- หน้าแรก
- มรรคาแห่งการแปลงกาย
- บทที่ 6 - วิหคเขียวหางดาบ (ระดับขาว)
บทที่ 6 - วิหคเขียวหางดาบ (ระดับขาว)
บทที่ 6 - วิหคเขียวหางดาบ (ระดับขาว)
บทที่ 6 - วิหคเขียวหางดาบ (ระดับขาว)
"สบายตัวชะมัด"
หลิวเซิ่งหรี่ตาลง รู้สึกเหมือนเพิ่งได้แช่น้ำร้อน ตัวเบาหวิวขึ้นถนัดตา
กระแสความเย็นไหลเวียนไปทั่วร่าง ปรับโครงสร้างร่างกาย ยกระดับความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและกระดูกไม่หยุดหย่อน...
แขนขาของเขาเรียวยาวและทรงพลัง ราวกับสายธนูที่ขึงตึง พละกำลังและความคล่องตัวเพิ่มขึ้นมหาศาล ฝ่ามือขยายกว้างและหนาขึ้น ข้อนิ้วปูดโปนชัดเจน...
ราวกับว่าเกิดมาเพื่อจับดาบโดยเฉพาะ
หัวใจเขาเต้นระรัว พอกระดิกความคิด ตัวอักษรหมึกก็ไหลลงมาบนหน้าต่างข้อมูล
[วิหคเขียวหางดาบ (ขาว)]
[คำอธิบาย] : นกสายพันธุ์พิเศษที่มีความเร็วเหนือกว่าเหยี่ยวเพเรกริน ขนทั่วร่างแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็ก ขนหางคมกริบดุจดาบ เวลาล่าเหยื่อจะบินโฉบผ่านด้วยความเร็วสูง ใช้ขนหางฟาดฟัน เป็นจอมดาบโดยธรรมชาติในหมู่วิหค
[คุณได้รับพรสวรรค์วิหคเขียวหางดาบ "จอมดาบโดยกำเนิด" เสริมพลังแล้ว]
[จอมดาบโดยกำเนิด (พรสวรรค์)] : แขนยาวฝ่ามือกว้าง เส้นเอ็นกระดูกแข็งแกร่ง ฝึกฝนวรยุทธประเภทดาบได้ผลคูณทวี สามารถเรียนรู้และประยุกต์ใช้ได้อย่างแตกฉาน
...
"จอมดาบโดยกำเนิด... พรสวรรค์ใหม่นี้ช่วยปรับปรุงสมรรถภาพร่างกายของข้าแบบก้าวกระโดด ยกระดับทุกสัดส่วน..."
หลิวเซิ่งได้สติ ก้มมองฝ่ามือที่ดูแปลกตาของตัวเอง มุมปากยกยิ้มกว้างจนหุบไม่อยู่
ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตั้งเท่าไหร่ หัวร้อนไปตั้งกี่รอบ แลกมาด้วยพรสวรรค์สุดโหดขนาดนี้...
คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม
นอกจากนี้ บาดแผลที่เคยเป็นหนองตามตัวก็ตกสะเก็ดและเริ่มคันยิบๆ คาดว่าอีกสองสามวันสะเก็ดคงหลุดและหายสนิท
แม้แต่พรสวรรค์ [เนตรวิหค] ก็ขยายขอบเขตการมองเห็นไปถึงสามสิบก้าว ความสามารถในการมองเห็นภาพเคลื่อนไหวที่เสริมเข้ามาก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
ร่างจำแลงเลื่อนขั้นแค่ครั้งเดียว ยังให้ผลประโยชน์มหาศาลขนาดนี้ ถ้าเลื่อนขั้นอีกครั้ง...
[ชื่อ] : หลิวเซิ่ง [ผลมรรคคา] : เจ็ดสิบสองแปลงกาย [พรสวรรค์] : เนตรวิหค จอมดาบโดยกำเนิด [ตบะ] : ไม่มี [ร่างจำแลง] : วิหคเขียวหางดาบ [ไอวิญญาณ] : 5
"อนุมานต่อไม่ได้แล้ว"
หลิวเซิ่งที่กำลังฮึกเหิมชะงักไปนิด ใช้จิตสัมผัสหน้าต่างข้อมูล ทันใดนั้นความรู้แจ้งก็ผุดขึ้นในสมอง...
ระดับของร่างจำแลงห้ามสูงเกินกว่าร่างต้นมากเกินไป ไม่อย่างนั้นร่างกายจะรับภาระไม่ไหว
นอกจากนี้ ร่างจำแลงยังสามารถปรับลดระดับลงได้
พูดง่ายๆ ก็คือ ร่างวิหคเขียวหางดาบ สามารถสลับไปมาระหว่างนกกระจิบธรรมดากับวิหคเขียวหางดาบได้...
ตามแต่ใจเขาปรารถนา
"แบบนี้ก็ดี นกกระจิบธรรมดาไม่สะดุดตาใคร เหมาะสำหรับสอดแนมหาข่าว..."
หลิวเซิ่งปิดหน้าต่างข้อมูลอย่างเสียดายนิดๆ แต่ความตื่นเต้นในใจยังคงคุกรุ่นไม่หาย
ความมืดมนที่ปกคลุมจิตใจมาตลอดนับตั้งแต่ข้ามภพมา ได้จางหายไปกว่าครึ่ง
จากนี้ไป เป้าหมายหลักคือการฝึกยุทธ
รอจนฝึกยุทธจนระดับเลื่อนขั้น ก็จะสามารถหลอมรวมร่างจำแลงที่สอง และอนุมานร่างวิหคเขียวหางดาบให้ถึงระดับภูต...
แค่ระดับสัตว์วิเศษ พรสวรรค์ยังโหดขนาดนี้ ถ้าระดับภูตล่ะ หรือระดับต่อๆ ไปอย่าง ปีศาจ มหาปีศาจ จอมปีศาจ บรรพชนปีศาจ ปีศาจโบราณ...
จะแข็งแกร่งขนาดไหน
จู่ๆ ข้อความหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวของหลิวเซิ่ง
ณ ทะเลอุดร มีปลา นามว่าคุน ขนาดของคุน ใหญ่โตไม่รู้กี่พันลี้ แปลงกายเป็นนก นามว่าเผิง หลังของเผิง ใหญ่โตไม่รู้กี่พันลี้ ยามโกรธเกรี้ยวโผบิน ปีกดั่งเมฆคล้อยปกคลุมนภา...
หากวันหนึ่ง...
นกกระจิบวิวัฒนาการจนกลายเป็นคุนเผิง ตัวเราคงได้สัมผัสความสะใจที่ได้แหวกว่ายสมุทรสามพันลี้ โผบินขึ้นสู่เก้าหมื่นลี้เหนือเวหา
แต่มันจะเป็นไปได้ไหมนะ
"หลานรัก มากินข้าว"
ในห้องโถง ย่าหลิวทำกับข้าวเสร็จแล้ว ควันฉุย กลิ่นเนื้อหอมฟุ้ง
หลิวเซิ่งได้สติ ขยี้จมูกแก้เก้อ แววตาคลั่งไคล้ยังคงอยู่
หนทางยาวไกลและยากลำบาก แต่หากก้าวเดินไปเรื่อยๆ ย่อมถึงจุดหมาย หากไม่หยุดเดิน อนาคตย่อมรออยู่
ตอนนี้ ขอจัดการมื้อเย็นให้เต็มคราบก่อน
"หอมจัง"
หลิวเซิ่งประคองชามกระเบื้องที่มีเนื้อพูนจาน ก้มหน้าก้มตากินอย่างบ้าคลั่ง
ท้องของเขาเหมือนหลุมไร้ก้น ฟาดข้าวสวยไปห้าหกชาม เครื่องในสองจิน เนื้องูอีกหนึ่งจิน ถึงจะอิ่มไปแค่หกส่วน
หลังจากถูก [จอมดาบโดยกำเนิด] ยกระดับร่างกาย ความอยากอาหารของเขาก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ย่าหลิวค่อยๆ เคี้ยวข้าวทีละเม็ด คอยคีบกับข้าวให้เขาเป็นระยะ ใบหน้าเหี่ยวย่นมีทั้งความสุขและความกังวลปนเปกัน
หลานกินเก่งเป็นเรื่องดี แต่ก็กินดุเกินไป มื้อเดียวฟาดข้าวสองจิน เนื้อสามจิน...
ข้าวสารอาหารแห้งที่ซื้อมาวันนี้ คงอยู่ได้ไม่กี่วัน
แถมอีกครึ่งเดือนต้องจ่ายภาษีฤดูร้อน สองคนย่าหลานยังไงก็ต้องใช้เงินอีกหนึ่งตำลึงกว่า...
เงินจำนวนนี้... จะไปหามาจากไหน
ถ้าไม่ไหวจริงๆ คงต้องขายปิ่นทองที่เก็บไว้ก้นหีบ
นั่นเป็นของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายที่แม่นางทิ้งไว้ให้ก่อนตาย...
หลิวเซิ่งมีเรื่องให้คิด จึงไม่ทันสังเกตเห็นความกังวลของย่า พอกินเสร็จก็อ้างว่าจะไปเดินย่อย แล้วเดินออกจากบ้านไป
......
"ฟึ่บ"
ในป่าทึบ แสงสีเขียวสายหนึ่งพุ่งตัดอากาศ บินเฉียดต้นไม้ขนาดเท่าปากชามไปหลายต้น ก่อนจะร่อนลงเกาะบนต้นไม้ใหญ่
มันคือนกสูงหนึ่งฟุตเศษ ตัวสีเขียวตลอดร่าง คิ้วขาวตาดำ จะงอยปากและกรงเล็บสีเหลือง ขนหางดูคล้ายดาบยาว เกือบจะยาวเท่าลำตัว
ดูหยิ่งทะนงและสง่างาม
นี่คือวิหคเขียวหางดาบตัวจริงเสียงจริง
"เร็วมาก ไม่ถึงสิบลมหายใจ ก็บินมาได้สามสี่ลี้ เร็วกว่านกกระจิบห้าหกเท่า..."
หลิวเซิ่งกระพือปีก แววตาฉายแววชื่นชม
วิหคเขียวหางดาบตัวนี้ แท้จริงแล้วคือหลิวเซิ่งที่แปลงร่างมา
"โครม~"
ทันใดนั้น ต้นไม้เล็กๆ หลายต้นเมื่อครู่ก็ล้มครืนลง รอยตัดเรียบเนียนราวกระจก
หลิวเซิ่งบินเข้าไปดู รอยตัดพวกนั้นอย่างละเอียด อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้น
"เมื่อกี้ข้าแค่สะบัดหางผ่านไปเฉยๆ เองนะ..."
เขากลอกตามอง เล็งเป้าไปที่หินก้อนใหญ่สูงสี่ห้าฟุต
ปีกสะบัดวูบ พุ่งตัวออกไป ร่างกายเคลื่อนไหวคล่องแคล่วกลางอากาศ บินวนรอบก้อนหินขึ้นลง
"ตูม~"
วินาทีถัดมา ก้อนหินก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ พังทลายลง ฝุ่นฟุ้งกระจาย นกกาแตกตื่นบินหนี
"ตุบ"
หลิวเซิ่งคืนร่างท่ามกลางหมอกขาว เอื้อมมือไปลูบรอยแตกของหิน แววตาพลันเหม่อลอย
ขนาดหินแข็งๆ ยังตัดขาดได้ง่ายดายขนาดนี้ ถ้าเป็นเลือดเนื้อของมนุษย์ล่ะ...
ไม่รู้ว่าผู้ฝึกยุทธ จะทนรับไหวไหม
ความเร็วในการบินปกติของวิหคเขียวหางดาบอยู่ที่ประมาณ 240 ลี้ต่อชั่วโมง แต่ในชั่วพริบตาที่เร่งความเร็วสูงสุด ความเร็วจะพุ่งไปเกือบ 900 ลี้
คนธรรมดามองไม่ทันแน่นอน บางที... ผู้ฝึกยุทธอาจจะต่างออกไป
"ฮู่ว"
เขาระงับความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ ล้วงเอามีดบินใบหลิวออกมาจากอกเสื้อ
มีดบินใบหลิวเหล็กกล้าชั้นดีที่ได้มาจากแผงลอยชุดนี้ มีทั้งหมดหกเล่ม ตัวมีดบางเฉียบดั่งกระดาษ รูปทรงคล้ายใบหลิว ยาวหนึ่งฟุต คมกริบทั้งสองด้าน
วินาทีที่นิ้วสัมผัสมีด ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดก็ผุดขึ้นในใจ...
แม้เขาจะไม่เคยปามีดบินมาก่อน แต่กลับรู้สึกเหมือนรู้โดยสัญชาตญาณ ว่าจะปายังไงให้แม่นและไกลที่สุด
จอมดาบโดยกำเนิด น่ากลัวจริงๆ
เขากวาดสายตา ความเคลื่อนไหวในระยะสามสิบก้าว ล้วนอยู่ในสายตา
ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว หิ่งห้อยเริ่มบินว่อน นกบินกลับรัง ป่าที่เคยเงียบสงบเริ่มกลับมาคึกคัก
แมงมุม จิ้งจก ค้างคาว งูเขียวหางไหม้ เม่น หนูนา กระต่ายป่า...
แค่แวบเดียว หลิวเซิ่งก็ล็อกเป้ากระต่ายป่าตัวนั้น กับหนูนาอีกสองตัวที่อยู่ห่างออกไปห้าหกก้าว
รวมๆ กันแล้ว น่าจะได้เนื้อสักสิบจินกว่า
พอสำหรับกินพรุ่งนี้
ท่ามกลางแสงสลัว ประกายความเย็นเยียบสามสายฉีกกระชากอากาศ
"ฉึก ฉึก ฉึก"
ไม่ไกลนัก กระต่ายป่าสีเทาหนักหกเจ็ดจินเหมือนจะได้กลิ่นอันตราย รีบกระโดดหนี
แต่กลับกลายเป็นการเอาคอไปรับปลายมีดใบหลิวที่พุ่งมาพอดีเป๊ะ
ในขณะเดียวกัน หนูนาสองตัวที่เพิ่งโผล่ออกมาจากรู ยังไม่ทันได้ร้องสักแอะ ก็ล้มตึงสิ้นใจคาที่
พรสวรรค์ [เนตรวิหค] ผสานกับ [จอมดาบโดยกำเนิด] บวกกับชุดมีดบินอันคมกริบ...
ระเบิดพลังสังหารที่น่าสะพรึงกลัว
สำหรับสัตว์ตัวเล็กๆ ในป่า นี่มันคือการรังแกกันชัดๆ
"ต่อไปไม่ต้องกลัวไม่มีเนื้อกินแล้ว..."
หลิวเซิ่งเดินเข้าไป เก็บเหยื่อสามตัว แล้วดึงมีดบินกลับมา ฉีกยิ้มกว้าง
"โฮก"
ทันใดนั้น ทิศทางของเขาเฮยเฟิงก็มีเสียงเสือคำรามดังกึกก้อง ราวกับกลองสวรรค์รัวลั่น ทำเอาต้นไม้สั่นไหวใบไม้ร่วงกราว
สัตว์น้อยใหญ่ในป่าต่างพากันแข้งขาอ่อน ลงไปหมอบสั่นงันงกกับพื้น
หลิวเซิ่งรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง ขนลุกชันไปทั้งตัวโดยไม่รู้ตัว
เสือตัวนี้... ท่าทางจะไม่ธรรมดาซะแล้ว
[จบแล้ว]