เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - สำนักขวนจิ้ง

บทที่ 31 - สำนักขวนจิ้ง

บทที่ 31 - สำนักขวนจิ้ง


บทที่ 31 - สำนักขวนจิ้ง

ทหารเฝ้าประตูเมืองเจ็ดนาย หัวหน้าเป็นยอดยุทธ์ขอบเขตเสริมเส้นเอ็น ที่เหลือเป็นขอบเขตเลือดลม

มือปราบชุดดำสองนาย ขอบเขตเสริมเส้นเอ็น

ส่วนหัวหน้าทีมชุดสีเขียวขี้ม้า ปักอกเสื้อว่า "ขวนจิ้ง" คนนี้ น่าจะมีฝีมือระดับขอบเขตอวัยวะภายใน...

หลิวเซิ่งก้มหน้า ชำเลืองตามองรอบทิศ คำนวณในใจ

ไม่นับร่างจำแลง "วิหคเขียวหางดาบ" ที่เป็นสัตว์วิเศษ แค่ใช้ร่าง "พยัคฆ์ลายพาดกลอนยักษ์" เขาก็มั่นใจว่าจะหนีรอดไปได้

ถ้าใช้ร่าง "ฮุยเกล็ดเขียว" น่าจะฆ่าพวกทหารกับมือปราบพวกนี้ให้เกลี้ยงแล้วค่อยเดินออกมายังได้

ข้อแม้คือ...

ต้องตัวคนเดียว

แต่ตอนนี้ ยายหลิว แม่ลูกอวี้เหนียง ครอบครัวพี่สือโถว อยู่กันครบ!

ขว้างหนูระวังโอ่ง...

วู่วามไม่ได้!

หลิวเซิ่งสูดหายใจลึก ระงับความพลุ่งพล่านในใจ สงบสติอารมณ์

ต่างจากยายหลิว เขาไม่เคยระแวงอวี้เหนียงเลยตั้งแต่ต้น

เหตุผลน่ะเหรอ...

หญิงชาวบ้านที่ยอมตามใจเขาทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ให้ ปรนนิบัติพัดวีทั้งมือทั้งปาก แถมยังรุกเร้า อยากมีลูกกับเขา...

ผู้หญิงแบบนี้ จะทรยศเขาได้ยังไง?

นี่มันสังคมยุคโบราณนะ ไม่ใช่เมืองพัทยา!

"...ขะ ขะ ข้า... เคยเจอที่บ้าน..."

อวี้เหนียงบิดนิ้วไปมาจนข้อขาวซีด พอๆ กับหน้าของนาง

ที่บ้าน?!

พวกมือปราบและทหารเฝ้าเมืองหูผึ่ง ตื่นตัวขึ้นมาทันที

เพิ่งติดประกาศ ก็เจอตัวคนร้ายแล้ว?!

ลาภลอยหล่นทับแท้ๆ พี่น้องเราจะรวยกันแล้ว!

แต่พอมองดูการแต่งตัวของพวกหลิวเซิ่ง ก็อดสงสัยไม่ได้...

ชาวนาพวกนี้ ไปรู้จักมักจี่กับคนร้ายระดับนั้นได้ยังไง?

"ไม่ต้องกลัว ค่อยๆ พูด"

เยี่ยนหนิงปรับเสียงให้อ่อนลง ฝืนยิ้มบนหน้าเหลืองซีด

ในฐานะนายกองธงรวมแห่งสำนักขวนจิ้ง เขาตามรอยมาถึงที่นี่ได้ ก็ลำบากมาไม่น้อย

ยิ่งพวกขุนนางท้องถิ่นที่ทั้งโง่ทั้งโลภ ยิ่งทำเอาเขาปวดหัวตึ้บ

ผู้บัญชาการทหารระดับสาม ถูกลอบฆ่ากลางค่าย ข่าวใช้เวลาตั้งหกวันกว่าจะหลุดรอดออกมา

จากนั้นก็เกี่ยงกันไปมา โยนความรับผิดชอบ ช่วยกันปกปิด กว่าจะทำเรื่องส่งไปถึงสำนักขวนจิ้ง...

ก็ปาไปเดือนกว่า

ป่านนั้น ทรัพย์สมบัตินับล้านของตระกูลเซี่ย ก็ถูกพวกเหลือบไรสูบไปจน...

เกลี้ยง

ปลวก!

พวกปลวกกินบ้านกินเมือง!

แต่นี่แหละ คือภาพสะท้อนความเป็นจริงของระบบราชการต้าอวี๋ในตอนนี้

ยังดีที่สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนตั้งใจทำงาน...

ในที่สุด ก็เจอเบาะแสสำคัญ

"เมื่อไม่กี่วันก่อน... เขามาที่บ้าน มาถามอะไรผัวข้านิดหน่อย แล้วก็ไป"

อวี้เหนียงพูดจบ ก็เข้าไปประคองยายหลิว พูดเสียงเบา

"เรื่องอะไรข้าก็ไม่รู้ ข้ายืนอยู่ไกล ฟังไม่ถนัด"

"โห?"

เยี่ยนหนิงหรี่ตา กลอกตาไปมา มองไปที่หลิวเซิ่ง น้ำเสียงเย็นยะเยือก

"เจ้าบอกมาตามตรง ถ้าโกหกแม้แต่ครึ่งคำ รับผิดชอบผลที่ตามมาเอง"

"ใต้เท้า ถ้าข้าแจ้งเบาะแสคนผู้นั้น จะได้เงินรางวัลไหมขอรับ?"

หลิวเซิ่งกุมมือทำท่าทางนอบน้อม แสดงความโลภแบบชาวบ้านร้านตลาดออกมาได้สมบทบาท

"บังอาจ!"

"ให้ที่พักพิงคนร้าย ยังกล้ามาทวงเงินรางวัล?"

"ถ้าไม่รีบสารภาพ จะจับทั้งบ้านไปทรมานที่อำเภอ!"

มือปราบชุดดำสองนายตะคอกใส่ ชักไม้เหล็กออกมา จะเข้าไปสั่งสอนหลิวเซิ่ง

"แต่ประกาศเพิ่งจะติดนี่นา เมื่อก่อน..."

หลิวเซิ่งหดคอ ทำหน้ากลัวลนลาน แต่ก็ยังเถียงเสียงอ่อย

"พวกข้าจะไปรู้ได้ไง ว่าเขาเป็นคนร้าย?"

"เจ้าพูดมีเหตุผล"

เยี่ยนหนิงยกมือห้ามมือปราบ มองหลิวเซิ่งอย่างพิจารณา แล้วร้อง "เอ๊ะ" ในใจ

เด็กหนุ่มตรงหน้า อายุราวสิบหกสิบเจ็ด แต่รูปร่างสูงใหญ่ แขนยาวฝ่ามือกว้าง หน้าตาคมคาย

แม้จะสวมชุดผ้าหยาบ แต่ไม่มีท่าทางซื่อบื้อแบบคนบ้านนอก

แถมยังฝึกยุทธ์ และดูเหมือนจะสำเร็จขั้นต้นแล้ว ไม่ด้อยไปกว่าทหารเฝ้าเมืองพวกนี้เลย!

ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่!

ต้องรู้ไว้ว่า การฝึกยุทธ์ใช้เงินมหาศาล แค่ค่ากินอย่างเดียว ปีหนึ่งอย่างต่ำก็ปาไปยี่สิบสามสิบตำลึง

ชาวนาธรรมดาแบบนี้ จะเอาปัญญาที่ไหนมาจ่าย?

ในฐานะนายกองธงรวมแห่งสำนักขวนจิ้ง ผ่านคดีน้อยใหญ่มาเป็นร้อย ประสบการณ์โชกโชน แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีพิรุธ

แต่เขาไม่แสดงออกทางสีหน้า เพียงแค่ยิ้มแล้วกล่าวว่า

"ถ้าให้เบาะแสคนร้ายได้ พิจารณาให้เงินรางวัลหนึ่งร้อยถึงห้าร้อยตำลึง บนประกาศเขียนไว้ชัดเจน"

หลิวเซิ่งเบ้ปาก บ่นงุบงิบ

"กฎหมายต้าอวี๋ก็เขียนไว้ชัดเจน ขุนนางโกงกินเกินหกสิบตำลึง ให้ถลกหนังยัดฟาง แต่ละคนก็เห็นอยู่ดีกินดีกันทั้งนั้น?"

เยี่ยนหนิงหน้าตึง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

คำพูดเจ้าเด็กนี่บาดหู แต่ก็เป็นความจริงทุกคำ

มือปราบสองคนขมวดคิ้ว รู้สึกเหมือนโดนด่ากระทบชัก หน้าตาบิดเบี้ยว

"ท่านเยี่ยน จะไปเสียเวลากับไพร่พวกนี้ทำไม จับตัวไปเฆี่ยนสักยก เดี๋ยวก็คายออกมาหมด!"

"ใช่ ขืนชักช้า คนร้ายหนีไปไกลพอดี"

พูดจบ ก็จะเดินอ้อมเยี่ยนหนิง เข้าไปจับกุมหลิวเซิ่ง...

"เพียะ เพียะ!"

วินาทีต่อมา ทั้งสองคนก็ลงไปกองกับพื้น หน้ามีรอยฝักดาบแดงเถือกประทับอยู่

"สำนักขวนจิ้งทำงาน ไม่มีส่วนให้พวกเจ้าสอด"

เยี่ยนหนิงแผ่รังสีอำมหิต พูดเนิบๆ

"ถ้ามีครั้งหน้า ลองดูว่า... ดาบข้าคมไหม"

มือปราบทั้งสองหน้าซีดเผือด รีบลุกขึ้นยืน สงบเสงี่ยมเจียมตัวทันที

"เจ้าว่ามา ข้ารับรอง ถ้าเบาะแสมีประโยชน์ จ่ายเงินรางวัลเต็มจำนวน"

เยี่ยนหนิงก้าวมาข้างหน้า จ้องตาหลิวเซิ่ง กดดันเต็มที่

"แต่ถ้าเจ้ากล้ามาล้อเล่นกับข้า ก็เท่ากับปกปิดคนร้าย โทษเท่ากัน ประหารทั้งตระกูล"

"ผู้น้อยเข้าใจแล้ว"

หลิวเซิ่งหลุบตาลง ทำท่าเชื่อฟัง

"หลวงจีนรูปนั้น เป็นคนของตระกูลทง... เศรษฐีทงในหมู่บ้านเรา ที่มาบ้านข้า ก็เพื่อมาสืบเรื่อง... การตายของพ่อบ้านเฉิง"

เยี่ยนหนิงตาลุกวาว จับด้ามดาบแน่น

"หมู่บ้านไป๋สุ่ย ตระกูลเศรษฐีทง?"

...

"ที่นี่เหรอ?"

เกือบครึ่งชั่วยามต่อมา เยี่ยนหนิงมองกองซากปรักหักพังตรงหน้า แล้วเงียบกริบ

พวกมือปราบและชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มา ต่างก็หน้าบอกบุญไม่รับ

วิ่งเขามาสิบกว่าลี้ เหนื่อยแทบตาย นึกว่าจะจับคนร้ายได้ส่วนแบ่ง ที่ไหนได้...

เจ็บใจนัก!

"ว้าย ตายแล้ว พวกขุนนางมากันอีกแล้ว เรื่องบ้านเศรษฐีทงคงใหญ่โตน่าดู!"

"นั่นยายหลิวกับครอบครัวสือโถวไม่ใช่เหรอ? มากับพวกขุนนาง ไปทำผิดอะไรมาหรือเปล่า?"

"เมื่อคืน ทั้งฟ้าร้องทั้งลมพายุ น่ากลัวจะตาย"

ชาวบ้านบางส่วนมามุงดู แต่ก็กล้าดูอยู่ห่างๆ ซุบซิบกันไปมา

ก่อนหน้านี้มีคนของทางการมาแล้ว?

หลิวเซิ่งใจกระตุก แสร้งทำหน้า "ตกใจ" พูดตะกุกตะกัก

"นี่... นี่... สองวันก่อนตอนพวกข้าไป มันยังไม่เป็นแบบนี้นะ...

ลองถามคนแถวนี้ดูไหม?"

"ไม่ต้อง"

เยี่ยนหนิงพยักหน้า มองรอย "แส้" ขนาดเท่าถังน้ำ และรอยกรงเล็บมหึมาบนก้อนอิฐ รูม่านตาหดเกร็ง

"เมื่อคืน ที่นี่มีการต่อสู้ดุเดือด มีปีศาจร่วมวงด้วย..."

"ใครวะ? กองปราบปีศาจกำลังทำงาน คนไม่เกี่ยวข้อง ไสหัวไป!"

ทันใดนั้น เสียงตะโกนดั่งฟ้าผ่าก็ดังมาจากส่วนลึกของซากปรักหักพัง แสบแก้วหูไปหมด

จากนั้น กลุ่มคนท่าทางดุดันก็เดินออกมา

คนนำหน้า สูงราวสองเมตร เหมือนยักษ์ปักหลั่น สวมเกราะเกล็ดปลาเนื้อดี มือถือกระบองเขี้ยวหมาป่า แขนพันโซ่ตรวน ท่าทางหนักแน่นดั่งขุนเขา

ทุกย่างก้าว พื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น

ด้านหลังมีทหารสวมเกราะสองชิ้นสีเขียวเทา ถือหน้าไม้ หรืออาวุธหนักอย่างกระบองหรือค้อน แต่ละคนรูปร่างกำยำ หน้าตาเหี้ยมเกรียม

ได้กลิ่นคาวเลือดโชยมาแต่ไกล

พวกมือปราบและชาวบ้านเทียบกับพวกนี้แล้ว เหมือน...

หมาบ้านเจอกับหมาป่า

ยังไม่ทันเข้าใกล้ ระยะห่างสิบกว่าวา ฝั่งนี้ก็ฝ่อจนหงอไปหมด

ยกเว้นคนเดียว... ท่านเยี่ยนแห่งสำนักขวนจิ้ง

กองปราบปีศาจ?!

หลิวเซิ่งสายตาเป็นประกาย คนกลุ่มนี้...

เก่งกว่าเฉินจี้กับเหล่าสวีเมื่อวานเยอะเลย

"กองปราบปีศาจ นายกองปราบมาร หวงเหวย!"

ยักษ์สูงสองเมตรหยุดยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว กวาดสายตามองทุกคน สุดท้ายมาหยุดที่เยี่ยนหนิง

"เรื่องเกี่ยวข้องกับปีศาจ พื้นที่นี้ข้าคุม ใต้เท้าจากสำนักขวนจิ้ง... มีธุระอะไร?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 31 - สำนักขวนจิ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว