- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอมีขุนพลเทพคุ้มกัน
- บทที่ 49 - หกอาชาท้าศึก
บทที่ 49 - หกอาชาท้าศึก
บทที่ 49 - หกอาชาท้าศึก
บทที่ 49 - หกอาชาท้าศึก
เมื่อหลิวจีพาฮัวหยง เฉินฮ่าว ต่งเซียน เหลยปั๋ว และทหารรบ 30 นายมาถึงด่านแรกของค่ายพยัคฆ์ทระนง เฉิงอี้ หานเทา และหลิวพี่ พร้อมด้วยทหารรบ 60 นายก็ประจำการอยู่บนกำแพงหินเรียบร้อยแล้ว
ทหารรบที่หลิวจีพามาจากอำเภอฉีเหลือเพียง 147 นาย โยวทงแบ่งไป 10 นายเฝ้าด่านสอง ส่วนอีก 47 นายต้องช่วยเย่ว์อี้และกงตูคุมทหารใหม่ 420 นาย
ทหารใหม่พวกนี้เป็นอดีตโจร หลิวจียังไม่กล้าปล่อยให้จับอาวุธขึ้นสนามรบ แถมยังต้องกันคนไว้เฝ้าไม่ให้ก่อกบฏ ดังนั้นกำลังรบที่ระดมมาไว้ที่ด่านแรก 90 นายนี้ จึงถือเป็นขีดสุดที่หลิวจีจะทำได้แล้ว
แม้ทหารจะน้อย แต่เมื่อมองดู 7 ขุนพลผู้ห้าวหาญที่ยืนเรียงรายอยู่ข้างกาย หลิวจีก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวกองทัพโจรนับพันที่อยู่เบื้องล่างเลยสักนิด กลับรู้สึกตื่นเต้นดีใจเสียอีกที่แต้มวิญญาณกำลังจะเพิ่มขึ้น
กองทัพโจรพันกว่าคนของเนินพญายมและฟานฉงมาถึงหน้าด่าน แต่ยังไม่สั่งบุกทันที พวกเขาเลือกทำเลเดิมที่หลิวจีเคยตั้งค่ายชั่วคราวเพื่อตั้งค่ายพักแรม
เฉิงอี้รายงานสถานการณ์ "นายท่าน พวกโจรมีทหารม้าร้อยกว่านาย ครึ่งหนึ่งสวมเกราะเหล็ก ที่เหลือสวมเกราะหนัง ทหารราบมีไม่ต่ำกว่า 900 นาย ส่วนใหญ่สวมเกราะ ฟานฉงก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ดูท่าคงไปตามพวกเนินพญายมมาช่วยตามคาดขอรับ"
หลิวจีลูบคางครุ่นคิด "เจ้าว่าเราควรรับมือพวกมันยังไงดี?"
เฉิงอี้หันไปมองฮัวหยง เฉินฮ่าว ต่งเซียน และเหลยปั๋ว ก่อนเสนอแนะ "นายท่าน ข้าน้อยว่าเราฉวยโอกาสที่พวกมันยังตั้งค่ายไม่เสร็จ ให้ขุนพลของเราขี่ม้าลงไปโฉบตัดกำลังพวกมันสักหน่อย สร้างความตื่นตระหนกให้พวกมันตั้งแต่เริ่มเลยดีไหมขอรับ!"
ฮัวหยงรีบสนับสนุน "นายท่าน ความคิดเฉิงอี้ถูกใจข้ายิ่งนัก! โจรก็คือโจร ต่อให้มีเป็นพัน ก็เป็นแค่ฝูงคนที่มารวมตัวกันมั่วซั่ว ขุนพลเราบุกไปสักรอบ ไม่แน่พวกมันอาจจะขวัญหนีดีฝ่อจนแตกทัพไปเลยก็ได้"
ภาพที่ฮัวหยงและพรรคพวกแค่ห้าคน ไล่ต้อนโจรนับพันจนแตกกระเจิงเมื่อไม่กี่วันก่อนยังติดตาหลิวจีอยู่ ความจริงก่อนเฉิงอี้จะพูด เขาก็มีความคิดนี้อยู่แล้ว
หลิวจีกวาดตามองเหล่าขุนพลบนกำแพง แล้วสั่งการเสียงเข้ม "ฮัวหยง เฉิงอี้ หานเทา หลิวพี่ ต่งเซียน เหลยปั๋ว พวกเจ้า 6 คน ขี่ม้าลงไปป่วนค่ายโจรที่กำลังสร้างอยู่ จำไว้ว่าอย่าปะทะยืดเยื้อ อย่าให้ถูกล้อม ถ้าท่าไม่ดีให้รีบถอยกลับมา ข้ากับเฉินฮ่าวจะคุมทหารรอรับอยู่ที่หน้าด่าน!"
ตอนนี้หลิวจีมีม้าศึกเหลือเฟือ ขุนพล 10 นายของเขามีม้าขี่กันทุกคน ยกเว้นเฉินฮ่าวที่ตัวใหญ่ยักษ์แถมพกกระบองเหล็กหนักอึ้ง ม้าที่ยึดมาได้ 33 ตัวไม่มีตัวไหนแบกรับน้ำหนักไหว
ขุนพลทั้ง 6 รีบไปนำม้ามาเตรียมพร้อมที่หลังประตู ประตูไม้ของด่านแรกถูกซ่อมแซมเปลี่ยนใหม่เรียบร้อยแล้ว
หลิวจีมองดูกองทัพโจรที่ยังวุ่นวายกับการตั้งค่ายอยู่ไกลๆ แล้วตะโกนสั่ง "เปิดประตู! บุก!"
"เอี๊ยด——" ประตูไม้บานใหญ่เปิดออก ฮัวหยง เฉิงอี้ หานเทา หลิวพี่ ต่งเซียน และเหลยปั๋ว ควบม้าพุ่งทะยานออกจากด่าน มุ่งตรงไปยังกลุ่มโจรเบื้องล่าง
ฮูไห่ หัวหน้าสามแห่งเนินพญายม เห็นทหารม้าไม่กี่นายวิ่งออกมาจากด่าน ก็แค่นเสียงเยาะ "เจ้าเก้า เจ้าสิบ พาทหารม้าของพวกเจ้าไปขยี้ไอ้พวกที่รนหาที่ตายนั่นซะ!"
ฟานฉงรีบเตือน "หัวหน้าฮู ระวังทหารม้าพวกนั้นด้วย ถึงจะมีน้อยแต่ฝีมือร้ายกาจมาก ค่ายพยัคฆ์ทระนงข้าเคยโดนพวกมันแค่ไม่กี่คนตีจนแตกพ่ายมาแล้ว"
ฮูไห่หัวเราะร่า "หัวหน้าฟาน เจ้าเก้ากับเจ้าสิบมีทหารม้ารวมกันกว่า 50 นาย แถมฝีมือของทั้งคู่ก็ไม่ใช่เล่นๆ แค่ทหารม้าไม่กี่คน ต่อให้เก่งแค่ไหน จะรอดมือน้องข้าไปได้ยังไง!"
ฮูไห่ไม่ใส่ใจคำเตือนของฟานฉงแม้แต่น้อย ทหารม้าชั้นยอดของเนินพญายม จะเอาไปเปรียบกับพวกปลายแถวของค่ายพยัคฆ์ทระนงได้ยังไง
จางซั่วและหยางหงเทารวบรวมทหารม้าในสังกัดรวม 51 นาย ควบม้าโห่ร้องก้องฟ้าพุ่งเข้าใส่กลุ่มของฮัวหยง
สองหัวหน้าโจรเองก็ไม่ได้สนใจคำเตือนของฟานฉงเช่นกัน แม้ลำดับของพวกเขาจะรั้งท้ายในสิบพญายม แต่ถ้าวัดกันที่ฝีมือการต่อสู้ พวกเขาเป็นรองแค่เฝิงคุนและฮูไห่เท่านั้น ที่อยู่อันดับท้ายเพราะเพิ่งเข้าร่วมก๊วนทีหลังต่างหาก
ทหารม้าไม่กี่คนตีค่ายพยัคฆ์ทระนงแตกพ่ายงั้นรึ? พวกเขาสองคนก็เคยพาทหารม้าแค่สองคนตีทหารทางการหลายร้อยนายจนกระเจิงมาแล้ว ดังนั้นฮัวหยงกับพวกอีก 5 คน ไม่อยู่ในสายตาพวกเขาเลย
เฝิงคุน หัวหน้าใหญ่แห่งเนินพญายม ให้ความสำคัญกับศึกนี้มากถึงขนาดส่ง 3 ขุนพลที่เก่งที่สุดรองจากตัวเองมา แต่น่าเสียดายที่เขายังประเมินความแข็งแกร่งของลูกน้องหลิวจีต่ำไปมาก
หลิวจียืนอยู่บนกำแพง เห็นฝ่ายโจรส่งทหารม้าออกมาสู้ จึงรีบให้ระบบตรวจสอบค่าสถานะของสองหัวหน้าโจรนำทัพ ผลที่ได้ทำเอาเขาตกใจตาตั้ง
จางซั่ว ค่าพลังยุทธ์ 64 สติปัญญา 52 ความเป็นผู้นำ 48 หยางหงเทา ค่าพลังยุทธ์ 67 สติปัญญา 47 ความเป็นผู้นำ 43
โผล่มาทีเดียว 2 คน แถมเป็นขุนพลชั้นสามที่มีค่าพลังเกิน 60 ทั้งคู่! เนินพญายมนี่สมกับเป็นรังโจรที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้จริงๆ ซ่อนพยัคฆ์หมอบมังกรไว้ไม่เบา แค่หัวหน้าโจรสองคนก็มีฝีมือขนาดนี้แล้ว
หลิวจีไม่สนว่าพวกฮัวหยงจะได้ยินหรือไม่ เขาตะโกนสุดเสียงจากบนกำแพง "ระวังไอ้หัวหน้าโจรสองคนหน้าสุดด้วย! ฝีมือพวกมันไม่ด้อยไปกว่าหลิวพี่เลยนะเว้ย!"
ในที่สุดทหารม้าสองฝ่ายก็ปะทะกัน ฮัวหยงพุ่งเข้าใส่จางซั่ว ส่วนเฉิงอี้เข้าปะทะกับหยางหงเทา ขณะที่หานเทา หลิวพี่ ต่งเซียน และเหลยปั๋ว แยกย้ายกันรับมือทหารม้าโจรอีก 49 นาย
จางซั่วอาศัยแรงส่งจากม้า เงื้อขวานยาวในมือฟันผ่าลงมาที่ศีรษะของฮัวหยงหมายจะเผด็จศึกในดาบเดียว ฮัวหยงกำชับดาบใหญ่ในมือแน่น เกร็งกำลังตวัดสวนขึ้นไปปะทะขวานของจางซั่วอย่างจัง
"เคร้ง——" เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ขวานยาวในมือจางซั่วถูกแรงมหาศาลกระแทกจนหลุดมือปลิวหายไปในอากาศ จางซั่วนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนหลังม้า สองมือสั่นระริกด้วยความตกตะลึง
นี่ข้าฝันไปรึเปล่า? ด้วยพละกำลังระดับข้า ยังมีคนกระแทกอาวุธข้าจนหลุดมือได้อีกรึ!
แม้จะกระแทกขวานจางซั่วจนปลิว แต่ฮัวหยงเองก็รู้สึกชาหนึบไปทั้งสองมือ เขาอุทานในใจว่าไอ้หมอนี่แรงเยอะชะมัด มิน่าล่ะนายท่านถึงได้ตะโกนเตือน
[จบแล้ว]