- หน้าแรก
- ซูเปอร์ด็อกเตอร์ เส้นทางเทพเริ่มจากการเช็กอิน
- บทที่ 46 - การตัดสินใจ!
บทที่ 46 - การตัดสินใจ!
บทที่ 46 - การตัดสินใจ!
บทที่ 46 - การตัดสินใจ!
เมื่อเห็นสองตายายและหญิงสาวโต้เถียงกันไม่หยุด ความเห็นไม่ตรงกัน ซูหยางและหลินเฟิงต่างมองหน้ากัน เรื่องนี้ชักจะยุ่งยากแล้วสิ จะเลือกทางไหนดี?
"นังหนู พวกฉันเป็นปู่กับย่าของเสี่ยวเฟิง เลี้ยงมันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย เรื่องนี้เธอไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจ!"
ชายชราเริ่มโมโหแล้ว ในสายตาเขา ชีวิตของหลานชายสำคัญกว่าขาข้างเดียวมากนัก
"คุณปู่คะ หนูขอร้องล่ะค่ะ อย่าตัดขาเสี่ยวเฟิงเลย เขาแบกรับความเจ็บปวดแบบนั้นไม่ไหวหรอกค่ะ!"
หญิงสาวทรุดตัวลงคุกเข่า ร้องไห้พรั่งพรูออกมา
เมื่อเห็นหญิงสาวคุกเข่าลง ชายชราก็เริ่มใจอ่อน เขาทำท่าจะเอ่ยปากให้หญิงสาวลุกขึ้น เตรียมจะพิจารณาดูอีกครั้ง เขารู้นิสัยหลานชายดี พ่อแม่เสียตั้งแต่เด็ก นิสัยเก็บตัว ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง ถ้าไม่ได้เจอแม่หนูคนนี้ หลานชายเขาอาจจะคิดสั้นไปแล้วก็ได้
"ไม่ได้นะ หลานย่าต้องไม่เป็นอะไร!"
ไม่รู้จู่ๆ หญิงชราไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ผลักหญิงสาวออกไป แล้วตะโกนเสียงดัง
"คุณหมอ อย่าไปฟังมัน พวกเราเป็นปู่ย่าของเด็ก!"
หญิงชราพูดด้วยความตื่นเต้น
"คุณยายใจเย็นๆ ครับ ใจเย็นๆ"
ซูหยางรีบเข้าไปประคองหญิงชรา ถ้าเกิดเป็นลมเป็นแล้งไปอีกคน เรื่องจะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่!
ตอนนั้นเอง หญิงสาวที่นั่งอยู่กับพื้น จู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นแน่วแน่และเด็ดเดี่ยว เธอลุกขึ้นจัดชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่เปื้อนเลือดอย่างช้าๆ นึกถึงวันเวลาที่มีความสุขกับชายหนุ่ม วันที่เธอพาเขาเดินออกมาจากความมืดมิด ความภาคภูมิใจที่เธอสัมผัสได้ในตอนนั้น ทำให้เธอตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
ไม่ได้เด็ดขาด!
จะให้เขาเสียขาไปไม่ได้!
หญิงสาวค่อยๆ ยืนขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นผิดปกติว่า "คุณหมอคะ ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา ในทางกฎหมาย ฉันสามารถร่วมรับผิดชอบทางกฎหมายทุกอย่างกับเขาได้ ในขณะที่เขาหมดสติ ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเขา ถ้าพวกคุณไม่เคารพการตัดสินใจของฉัน ฉันจะจ้างทนายฟ้องพวกคุณทันที!"
ได้ยินคำพูดของหญิงสาว สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที ไม่มีใครคิดว่าหญิงสาวจะเด็ดขาดขนาดนี้!
"เสี่ยวฮุ่ย ทำแบบนี้ไม่ได้นะลูก!"
หญิงชราหน้าตื่นตระหนก
ชายชราก็หน้าถอดสีเช่นกัน
"หนูรู้ค่ะ ว่าคุณปู่คุณย่าเลี้ยงเสี่ยวเฟิงมาอย่างยากลำบาก แต่เสี่ยวเฟิงเพิ่งจะอายุ 27 ปี ชีวิตที่เหลืออีกค่อนชีวิต คือหนูที่จะต้องอยู่เคียงข้างเขา ดังนั้น หนูมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเขา พวกคุณไม่ต้องห้ามหนูแล้ว ถ้าคุณปู่คุณย่าไม่ยอม หนูก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ!"
คำพูดของหญิงสาวในตอนนี้ หนักแน่นและทรงพลัง เห็นได้ชัดว่าเธอมีจิตใจที่เข้มแข็งมาก
"คุณหมอคะ ให้ฉันเซ็นชื่อเถอะค่ะ ฝากด้วยนะคะ!"
หญิงสาวมีสีหน้ามุ่งมั่น โค้งคำนับให้ซูหยาง หลินเฟิง และผู้เฒ่าทั้งสองอย่างลึกซึ้ง
"เฮ้อ!"
สองผู้เฒ่าเห็นท่าทีของหญิงสาวแล้ว ก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
เด็กคนนี้!
และถ้าหญิงสาวจะใช้สิทธิ์ในฐานะภรรยาจริงๆ สองตายายก็รู้ว่าพวกเขาขัดขวางไม่ได้
"ช่างเถอะ เสี่ยวฮุ่ย วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล เราสองคนแก่ก็อยู่ได้อีกไม่กี่ปี ต่อไปเสี่ยวเฟิงต้องพึ่งพาให้หนูดูแล หนูตัดสินใจแบบนี้ ปู่ก็ยอมรับ"
ชายชราดูแก่ลงไปหลายปีทันตา พูดด้วยความรู้สึกท้อแท้และปลงตก
"หลานย่า!"
หญิงชราเห็นว่าห้ามไม่ได้แล้ว ก็กลั้นไม่อยู่ ร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง
หญิงสาวเห็นดังนั้น จึงเข้าไปนั่งข้างหญิงชรา พยายามจะปลอบใจ แต่กลับถูกหญิงชราผลักออกอย่างแรง
"ถ้าหลานเป็นอะไรไป ฉันก็จะตามหลานไปเหมือนกัน!"
หญิงชราหยุดร้องไห้กะทันหัน พูดจาตัดพ้อรุนแรง แล้วหันหน้าหนี ไม่สนใจหญิงสาวอีกเลย
"ยืนทำอะไรกันอยู่ ไม่ทำงานทำการกันหรือไง!"
หลินเฟิงเห็นคนมุงดูเป็นวง ก็เริ่มโมโห พยาบาลสาวๆ หลายคนก็ยืนดูอยู่ด้วย
เนื่องจากเสียงทะเลาะวิวาทของหญิงสาวและสองผู้เฒ่า พยาบาลที่เข้าเวรอยู่และญาติคนไข้ที่เดินผ่านไปมาจึงพากันมามุงดู
พยาบาลสาวๆ เห็นหัวหน้าโกรธ ก็รีบแยกย้ายกลับไปทำงานทันที
"ไปเอาใบยินยอมการผ่าตัดมาเถอะ"
หลินเฟิงหันมาถอนหายใจเบาๆ บอกกับซูหยาง
"ครับ"
ฉากเมื่อครู่ทำให้ซูหยางแปลกใจไม่น้อย ผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้นและเข้มแข็งเกินคาด
การเลือกของเธอ ไม่อาจตัดสินได้ว่าถูกหรือผิด ถ้าขาของชายหนุ่มรักษาไว้ได้ ทุกคนคงยกย่องความเด็ดเดี่ยวของเธอ แต่ถ้ารักษาไว้ไม่ได้ ต้องตัดขาทิ้ง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเสียชีวิต เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าชีวิตครึ่งหลังของหญิงสาวจะต้องเผชิญกับอะไร!
สิบนาทีต่อมา ที่ห้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ผ่าตัด
ซูหยางสวมชุดผ่าตัดสีฟ้า ยืนจ้องมองเครื่องจักรตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อพร้อมกับพยาบาลส่งเครื่องมืออย่างอวิ๋นเฟย
ภายในฝาครอบกระจกสี่เหลี่ยม แขนกลสีเงินยวงยื่นลงมาจากด้านบน ปลายแขนกลมีหัวฉีดกำลังเคลื่อนที่ไปมาบนฐานโลหะอย่างต่อเนื่องราวกับกำลังวาดภาพ เป็นรูปทรงที่กำหนดไว้
"หมอซู เรื่องเมิ่งเมิ่งคราวก่อน ขอบคุณมากนะคะ"
ตั้งแต่อวิ๋นเมิ่งเกิดเรื่อง อวิ๋นเฟยอยากจะหาโอกาสขอบคุณซูหยางเป็นการส่วนตัวมาตลอด แต่ไม่มีโอกาสเหมาะๆ แถมยังได้ยินว่าซูหยางโดนทัวร์ลงในโลกออนไลน์จนถูกพักงาน เธอกำลังสืบว่าซูหยางพักที่ไหน กะว่าจะไปเยี่ยม แต่จู่ๆ สถานการณ์ก็พลิกผัน แม่ดาราเด็กออกมาขอโทษ ซูหยางกลับมาทำงาน แถมยังย้ายมาอยู่ศัลยกรรมทั่วไป
เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำเอาอวิ๋นเฟยรู้สึกว่ามันชุลมุนวุ่นวายจนตามไม่ทันจริงๆ
"ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว"
ซูหยางตอบตามมารยาท สายตายังคงจับจ้องไปที่กระดูกต้นขาไทเทเนียมอัลลอยด์ที่ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง ซูหยางจินตนาการรูปร่างตอนเสร็จสมบูรณ์ได้เลย มันคงเหมือนค้อนสองหัว และน่าจะเป็นค้อนที่มีพลังทำลายล้างสูงมาก
ก็แหม วัสดุไทเทเนียมอัลลอยด์เป็นวัสดุเกรดอากาศยานเชียวนะ ถ้าเอากระดูกต้นขาไทเทเนียมยาว 50 เซนติเมตรแท่งนี้ไปยุคโบราณ ดีไม่ดีอาจกลายเป็นอาวุธวิเศษเลยก็ได้!
ฟาดหัวใครหรือฟาดใส่ตัวใคร ไม่ยุบเป็นหลุมก็ให้มันรู้ไป!
หยุด!
คิดเพ้อเจ้อไปไกลแล้ว!
ซูหยางดึงสติกลับมา
"หมอซู ได้ยินว่าไอเดียเปลี่ยนกระดูกต้นขาไทเทเนียมทั้งท่อน หมอเป็นคนเสนอเหรอคะ นี่มันล้ำยุคมากเลยนะ ทั่วโลกก็น่าจะเป็นเคสแรกเลยมั้ง"
อวิ๋นเฟยพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม
"แค่บังเอิญคิดได้น่ะครับ"
ซูหยางตอบอย่างสบายๆ
แหม ไม่ถือตัว แถมยังดูสุขุมนุ่มลึก ความสบายๆ แฝงความมั่นใจแบบนี้!
อวิ๋นเฟยชื่นชมคนอยู่สองประเภทมาตั้งแต่เด็ก ประเภทแรกคือพวกเก่งเทพในสายวิชาชีพ อย่างหัวหน้าหลินเฟิง แผนกศัลยกรรมทั่วไป อีกประเภทคือพวกที่มีความคิดแปลกแหวกแนว คิดในสิ่งที่คนอื่นคาดไม่ถึง
และซูหยาง ความสามารถทางวิชาชีพเธอเห็นมาแล้วว่าเก่งมาก ตอนนี้ยังพบว่าความคิดอ่านเฉียบคมกว้างไกล ที่สำคัญคือสูงร้อยแปดสิบกว่า แถมยังหล่อเหลาเอาการ
แค่ได้ยินว่าจนไปหน่อย?
เชอะ! จนแล้วไง แม่มีมรดกมหาศาลรอให้สืบทอดอยู่แล้ว
"หมออวิ๋น?"
ซูหยางหันมาจะถามรายละเอียดการผ่าตัด แต่กลับพบว่าเธอกำลังจ้องเขาตาค้าง
"คะ?"
ซูหยางเรียกทำให้อวิ๋นเฟยได้สติ
จู่ๆ เธอก็หน้าแดงขึ้นมา เมื่อกี้แค่แป๊บเดียว ถ้าซูหยางไม่เรียก เธอคงตั้งชื่อลูกของเธอกับซูหยางเสร็จไปแล้ว!