- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,069 เสียงในหัว
ตอนที่ 1,069 เสียงในหัว
ตอนที่ 1,069 เสียงในหัว
ตอนที่ 1,069 เสียงในหัว
“ว้าว! นายน้อยเซียวหล่อจังเลย” เย่จือสุ่ยอุทานขึ้นมาด้วยแววตาอันเป็นประกาย
“เขาอาจจะไม่ใช่คุณชายเสี่ยวเซียวก็ได้ ตระกูลเซียวมีชื่อเสียงทางด้านโซลอีทเตอร์ ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าตระกูลของพวกเขาจะมีทักษะการเคลื่อนไหวที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ อีกอย่างโซลอีทเตอร์จะมีความเชี่ยวชาญการต่อสู้ในระยะไกล ผมไม่คิดว่าตระกูลเซียวจะเสียเวลามาพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้ในระยะประชิด” ซีหว่าถูกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ตระกูลใหญ่ตระกูลไหนไม่ซ่อนความลับเอาไว้บ้าง บางทีตระกูลเซียวอาจจะซ่อนทักษะการเคลื่อนไหวนี้เอาไว้ก็ได้ อย่าลืมนะว่าศูนย์ฝึกเสมือนจริงมีเอาไว้สำหรับรองรับแขกวีไอพี ถ้าสิ่งที่เราเห็นไม่ใช่คะแนนของเสี่ยวเซียวแล้วมันจะเป็นคะแนนของใคร?” เย่จือสุ่ยยังคงคัดค้านอย่างดื้อรั้น
ท่าทางของเด็กสาวทำให้ซีหว่าถูพูดอะไรไม่ถูก และถึงแม้ว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล แต่เขาก็ไม่มีหลักฐานมาหักล้างการคาดเดาของหญิงสาวได้อยู่ดี
“ดูนั่น! การต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!! ฉันคิดมาตลอดว่าการต่อสู้ระยะประชิดเป็นการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นที่สุด โดยเฉพาะการหลบหลีกการโจมตีในระยะใกล้และจู่โจมเข้าใส่ศัตรูอย่างฉับพลัน มันเป็นการเคลื่อนไหวที่โคตรจะเท่เลย” เย่จือสุ่ยกล่าวอย่างตื่นเต้น
—
เมื่อคู่ต่อสู้ร่างสูงปรากฏตัวยังฝั่งตรงข้าม เซี่ยเฟยก็ไม่ได้รีบเคลื่อนไหวอย่างที่เขาชอบใช้ในการต่อสู้วันแรก ท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็ยอมใช้เงินเดิมพันเพื่อมาท้าทาย ชายคนนี้ย่อมต้องศึกษาวิธีการต่อสู้ของเขามาบ้างแล้ว ดังนั้นการใช้วิธีโจมตีในรูปแบบเดิม ๆ ย่อมไม่ได้ผลอีกต่อไป
ข้อมูลของชายร่างสูงมีเพียงนามแฝงที่ชื่อว่าเฉียนตูเท่านั้น ตัวละครที่เขาเลือกใช้ก็เป็นตัวละครของระบบไม่ใช่ตัวละครที่เกิดจากการจำลองร่างกายของเขาขึ้นมาจริง ๆ
เฉียนตูเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาไม่คิดว่าเซี่ยเฟยจะยังคงสงบนิ่งและล้วงมือทั้งสองข้างลงกระเป๋าราวกับว่าตัวเองเป็นคนไม่มีพิษมีภัย
“อะไรกัน อย่าบอกนะว่านายไม่อยากสู้แล้ว ทำไมถึงไม่โจมตีเข้ามาล่ะ?” เฉียนตูถาม
“ถ้าฉันยอมแพ้มันก็ดีกับคุณไม่ใช่เหรอ? อย่างน้อยคุณก็จะได้คะแนนไปฟรี ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่
‘เป็นไปไม่ได้ เขาไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนี้แน่’ เฉียนตูคิดกับตัวเองภายในใจ
หากใครได้เห็นการต่อสู้ของเซี่ยเฟยเมื่อวานนี้ พวกเขาก็จะรู้ได้ในทันทีว่าชายหนุ่มที่กำลังยืนยิ้มอย่างไร้เดียงสาแท้ที่จริงคือนักฆ่าที่เหี้ยมโหดมาก
การกระทำของเซี่ยเฟยทำให้เฉียนตูรู้สึกกังวล เพราะเขาไม่เข้าใจว่าเซี่ยเฟยกำลังวางแผนอะไรเอาไว้กันแน่
ทันใดนั่นเองหนุ่มหน้ายาวก็เงยหน้าขึ้นมองดูเวลานับถอยหลังบนหน้าจอ ซึ่งทันทีที่เขาละความสนใจเซี่ยเฟยก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
เนื่องมาจากการท้าทายในครั้งนี้คือการท้าทายจากผู้เล่นแรงค์สูง เฉียนตูจึงจำเป็นจะต้องจัดการเซี่ยเฟยให้ได้ภายใน 3 นาที และตราบใดก็ตามที่เวลานับถอยหลังสิ้นสุดลง ในเวลานั้นผู้ท้าชิงก็จะถือว่าได้รับความพ่ายแพ้กลับไปด้วยเช่นกัน
เมื่อเฉียนตูรู้แล้วว่าเซี่ยเฟยกำลังพยายามถ่วงเวลา ชายหนุ่มก็ไม่จำเป็นจะต้องรั้งรออีกต่อไป เขาจึงได้ใช้ช่วงเวลาที่อีกฝ่ายกำลังคิดฟุ้งซ่านเพื่อเริ่มดำเนินการจู่โจมอย่างฉับพลัน
เซี่ยเฟยเริ่มก้าวเท้าด้วยย่างก้าวอันแปลกประหลาดเคลื่อนตัวเข้าหาเฉียนตูได้อย่างอัศจรรย์ ระหว่างนั้นมีดภายในมือก็ทำการจู่โจมไปยังบริเวณหัวไหล่ แต่ในท้ายที่สุดมันกลับเลื้อยลงไปจู่โจมบริเวณน่องอย่างช่ำชอง
“ร้ายกาจมาก! การเคลื่อนไหวของนายน้อยเซียวมันช่างเป็นการเคลื่อนไหวที่เจ้าเล่ห์มากจริง ๆ” เย่จือสุ่ยอุทานขึ้นมาอย่างตกใจ
ระหว่างที่เด็กสาวกำลังส่งเสียงเชียร์ ผู้ชมเป็นจำนวนมากก็กำลังตกตะลึงด้วยเช่นกัน เพราะเซี่ยเฟยสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางการโจมตีได้อย่างฉับพลัน หมายความว่าชายหนุ่มคนนี้สามารถจู่โจมเข้าใส่เป้าหมายได้ทุกที่และสามารถเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา
ม่านแสงทำลายวิญญาณ!
เฉียนตูส่งเสียงร้องคำราม ก่อนที่มันจะได้มีม่านแสงทรงกลมระเบิดออกมาจากร่างของเขาอย่างฉับพลัน
นี่คือทักษะของโซลอีทเตอร์ที่มีเอาไว้ทำลายศัตรูโดยเฉพาะ และถ้าหากว่าทั้งสองฝ่ายมีระดับใกล้เคียงกัน การโจมตีของโซลอีทเตอร์มันก็จะมีพลังมากกว่าการโจมตีของโซลฮันเตอร์ไปขั้นหนึ่ง
เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อการโจมตีของตัวเองไม่สามารถสัมผัสกับฝ่ายตรงข้ามได้อีกต่อไป ท้ายที่สุดอาวุธที่ตัวละครของเขากำลังใช้ก็ไม่ใช่อาวุธวิญญาณที่สามารถทำลายม่านแสงของคู่ต่อสู้เข้าไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นเสี่ยวซิงก็ไม่ได้มีพลังที่เกี่ยวข้องกับความเร็วทำให้เขาไม่สามารถหลบหนีม่านแสงทำลายวิญญาณในระยะประชิดได้ด้วยเช่นเดียวกัน สมองของชายหนุ่มจึงพยายามประมวลผลเพื่อให้รอดพ้นจากสถานการณ์นี้อย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั่นเองมุมปากของเซี่ยเฟยก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะร่างของเขาจะเคลื่อนไหวไปด้านหลังของเฉียนตูอย่างฉับพลัน ในเวลาเดียวกันแขนข้างซ้ายของเขาก็ได้เหยียดออกไปจู่โจมเข้าใส่ม่านแสงทำลายวิญญาณที่กำลังถูกปลดปล่อยออกมาโดยตรง!
“เรียบร้อย เสี่ยวเฟยได้เสียแขนของตัวเองไปแน่ ๆ” ทุกคนที่กำลังดูการต่อสู้ต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ
เสี่ยวเซียวที่กำลังอาบน้ำก็ขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ขณะเย่จือสุ่ยในห้องฝึกก็กำลังยกมือขึ้นมาปิดปากด้วยความกลัว
ทันใดนั้นภาพที่น่าเหลือเชื่อก็ได้เกิดขึ้น เพราะมันมีเงาปริศนาเจาะทะลุเข้าไปในม่านแสงทำลายวิญญาณ แน่นอนว่าทักษะนี้ก็ไม่ใช่ทักษะอื่นใดเลยนอกเสียจากวิชาโซลชาโดว์ ซึ่งเป็นวิชาที่โซลฮันเตอร์ใช้ต่อสู้โดยทั่วไป
เศษเสี้ยวของโซลชาโดว์ร้องคำรามเจาะทะลุเข้าไปภายในร่างของเฉียนตูโดยตรง ระหว่างนั้นแขนซ้ายของเซี่ยเฟยที่ยื่นเข้าไปปลดปล่อยโซลชาโดว์ในระยะใกล้ก็ถูกม่านแสงทำลายวิญญาณเผาทำลายจนกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยเช่นกัน
แขนหนึ่งข้างแลกกับชีวิตของคู่ต่อสู้!
ม่านแสงทำลายวิญญาณมีความร้ายกาจดั่งชื่อของวิชานี้จริง ๆ เพราะมันไม่เพียงแต่จะทำร้ายแขนข้างซ้ายของชายหนุ่มลงไปเท่านั้น แต่มันยังสร้างความเจ็บปวดให้กับวิญญาณของเขาอย่างรุนแรงอีกด้วย
“ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้?!” เฉียนตูร้องคำรามขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่ร่างของเขาค่อย ๆ เสียชีวิตลง
การต่อสู้ดำเนินไปภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้นและผลลัพธ์ก็จบลงด้วยผู้ท้าชิงถูกจู่โจมจนเสียชีวิต
เฮ้!
เสียงเชียร์ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยผู้ที่มีความรู้ต่างก็ชื่นชมความบ้าคลั่งที่เซี่ยเฟยได้ใช้ในการแลกชีวิตของคู่ต่อสู้ ในขณะที่คนธรรมดาก็ได้มองการต่อสู้ครั้งนี้อย่างตื่นเต้นด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดเสี่ยวเฟยก็เพิ่งใช้ตัวละครที่อ่อนแอที่สุดภายในเกมเพื่อจัดการกับผู้เล่นแรงค์ 2
ปัง!
อ่างน้ำหินอ่อนราคาแพงถูกเสี่ยวเซียวทุบจนแตกออกเป็นชิ้น ๆ
“มันเอาเสี่ยวซิงจัดการกับผู้เล่นแรงค์ 2 ได้ยังไง!? ไม่! ฉันไม่มีทางเชื่อเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด!!”
อีกด้านหนึ่งเย่จือสุ่ยก็กำลังนั่งนิ่งด้วยความสยดสยองในตอนแรก แต่เมื่อเธอตั้งสติกลับมาได้อีกครั้งเด็กสาวก็เริ่มส่งเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น
“โคตรเท่! เสี่ยวเซียวโคตรจะเท่เลย!!”
‘ไม่มีทาง! คนจากตระกูลใหญ่ไม่มีทางใช้วิธีบ้าคลั่งแบบนี้แน่ ๆ เสี่ยวเซียวจะยอมเสียสละแขนของตัวเองเพื่อสังหารศัตรูจริง ๆ เหรอ?’ ซีหว่าถูคิดกับตัวเองภายในใจ
ระหว่างที่ผู้ชมกำลังส่งเสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง เซี่ยเฟยก็กำลังยืนอยู่นิ่ง ๆ ด้วยความตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นภายในหัว
“ปลดผนึกวิญญาณดวงแรกเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการอัปเกรด”
ระหว่างที่ระบบกำลังทำการอัปเกรด ร่างกายที่เสียหายของเสี่ยวซิงก็ค่อย ๆ ได้รับการซ่อมแซมขึ้นมาทีละน้อย นอกจากนี้มันก็ดูเหมือนกับจะมีพลังอะไรบางอย่างเริ่มไหลเข้าสู่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 และถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ระบบจำลอง แต่ความรู้สึกที่ได้สัมผัสมันก็ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออก
“ฉันอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงแพ้ คุณช่วยบอกความผิดพลาดมาให้กับฉันหน่อยได้ไหม?”
ระหว่างที่เซี่ยเฟยยังไม่ทันได้สังเกต ร่างกายของเฉียนตูก็ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง โดยในปัจจุบันเขากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นพร้อมกับถามคำถามคาใจในขณะที่ศีรษะยังคงก้มต่ำลง
“เพราะสัญชาตญาณของคุณมุ่งเน้นไปที่การตั้งรับเป็นหลัก” เซี่ยเฟยกล่าวแนะนำด้วยรอยยิ้ม
“มุ่งเน้นไปที่การตั้งรับ?” เฉียนตูอุทานอย่างสับสน
“ถูกต้อง ถ้าหากคุณมุ่งเน้นใช้ม่านแสงทำลายวิญญาณเพื่อจู่โจม ถึงแม้ฉันจะเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วแต่ฉันก็ไม่มีทางป้องกันการโจมตีที่รุนแรงแบบนั้นได้”
“แต่สิ่งที่คุณทำคือการใช้ม่านแสงทำลายวิญญาณออกมาป้องกันร่างกายของตัวเองตามสัญชาตญาณ ซึ่งตราบใดก็ตามที่ฉันเคลื่อนไหวผิดพลาดแม้แต่เพียงครั้งเดียว คนที่ชนะมันก็คงจะเป็นตัวคุณอยู่ดี”
“น่าเสียดายที่ฉันไม่มีความคิดที่จะตั้งรับ และนั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมคุณถึงเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างจริงใจ
เฉียนตูสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย เนื่องจากการปลดปล่อยม่านแสงทำลายวิญญาณเป็นไปตามสัญชาตญาณของเขาจริง ๆ อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็เป็นคนที่เคลื่อนไหวได้อย่างโหดเหี้ยมมากเกินไป เพราะชายคนนี้ยินดีที่จะสละแขนซ้ายเพื่อทำลายชีวิตของศัตรู
นี่คือเหตุผลที่เขาแพ้!
หลังอธิบายจบเซี่ยเฟยก็ต้องการจะออกจากระบบอย่างรวดเร็ว เพราะการเปลี่ยนแปลงของเสี่ยวซิงเริ่มส่งผลกระทบต่อร่างกายของเขาด้วยเหมือนกัน
“เดี๋ยวก่อน! ถ้าหากว่านี่คือสนามรบจริง ๆ คุณจะยังกล้าใช้การโจมตีที่บ้าคลั่งแบบนั้นอยู่อีกไหม?” เฉียนตูตะโกนถามเสียงดัง
“ฉันไม่เคยคิดว่าที่นี่คือสนามรบจำลอง ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหรือเมื่อไหร่ฉันก็พร้อมที่จะทำลายศัตรูได้ทุกเมื่อ” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างสงบ
หลังจากพูดจบชายหนุ่มก็ออกจากระบบอย่างรวดเร็ว ขณะที่เฉียนตูกับผู้รับชมการต่อสู้ยังคงนิ่งเงียบจากคำพูดสุดท้ายของเซี่ยเฟย
“ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหรือเมื่อไหร่ฉันก็พร้อมที่จะทำลายศัตรูได้ทุกเมื่อ!? เสี่ยวเฟยแข็งแกร่งมาก สมแล้วที่เขาสามารถแสดงพลังของเสี่ยวซิงออกมาได้มากขนาดนี้”
“นั่นสินะ พวกเราไม่ควรจะคิดว่าที่นี่คือสนามรบจำลอง แต่เราควรทำเหมือนกับว่าที่นี่คือสนามรบที่แท้จริง”
คำพูดง่าย ๆ เพียงประโยคเดียวกลับปลุกจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของทุกคนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งหลังจากนี้มุมมองของผู้ชมที่มีต่อโซลแบทเทิลมันก็จะเปลี่ยนไปจากเดิมตลอดกาล
“โคตรเท่เลย! ทำไมนายน้อยเซียวถึงเท่ขนาดนี้!!” เย่จือสุ่ยตะโกนเสียงดัง
ทุกคนต่างก็มีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรง แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยไม่ได้ยินคำพูดของคนเหล่านั้นเลย
หลังจากออกจากระบบเซี่ยเฟยก็รีบวิ่งเข้าไปภายในห้อง จากนั้นเขาก็กระแทกปิดประตูอย่างรุนแรงจนทำให้แม้แต่ฝูเฉินที่อยู่ด้วยกันก็ยังไม่รู้ว่าชายหนุ่มต้องการจะทำอะไร
การอัปเกรดเสร็จสิ้น!
ถึงแม้เซี่ยเฟยจะออกมาจากเกม แต่เสียงของระบบก็ยังคงดังกึกก้องอยู่ภายในหัว สีหน้าของชายหนุ่มจึงเริ่มจริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากจนเกินไป
***************
พี่เฟยถูกชิปฝังเข้าไปในสมองแล้ว?