสะเทือนใจทันทีเพราะไม่มีใครเคยปฏิบัติต่อนางอย่างอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน "ฮือ... ท่านแม่… ท่านพูดจริงหรือเปล่า?”

อาจเป็นเพราะเด็กสาวมีจิตใจที่บริสุทธิ์ หรืออาจเป็นเพราะนางหิวโหยมาเนิ่นนาน หลังจากที่นางรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของแม่ นางก็ลืมไปจนสิ้นว่าอีกฝ่ายเคยทรมานนางอย่างไรบ้าง

“จริงสิ เมื่อก่อนแม่ผิดเอง แม่ขอโทษนะ ต่อไปนี้แม่จะไม่ทุบตีเจ้าอีก” หูเจียวเจียวพูดพร้อมกับยกมือขึ้นสาบาน

"หลิงเอ๋อ เจ้าเรียกมันว่าแม่ได้ยังไง! เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเพิ่งสัมผัสหนังสัตว์ของนางไป ตอนนั้นนางทุบตีเจ้าจนเจ้าเดินไม่ได้ตั้งครึ่งเดือน!"

ในตอนนั้นเอง หลงจงตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ

คำพูดของพี่ชายทำให้หลงหลิงเอ๋อฟื้นคืนสติทันทีราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็น จากนั้นนางก็มองหูเจียวเจียวด้วยสายตาหวาดกลัวมากขึ้น

จบบทที่ บทที่ 4: ข้าวที่หญิงชั่วคนนั้นทำหอมจัง!

คัดลอกลิงก์แล้ว