- หน้าแรก
- มรรคาแห่งการแปลงกาย
- บทที่ 23 - ลอบสังหารกลางทาง ยอดยุทธมิใช่มนุษย์
บทที่ 23 - ลอบสังหารกลางทาง ยอดยุทธมิใช่มนุษย์
บทที่ 23 - ลอบสังหารกลางทาง ยอดยุทธมิใช่มนุษย์
บทที่ 23 - ลอบสังหารกลางทาง ยอดยุทธมิใช่มนุษย์
คฤหาสน์ตระกูลทง ห้องโถงใหญ่
อากาศเหมือนจะแข็งตัว บรรยากาศกดดันจนน่ากลัว
สองพ่อลูกตระกูลทงหน้าตาบอกบุญไม่รับ รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน เห็นชัดว่ากำลังโกรธจัด
เฉินจี้กับเหล่าสวี พรานล่าอสูรทั้งสองนั่งประจำที่ ต่างคนต่างสงบปากสงบคำ สีหน้าดูประดักประเดิด
"นายท่าน มีชาวบ้านบอกว่า เมื่อสองวันก่อนเห็นสองบ้านนั้นขนข้าวของขึ้นรถลากออกไป"
ตอนนั้นเอง เฉิงเอ้อร์ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา สีหน้าย่ำแย่
"มุ่งหน้าไปทางตัวอำเภอ..."
ตระกูลทงมีอิทธิพลมากในหมู่บ้านไป๋สุ่ย พอตั้งใจสืบจริงๆ ก็รู้ความเคลื่อนไหวของพวกหลิวเซิ่งได้ทันที
"ไปเข้าเมืองตั้งแต่สองวันก่อน? พวกชาวนาตาสีตาสา เอาเงินที่ไหนไปตั้งตัวในเมือง..."
ทงลี่ (เศรษฐีทง) ฟังแล้วชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนหน้าจะดำคล้ำเหมือนก้นหม้อ
"เงินของเฉิงต้าน่ะสิ..."
"ท่านพ่อ แจ้งทางการเถอะ"
ตอนนั้นเอง ทงฮ่าวที่นั่งถัดลงมาก็สะบัดพัดจีบกางออก ใบหน้าฉายแววเย้ยหยัน
"พวกบ้านนอกคอกนา ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ คิดจะหนีไปซ่อนในเมืองงั้นรึ ขอแค่ทางอำเภอรับเรื่อง ต่อให้พวกมันมุดลงไปในรูมด ข้าก็ขุดตัวออกมาได้"
ทงฮ่าวอายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ รูปร่างสันทัด หน้าขาวเกลี้ยงเกลา เครื่องหน้าหมดจด สวมชุดคอกลมสีขาวสะอาดตา สวมรองเท้าบูทหกประสาน ดูมีราศีผู้ดีไม่น้อย
เพราะความดีความชอบที่ถวายลูกเสือ เขาเลยกลายเป็นคนโปรดของคุณชายเจิ้ง มีหน้ามีตาพอสมควรในหมู่ข้าราชการและมือปราบทั้งหลายในอำเภอ
การจะจัดการคนบ้านนอกไม่กี่คน มันง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือไม่ใช่หรือ?
มองลูกชายที่ยืนสง่าผ่าเผย สุขุมเยือกเย็น ราวกับคุณชายตระกูลใหญ่...
ใบหน้าอ้วนกลมของทงลี่ก็เผยรอยยิ้มปลื้มปริ่ม เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามอย่างไม่แน่ใจ
"ทำแบบนี้จะ... ทำให้คุณชายเจิ้งไม่พอใจหรือเปล่า? ยังไงเจ้าก็เพิ่งจะตั้งตัวได้..."
ไม่พอใจ? อย่างมากก็แค่โดนทะลวงประตูหลังอีกสักรอบเท่านั้นแหละ
ทงฮ่าวเผลอขมิบก้นโดยอัตโนมัติ ก่อนจะส่ายหน้า
"วางใจเถอะ คุณชายเจิ้งใจกว้าง รักลูกน้อง อีกอย่างตระกูลทงของเราก็เป็นฝ่ายถูก..."
"แต่เราแค่คาดเดา ไม่มีหลักฐานชัดเจน ลำพังแค่กลิ่นบนกระเป๋าใบนั้น เกรงว่าจะเอาผิดยาก"
ทงลี่มองไปที่เหล่าสวี ข้อสันนิษฐานทั้งหมดนี้มาจากงูค้นสมบัติของเหล่าสวีทั้งนั้น
ก่อนหน้านี้ให้คนงานไปรื้อค้นบ้านหลิวกับบ้านจ้าวแบบพลิกแผ่นดิน ก็ไม่เจอหลักฐานอะไรเลย
"ศาลตัดสินคดี ต้องการหลักฐานชัดเจนที่ไหนกัน?"
ทงฮ่าวหัวเราะหึๆ โบกพัดเบาๆ รู้สึกว่าพ่อตัวเองหัวโบราณไปหน่อย
อยู่บ้านนอกนานๆ นอกจากจะเชยแล้ว ยังซื่อบื้ออีก
"ขอแค่เข้าคุกไป ผิดหรือไม่ผิด คนนั่งบัลลังก์เป็นคนตัดสิน เจอไม้ทรมานเข้าไป ต่อให้เป็นมนุษย์เหล็กก็ต้องอ้าปาก จะเอาคำรับสารภาพแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น ถอยไปอีกหมื่นก้าว สมมติว่าพวกมันสองบ้าน... เกิดรักศักดิ์ศรี ยอมตายไม่ยอมรับ ก็แค่ตีให้ตายคาตีน แล้วยัดเงินสักหน่อย แจ้งว่า 'ตายกะทันหัน' เรื่องก็จบ"
ทงฮ่าวพูดจบก็หุบพัด ปรายตามองเฉินจี้กับเหล่าสวีที่นั่งอ้าปากค้าง มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย
เขาจงใจพูดแบบนี้ เพื่อข่มขวัญเจ้าสองคนนี้ ให้ตั้งใจทำงานช่วยตระกูลทงกำจัดเสือร้ายให้เต็มที่
ลูกข้าได้ดีแล้ว! ที่ยอมเสี่ยงตายไปขโมยลูกเสือมาถวายคุณชายเจิ้ง คิดถูกจริงๆ!
ทงลี่ได้สติ ใบหน้ากลับมายิ้มแป้นเหมือนพระสังกัจจายน์
"งั้นแปลว่า พ่อไม่ต้องทำอะไรเลย?"
"เรื่องภัยพิบัติจากเสือ คุณชายเจิ้งรับรู้แล้ว ต้องจัดการให้สวยงามถึงจะดี"
ทงฮ่าวประสานมือคารวะเฉินจี้และเหล่าสวี
"รบกวนท่านอาจารย์ทั้งสอง... หารือวางแผนกับท่านพ่อของข้า พอปราบเสือสมิงตัวนั้นได้ ตระกูลทงต้องตอบแทนอย่างงามแน่นอน"
เฉินจี้กับเหล่าสวีรีบปฏิเสธความเกรงใจ ตบอดรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าภายในสามวันต้องจัดการเสือร้ายให้ได้
"ท่านพ่อ ท่านทั้งสอง ข้าขอตัวไปแจ้งความที่อำเภอก่อน"
ทงฮ่าวกล่าวลา แล้วเดินออกจากห้องโถงตรงไปยังคอกม้า
ข้างหลังแว่วเสียงเฉินจี้เยินยอตามมา ประมาณว่า "ยอดบุตรแห่งตระกูลทง" "ท่านเศรษฐีสอนลูกได้ดีเยี่ยม" "อนาคตต้องเป็นเสาหลักของชาติ" อะไรเทือกนั้น
เขาชะงักฝีเท้าครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเร็วขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความลำพองใจ แม้แต่ร่องก้นที่เพิ่งหายดี ก็ดูเหมือนจะไม่เจ็บเท่าไหร่แล้ว
เหนือศีรษะของเขา นกกระจิบเขียวตัวหนึ่งก้มมองลงมา สายตาเย็นชา ขนหางคมกริบดุจมีด...
แต่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด
ครู่ต่อมา ทงฮ่าวก็ควบม้าออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปตามเส้นทางภูเขา
หมู่บ้านไป๋สุ่ยตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวอำเภอ ห่างกันสิบกว่าลี้ ต้องข้ามเขาลูกเล็กๆ ลูกหนึ่ง
ตอนนี้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว สองข้างทางเขียวชอุ่มด้วยต้นไม้ใบหญ้า เสียงแมลงและนกร้องระงม
หลังเที่ยงแดดแรงจัด ตลอดทางหลายลี้ไม่มีผู้คนสัญจร
ทงฮ่าวขี่ม้าพียวเหลือง อารมณ์เบิกบาน รู้สึกว่าทิวทัศน์สองข้างทางถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
ม้าดีที่คุณชายเจิ้งประทานให้ตัวนี้ ว่ากันว่ามีสายเลือดของสัตว์วิเศษ เป็นยอดอาชาที่สามารถสู้กับเสือดาวได้ วิ่งวันละพันลี้
สำหรับตระกูลหลิวและตระกูลจ้าว เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลย
พวกชาวบ้านต่ำต้อย เมื่อต้องเผชิญกับอำนาจวาสนา นอกจากจะกลายเป็นเศษเนื้อกองเลือด ก็ไม่มีทางออกอื่น
แต่ว่า... ถ้าถือโอกาสนี้จัดการเรื่องราวให้สวยงาม ให้คุณชายเจิ้งได้เห็นฝีมือการทำงานของเขา...
บางทีอาจจะได้เลื่อนขั้นเป็นคนสนิท ไม่ใช่แค่... ของเล่น
"จิ๊บ~ จิ๊บ~"
ในขณะที่เขากำลังใจลอย จู่ๆ เสียงนกร้องก็ดังขึ้นข้างหู...
เสียงแรกยังอยู่ไกลลิบ เสียงต่อมาแทบจะแนบชิดหลังคอ!
กระแสลมอันเกรี้ยวกราดกวาดผ่านผิวหนัง ราวกับเข็มทิ่มแทง ทำให้ขนลุกซู่
"แย่แล้ว!"
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ทงฮ่าวรีบหดตัวม้วนกลิ้งลงจากหลังม้า หลบการลอบโจมตีจากด้านหลัง...
เฉียดไปแค่นิดเดียว!
"ฉึก—!"
วินาทีต่อมา ลำแสงสีเขียวพาดผ่านหลังม้าไปอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ
ม้าพียวเหลืองร้องโหยหวนด้วยความตกใจ พยายามจะวิ่งตะบึงไปข้างหน้า แต่หัวของมันกลับลอยกระเด็นขึ้นฟ้า...
ร่างไร้หัวยังคงวิ่งต่อไปอีกร้อยกว่าวา ก่อนจะล้มตึงลง เลือดพุ่งกระฉูดเหมือนน้ำพุ
"บัดซบ!"
ท่ามกลางฝุ่นตลบ ทงฮ่าวพลิกตัวลุกขึ้นยืน มองดูซากม้าพียวเหลืองที่หัวขาดกระเด็นด้วยความตระหนกปนโกรธแค้น
ส่วนฆาตกร...
กำลังบินโซเซอยู่กลางอากาศเหมือนคนเมา มุ่งหน้าไปทางป่าทึบข้างทาง
"...วิหคเขียวหางดาบเป็นแค่สัตว์วิเศษ ถ้าใช้จัดการสัตว์ธรรมดา หรือตัดไม้ตัดหิน ก็เหมือนหั่นผักปลา สบายมาก
แต่พอเจอสัตว์วิเศษด้วยกัน ก็เริ่มตึงมือ ส่วนถ้าเจอระดับภูต ก็เหมือนเอาเนื้อไปส่งถึงปากเสือ..."
หลิวเซิ่งตาลายเห็นดาววิบวับ หัวหมุนไปหมด
ม้าพียวเหลืองตัวนั้นเป็นสายพันธุ์พิเศษ หนังหนาเนื้อเหนียวเหมือนสวมเกราะเหล็ก ขนหางดาบของเขาเกือบจะฟันไม่เข้า...
แถมแรงสะท้อนกลับยังทำเอาหัวเขาแทบแตก
ความรู้สึกเหมือนกับ...
โดรนพลีชีพในชาติที่แล้วไม่มีผิด
แต่ข้าไม่ได้กะจะตายตกไปตามกันนะโว้ย!
ร่างจำแลงที่ใช้ตอนเริ่มต้นนี้ เริ่มจะไม่ตอบโจทย์แล้วสิ
ต้องรีบจำลองเพื่อยกระดับ ไม่งั้นคงได้เป็นแค่เครื่องมือสอดแนมหรือลาดตระเวน
แถมระยะทำการยังจำกัดอีกต่างหาก...
หลิวเซิ่งคิดในใจขณะบินเข้าไปในป่าทึบ
ทันใดนั้น ลมแรงก็กรรโชกมาจากด้านหลัง กลิ่นอายความร้อนระอุพุ่งทะลุอากาศมา...
ทงฮ่าวไล่ล่าตามมาแล้ว!
เวลานี้ร่างกายของทงฮ่าวขยายใหญ่ขึ้นเกือบหนึ่งรอบ กล้ามเนื้อปูดโปนแทบจะระเบิดเสื้อผ้า ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีจุดดำกระจายอยู่ทั่ว
ดูเหมือนลายเสือดาว
ใบหน้าเขาดูดุร้ายน่ากลัว กล้ามเนื้อกรามปูดโปน นัยน์ตาตั้งตรงสีเหลืองหม่น บนใบหน้าและหน้าผากปรากฏลายเสือดาว...
ฝ่ามือขยายใหญ่เหมือนพัด เล็บยาวและแหลมคม ยื่นออกมาสองนิ้ว ราวกับกริช
นี่มันคนเสียที่ไหน นี่มันปีศาจเสือดาวใส่เสื้อผ้าคนชัดๆ!
"นี่น่ะเหรอ... โฉมหน้าที่แท้จริงของยอดยุทธระดับสองขอบเขตเสริมเส้นเอ็น? โคตรน่ากลัวเลย!"
หลิวเซิ่งมีพรสวรรค์ "เนตรวิหค" มองเห็นได้เกือบ 360 องศา พอเห็นสภาพของทงฮ่าว จิตใจก็หลุดลอยไปชั่วขณะ ร่างกายช้าลงไปจังหวะหนึ่ง
และจังหวะนั้นเอง ทงฮ่าวก็เห็นช่องโหว่ พุ่งตัวเข้ามาพร้อมลมพายุรุนแรง สองมือคว้าตะปบ จบเจ้านกกระจิบเขียวตัวน้อยไว้ในอุ้งมือ...
แล้วบีบขยี้สุดแรง!
กระดูกแตกละเอียด เนื้อเละเทะ ขนสีเขียวปลิวว่อน
"ปุ้ง—!"
วินาทีถัดมา หมอกสีขาวก็ปรากฏขึ้น ซากนกกระจิบสลายไปเหมือนฟองสบู่...
ท่ามกลางเงาสลัวในป่า เสียง "ซู่ ซู่" แผ่วเบาก็ดังขึ้น
เหมือนเสียงงูเลื้อยผ่าน...
ชวนให้ขนหัวลุก
[จบแล้ว]