เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,068 เข้าใจผิด

ตอนที่ 1,068 เข้าใจผิด

ตอนที่ 1,068 เข้าใจผิด


ตอนที่ 1,068 เข้าใจผิด

ในจักรวาลมีเรื่องเข้าใจผิดเกิดขึ้นอย่างมากมาย เพราะในระหว่างที่เด็กสาวคนหนึ่งได้บังเอิญเห็นข้อมูลการฝึกที่เซี่ยเฟยทิ้งเอาไว้ เธอก็คิดว่าข้อมูลนั้นคือข้อมูลของเสี่ยวเซียว ที่สำคัญคือเธอยังทึกทักเอาเองว่านายน้อยคนนี้คือผู้ควบคุมเสี่ยวซิงจนก่อให้เกิดความวุ่นวายเมื่อวานที่ผ่านมา

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยผู้ซึ่งเป็นต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดก็ไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นเลย เพราะในปัจจุบันเขากำลังมุ่งเน้นความสนใจไปที่การฝึกฝนเพียงอย่างเดียว

ผู้คนมักจะเติบโตในช่วงเวลาอันยากลำบาก และในปัจจุบันมันก็ไม่มีอะไรสร้างความยากลำบากได้มากเท่ากับการควบคุมตัวละครที่อ่อนแออย่างเช่นเสี่ยวซิงแล้ว เพราะถ้าหากว่าเขาสามารถควบคุมพลังผ่านตัวละครนี้ได้อย่างคล่องแคล่ว ในอนาคตเขาก็จะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

หลังจากออกจากศูนย์ฝึกเสี่ยวเซียวก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างเย็นชา เมื่อเขานึกถึงรอยยิ้มอันเขินอายของเด็กสาวในตอนนั้น มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกรำคาญใจมากยิ่งขึ้น

“เธอได้ยินเสียงท้องร้องของฉันงั้นเหรอ? โธ่เว้ย! จู่ ๆ เธอจะโผล่มาทำไมวะ” เสี่ยวเซียวร้องคำรามภายในใจ

หากใครไม่รู้จักเสี่ยวเซียว พวกเขาก็คงไม่มีทางรู้ว่าทำไมเด็กหนุ่มถึงเป็นคนที่มีนิสัยเอาแต่ใจขนาดนี้ อย่างไรก็ตามเหล่าบรรดาคนรับใช้ภายในตระกูลจะรู้ดีว่านายน้อยคนนี้ถูกตามใจในทุกเรื่องตั้งแต่เด็ก ไม่ว่ายังไงเสี่ยวเซียวก็เป็นทายาทผู้ชายเพียงหนึ่งเดียวของตระกูล ดังนั้นถึงแม้เด็กหนุ่มจะแสดงความเอาแต่ใจแต่มันก็ไม่มีใครคิดห้ามเขาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว

หลังจากกลับมาที่ห้องเสี่ยวเซียวก็ได้พบกับชายชราที่กำลังนอนงีบหลับอยู่บนโซฟา โดยตระกูลเจิ้งมีพี่น้องอยู่ทั้งหมดหกคน พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นโซลฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งมาก ทางตระกูลเซียวจึงได้จ้างพี่น้องตระกูลเจิ้งทั้งหกมาคุ้มกันเสี่ยวเซียวโดยเฉพาะ พี่น้องทั้งหกจึงแบ่งกำลังออกเป็นสามกลุ่มคอยคุ้มกันรอบ ๆ เด็กหนุ่มทั้งกลางวันและกลางคืน

เมื่อเห็นนายน้อยเดินทางกลับมา เจิ้งซานและเจิ้งซื่อก็รีบยืนขึ้นเพื่อทักทาย

“พวกคุณทั้งสองคนรู้ไหมว่านังผู้หญิงแพศยาปัญญาอ่อนมันคือใคร?” เด็กหนุ่มเริ่มกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

เจิ้งซานและเจิ้งซื่อสะดุ้งอย่างตกใจเล็กน้อยและการที่เสี่ยวเซียวตั้งคำถามขึ้นมาแบบนี้ มันก็หมายความว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดาแต่เป็นแขกที่อยู่ในระดับเดียวกันกับพวกเขา

“นายน้อย คุณหนูที่พักอยู่ใกล้ ๆ กับเราคือคุณหนูเย่จือสุ่ย ปีนี้เธอเพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 14 ปีเท่านั้น เธอคงจะไม่ใช่นังหญิงแพศยาที่คุณกำลังถามหาใช่ไหม?” เจิ้งซานกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เย่จือสุ่ย? คุณหนูสกุลเย่งั้นเหรอ?” เสี่ยวเซียวกล่าวถาม

“ใช่ครับ เธอคือคุณหนูคนเล็กของตระกูลเย่” เจิ้งซานกล่าว

“ที่แท้ก็เธอนี่เอง เตรียมน้ำให้ฉันอาบแล้วเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้ฉันด้วย โชคไม่ดีจริง ๆ นี่ฉันไปเจอนังผู้หญิงแพศยาแบบนั้นได้ยังไง” เสี่ยวเซียวบ่นอย่างหงุดหงิด

ชายชราทั้งสองต่างก็มองหน้ากันอย่างสงสัยว่าเย่จือสุ่ยไปทำอะไรให้นายน้อยของพวกเขาไม่พอใจกันแน่ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพราะท้ายที่สุดเสี่ยวเซียวก็มีนิสัยขี้หงุดหงิดแบบนี้มาตั้งนานแล้ว

ในเวลาเดียวกันเย่จือสุ่ยก็กำลังทำตัวเหมือนเด็กสาวที่ไร้เดียงสา เพราะเธอได้จ้องมองไปยังชุดข้อมูลอันน่าอัศจรรย์ของเซี่ยเฟยและยกมือขึ้นมากุมหน้าอกที่เต้นแรงของตัวเองไว้

“คุณหนูได้เวลาฝึกแล้วครับ…” ชายร่างคล้ำที่อยู่ด้านนอกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้ามาภายในห้องฝึก แต่เขาก็คอยจับตาดูเด็กสาวทุกฝีก้าวผ่านทางระบบวิดีโอ

เย่จือสุ่ยเดาะลิ้นขึ้นมาอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เธอจะกดปุ่มเพื่อรีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมดใหม่อีกครั้ง ทันใดนั้นข้อมูลทั้งหมดของเซี่ยเฟยก็หายไป เด็กสาวจึงถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าราวกับว่าเธอไม่ต้องการแยกจากชุดข้อมูลเหล่านี้เลย

‘ไม่น่าเชื่อเลยว่าทักษะการเคลื่อนไหวของเสี่ยวเซียวจะเก่งกาจมากขนาดนี้’ เย่จือสุ่ยคิดกับตัวเองภายในใจ

ฮัดชิ้ว!

“นี่ใครกำลังคิดถึงฉันอยู่หรือเปล่านะ?” เด็กสาวบ่นพึมพำหลังจากที่เธอจามออกมาอย่างแรง

ณ ร้านอาหารบนยานสปีดเดอร์แมมมอธ

เวลาตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหารเช้า ภายในร้านจึงมีคนอยู่ไม่มากนัก เซี่ยเฟยกับฝูเฉินเลือกนั่งโต๊ะบริเวณมุมห้องเพื่อปลีกตัวออกมาจากแขกอันน้อยนิดภายในร้าน

“อะไร? นี่นายยังคิดถึงการฝึกเมื่อคืนอยู่อีกงั้นเหรอ?” ฝูเฉินกล่าวถามด้วยรอยยิ้มเมื่อเขาสังเกตเห็นว่าเซี่ยเฟยมีอาการเหม่อลอย

“ใช่ครับ การต่อสู้กับนักรบชั้นยอดจะเป็นการต่อสู้ด้วยพลังวิญญาณ ผมคิดว่าถ้าหากผมต้องพบกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจริง ๆ การพึ่งพาเพียงทักษะทางด้านร่างกายเพียงอย่างเดียวมันยังไม่เพียงพอ บางทีผมอาจจะต้องสำรวจศักยภาพในการต่อสู้ของเสี่ยวซิงเพิ่มเติม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ตอนแรกฉันคิดว่าที่นายใช้เสี่ยวซิงก็เพราะว่านายแค่นึกสนุก อย่าบอกนะว่าในวันนี้นายก็ยังจะใช้เสี่ยวซิงในการต่อสู้อีก?” ฝูเฉินกล่าวถามอย่างตกใจ

“ผมคิดว่าการฝึกโดยใช้เสี่ยวซิงมันก็เหมือนกับการฝึกโดยการถ่วงน้ำหนักร่างกายเอาไว้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมปลดน้ำหนักพวกนี้ออก การเคลื่อนไหวของผมมันก็จะมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

คำตอบของชายหนุ่มทำให้ฝูเฉินเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ และเขาก็ค่อนข้างชื่นชอบนิสัยของคนที่ไม่เกรงกลัวต่อความยากลำบากแบบนี้

เดิมทีฝูเฉินวางแผนที่จะให้เซี่ยเฟยใช้ตัวละครที่อ่อนแอในการฝึกฝนด้วยเช่นกัน แต่ชายหนุ่มกลับเลือกตัวละครที่อ่อนแอที่สุดตั้งแต่แรก ความท้าทายที่เซี่ยเฟยพบเจอจึงมากกว่าสิ่งที่ชายชราได้คาดการณ์เอาไว้ แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงแสดงความมุ่งมั่นที่แสดงให้เห็นถึงจิตใจอันเข้มแข็งไม่มีวันยอมแพ้ของตัวเองออกมา

“ถ้านายอยากจะใช้เสี่ยวซิงฝึกฝนต่อมันก็ไม่เป็นไร แต่อย่าฝืนมากเกินไปนักล่ะ” ฝูเฉินกล่าวพร้อมกับยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ

หลังมื้ออาหารทั้งคู่ก็กลับไปยังห้องพัก เซี่ยเฟยจึงรีบกระโดดเข้าไปในแคปซูลของเกมโซลแบทเทิลในทันที ซึ่งหลังจากที่เขาได้เข้าสู่ระบบมันก็ทำให้ชายหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

เพียงแค่ข้ามคืนผู้เล่นหลาย ๆ คนก็เลือกที่จะใช้เสี่ยวซิงในการต่อสู้กันอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามพื้นฐานของผู้เล่นเหล่านี้ก็อ่อนแอมาก เมื่อพวกเขาได้ควบคุมตัวละครที่อ่อนแออย่างเสี่ยวซิง มันก็ยิ่งทำให้พวกเขาอ่อนแอลงไปมากกว่าเดิม

“คนพวกนี้คิดจะเลียนแบบนายงั้นเหรอ? พวกเขาไม่รู้เลยหรือยังไงว่าการควบคุมเสี่ยวซิงมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่าย ๆ นะ” ฝูเฉินกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

“ดูนั่น! เสี่ยวเฟยเข้าสู่ระบบแล้ว”

เมื่อมีคนพูดขึ้นมาทุกคนต่างก็จับจ้องมองไปยังตัวละครของเซี่ยเฟยในทันที และถึงแม้ว่าเสี่ยวซิงจะมีแขนเพียงข้างเดียว แต่รูปร่างหน้าตาของเขาก็ยังคงหล่อเหลา สถิติที่ชายหนุ่มได้ทำลงไปเมื่อวานจึงก่อให้เกิดตำนานภูติสังหารแขนเดียว

“วันนี้จะมีใครกล้าท้าเขาไหม?”

“ไม่น่าจะมี เมื่อวานทุกคนต่างก็เห็นแล้วว่าในแรงค์ต้น ๆ ด้วยกัน มันไม่มีใครสามารถเอาชนะเสี่ยวเฟยได้”

หลังจากที่เซี่ยเฟยเปิดรับคำท้าเป็นเวลา 3 นาที มันก็ไม่มีใครส่งการท้าชิงไปหาชายหนุ่มจริง ๆ เซี่ยเฟยจึงทำได้เพียงแค่ยักไหล่และเปิดใช้งานระบบจับคู่อัตโนมัติ ก่อนที่จะรอคอยคู่ต่อสู้ที่ทางระบบจะจัดสรรมาให้

ทันใดนั่นเองสัญญาณแสงสีเหลืองก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของเซี่ยเฟย ซึ่งมันเป็นสัญญาณของการต่อสู้ข้ามแรงค์

“น่าสนใจดีนี่ มีคู่ต่อสู้จากแรงค์ 2 ต้องการจะท้าสู้กับนายด้วย อัตราการชนะของเขาสูงถึง 63% เลยนะเนี่ย บางทีเขาอาจจะเป็นนักสู้มืออาชีพก็ได้ ว่าไงสนใจจะสู้กับเขาดูหน่อยไหมล่ะ?” ฝูเฉินกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

การที่มันมีคำท้าข้ามแรงค์ถูกส่งตรงมาแบบนี้ มันก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เขาทำลงไปเมื่อวานส่งผลกระทบต่อผู้คนมากขนาดไหน เพราะเมื่อผู้เล่นในแรงค์ 1 ไม่มีใครกล้าที่จะท้าทาย ทางระบบจึงทำการจัดสรรให้ผู้เล่นแรงค์ 2 สามารถท้าทายเขามาได้อย่างในปัจจุบัน

“ตัวเลขพวกนี้คืออะไร?” เซี่ยเฟยถามขณะชี้นิ้วไปยังตัวเลขใต้ข้อมูลผู้ท้าชิง

“เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นแรงค์สูงลงมารังแกผู้เล่นแรงค์ต่ำ ทางระบบจึงมีการกำหนดเงินเดิมพันเอาไว้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เล่นแรงค์สูงต้องการท้าทายผู้เล่นที่มีแรงค์ต่ำกว่าตัวเอง พวกเขาจะต้องยื่นเงินเดิมพันมาพร้อมกับคำท้าทายเพื่อให้ผู้เล่นแรงค์ต่ำมีแรงจูงใจในการต่อสู้” ฝูเฉินกล่าว

“แล้วถ้าผมแพ้ ผมจะต้องจ่ายเงินเดิมพันเท่ากับที่เขาเสนอมาด้วยหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ไม่ต้องจ่าย ถ้านายแพ้นายก็แค่เสีย 100 คะแนน แต่ถ้านายชนะนายจะได้ 1,000 คะแนนพร้อมกับเงินเดิมพันอีก 100,000 ไข่มุกวิญญาณ” ฝูเฉินอธิบาย

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเมื่อได้เห็นโอกาสทำกำไรโดยไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน

“ดูนั่น! เสี่ยวเฟยยอมรับคำท้าจากผู้เล่นแรงค์ 2 แล้ว”

“นี่มันการต่อสู้ข้ามระดับเชียวนะ!”

เสียงเชียร์เริ่มดังขึ้นในห้องโถง ผู้คนเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็กำลังจับจ้องการต่อสู้ในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยทุกคนต่างก็ลุ้นว่าเซี่ยเฟยจะสามารถใช้เสี่ยวซิงเอาชนะผู้เล่นข้ามระดับได้หรือไม่

“นายน้อยครับ คนที่ชื่อเสี่ยวเฟยยอมรับคำท้าทายจากนักสู้แรงค์ 2 แล้วครับ” เจิ้งซานรายงานจากนอกห้องน้ำ

เสี่ยวเซียวที่กำลังนอนอาบน้ำอย่างสบายใจชะงักค้างไปทันที ก่อนที่เขาจะรีบเชื่อมต่อกับระบบโซลแบทเทิลและเข้าร่วมชมการต่อสู้ของเสี่ยวเฟยที่กำลังได้รับความนิยมอย่างร้อนแรง

“มาดูกันสิว่าแกจะแน่สักแค่ไหน ถึงกล้าเอาเสี่ยวซิงไปเผชิญหน้ากับผู้เล่นแรงค์ 2 แบบนั้น” เสี่ยวเซียวพึมพำอย่างเย็นชา ขณะเฝ้ารอดูเซี่ยเฟยถูกคู่ต่อสู้ทรมานจนตาย

ในเวลาเดียวกันเย่จือสุ่ยที่อยู่ในห้องฝึกซ้อมก็ไม่สามารถรักษาความสงบเอาไว้ได้อีกต่อไป เพราะข้อมูลบนหน้าจอได้แสดงให้เห็นว่าตอนนี้ผู้สังหารแขนเดียวตอบรับคำท้าเผชิญหน้ากับผู้เล่นระดับแรงค์ 2 แล้ว

เหตุการณ์นี้ทำให้แม้แต่ผู้เล่นที่กำลังทำการต่อสู้อยู่ก็หยุดชะงักอย่างกะทันหัน เพื่อเข้าไปรอรับชมการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนคนธรรมดาก็กำลังเฝ้ารอการต่อสู้ในครั้งนี้อย่างใจจดจ่อ เพราะการต่อสู้ข้ามระดับโดยปกติมันก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอยู่แล้ว มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงว่าการต่อสู้ในครั้งนี้คือการต่อสู้ข้ามระดับด้วยตัวละครที่อ่อนแออย่างเสี่ยวซิงเลย

“คุณหนู การฝึกวันนี้ยังไม่เสร็จ” ชายผิวเข้มส่งเสียงขึ้นมาจากนอกห้องฝึก

“คุณลุงซีหว่าถู การต่อสู้นี้มันสำคัญมาก หนูขอดูแป๊บนึงไม่ได้เหรอ?” เย่จือสุ่ยพยายามส่งเสียงออดอ้อน

เสียงอ้อนของเด็กสาวทำให้ซีหว่าถูสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย และในฐานะที่เขาคอยดูแลเย่จือสุ่ยมาตั้งแต่เด็ก มันก็ทำให้เขาเริ่มใจอ่อนขึ้นมาเล็กน้อย

“ครั้งนี้แค่ครั้งเดียวนะครับ ครั้งหน้าจะไม่มีอีกแล้ว” ซีหว่าถูกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“ขอบคุณค่ะ” เย่จือสุ่ยตะโกนตอบกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะเปิดหน้าจอเพื่อรับชมการต่อสู้ของเสี่ยวเฟย

“ว้าว! นายน้อยเซียวหล่อจังเลย” เย่จือสุ่ยอุทานขึ้นมาด้วยแววตาอันเป็นประกาย โดยที่เธอไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เธอกำลังเข้าใจผิดว่าเซี่ยเฟยคือเสี่ยวเซียว…

***************

เป็นบอดี้การ์ดตามพวกคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่นี่ก็เหนื่อยน่าดูเน๊าะ

จบบทที่ ตอนที่ 1,068 เข้าใจผิด

คัดลอกลิงก์แล้ว