เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ร้องไห้เยอะๆ เดี๋ยวไม่สวยนะ

บทที่ 20 ร้องไห้เยอะๆ เดี๋ยวไม่สวยนะ

บทที่ 20 ร้องไห้เยอะๆ เดี๋ยวไม่สวยนะ


บทที่ 20 ร้องไห้เยอะๆ เดี๋ยวไม่สวยนะ

ประสบการณ์ในวัยเด็กทำให้อินหนิงเอ๋อร์สร้างกำแพงหัวใจที่หนาแน่น ยากจะเปิดรับใครนอกจากคนในตำหนักบุปผาล่อง

นางมักขังตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัว จนดูเหมือนดอกไม้บนยอดเขาหิมะที่งดงามแต่สัมผัสไม่ได้

แต่ไม่ว่าภายนอกจะดูเย็นชาแค่ไหน ลึกๆ แล้วนางก็ยังเป็นแค่เด็กสาววัยสิบหก

เมื่อเผชิญหน้ากับความตายเป็นครั้งที่สอง หัวใจที่เคยนิ่งสงบของนางก็เริ่มสั่นไหว

แม้โจรชั่วจะไม่คิดฆ่า แต่นางรู้ดีว่าในโลกที่โหดร้ายนี้ ชะตากรรมของผู้หญิงที่ตกอยู่ในมือโจรนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย โดยเฉพาะสาวงามเช่นนาง

วินาทีนั้น สิ่งที่นางห่วงไม่ใช่ชีวิตตัวเอง แต่เป็นความปลอดภัยของศิษย์น้องที่อยู่ข้างหลัง

ท่านอาจารย์และพี่น้องร่วมสำนัก คือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตนาง คือคนที่นางยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้อง

สวรรค์... ท่านจะพรากทุกอย่างไปจากข้าอีกแล้วหรือ?

ถ้าเพียงแต่ข้าตั้งใจฝึกวิชามากกว่านี้...

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนจุกอก น้ำตาใสๆ ไหลรินอาบแก้ม

นางมองฝ่ามือมรณะที่พุ่งเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความสิ้นหวัง ราวกับลูกนกปีกหักที่รอคอยชะตากรรม...

ทว่า... พริบตาต่อมา อินหนิงเอ๋อร์ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ฝ่ามือที่หมายจะทำร้ายนาง จู่ๆ ก็เปลี่ยนทิศทางหันกลับไปกระแทกหน้าอกเจ้าของอย่างจัง

"อั้ก!"

โจรชุดดำกระอักเลือดออกมาเต็มผ้าปิดหน้า เซถลาถอยหลังไปหลายก้าว ตัวสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด

ภาพที่ปรากฏขึ้นแทนที่ความตาย คือใบหน้าเปื้อนยิ้มแสนอบอุ่นของจงเหวิน

อารมณ์ที่ดิ่งลงเหวถูกดึงขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้อินหนิงเอ๋อร์ปรับตัวไม่ทัน นางจ้องมองจงเหวินตาค้าง เหมือนต้องมนต์สะกด

"ระวัง!"

สติยังไม่ทันกลับมาดี นางก็เหลือบเห็นเงาดำนับสิบพุ่งเข้ามาทางด้านหลังจงเหวิน จึงรีบตะโกนเตือน

"อย่าร้องไห้สิ ผู้หญิงต้องยิ้มเยอะๆ" จงเหวินยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนของอินหนิงเอ๋อร์อย่างเบามือ แล้วพูดประโยคเด็ดจากซีรีส์เกาหลี "ร้องไห้เยอะๆ เดี๋ยวไม่สวยนะ"

พูดจบ เขาก็หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้าศัตรูอย่างพลิ้วไหว ไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาย แค่ยื่นมือออกไปปัดป่ายเบาๆ ราวกับเล่นดนตรี

ผลลัพธ์ที่ได้คือมหกรรมความโกลาหล

หนึ่งในสิบสามโจรที่พุ่งเข้ามา ต่อยเปรี้ยงเข้าดั้งจมูกเพื่อนข้างๆ;

อีกลูกเตะเข้ากลางก้นเพื่อนข้างหน้า;

ดาบของคนหน้า ฟันฉับเข้าไหล่คนข้างๆ;

คนโดนฟันไหล่ ศอกกลับกระแทกท้องน้อยคนข้างหลัง;

คนข้างหลังโขกหัวใส่กบาลคนข้างหน้าดังโป๊ก...

"โอ๊ย!" "อ๊าก!" "เชี่ยไรวะ!" "ไอ้บ้าเอ้ย!"

สิบสามคนล้มกลิ้งระเนระนาด ร้องโอดโอยกันระงม

อินหนิงเอ๋อร์อ้าปากค้างกับภาพตลกคาเฟ่ตรงหน้า ส่วนเสี่ยวเตี๋ยที่หลบอยู่ข้างหลังหัวเราะจนตัวงอ

ฉากดราม่าเรียกน้ำตาเมื่อครู่ กลายเป็นฉากตลกคอมเมดี้ไปในพริบตา

ตัดภาพไปที่กลางลานบ้าน การต่อสู้ดุเดือดกว่ามาก ยอดฝีมือระดับวงแหวนพิภพอีกคนยอมแลกชีวิต พุ่งเข้าใส่ซ่างกวานจวินอี๋ แต่ก็โดนตบเปรี้ยงเดียวร่างแหลกเหลว

เท่ากับว่าตอนนี้ระดับพิภพห้าคนที่บุกมาด้านหน้า ม่องเท่งไปสี่แล้ว

แต่การสละชีพของสองคนนั้น ก็ถ่วงเวลาซ่างกวานจวินอี๋ไม่ให้ไปช่วยอินหนิงเอ๋อร์ได้พักใหญ่

ใบหน้าสวยหวานของซ่างกวานจวินอี๋เริ่มฉายแววโกรธ ถ้าปล่อยให้เด็กๆ ในปกครองโดนจับต่อหน้าต่อตา ถึงมันจะทำอะไรนางไม่ได้ แต่มันเสียศักดิ์ศรีระดับวงแหวนนภา

นางเพิ่งจะจัดการไอ้สองตัวนั้นเสร็จ กำลังจะหันไปช่วยอินหนิงเอ๋อร์ ก็มาเจอกับภาพมหกรรมตีกันเองของพวกโจรเข้าพอดี

"อุ๊บ!" ฉากฮาๆ แบบนี้ทำเอาซ่างกวานจวินอี๋หลุดขำ นางเอามือป้องปาก มองจงเหวินด้วยสายตาชื่นชม "น้องจงเวิน เจ้านี่มีอะไรให้พี่ประหลาดใจได้เรื่อยๆ เลยนะ"

"ธรรมดาครับ อันดับสามของโลก" จงเหวินตอบแบบถ่อมตัว (มั้ง)

ซ่างกวานจวินอี๋ยิ้มขำกับความกวนของเขา

สถานการณ์พลิกกลับ นางหันไปจ้องหัวหน้าโจรที่ยืนอยู่กลางลาน แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก "เจ้าจะดิ้นรนต่ออีกไหม?"

โดนจ้องด้วยสายตาพิฆาต หัวหน้าโจรหนาวสะท้านไปถึงกระดูก เหมือนตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง "ท่านคงไม่ใช่คนของตำหนักบุปผาล่องสินะ จะมายุ่งเรื่องชาวบ้านทำไม?"

"ข้าทำอะไร ต้องอธิบายให้เจ้าฟังด้วยเหรอ?" น้ำเสียงของซ่างกวานจวินอี๋เย็นชาบาดจิต

"นั่นสินะ" หัวหน้าโจรดึงผ้าปิดหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าเหลี่ยมซีดเซียว... เขาคือ ฉีต้า มือขวาของต้านไถจิ่นที่เคยมาพร้อมกับเศรษฐีจินนั่นเอง

"ข้าน้อย ฉีต้า แห่งตระกูลต้านไถ ขอยอมจำนนต่อท่าน ขอถอนตัวจากตระกูลต้านไถ มาขอพึ่งบารมีท่าน ขอท่านโปรดเมตตารับไว้ด้วยเถิด"

พูดจบ ฉีต้าก็คุกเข่าลงต่อหน้าซ่างกวานจวินอี๋อย่างหน้าไม่อาย

ซ่างกวานจวินอี๋เลิกคิ้ว "ดูจากพฤติกรรมลูกน้องเจ้า พวกเจ้าน่าจะเป็นหน่วยกล้าตายที่ตระกูลต้านไถเลี้ยงดูมา เป็นถึงหัวหน้าหน่วยกล้าตาย ทรยศง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?"

"หน่วยกล้าตายก็คนครับ ถ้าเลือกได้ใครจะอยากตาย" ฉีต้ายิ้มขมขื่น "แต่ก่อนถ้าข้าทรยศ ต้านไถจิ่นคงไล่ล่าข้าไปสุดขอบโลก"

"แล้วตอนนี้ไม่กลัวแล้ว?" ซ่างกวานจวินอี๋ถามยิ้มๆ

"เห็นฝีมือท่านแล้ว ข้าก็มีความคิดใหม่ ขอแค่ฆ่าลูกน้องที่พามาวันนี้ให้หมด ก็จะไม่มีใครรู้ว่าข้าทรยศ ด้วยฝีมือระดับท่าน คงไม่มีใครรอดออกไปจากเขาชิงเฟิงได้" ฉีต้าพูดฉอดๆ อย่างมั่นใจ "ต้านไถจิ่นจะคิดว่าพวกเราตายหมด ข้ากุมความลับของต้านไถจิ่นไว้เยอะ สามารถช่วยท่านจัดการตระกูลต้านไถได้"

"ตระกูลต้านไถกระจอกๆ ถ้าข้าคิดจะจัดการ แค่ดีดนิ้วก็หายไปแล้ว ต้องพึ่งเจ้าด้วยเหรอ?" ซ่างกวานจวินอี๋แค่นเสียง "แต่เห็นแก่ที่เจ้าฝึกฝนมาจนถึงขั้นนี้ไม่ง่าย ข้าจะให้โอกาสเจ้า"

"โปรดบัญชา"

"ฆ่าลูกน้องเจ้าสิบสี่คนในลานบ้าน กับอีกเจ็ดคนที่หลังบ้าน และอีกหนึ่งคนที่อยู่นอกบ้านด้วยมือเจ้าเอง ถ้าทำได้ ข้าอาจจะพิจารณาไว้ชีวิตเจ้า"

นอกบ้าน?

ฉีต้างง เขาไม่ได้ทิ้งใครไว้นอกบ้านนี่นา

"น้อมรับคำสั่ง" แต่เขาไม่ลังเล โขกศีรษะรับคำ แล้วลุกขึ้นกำดาบเดินตรงไปหาลูกน้องสิบสี่คนที่นอนร้องโอดโอยอยู่ในลานบ้าน

"พี่ฉี! พี่กล้าทรยศเหรอ! คุณชายใหญ่ไม่ปล่อยพี่ไว้แน่!" โจรคนหนึ่งตะโกนด่า

ซ่างกวานจวินอี๋ยืนกอดอกดูเฉยๆ ด้วยพลังระดับนาง นางไม่กลัวฉีต้าเล่นตุกติก ไร้ลูกน้องคอยช่วย นางขยี้เขาให้แหลกได้ในพริบตา

ฉีต้าบาดเจ็บจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เดินกะเผลกๆ หลังค่อมนิดๆ ดูเชื่องช้า

ตอนที่เดินผ่านซ่างกวานจวินอี๋ เขาพยักหน้าให้นางนิดหนึ่งเป็นการเคารพ ดูเหมือนจะปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่ได้ดีทีเดียว

แต่ในจังหวะที่เขาเงยหน้าขึ้น จงเหวินตาไวสังเกตเห็นรอยยิ้มอำมหิตที่มุมปาก และในมือของฉีต้าก็ปรากฏลูกบอลสีดำขนาดเท่าส้มลูกหนึ่ง

"พี่สาวซ่างกวาน ระวัง!"

จงเหวินขนลุกซู่ ตะโกนเตือนสุดเสียง

ซ่างกวานจวินอี๋ไม่ต้องหันกลับไปมอง นางสะบัดฝ่ามือวูบ พลังหมุนวนบิดร่างฉีต้าจนศีรษะขาดกระเด็น ลอยละลิ่วไปตกในป่านอกกำแพง

แต่แทบจะในวินาทีเดียวกัน ลูกบอลดำในมือฉีต้าก็ระเบิดแสงจ้าออกมา ตามด้วยเสียง "ตูม!" สนั่นหวั่นไหว

คลื่นพลังทำลายล้างมหาศาลระเบิดออกจากลูกบอล กลืนกินร่างไร้หัวของฉีต้าและซ่างกวานจวินอี๋เข้าไปในพริบตา...

ซ่างกวานหมิงเยว่รู้สึกเสียหน้าสุดๆ

เป็นไปตามที่หลิวชีชีคาด ศัตรูพยายามจะบุกหอคัมภีร์

ทั้งคู่เลยมาจ๊ะเอ๋กับโจรเจ็ดคนที่หน้าหอคัมภีร์

"น้องหลิว เจ้าถ่วงเวลาหกคนนั้นไว้ ข้าจะจัดการตัวหัวหน้าเอง" ซ่างกวานหมิงเยว่พูดอย่างมั่นใจ กะว่าจะโชว์เดี่ยวเท่ๆ

ระดับพลังเท่ากัน แถมข้าเพิ่งขึ้นระดับวงแหวนพิภพมาหมาดๆ วิชาและของวิเศษระดับทองคำเต็มตัว จะแพ้ได้ไง

แต่อนิจจา... พอเริ่มสู้ นางก็ไปไม่เป็น

ฝั่งหลิวชีชีโชว์ฟอร์มเทพ หนึ่งรุมหก เพลงกระบี่ "แบ่งแสง" รวดเร็วว่องไว จิ้มร่วงไปสองคนสบายๆ

ตัดภาพมาที่ซ่างกวานหมิงเยว่... โดนไล่ต้อนจนมุม เกือบจะเสียท่าหลายรอบ

คุณหนูตระกูลใหญ่ผู้ถูกประคบประหงมอย่างนาง ไม่เคยเจอการต่อสู้เสี่ยงตายมาก่อน คู่ซ้อมที่ผ่านมาก็มีแต่ออมมือให้ พอมาเจอของจริงเลยไปไม่เป็น

แถมคู่ต่อสู้ดันเป็น ฉีเอ้อ (รองหัวหน้าฉี) มือขวารองจากฉีต้า ระดับวงแหวนพิภพขั้นหก เป็นนักฆ่าระดับพระกาฬที่ผ่านความตายมานับไม่ถ้วน

ต่อให้ระดับพลังเท่ากัน ประสบการณ์มันคนละชั้น ยิ่งมาเจอคุณหนูโลกสวยแบบนี้ ฉีเอ้อกินนิ่ม

ถ้าไม่ติดว่าอยากจับเป็น ป่านนี้ซ่างกวานหมิงเยว่กลายเป็นศพสวยๆ ไปแล้ว

"แคว่ก!"

ฝ่ามือฉีเอ้อเฉี่ยวแขนขวาซ่างกวานหมิงเยว่ กระชากแขนเสื้อขาดวิ่น เผยผิวขาวเนียน

ซ่างกวานหมิงเยว่หลบได้หวุดหวิด แต่แขนชาจนยกแทบไม่ขึ้น

"หอมจัง!" ฉีเอ้อยกเศษผ้าขึ้นดม ทำหน้าหื่น

เขาไม่ได้หื่นจริงหรอก แต่รู้ว่าแม่สาวน้อยคนนี้อ่อนประสบการณ์ เลยยั่วยุให้โกรธเพื่อเปิดช่องว่าง

"ไอ้โรคจิต! ตายซะ!" ซ่างกวานหมิงเยว่ของขึ้น รวบรวมพลังทั้งหมดฟาดฝ่ามือใส่

เสร็จโจร!

ฉีเอ้อรอจังหวะนี้อยู่แล้ว เขาแกล้งทำเป็นถอย แต่เตรียมสวนกลับ หวังจะสับต้นคอนางให้สลบแล้วหิ้วกลับไป

แต่ผิดคาด!

ซ่างกวานหมิงเยว่ที่ดูเหมือนจะพุ่งเข้ามา จู่ๆ ก็เปลี่ยนทิศทางกระทันหัน ฟาดฝ่ามือใส่โจรระดับวงแหวนมนุษย์ที่กำลังรุมหลิวชีชีอยู่แทน!

ฉีเอ้อนึกว่าตัวเองฉลาดที่หลอกเด็กได้ หารู้ไม่ว่าเด็กคนนี้เขี้ยวลากดินผ่านสมรภูมิการค้ามาโชกโชน รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้เลยซ้อนแผนแกล้งโกรธ

โจรดวงซวยคนนั้นกำลังรับมือเพลงกระบี่ของหลิวชีชีจนมือไม้ปั่นป่วน ไม่ทันระวังหลัง โดนฝ่ามือระดับวงแหวนพิภพเข้าไปเต็มรัก

"อ๊ากกก!"

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมร่างที่ร่วงลงไปกองกับพื้น

"หนี!" ซ่างกวานหมิงเยว่ตะโกนบอกหลิวชีชี

หลิวชีชีไหวพริบดี สะบัดกระบี่วูบเดียว แยกเงาเป็นสามสายโจมตีใส่สามคนรวด

โจรที่เหลือเสียขบวน พอโดนซ้ำเติมก็แตกฮือ

สองสาวฉวยโอกาสวิ่งหนีหายลับไปในทางเดินคดเคี้ยวของสวน

"ตาม!"

โดนหลอกจนได้!

ฉีเอ้อตาขวาง สั่งลูกน้องตามล่าด้วยความแค้น

หลิวชีชีชำนาญพื้นที่ พาวิ่งลัดเลาะหนีการตามล่าได้พักใหญ่

ในที่สุดก็ใกล้จะถึงลานหน้าบ้านที่ซ่างกวานจวินอี๋อยู่ สองสาวถอนหายใจโล่งอก รอดแล้ว!

"ตูม!"

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากลานหน้าบ้าน แรงสั่นสะเทือนทำเอาหูอื้อ

"ท่านอา!"

ซ่างกวานหมิงเยว่หน้าซีดเผือด รีบวิ่งถลันเข้าไป...

ณ ไร่สมุนไพรตีนเขา

"ทำไมพวกแกกลับมาเร็วนัก?" หวังซานถามหลี่ไล่กับจางเฉวียนที่เพิ่งกลับมาจากเมือง

"ข้ากะว่าจะอยู่ต่ออีกหน่อย แต่ไอ้จางเฉวียนนี่สิ บอกว่าช่วงนี้ต้องระวังตัว ลากข้ากลับมาจนได้" หลี่ไล่บ่นอุบ ยังอารมณ์ค้างจากหอนางโลม

"ท่านฉีขึ้นไปนานหรือยัง?" จางเฉวียนไม่สนเสียงบ่น หันไปถามหวังซาน

"พักใหญ่แล้ว ป่านนี้น่าจะจับพวกนังหนูได้หมดแล้วมั้ง" หวังซานตอบ

"พูดถึงสาวๆ ตำหนักบุปผาล่อง สวยๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะสองคนนั้น" หลี่ไล่กลืนน้ำลาย "ถ้าได้แอ้มสักที ตายก็ยอม"

"ฝันไปเถอะ ระดับนั้นท่านฉีไม่ปล่อยให้ถึงมือแกหรอก เว้นแต่แกอยากลองดีกับระดับวงแหวนนภา" จางเฉวียนเบรก "เลิกบ้ากามได้แล้ว เดี๋ยวจะซวยเอา"

"พอเถอะ อย่าทะเลาะกัน แกก็รู้นิสัยมันดี" หวังซานห้ามทัพ "อีกอย่าง เอ็งได้กำไรจากแม่ม่ายคนนั้นไปแล้ว อย่าพูดมากน่า"

จางเฉวียนเงียบไป แต่ในใจก็แอบอิจฉา

"พูดถึงแม่ม่ายหวัง หุ่นเด็ด ผิวดี เสียงหวาน... โอ๊ย สุดยอด! เทียบกับนังชะนีในหอนางโลมแล้วคนละชั้นเลย รู้งี้ข้ายั้งมือไว้หน่อย เก็บไว้เล่นต่อนานๆ ดีกว่า ตอนนี้ยังเก็บไปฝันอยู่เลย"

หลี่ไล่พร่ำเพ้อ น้ำลายยืด

จางเฉวียนเมินหน้าหนี

พูดไปพูดมา หลี่ไล่เห็นเพื่อนไม่เล่นด้วยก็เริ่มเบื่อ กะว่าจะหาที่งีบ

"ฉึก!"

พอหันหลัง ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก

ก้มมอง เห็นปลายดาบโผล่ทะลุอกเสื้อ เลือดสดๆ ไหลทะลัก

พอหันกลับไปมอง... หวังซานยืนถือดาบที่เสียบคาหลังเขาอยู่!

"ฉึก!"

หวังซานดึงดาบออก แล้วเสียบซ้ำเข้าไปอีกที หน้าตาเฉยเมย แววตาว่างเปล่า

"ทะ... ทำไม?" หลี่ไล่กระอักเลือด ตาเบิกกว้างด้วยความงุนงง ก่อนจะล้มตึงลงไป

"หวังซาน! แกทำบ้าอะไร!" จางเฉวียนหันมาเห็นพอดี ตะโกนลั่น

เสียงตะโกนเรียกสติหวังซานกลับคืนมา

"ข้า... ข้าทำอะไรลงไป?" มองมือเปื้อนเลือดกับศพเพื่อน หวังซานตัวสั่นเทา

"แค่คุยโวหน่อยเดียว แกถึงกับฆ่าแกงกันเลยเรอะ!" จางเฉวียนชี้หน้าด่า "ข้าจะฟ้องท่านฉี แกเตรียมตัวตายได้เลย!"

"ข้า... ข้า..." หวังซานสับสน

"ข้าอะไรของแก! ยังจะมีหน้ามาแก้ตัวอีก!" จางเฉวียนยิ่งด่ายิ่งมัน

หวังซานสติแตก เสียงจางเฉวียนเริ่มไกลออกไปๆ จนไม่ได้ยิน

เสียงหนึ่งดังก้องในหัว

ฆ่าจางเฉวียนซะ... ฆ่ามันซะ แล้วจะไม่มีใครรู้...

ฆ่ามัน!

ฆ่ามัน!

เหมือนโดนผีสิง หวังซานเงื้อดาบเปื้อนเลือดขึ้นมาอีกครั้ง...

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 20 ร้องไห้เยอะๆ เดี๋ยวไม่สวยนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว