เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2: เด็กเกเรรังแกลูกของเธอ

บทที่ 2: เด็กเกเรรังแกลูกของเธอ

บทที่ 2: เด็กเกเรรังแกลูกของเธอ


หลังจากที่หูเจียวเจียวเดินคลำทางมาอย่างยากลำบาก ในที่สุดเธอก็พบบ้านของเจ้าของร่างเดิมกับจอมวายร้าย

ระหว่างทาง หญิงสาวได้พบกับภูตชายที่กำลังถืออาวุธไว้ในมือหลายคน แต่พอคนเหล่านั้นเห็นเธอ พวกเขากลับทำหน้าเหมือนเห็นผีก่อนที่จะเดินเลี่ยงเธอไป

เดิมทีเธอคิดว่าจะถามทางกลับบ้านกับพวกเขาสักหน่อย เพราะแบบนี้เธอเลยไม่มีโอกาสได้ถามใครแม้แต่คนเดียว

ทว่ายังโชคดีที่ผู้เขียนเคยบรรยายในหนังสือไว้ว่า เจ้าของร่างเดิมกับตัวร้ายถูกชาวบ้านรังเกียจจึงอาศัยอยู่ได้เฉพาะในส่วนที่ห่างไกลที่สุดของเผ่า เธอจึงเดินไปในทิศทางตรงข้ามกับภูตเหล่านั้น

แน่นอนว่าจิ้งจอกสาวถูกหลอก

เนื่องจากตรงหน้าของเธอคือบ้านทรุดโทรมหลังหนึ่งที่มีกลิ่นเหม็นโชยออกมา เธอไม่รู้ว่าถ้าลมพัดแรง ๆ บ้านหลังนี้จะพังลงหรือเปล่า อีกทั้งเธอบอกได้เลยว่าคงไม่มีบ้านหลังไหนในเผ่าภูตที่มีเอกลักษณ์เช่นนี้แน่นอน

"ในที่สุดฉันก็หาเจอสักที" หูเจียวเจียวพึมพำพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพราก ณ ตอนนี้คงมีแต่พระเจ้าที่รู้ว่าเธอเจ็บปวดแค่ไหนหากจะต้องลากสังขารอันบอบช้ำเดินไปทั่วเผ่าแบบนี้

ในขณะที่หญิงสาวตั้งท่าจะเดินเข้าไปในบ้านซอมซ่อ เธอก็ได้ยินเสียงโต้เถียงที่ดังอยู่ไม่ไกล

“ไม่! นี่คืออาหารที่ท่านพ่อให้เรา เจ้าเอาไปไม่ได้!”

"ไอ้คนน่ารังเกียจ เอาอาหารของเราคืนมา..."

“พวกเจ้าเป็นแค่คนตาบอดแล้วก็ปีศาจอัปลักษณ์ ไม่สมควรต้องกินเนื้อหรอก พวกเจ้าไม่ควรเกิดมาด้วยซ้ำ รีบ ๆ อดตายไปซะ!”

“นี่หูหนวกหรือไง รีบ ๆ ส่งเนื้อมาให้ข้ากินซะ!!”

ในระหว่างที่เสียงโต้เถียงยังดังขึ้น หูเจียวเจียวก็เดินไปตามเสียงนั้น ก่อนจะเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ 2-3 คนกำลังถูกกลุ่มเด็กวัยรุ่นผลักจนล้มไปกองกับพื้น

เด็กตัวเล็กเหล่านั้นดูซูบผอมไม่ต่างจากลูกไก่ที่อดอาหารมาครึ่งเดือน พวกเขาไม่มีเรี่ยวแรงที่จะตอบโต้อีกฝ่ายเลย เด็กน้อยที่น่าสงสารจึงทำได้เพียงขดตัวป้องกันตัวเองในระหว่างที่กลุ่มเด็กวัยรุ่นขว้างโคลนใส่พวกเขา

ในยามที่โคลนสกปรกโดนตัวของฝ่ายที่ถูกกดขี่ข่มเหงมันไม่เจ็บเท่ากับความคับแค้นที่คอยทิ่มแทงหัวใจเลย

ขณะนี้ความเกลียดชังแล่นผ่านดวงตาของเด็กน้อยที่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบกลุ่มนั้น

จากเหตุการณ์ดังกล่าว หูเจียวเจียวจำได้ว่าเจ้าของร่างเดิมมีลูก 5 คน โดยที่หนึ่งในนั้นเป็นคนตาบอดแล้วอีกคนเสียโฉม

การถูกรังแกเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ลูก ๆ ของภูตจิ้งจอกกลายเป็นปีศาจร้าย

ถัดมา หญิงสาวรีบเดินไปตะคอกใส่กลุ่มเด็กที่มารังแกลูกของตนทันที

"พวกเจ้าทำอะไรน่ะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

ทว่าเมื่อฝ่ายที่ถูกกลั่นแกล้งได้ยินเสียงของหูเจียวเจียว พวกเขากลับยิ่งตัวสั่นสะท้านมากกว่าเดิม จากนั้นเหล่าเด็กน้อยก็มองไปที่เจ้าของเสียงด้วยสายตาหวาดกลัวสุดขีด

นางจะมาซ้ำเติมพวกเราอีกแล้วงั้นหรือ!?

ในอดีต เวลาที่พวกเขาถูกรังแกหรือมีความขัดแย้งกับเด็กในเผ่า แม่ใจยักษ์จะตีพวกเขาซ้ำโดยไม่สนว่าลูกของตัวเองจะผิดหรือถูกก็ตาม แล้วเหตุผลที่นางมักจะพูดออกมาก็คือ พวกเขามันไร้ประโยชน์จนทำให้นางต้องอับอายขายหน้า

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีต่อหน้าอิงหยวน หูเจียวเจียวไม่เคยตำหนิเด็กที่รังแกพวกเขาเลยสักครั้ง

ในตอนนั้นเด็ก ๆ คิดไว้แล้วว่าจะต้องเจ็บตัวเพราะผู้หญิงคนนี้มากกว่าเดิมแน่นอน

ส่วนทางด้านเด็กเกเรพอเห็นหน้าของหูเจียวเจียว พวกเขาก็ทำหน้าบูดบึ้งก่อนจะวิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

สิ่งที่หญิงสาวเกลียดที่สุดก็คือเด็กที่ทำตัวเกเร เมื่อเธอเห็นภาพตรงหน้า เธอโกรธมากจนคว้าโคลนบนพื้นมาขว้างใส่เด็กนิสัยเสียพวกนั้น

ตามปกติเผ่าภูตมีพลังเหนือมนุษย์อยู่แล้ว หูเจียวเจียวเองก็เป็นภูตที่โตเต็มวัย ดังนั้นก้อนโคลนที่เธอขว้างออกไปจึงค่อนข้างแม่นยำ

กลุ่มเด็กที่กำลังวิ่งหนีไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจิ้งจอกสาวคนนั้นจะทำอะไรกับตนเอง พวกเขาจึงไม่ทันได้หลบหลีกแล้วถูกก้อนโคลนฟาดเข้าที่ด้านหลังศีรษะหลายครั้ง นอกจากนี้เจ้าเด็กซน 2-3 คนที่วิ่งรั้งท้ายถึงกับล้มหัวทิ่มลงไปในบ่อโคลน

หลังจากนั้นเหล่าเด็กเกเรก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง

“พวกเจ้าจะร้องไห้ทำไม ลูกของข้าโดนพวกเจ้ารังแกอยู่ตั้งนานยังไม่ร้องเลย!”

“ถ้าครั้งหน้าข้าเห็นว่าพวกเจ้ามารังแกลูกของข้าอีก ได้เห็นดีกันแน่!”

เนื่องด้วยหูเจียวเจียวไม่คุ้นเคยกับอีกฝ่าย ดังนั้นเธอจึงกล้าที่จะพูดข่มขู่เด็ก ๆ ด้วยถ้อยคำดังกล่าว

แต่ในความเป็นจริง ก่อนหน้านี้เจ้าของร่างเดิมมักจะถูกด่าทอหรือทุบตีจากคนในเผ่าอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุนี้หูเจียวเจียวจึงเอาตัวรอดโดยการทำเป็นหลับหูหลับตาในยามที่มีคนมารังแกลูกของนาง

เมื่อเหล่าเด็กนิสัยไม่ดีถูกผู้ใหญ่ข่มขู่ พวกเขาก็วิ่งแจ้นหนีกลับบ้านไปให้เร็วที่สุด

ในเวลาเดียวกันนั้น เด็กน้อยที่กำลังนอนจมกองโคลนก็มีสีหน้าประหลาดใจ

ผู้หญิงคนนั้นกำลังช่วยจัดการเด็กเกเรให้พวกเขา

นางพูดว่าอะไรนะ?

‘ลูกของข้า’ นี่นางกำลังพูดถึงพวกเขาหรือเปล่า?

นางเคยเรียกพวกเขาว่าสวะด้วยซ้ำ...

ขณะนี้เด็ก ๆ มองไปที่หูเจียวเจียวด้วยดวงตาที่เคลือบแคลงไปด้วยความสงสัยปนประหลาดใจ พลางคิดว่านี่พวกเขากำลังฝันไปอยู่หรือเปล่า ผู้หญิงตรงหน้าคือแม่ใจยักษ์จริง ๆ หรือ?

อีกด้านหนึ่ง หญิงสาวยังไม่ละสายตาจากเด็กเกเรที่กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ในเวลาเดียวกันนั้น เธอทำท่าปัดฝุ่นออกจากมือแล้วพบว่าโคลนที่เกาะอยู่บนมือนั้นปัดออกไม่ได้ เธอจึงก้มลงเช็ดมือกับพื้นหญ้าก่อนจะเดินไปหาเหล่าเด็กน้อย

ตอนนี้เด็ก ๆ มีสภาพไม่ต่างจากตุ๊กตาดินเผา เนื่องจากทั้งเนื้อทั้งตัวของทุกคนมีโคลนเกาะอยู่

หลังจากที่หูเจียวเจียวสำรวจอยู่พักหนึ่ง เธอก็พบว่าเด็กกลุ่มนี้มีเพียง 4 คนเท่านั้น

เมื่อเธอมองดูใกล้ ๆ ‘หลงหลิงเอ๋อ’ ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังอุ้มงูสีดำตัวเล็กที่มีดวงตาสีแดงเหมือนสัตว์เดรัจฉานอยู่ในอ้อมแขน

อาจเป็นเพราะหูเจียวเจียวที่เป็นเจ้าของร่างเดิมโหดร้ายผิดมนุษย์มนา นางทารุณกรรมลูกตัวเองจนเด็กทั้ง 5 ขาดสารอาหาร  แม้ว่าทุกคนจะโตป่านนี้แล้ว แต่ ‘หลงเหยา’ ที่เป็นลูกคนสุดท้องก็ยังไม่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้เลย เขาจึงยังอยู่ในร่างมังกรซึ่งเป็นร่างที่แท้จริง

แล้วเนื่องจากมังกรตัวนี้ผอมมาก มันจึงดูไม่ต่างจากงูเลยสักนิด

“เป็นยังไงบ้าง? บาดเจ็บตรงไหนกันหรือเปล่า? ลุกขึ้นแล้วมาให้แม่ดูหน่อย…” เมื่อหูเจียวเจียวมองไปที่เด็กน้อยทั้งหลายที่ตัวแข็งทื่อ เธอก็รู้สึกสะเทือนใจพลางยื่นมือออกไปดึงตัวพวกเขาขึ้นมาจากบ่อโคลน

แม้ว่าหูเจียวเจียวจะเกลียดเด็กนิสัยเสียพวกนั้น แต่นางก็ไม่ได้เกลียดลูก ๆ ของเจ้าของร่างเดิม เพราะเด็กเกเรกับเด็กไร้เดียงสาแตกต่างกัน

ในฐานะสาวโสดใกล้ขึ้นคาน ความสุขที่สุดในชีวิตของเธอก็คือการเลี้ยงลูกในเกมออนไลน์

พอหญิงสาวได้เห็นความน่ารักของเด็ก ๆ สัญชาตญาณความเป็นแม่ของเธอก็พุ่งสูงขึ้น

แต่ในสายตาของเด็กตัวเล็กทั้ง 5 คน ระหว่างที่เห็นการกระทำของผู้เป็นแม่ ในหัวของพวกเขาก็ฉายภาพฝันร้ายที่ได้เจอมาตลอดชั่วชีวิตนี้ทันที

พวกเขาตื่นระหนกแล้วรีบพูดว่า “อย่าตีพวกเราเลย พวกเราผิดไปแล้ว”

“เราไม่กล้าทำอีกแล้ว ได้โปรด…ปล่อยพวกเราไปเถอะ!”

ระหว่างที่พูดเด็ก ๆ ก็กอดกันกลมแล้วตัวสั่นทะส้านอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่

“ถ้าอยากตีก็ตีข้า อย่าตีน้อง ๆ เลย ข้าผิดเอง ท่านลงโทษข้าคนเดียวเถอะ”

ในตอนนั้นเอง หลงอวี้ที่เป็นพี่ชายคนโตกางแขนผอมแห้งพร้อมก้าวออกมาปกป้องน้อง ๆ ด้วยร่างกายที่อ่อนแอพร้อมกับความคิดที่จะพลีชีพตัวเองเพื่อให้คนอื่นอยู่รอด

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของคนเป็นพี่ชาย หลงเซียวที่เป็นลูกคนรองและตาบอดกับหลงหลิงเอ๋อก็อุทานออกมา

"พี่ใหญ่!"

“ไม่ อย่าตีพี่ใหญ่นะ!”

ที่ผ่านมาเด็กพวกนี้แทบไม่มีอะไรตกถึงท้องมาครึ่งเดือนแล้ว ถ้าพวกเขายังถูกผู้หญิงสารเลวคนนี้เฆี่ยนตีอีกก็มีโอกาสที่พวกเขาจะถูกทำร้ายร่างกายจนตาย

“เราต้องสู้ไปด้วยกัน เราไม่กลัวท่านหรอก!”

ลูกชายคนที่ 3 นามว่าหลงจงแอบกัดฟันเงียบ ๆ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อยืนเคียงข้างหลงอวี้ พลางจ้องมองหูเจียวเจียวเขม็ง ซึ่งเขาเผยให้เห็นใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยรอยแผลเป็นคล้ายตะขาบ ประกอบกับดวงตาคู่หนึ่งที่จมเป็นเบ้าลึกเพราะความหิวโซแล้วยังแฝงไปด้วยความเกลียดชัง

ภูตจิ้งจอกมองภาพลูกที่กำลังพยายามปกป้องกันและกัน ขณะนี้เธอมีอารมณ์ที่หลากหลายแทรกเข้ามาในจิตใจ

ดูเหมือนว่าบาดแผลที่ร่างเดิมทิ้งไว้นั้นบาดลึกเกินไป มันจึงเป็นไปได้ยากมากที่เด็กน้อยพวกนี้จะสามารถเปลี่ยนความคิดได้

ต่อมา หูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนจะดึงมือบอบบางมาจับแล้วพูดว่า "ใครบอกว่าแม่จะตีพวกเจ้ากัน"

แต่คำพูดเหล่านั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด เหล่าเด็กผู้น่าสงสารยังคงมองไปที่แม่ของตนอย่างหวาดระแวง

เมื่อหญิงสาวเห็นแบบนั้นจึงถอนหายใจออกมาและชี้ไปทางดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า "อาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว พวกเจ้าจะนอนในบ่อโคลนกันหรือไง ลุกขึ้นไปอาบน้ำเร็ว เดี๋ยวแม่จะทำอาหารเย็นไว้รอพวกเจ้ากลับมา"

ถ้อยคำของเธอทำให้หลงหลิงเอ๋อรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย "ทะ ท่านจะไม่ตีเราจริง ๆ หรือ?"

เด็กน้อยไม่กล้าหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพราะการกระทำที่ผ่านมาของแม่ใจมาร

หากวันไหนพวกเขาไม่ถูกเฆี่ยนตี วันนั้นจะถือว่าเป็นวันที่มีความสุขที่สุดของพวกเขา

หลงจงที่ได้ยินเช่นนั้นรีบจับมือน้องสาวทันที "หลิงเอ๋อ อย่าไปเชื่อคำพูดของนาง เจ้าลืมไปแล้วหรือว่านางเคยโกหกเราแบบนี้มาก่อน นางบอกว่านางจะไม่ตีเรา หลอกให้เรากลับเข้าไปในบ้านแล้วลงกลอนประตูไม่ให้เราหนีไปไหนได้ ตอนนั้นนางเกือบจะฆ่าเราด้วยซ้ำ!”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: สงสารลูก ๆ ของเจ้าของร่างเดิมมาก น้องต้องโดนแม่ทารุณกรรมสารพัดแน่ ไม่แปลกที่เด็กจะทั้งโกรธทั้งกลัวแม่ ลำบากเจียวเจียวแล้วไง ; - ;

จบบทที่ บทที่ 2: เด็กเกเรรังแกลูกของเธอ

คัดลอกลิงก์แล้ว