- หน้าแรก
- ซูเปอร์ด็อกเตอร์ เส้นทางเทพเริ่มจากการเช็กอิน
- บทที่ 45 - สรุปแล้วใครเป็นคนตัดสินใจ
บทที่ 45 - สรุปแล้วใครเป็นคนตัดสินใจ
บทที่ 45 - สรุปแล้วใครเป็นคนตัดสินใจ
บทที่ 45 - สรุปแล้วใครเป็นคนตัดสินใจ?
เมื่อความคิดได้รับการสนับสนุนจากหลินเฟิง ซูหยางก็เดินออกมาด้วยความมุ่งมั่น สำหรับเขา การเป็นหมอเผชิญหน้ากับคนไข้ก็เหมือนการทำสงคราม ดูภายนอกสงบนิ่ง แต่ความจริงคลื่นลมโหมกระหน่ำ เต็มไปด้วยอันตราย เหมือนกับชีวิตที่เขาผ่านมา การที่เด็กกำพร้าจากสถานสงเคราะห์สอบติดมหาวิทยาลัยแพทย์ชื่อดังระดับประเทศได้ สิ่งที่ซูหยางต้องแลกมา คนทั่วไปคงจินตนาการไม่ออก
เดินมาถึงหน้าหญิงสาวและผู้เฒ่าทั้งสอง ซูหยางเห็นว่าทั้งสามยังคงมีสีหน้ากังวล แต่แววตายังคงมีความหวัง
ซูหยางเรียบเรียงคำพูด แล้วกล่าวว่า "ตอนนี้มีแผนการรักษาหนึ่งที่อาจจะรักษาขาคนไข้ไว้ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากญาติครับ"
"ฉันยินยอมค่ะ!"
หญิงสาวลุกขึ้นยืนตอบทันทีโดยไม่ลังเล
"เสี่ยวฮุ่ย ฟังหมอก่อนว่าพูดยังไง"
ชายชราผ่านโลกมาเยอะกว่า รู้ว่าเวลานี้ หมอหนุ่มตรงหน้าต้องมีเรื่องสำคัญจะพูดต่อแน่
"กระดูกต้นขาคนไข้แตกละเอียดเกินกว่าจะประกอบคืนได้ ทางเราพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เห็นว่าสามารถทำการเปลี่ยนกระดูกต้นขาทั้งท่อน ให้คนไข้ได้ ถ้าฟื้นตัวดี ต่อไปเขาอาจจะกลับมาออกกำลังกายเบาๆ ได้ครับ"
ซูหยางพูดอย่างระมัดระวัง เวลานี้ไม่ใช่เวลามาตีอกชกตัวรับประกัน เขาต้องแสดงความเป็นมืออาชีพออกมา ถึงจะโน้มน้าวญาติคนไข้ได้
"ฉันตกลงค่ะ รีบผ่าตัดเลยค่ะ ต้องเซ็นชื่อใช่ไหมคะ ฉันเซ็นเอง"
หญิงสาวดีใจจนเนื้อเต้น คิดไม่ถึงว่าจะรักษาขาไว้ได้ จริงๆ ในใจเธอก็เตรียมใจเรื่องตัดขาไว้แล้ว
"เดี๋ยวก่อน เสี่ยวฮุ่ย"
ชายชราลุกขึ้น ห้ามปรามหญิงสาวที่กำลังดีใจ
"คุณหมอ ความเสี่ยงของการผ่าตัดนี้ มากน้อยแค่ไหน มีอันตรายถึงชีวิตไหม แล้วหลังผ่าตัดเสี่ยวเฟิงจะฟื้นตัวได้ไหม?"
ชายชราดูเหมือนจะมีความรู้ทางการแพทย์ เขาถามคำถามที่สำคัญมาก
"คุณปู่เคยเรียนหมอเหรอครับ?"
ซูหยางถามด้วยความแปลกใจ คนที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ ปกติจะถามคำถามที่เจาะจงและเป็นมืออาชีพขนาดนี้ไม่ได้
"สมัยหนุ่มๆ เคยเรียนมาบ้าง อย่าพูดถึงมันเลย"
ชายชราถ่อมตัว
"คุณปู่ครับ การผ่าตัดนี้ไม่เคยมีมาก่อน ทั่วโลกยังไม่มีโรงพยาบาลไหนทำการเปลี่ยนกระดูกต้นขาทั้งท่อนด้วยไทเทเนียมอัลลอยด์ พูดตามตรง พวกเราเองก็ทำเป็นครั้งแรก การผ่าตัดมีความยากระดับสูงมาก และขาขวาของคนไข้ก็โดนบดขยี้อย่างรุนแรง ในระหว่างที่โดนกดทับ ในเลือดจะมีสารพิษจากการเผาผลาญสะสมอยู่มหาศาล ระหว่างผ่าตัดมีโอกาสสูงที่จะเกิดภาวะวิกฤตถึงชีวิตครับ"
ซูหยางพูดตามตรง เวลาแบบนี้จำเป็นต้องพูดความจริง แต่เขาก็ไม่ได้พูดเกินจริง
"และหลังผ่าตัดยังมีโอกาสติดเชื้อทั่วร่างกาย หรือแม้กระทั่งเกิดลิ่มเลือดอุดตัน จนเกิดภาวะ DIC ใช่ไหม"
ชายชราถามด้วยศัพท์เทคนิค
ซูหยางแปลกใจอีกครั้ง DIC ย่อมาจาก Disseminated Intravascular Coagulation หรือ ภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย เป็นกลุ่มอาการทางคลินิกที่ร้ายแรง ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง กลไกการแข็งตัวของเลือดในร่างกายจะถูกกระตุ้นอย่างเต็มที่ แต่หลังจากนั้นเพราะปัจจัยการแข็งตัวของเลือดถูกใช้จนหมด ก็จะเกิดภาวะเลือดออกรุนแรงทั่วร่างกายตามมา
ดังนั้น นี่จึงเป็นภาวะที่ย้อนแย้งและอันตรายมาก อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 31% - 80%
คุณปู่ท่านนี้ ดูท่าจะไม่ใช่แค่รู้ 'บ้าง' อย่างที่พูด แต่รู้ลึกรู้จริงและเป็นมืออาชีพมาก
"ไม่ต้องแปลกใจ ฉันเคยสอนหนังสือในวิทยาลัยแพทย์ ตอนนี้เกษียณแล้ว"
ชายชราสัมผัสได้ถึงความประหลาดใจของซูหยาง จึงอธิบายสั้นๆ
"ใช่ครับคุณปู่ สถานการณ์ที่คุณปู่พูดมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก ดังนั้น ตอนนี้คนไข้จะตัดขาเลย หรือจะทำการเปลี่ยนกระดูกต้นขาทั้งท่อน พวกคุณต้องเป็นคนตัดสินใจครับ"
ในเมื่อญาติคนไข้มีความรู้เรื่องแพทย์ ซูหยางก็ประหยัดแรงไปได้เยอะ
"ตัดขาเถอะ มีชีวิตรอด ถึงจะมีทุกอย่าง ถ้าคนตายไปแล้ว ทุกอย่างก็ว่างเปล่า"
ชายชราพยักหน้า พูดอย่างเด็ดขาด
"ใช่ค่ะหมอ อย่าให้หลานฉันเป็นอะไรไปเลย ขาไม่มีก็ช่างมันเถอะ ขอแค่หลานยังอยู่ เราสองตายายก็ไม่ผิดต่อคำสั่งเสียก่อนตายของพ่อแม่เขาแล้ว!"
หญิงชราก็สนับสนุนสามี ความคิดคนแก่เรียบง่ายมาก ไม่อยากเห็นคนผมขาวส่งศพคนผมดำ
ซูหยางได้ยินคำพูดของชายชรา ก็รู้สึกลำบากใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ตอนนั้นเอง หลินเฟิงเดินออกมา เห็นซูหยางยืนนิ่งทำหน้าลำบากใจ เขาก็เข้าใจทันที ญาติคนไข้ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนกระดูก แต่เลือกการตัดขาที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า
แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ การต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อรักษาขาไว้ข้างหนึ่ง ทางเลือกแบบนี้ ถ้าเขาเป็นญาติคนไข้ เขาก็คงเลือกตัดขาเหมือนกัน
เห็นซูหยางเดินออกมาด้วยความมุ่งมั่น แต่แผนที่คิดมากลับโดนญาติปฏิเสธ หลินเฟิงเดินเข้ามาพูดกับชายชราว่า "คุณผู้ชายครับ ถ้าทำการเปลี่ยนกระดูกต้นขาทั้งท่อน ถึงจะมีความเสี่ยง แต่โอกาสสำเร็จก็สูงมากนะครับ จะไม่ลองพิจารณาอีกทีเหรอครับ?"
ชายชรามมองหน้าภรรยา หญิงชราพยักหน้าให้เขาอย่างแน่วแน่
"พวกเราตัดสินใจแล้ว ตัดขาเถอะครับหมอ"
ชายชราพูดย้ำ
หลินเฟิงพยักหน้า กำลังจะให้ซูหยางไปเอาใบยินยอมการผ่าตัดตัดอวัยวะ และซูหยางที่ดูผิดหวังเล็กน้อย เขาก็พอเข้าใจได้ ผ่านเรื่องนี้ไป เด็กคนนี้คงเติบโตขึ้น
ขณะที่ซูหยาง หลินเฟิง และสองผู้เฒ่า กำลังเตรียมตัวสำหรับการตัดขาให้ชายหนุ่ม เหตุการณ์ที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
"ฉันไม่ยอมให้ตัดขา!"
หญิงสาวลุกพรวดขึ้นมา น้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาแต่แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
"เสี่ยวฮุ่ย อย่าใช้อารมณ์ ปู่รู้ว่าการเสียขาไปข้างหนึ่ง มันกระทบชีวิตหนูกับเสี่ยวเฟิงมาก แต่ตอนนี้การรักษาชีวิตเสี่ยวเฟิงสำคัญกว่านะ!"
ชายชราเกลี้ยกล่อมหญิงสาวอย่างอ่อนโยน หญิงสาวคนนี้ทำเพื่อหลานชายเขามามากจริงๆ
"ไม่ค่ะ พวกคุณไม่รู้หรอก ถ้าเสียขาข้างนี้ไป เสี่ยวเฟิงจะหมดหวังในชีวิตอีกครั้ง เขาจะจมดิ่งลงไปอีก ถึงตอนนั้น ฉันอาจจะช่วยเขาไม่ได้อีกแล้ว!"
คนที่เคยจมดิ่งแล้วลุกขึ้นมาได้ ถ้าต้องเผชิญกับความล้มเหลวซ้ำอีกครั้ง ความหวังที่จะลุกขึ้นยืนจากซากปรักหักพังอีกครั้งมันริบหรี่มาก จิตใจคนเรามีขีดจำกัด เหมือนกับการหักลวด ถ้าหักซ้ำๆ ไม่กี่ทีลวดก็ขาดผึง
"เสี่ยวฮุ่ย ชีวิตเสี่ยวเฟิงสำคัญนะ เห็นแก่พวกเราสองคนเถอะ เราไม่อยากคนผมขาวส่งศพคนผมดำจริงๆ!"
หญิงชราก็ช่วยเกลี้ยกล่อม ถ้าเสียหลานไป เธอคงไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไม ตอนหลานยังเล็กเธอก็เสียลูกชายไป ถ้าไม่มีหลานอยู่ เธอคงหมดอาลัยตายอยากไปแล้ว
ซูหยางกับหลินเฟิงมองหน้ากัน ดูเหมือนญาติจะตกลงกันไม่ได้
"หมอครับ พวกเราเป็นปู่ย่าของเด็ก เราตัดสินใจแทนเสี่ยวเฟิงได้ ได้โปรดทำการผ่าตัดตัดขาเถอะครับ"
ชายชราพูดเสียงเข้ม
"หมอคะ ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเสี่ยวเฟิง ในเวลาแบบนี้ ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเขาค่ะ!"
หญิงสาวยืนยันด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวยิ่งกว่า