เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,070 ผนึกครึ่งวิญญาณ

ตอนที่ 1,070 ผนึกครึ่งวิญญาณ

ตอนที่ 1,070 ผนึกครึ่งวิญญาณ


ตอนที่ 1,070 ผนึกครึ่งวิญญาณ

“การอัปเกรดเสร็จสิ้น! บัญชีผู้เล่นหมายเลข EDC992345654 ทำการเชื่อมต่อกับบัญชีตัวละครหมายเลข 3418FF9750 สำเร็จ” เสียงของระบบดังขึ้นมาในหัวของเซี่ยเฟยอย่างปริศนา

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ระบบบังคับให้ฉันผูกมัดกับเสี่ยวซิงงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยพึมพำพร้อมกับขมวดคิ้ว

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็รีบเดินออกมาจากห้องเพื่อกลับไปยังแคปซูลระบบจำลองอย่างสงสัย โดยมีฝูเฉินตามมาติด ๆ ด้วยความอยากรู้ แม้แต่ลินนิจที่ไม่ค่อยชอบหน้าชายชราก็ยังปรากฏตัวขึ้นมาเช่นเดียวกัน กระทั่งวิญญาณอมตะไม่ทราบชื่อในกำไลของฝูเฉินก็กำลังมองไปทางเซี่ยเฟยอย่างสนใจ

เมื่อเซี่ยเฟยเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ เขาก็ได้พบกับตัวละครเสี่ยวซิงปรากฏขึ้นมาให้เลือกในตำแหน่งเดิม แต่ทันทีที่เขาเลือกเข้าคุมตัวละครตัวนี้ เขากลับได้พบว่าเสี่ยวซิงหลังการอัปเกรดมีความแข็งแกร่งมากกว่าเสี่ยวซิงที่เขาเคยเล่นในตอนแรกอยู่เล็กน้อย

“ตัวละครของนายถูกเพิ่มความสามารถขึ้นมางั้นเหรอ?” ฝูเฉินกล่าวด้วยความประหลาดใจ

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ทางบริษัทมีการตั้งค่าให้ตัวละครอัปเกรดความสามารถได้ด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างสับสน

“บริษัทโซลเวอชวลเป็นบริษัทที่ค่อนข้างจะลึกลับมาก บางทีพวกเขาอาจจะแอบตั้งค่าโปรแกรมอะไรแบบนี้เอาไว้ก็ได้ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้มันก็ไม่เคยมีใครคิดจะทำการเล่นตัวละครแบบเสี่ยวซิงมาก่อน มันเลยไม่มีใครได้พบความลับเหมือนกับที่นายได้พบเจอ”

“ฉันว่านี่เป็นโอกาสหายากสำหรับนายแล้ว เท่าที่ฉันสังเกตดูการฝึกฝนด้วยเสี่ยวซิงมันช่วยทำให้ผนึกวิญญาณดวงแรกในโซลมาร์คของนายมีความมั่นคงมากกว่าเดิม ถึงยังไงตอนนี้ร่างกายก็ยังไม่เอื้ออำนวยให้นายต่อสู้กับใครในโลกแห่งความเป็นจริงอยู่แล้ว ช่วงนี้นายควรเติมเต็มรากฐานให้มั่นคงมากที่สุดจะดีกว่า”

“ไม่ว่าจะเป็นการฝึกในระบบพลังวิญญาณหรือในระบบพลังจิตวิญญาณต่างก็ล้วนแล้วแต่จำเป็นจะต้องพึ่งพาผนึกวิญญาณดวงแรกเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด ความมั่นคงของผนึกวิญญาณไม่เพียงแต่จะกำหนดทิศทางในอนาคตของผู้ฝึกแต่ละคนได้เท่านั้น แต่มันยังเป็นรากฐานสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จในอนาคตของทุกคนอีกด้วย” ฝูเฉินอธิบาย

“อือ ฝูเฉินพูดถูกแล้ว ผนึกวิญญาณดวงแรกมีความสำคัญมากจริง ๆ ในเมื่อเสี่ยวซิงช่วยให้นายปรับปรุงพื้นฐานได้ นายก็ควรจะใช้ตัวละครนี้ในการพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ” ลินนิจกล่าวเสริม

ช่วงแรกความสัมพันธ์ระหว่างลินนิจกับฝูเฉินดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปกำแพงระหว่างทั้งคู่ก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ

วิธีการฝึกผ่านระบบเสมือนจริงเป็นวิธีแปลกใหม่และชายหนุ่มก็ชื่นชอบฝึกฝนด้วยวิธีนี้มาก อีกอย่างในช่วงนี้เขาก็ไม่สามารถฝึกฝนพลังทางกายภาพอย่างกฎแห่งความเร็วและกฎแห่งความโกลาหลได้อยู่แล้ว เขาจึงตั้งใจจะใช้ช่วงเวลานี้มุ่งเน้นการพัฒนาไปที่พลังวิญญาณระหว่างรอให้ร่างกายของเขาฟื้นฟูกลับมาดังเดิม

บริเวณห้องโถงโซลแบทเทิลยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังรอคอยเสี่ยวเฟยอย่างใจจดใจจ่อ ท้ายที่สุดไอดอลของพวกเขาก็หายตัวไปทันทีที่ชายหนุ่มได้ทำการสังหารเฉียนตูจนเสร็จ ทุกคนจึงรอคอยอย่างคาดหวังเพื่อที่จะดูการแสดงอันน่าทึ่งของเซี่ยเฟยต่อไป

ปัจจุบันมีผู้เล่นระดับแรงค์ 2 ประมาณ 10 คนต้องการที่จะท้าทายเซี่ยเฟย เพราะหลังจากที่พวกเขาได้ดูการต่อสู้ระหว่างชายหนุ่มกับเฉียนตู มันก็ทำให้พวกเขาอยากจะลองปะทะกับภูติสังหารแขนเดียวสักครั้ง

“เสี่ยวเฟยยังไม่ยอมกลับมาออนไลน์อีกงั้นเหรอ?”

“เรื่องนี้มันก็น่าเห็นใจเขาอยู่นะ เห็นไหมล่ะว่าเขากำลังถูกท้าทายด้วยผู้เล่นแรงค์ 2 มากกว่า 10 คน ไม่ว่าใครก็ต้องกังวลเรื่องนี้ด้วยกันทั้งนั้นแหละ อีกอย่างตัวละครที่เขาใช้ยังเป็นตัวละครที่ไร้ประโยชน์ที่สุดของผู้เล่นแรงค์ 1 ด้วย”

“ฉันว่าเสี่ยวเฟยคงจะจบตำนานเอาไว้แค่นี้แหละ พวกเราอย่าเสียเวลารอเขาต่อไปเลย”

“จบตำนานตอนนี้เนี่ยนะ?! นายไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน”

“ลองคิดดูสิ ก่อนหน้านี้เขาคว้าชัยชนะต่อเนื่อง 101 ครั้งและสามารถจัดการกับผู้เล่นแรงค์ 2 ได้อีกด้วย เรื่องราวของเขาย่อมกลายเป็นตำนาน แล้วเขาจะเอาชื่อของตัวเองมาทิ้งกับพวกผู้เล่นที่อยากจะท้าทายเขาทำไม”

“นั่นสินะ ถ้าฉันเป็นเสี่ยวเฟยฉันก็คงจะไม่กลับมาแล้วเหมือนกัน”

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องนี้ไปต่าง ๆ นานา จู่ ๆ เสี่ยวเฟยก็ปรากฏตัวแล้วเขายังยอมรับคำท้าทายจากผู้เล่นแรงค์ 2 ทั้งหมดอีกด้วย

“บ้าไปแล้ว! จักรวาลนี้มีคนบ้าอย่างเสี่ยวเฟยอยู่ด้วยงั้นเหรอ?!”

เหล่าบรรดาผู้รับชมต่างก็ส่งเสียงตะโกนอย่างตกใจ แต่ถ้าหากว่าใครได้รู้จักกับตัวตนของเซี่ยเฟยจริง ๆ พวกเขาก็จะรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่เคยมีความคิดที่จะยอมแพ้

ยิ่งไปกว่านั้นโอกาสที่ได้ต่อสู้ในระบบเสมือนจริงยังเป็นโอกาสดีที่เซี่ยเฟยจะได้พัฒนา แล้วเขาจะยอมพลาดโอกาสดี ๆ แบบนี้ไปได้ยังไง

ไม่นานระบบก็ทำการส่งคู่ต่อสู้คนแรกไปให้กับเซี่ยเฟย ชายหนุ่มจึงยกแขนซ้ายชี้หน้าไปยังฝั่งตรงข้ามอย่างท้าทาย

แม้แต่คนโง่ก็เห็นได้ชัดว่าท่าทางของเซี่ยเฟยเต็มไปด้วยความจริงจัง และมันยังเป็นการประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่าฉันจะสู้กับคุณจนตาย

เมื่อสัญญาณไฟเขียวเริ่มต้นขึ้น ชายหนุ่มก็พุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล เพื่อทำการต่อสู้อย่างสุดกำลังราวกับว่าสนามรบแห่งนี้คือสนามรบที่แท้จริง

ดินแดนกฎ

ปัจจุบันเซี่ยกวงไห่กำลังคุ้มกันแอวริลกับเซียวรั่วหยูไปยังช่องว่างมิติเพื่อเยี่ยมเยียนแท่งทองผู้ซึ่งเป็นหนอนด้วงมิติตัวสีทองของเซี่ยเฟย

นับตั้งแต่ที่เซี่ยเฟยหลุดเข้าไปในจักรวาลอัลฟ่า แท่งทองก็พยายามโจมตีเส้นทางระหว่างช่องว่างมิติกับจักรวาลอัลฟ่าอย่างโศกเศร้า น่าเสียดายที่ในช่องว่างมิติก็มีผนึกอันแน่นหนาคล้ายกับประตูจักรวาล ดังนั้นไม่ว่าหนอนด้วงมิติตัวนี้จะแข็งแกร่งสักแค่ไหน แต่มันก็ไม่สามารถออกเดินทางไปหาผู้มีพระคุณของมันได้จริง ๆ

แอวริลรู้ดีว่าแท่งทองให้ความเคารพเซี่ยเฟยมากแค่ไหน เธอจึงกังวลว่าหนอนด้วงตัวนี้อาจจะทำอะไรโง่ ๆ ในระหว่างที่ไม่มีใครเห็น และเมื่อเปรียบเทียบกับขนอุยที่มีนิสัยอันเจ้าเล่ห์แล้ว แท่งทองก็มีนิสัยที่ซื่อตรง มันจึงยิ่งทำให้แอวริลรู้สึกเอ็นดูหนอนตัวนี้มากขึ้นกว่าเดิม

“มันช่างภักดีต่อพี่ชายเซี่ยเฟยจริง ๆ หลังจากที่เขาออกไปจากดินแดนกฎ มันก็คงจะแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนจนทำให้ร่างกายซูบผอมไปแบบนั้น” เซียวรั่วหยูกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันไม่คิดว่ามันเป็นแบบนั้นนะ ถึงแม้แท่งทองจะตัวเล็กลงกว่าเดิม แต่มันกลับแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับการโจมตีข่ายพลังงานจะเป็นการฝึกฝนสำหรับมัน บางทีเรื่องนี้อาจจะเป็นประโยชน์กับมันในระยะยาว”

“น่าเสียดายที่ริเวอร์บอกว่าข่ายพลังงานในช่องว่างมิติแข็งแกร่งกว่าผนึกที่ปิดประตูจักรวาลเอาไว้เสียอีก ด้วยผนึกที่แข็งแกร่งขนาดนี้มันก็อย่าว่าแต่แท่งทองเลย เพราะแม้แต่ริเวอร์ก็ไม่สามารถที่จะบุกผ่านข่ายพลังนี้ไปได้ ไม่ว่าแท่งทองจะพยายามมากแค่ไหน แต่มันก็คงจะไม่มีทางไปหาเซี่ยเฟยผ่านช่องทางนี้ได้จริง ๆ” เซี่ยกวงไห่กล่าว

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้พี่เขาเป็นยังไงบ้าง แต่พี่เขาย่อมสบายดีแน่นอน น่าเสียดายที่นิสัยติดตัวพี่เขาไม่ค่อยดีนัก ทำไมเขาถึงชอบหายตัวไปบ่อย ๆ แล้วทำให้ทุกคนรู้สึกกังวล” เซียวรั่วหยูกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

แอวริลนิ่งเงียบพร้อมกับจับมือเซียวรั่วหยูเอาไว้แน่น และยิ่งพวกเธออยู่ด้วยกันนานเท่าไหร่ความเข้าอกเข้าใจของพวกเธอก็พัฒนาขึ้นมาจนเกือบจะเป็นพี่น้องกันแล้ว

“พวกเธอไม่จำเป็นจะต้องเป็นห่วงเซี่ยเฟยหรอก อย่าลืมว่าตอนนี้เขามีเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตแล้ว ถึงแม้ร่างกายเขาจะถูกทำลายแต่เขาก็สามารถเกิดใหม่ได้ตลอดเวลา การที่เรายังไม่มีข่าวหมายความว่าเขายังสบายดี บางทีวันหนึ่งเขาอาจจะปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับสัตว์ประหลาดที่ทำให้ทุกคนหวาดกลัวไปเลยก็ได้” เซี่ยกวงไห่กล่าวพร้อมกับแสดงท่าทางเป็นสัตว์ประหลาดจนทำให้แอวริลกับเซียวรั่วหยูหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

น่าเสียดายที่ทุกคนไม่รู้เลยว่าแท้ที่จริงเซี่ยเฟยคือโซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้และไม่มีเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต ซึ่งริเวอร์ก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้คนอื่นทราบด้วยเช่นกัน เพราะเขากลัวว่ามันจะทำให้ทุกคนรู้สึกกังวล

“เดี๋ยวก่อน! แท่งทองมันหายไปไหนแล้ว?” เซี่ยกวงไห่อุทานอย่างสงสัย

“รีบออกไปตามหามันเร็ว ๆ เข้า” เซี่ยกวงไห่หันไปสั่งการฝูงหมาป่าที่ติดตามเขามาในทันที ทุกคนจึงรีบแยกย้ายกันออกไปเพื่อออกตามหาแท่งทองท่ามกลางพื้นที่ที่มีเพียงแค่แสงสลัว

ไม่นานเซี่ยกวงไห่ก็ได้รับรายงานว่าตอนนี้แท่งทองไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ กับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว

“บางทีแท่งทองอาจจะคิดว่าเส้นทางนี้เป็นทางตัน มันเลยหันหัวไปหาเส้นทางอื่น” เซี่ยกวงไห่กล่าวพร้อมกับยักไหล่

“แท่งทองไม่ค่อยฉลาดมากนักและมันก็ดื้อมาก ฉันหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับมันนะ” แอวริลกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ไม่ต้องห่วงมันหรอก พวกเรากลับกันก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะแจ้งพวกมารให้ช่วยพาหนอนด้วงมิติเข้ามาสำรวจหาแท่งทองเอง อย่างน้อยพวกมันก็เป็นหนอนด้วงมิติเหมือนกัน การติดตามร่องรอยแท่งทองอาจจะไม่ยากมากเกินไป” เซี่ยกวงไห่กล่าว

“ผนึกวิญญาณดวงครึ่ง!? นี่นายปลดผนึกผนึกวิญญาณดวงครึ่งได้แล้วงั้นเหรอ?” ฝูเฉินเบิกตากว้างมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ในฐานะที่ชายชราเป็นโซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้ เขาจึงมีความสามารถในการมองเห็นพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเซี่ยเฟยที่ถูกปิดผนึกเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งในวันนี้ทันทีที่เซี่ยเฟยก้าวเท้าออกมาจากแคปซูลเสมือนจริง ฝูเฉินก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์

“ผมก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน หลังจากการต่อสู้สิ้นสุดลงระบบก็แจ้งเตือนถึงการปลดผนึกขั้นที่ 2 ต่อมาอีกไม่นานพลังวิญญาณก็ค่อย ๆ เข้ามารวมตัวกันในสมอง แต่น่าเสียดายที่ผนึกวิญญาณอันที่ 2 มันค่อนข้างที่จะขมุกขมัวไปหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าว

“ถึงมันจะเห็นไม่ชัดแต่มันก็คือผนึกวิญญาณจริง ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่นายพัฒนาต่อไปมันก็จะกลายเป็นผนึกวิญญาณที่สมบูรณ์ ซึ่งโดยปกติพวกเราจะเรียกผนึกที่คลุมเครือแบบนี้ว่าผนึกวิญญาณอีกครึ่งดวง”

“แม้ตอนนี้นายจะมีผนึกวิญญาณเพียงแค่ดวงครึ่ง แต่มันก็เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าที่รวดเร็วมาก อีกอย่างการพัฒนาในครั้งนี้มันก็จะทำให้นายสามารถใช้ทักษะการต่อสู้ในระดับที่ 2 ได้แล้ว” ฝูเฉินกล่าว

“วันนี้ผมเหนื่อยแล้ว ขอตัวไปพักก่อน” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อชายหนุ่มเดินกลับเข้าไปภายในห้อง ฝูเฉินก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพร้อมกับถอนหายใจออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เวลาแค่ 7 วันแต่พัฒนาไปได้ครึ่งระดับเนี่ยนะ?! ความเร็วในการพัฒนาของเขามันปาฏิหาริย์ชัด ๆ”

***************

แม้แต่ฝูเฉินก็ยังคงตกตะลึงเรื่อย ๆ 5555

จบบทที่ ตอนที่ 1,070 ผนึกครึ่งวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว