เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,059 โซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้

ตอนที่ 1,059 โซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้

ตอนที่ 1,059 โซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้


ตอนที่ 1,059 โซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้

เซี่ยเฟยเดินทางไปรอที่ศาลาเทียนหยานตั้งแต่เช้า ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไปประมาณครึ่งชั่วโมงชายชราผู้ลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้นมา

“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าผู้อาวุโส ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้น เรียกฉันว่าฝูเฉินเฉย ๆ ก็ได้” ชายชรากล่าวพร้อมกับโบกมือคล้ายกับว่าเขาไม่ชอบใจที่เซี่ยเฟยแทนตัวเขาว่าผู้อาวุโส

ชายหนุ่มกินเกี๊ยวที่นำมาเสิร์ฟและได้พบว่าอาหารจานนี้เทียบชั้นกับซุปกระเรียนทองเมื่อวานไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“อาหารอร่อย ๆ ไม่ได้มีให้กินทุกวันหรอกนะ นายจะต้องทำความคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ให้ได้ แล้วถึงแม้ว่าเกี๊ยวพวกนี้จะไม่อร่อย แต่มันก็ช่วยดับร้อนภายในร่างของนายได้ เมื่อคืนนายรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วทั้งคืนเลยใช่ไหม? บางทีมันอาจจะทำให้นายกระสับกระส่ายจนนอนไม่หลับ” ฝูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร

“ซุปกระเรียนทองเป็นอาหารบำบัดชั้นเลิศ ปริมาณที่นายกินไปเมื่อวานเพียงคนเดียวมันก็เพียงพอที่จะให้คนอื่นกินได้ถึง 4 คน ถึงแม้อาหารชนิดนี้จะช่วยทำให้ร่างกายของนายดีขึ้นกว่าเดิม แต่มันก็ส่งผลกระทบทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนในตอนกลางคืน เกี๊ยวน้ำชามนี้มีคุณสมบัติด้านความเย็น มันจึงเป็นตัวช่วยปรับสมดุลย์ให้ร่างกายของนายกลับมามีสภาพปกติอีกครั้ง”

เนื่องจากอาหารเช้าไม่ค่อยอร่อย เซี่ยเฟยจึงกินเกี๊ยวน้ำไปเพียงแค่สองชาม ก่อนที่เขาจะนั่งดื่มน้ำชาเพื่อพูดคุยกับฝูเฉิน

“เมื่อวานนายจ่ายค่าอาหารไปเท่าไหร่?” ฝูเฉินถาม

“ค่าอาหารทั้งหมด 1,200,000 อาหารอะไรมันจะแพงขนาดนั้น! แบบนี้มันไม่ต่างไปจากการปล้นกันเลยชัด ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจ

“นายพูดแบบนั้นได้ยังไง? ฉันสั่งซุปกระเรียนทองไว้ตั้งแต่ปีก่อน พวกเขาต้องใช้เวลาเตรียมอาหารตลอดทั้งปี ราคาที่พวกเขาคิดมันก็สมเหตุสมผลแล้ว” ฝูเฉินกล่าวอย่างไม่พอใจด้วยเหมือนกัน

คำตอบของชายชราถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออก เพราะใครมันจะไปคิดว่าอาหารจานเดียวจะต้องใช้เวลาเตรียมตัวนานถึงหนึ่งปีแบบนั้น แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคิดว่าราคา 1,200,000 ไข่มุกวิญญาณเป็นราคาที่แพงเกินไปอยู่ดี

“ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าวันนี้ฉันจะพานายไปเปิดหูเปิดตาชดเชยกับค่าอาหารที่นายเคยเลี้ยงฉันก็แล้วกัน” ฝูเฉินกล่าว

“คราวนี้คุณคงจะไม่ได้พาผมไปกินอะไรแพง ๆ อีกแล้วใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ไม่ต้องห่วง คราวนี้จะมีคนอื่นออกค่าอาหารแทนพวกเรา” ฝูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากจ่ายค่าอาหารเช้า 35 ไข่มุกวิญญาณ เซี่ยเฟยก็เดินตามชายชราไปยังคฤหาสน์หรูหลังหนึ่ง ซึ่งโดยปกติคฤหาสน์หรูมักจะสร้างอยู่นอกเมืองแต่คฤหาสน์หลังนี้กลับตั้งอยู่ใจกลางเมืองอย่างโดดเด่น แสดงให้เห็นว่าเจ้าของคฤหาสน์ไม่เพียงแต่จะร่ำรวยเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจมากอีกด้วย

แต่ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์อยู่นั่นเอง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ได้หยุดพวกเขาเอาไว้เสียก่อน

“ที่นี่คือคฤหาสน์ของเฟยซิงเย่ใช่ไหม?” ฟู่เฉินถาม

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เห็นชายชราเรียกชื่อเจ้านายขึ้นมาโดยตรง สีหน้าของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างจริงจัง

“ไม่ทราบว่าพวกคุณนัดกับนายท่านเอาไว้หรือเปล่าครับ?”

“ไม่ เฟยซิงเย่ไม่ได้มีคุณสมบัติที่จะมานัดพวกเรา” ฝูเฉินกล่าวอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะเข้าไปในคฤหาสน์โดยไม่สนคนที่มาขวางทางเอาไว้

“ที่นี่คือบ้านของเพื่อนเก่าฉันเอง แต่เพื่อนเก่าคนนั้นจากไปแล้วหลงเหลือเอาไว้เพียงแค่ลูกหลานที่ฉันจะต้องกลับมาดูแลบ้างเป็นบางครั้ง” ฝูเฉินกล่าวอย่างลึกลับ

คำอธิบายของชายชราทำให้เซี่ยเฟยสับสนอยู่บ้าง โดยเฉพาะการที่ชายชราเดินทางมาดูแลลูกหลานของสหายเก่าที่ร่ำรวย

เมื่อเดินทางเข้าไปจนถึงห้องโถงใหญ่ ฝูเฉินก็ถอดรองเท้าแล้วเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะในทันที แม้แต่เซี่ยเฟยก็ถูกบอกให้ไปนั่งตรงตำแหน่งถัดไป หมายความว่าหากเจ้าบ้านเดินทางมาถึงตำแหน่งที่นั่งของเขาก็จะอยู่ในตำแหน่งที่ 3 เท่านั้น

สาวใช้ยกถาดน้ำชามาเสิร์ฟด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่หลังจากที่ชายชรายกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบเขาก็โยนถ้วยทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

“ตระกูลเฟยรับแขกด้วยของแบบนี้เนี่ยนะ? พวกแกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือยังไง!”

ท่าทางของชายชราทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วอย่างสับสนมากกว่าเดิม เพราะถึงแม้ชานี้จะไม่ใช่ชาที่ดีแต่มันก็ไม่ใช่ชาที่แย่ด้วยเหมือนกัน เขาจึงไม่เข้าใจว่าทำไมฝูเฉินถึงต้องทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ด้วย

สาวใช้ไม่รู้ว่าเธอควรจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไง เธอจึงทำการเก็บถ้วยน้ำชาชุดเก่าและนำถ้วยน้ำชาชุดใหม่มาเสิร์ฟแทน

“แบบนี้ค่อยกินได้หน่อย รีบไปเรียกเฟยซิงเย่มาเดี๋ยวนี้ ถ้ามันไม่โผล่หัวออกมาใน 3 นาทีอย่าคิดว่าในชีวิตนี้จะได้เจอหน้าของฉันอีก”

คำพูดของฝูเฉินดูเหมือนจะได้ผลมาก เพราะในเวลาเพียงแค่ไม่นานชายชราผมขาวก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามชายชราคนนี้ก็ดูมีอายุที่สูงกว่าฝูเฉินมาก ทั้ง ๆ ที่ฝูเฉินเคยบอกว่าคนที่เขามาหาคือลูกหลานของสหายเก่า

วิธีการเดินของชายชราผู้มาใหม่ไม่ค่อยจะดีมากนัก เขาจึงจำเป็นจะต้องให้ชายหนุ่มคนหนึ่งช่วยประคองในระหว่างที่เดินเข้ามาภายในห้อง

“นายคือเฟยซิงเย่สินะ” ฝูเฉินที่นั่งอยู่หัวโต๊ะตะโกนถามเสียงดังจนทำให้ชายชราหัวขาวตัวสั่นจนแทบจะล้มลงกับพื้น

“ไม่ทราบว่าคุณคือใครงั้นเหรอครับ?” เฟยซิงเย่ยกมือขึ้นมาคารวะพร้อมกับถามอย่างระมัดระวัง ท้ายที่สุดในจักรวาลก็มีคนนิสัยแปลก ๆ อยู่อย่างมากมาย และพวกเขาก็ไม่สามารถตัดสินคนพวกนี้จากรูปร่างภายนอกได้อีกด้วย

ไม่ว่ายังไงทั่วทั้งจักรวาลก็มีสุดยอดปรมาจารย์ผู้มีอายุนับไม่ถ้วนกระจายตัวอยู่อย่างมากมาย ซึ่งรูปร่างหน้าตาของเฒ่าอมตะบางคนก็ไม่ต่างไปจากคนอายุ 20 กว่า ๆ ด้วยซ้ำ ดังนั้นถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะดูมีอายุน้อยกว่าตัวเองมาก แต่เฟยซิงเย่ก็ยังคงปฏิบัติต่อฝูเฉินด้วยความเคารพ

“คุณทวด อันธพาลพวกนี้มันมาจากไหน? แล้วทำไมปู่ถึงจะต้องไปทำตัวสุภาพกับพวกมันมากขนาดนั้น?!” ชายหนุ่มที่ช่วยประคองชายชราตวาดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“หุบปาก!” เฟยซิงเย่รีบตบปากหลานชายอย่างรวดเร็วและกดหัวให้อีกฝ่ายโค้งตัวลง

“ฉันอุตส่าห์มาที่นี่เพื่อช่วยเหลือตระกูลเฟย น่าเสียดายที่คนรุ่นใหม่ ๆ ไม่รู้จักคำว่าบุญคุณอีกต่อไปแล้ว เอาล่ะเซี่ยเฟยพวกเรากลับกันเถอะ ในเมื่อทายาทของเฟยหลิงอี้เป็นพวกใช้การไม่ได้ เขาก็ไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะมาต่อว่าฉันด้วยเหมือนกัน” ฝูเฉินกล่าวพร้อมกับลุกยืนขึ้นเตรียมตัวที่จะเดินจากไป

ปัก!

ทันทีที่ฝูเฉินพูดจบ เฟยซิงเย่ก็รีบคุกเข่าลงกับพื้นทั้งน้ำตา

“ผู้อาวุโสโปรดยกโทษให้พวกเราเถอะ! ตอนนี้ผมจำได้แล้วว่าคุณคือสหายของท่านบรรพบุรุษ”

ระหว่างพูดเฟยซิงเย่ก็ตบหัวของตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ ก่อนที่เขาจะหันไปสั่งเหลนชายที่อยู่ใกล้ ๆ

“เสี่ยวซี คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้ ท่านผู้อาวุโสตรงหน้าคือท่านฝูเฉิน”

เมื่อถูกสั่งชายหนุ่มที่ชื่อเฟยเซียวซีก็คุกเข่าลงอย่างไม่เต็มใจ ก่อนที่จะถูกทวดของเขาจับหัวไปกระแทกกับพื้นอย่างเจ็บปวด

ภาพตรงหน้าทำให้ทั้งเซี่ยเฟยและลินนิจต่างก็รู้สึกตกลึง เพราะไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนว่าฝูเฉินคนนี้จะมีฐานอำนาจที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวขนาดนี้ได้

“ช่างมันเถอะ ครั้งล่าสุดที่เราได้พบกันนายยังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกอยู่เลย ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากไม่ได้เจอกันหลายปีนายจะแก่หงำเหงือกถึงขนาดนี้ แล้วลุกขึ้นเถอะอย่ามาทำตัวขี้แงเหมือนเด็ก ๆ แบบนั้น”

“เอาล่ะ ในเมื่อนายจำฉันได้แล้วก็อย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่เลย ฉันรู้เรื่องหลานชายของนายแล้วรีบปิดผนึกคฤหาสน์แล้วเอาของที่จำเป็นมาให้กับฉันซะ” ฝูเฉินกล่าวขณะที่เฟยซิงเย่นั่งตัวสั่นที่พื้น

เมื่อได้รับคำสั่งชายชราตระกูลเฟยก็รีบปิดผนึกคฤหาสน์ในทันที แม้แต่ท้องฟ้าก็ถูกโดมปิดเอาไว้อย่างมิดชิด ทำให้ไม่มีใครสามารถสังเกตการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ได้อีกต่อไป

“คุณกำลังจะทำอะไรงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“ตระกูลเฟยเป็นตระกูลนักรบวิญญาณที่มีชื่อเสียงมาก ตอนนี้โซลฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลคือหลานชายของเฟยซิงเย่ที่ชื่อว่าเฟยไห่เจิ้ง แต่ตอนนี้เด็กคนนั้นได้รับบาดเจ็บแม้กระทั่งอาวุธวิญญาณก็ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง”

“ตระกูลเฟยกับฉันมีความสัมพันธ์ในอดีตที่ค่อนข้างดี ดังนั้นฉันเลยเดินทางมาที่นี่เพื่อซ่อมแซมอาวุธวิญญาณให้กับพวกเขาเพื่อแลกเปลี่ยนกับหน่อไม้มรกตที่พวกเขาเก็บรักษาเอาไว้อยู่ นายรู้ไหมว่าหน่อไม้ชนิดนี้มีรสหวานและให้รสสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำมาก…”

ฝูเฉินอธิบายเรื่องของกินอย่างฉะฉาน แต่ประโยคที่เขาพูดขึ้นมาก่อนหน้ามันกลับทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกใจ

ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าการซ่อมแซมอาวุธวิญญาณไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำได้ และการที่ฝูเฉินกล่าวขึ้นมาแบบนั้นมันก็หมายความว่าเขาคือโซลครีเอเตอร์

“คุณคือโซลครีเอเตอร์งั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยถามอย่างตกใจ

“นายจะตกใจอะไรนักหนา ทั้งฉันและนายต่างก็เป็นโซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้เหมือนกันนั่นแหละ”

“อะไรนะ!? นี่นายไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยงั้นเหรอ? นายเคยคิดไหมว่าทำไมฉันจะต้องแบ่งอาหารล้ำค่าให้กับนายตั้งมากมาย โดยเฉพาะซุปกระเรียนทองที่ฉันได้มีโอกาสกินไปเพียงแค่จิบเดียว!!” ฝูเฉินบ่น

สีหน้าของเซี่ยเฟยเปลี่ยนไปอย่างพริบตา เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าชายชราตรงหน้าคือโซลครีเอเตอร์ แต่อีกฝ่ายกลับสามารถมองเห็นตัวตนของเขาได้ในพริบตา

“โซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้มันหมายถึงอะไรงั้นเหรอครับ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสับสน

“นี่นายยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตัวเองเป็นโซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้?!” ฝูเฉินถามด้วยท่าทางที่ดูสับสนมากกว่าเซี่ยเฟยเสียอีก

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเบา ๆ เพราะเขายังไม่เข้าใจแม้กระทั่งพลังของตัวเอง

เมื่อเห็นท่าทางว่าเซี่ยเฟยไม่ได้โกหก ฝูเฉินก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“อาจารย์ของนายเป็นใคร? ทำไมเขาไม่ได้สอนแม้กระทั่งตัวตนของนายแบบนี้”

“ผมไม่มีอาจารย์” เซี่ยเฟยตอบกลับ

ฝูเฉินอ้าปากค้างขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจราวกับว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า

“นายไม่มีอาจารย์!? ฉันเห็นนายสร้างอาวุธวิญญาณขึ้นมาในดาวแคระแดง ถ้านายไม่มีอาจารย์แล้วนายสร้างอาวุธวิญญาณขึ้นมาได้ยังไง?!” ฝูเฉินถามอีกครั้ง

เซี่ยเฟยใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะหยิบบันทึกวิชาฟีเทอร์สปิริทออกมามอบให้กับฝูเฉิน

“ผมแค่ทดลองประยุกต์ใช้พลังจากข้อมูลในหนังสือเล่มนี้”

ฝูเฉินหยิบวิชาฟีเทอร์สปิริทไปพลิกเพียงแค่ไม่นานระหว่างที่สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ต่อมาชายชราก็วางหนังสือลงกับพื้นก่อนที่จะกระทืบวิชาฟีเทอร์สปิริทราวกับว่าเขากำลังเต็มไปด้วยความโกรธ

“นี่มันวิชาปัญญาอ่อนอะไรเนี่ย!? นายพกของแบบนี้ติดตัวไปด้วยทุกที่เนี่ยนะ”

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่จ้องไปที่หนังสืออย่างตาละห้อย และถ้าหากถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะเขาจดจำเนื้อหาทั้งหมดในหนังสือได้แล้ว เขาก็คงจะพุ่งตัวออกไปหยุดชายชราเอาไว้ เพราะท้ายที่สุดคุณค่าของหนังสือก็มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 10 ล้านไข่มุกวิญญาณ และในปัจจุบันสิ่งที่เขากำลังขาดแคลนอยู่มากที่สุดนั่นก็คือเงิน

“โซลมาร์คในสมองของนายมี 9 ตราประทับที่หมุนอยู่ตลอดเวลาใช่ไหม?” ฝูเฉินถามด้วยความโกรธ

“ใช่ครับ” เซี่ยเฟยตอบกลับพร้อมกับพยักหน้า

“นายไม่มีเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตด้วยใช่ไหม? ถ้าหากว่านายตาย นายก็จะไม่มีวันได้ไปเกิดใหม่เหมือนกับคนอื่น”

“ใช่ครับ” เซี่ยเฟยพยักหน้ารับพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

คำพูดของฝูเฉินตรงกับตัวตนของเขาทั้งหมด แม้แต่ประเด็นที่ลินนิจอธิบายไม่ได้ชายชราก็สามารถอธิบายได้อย่างฉะฉาน

อย่าลืมว่าสมองของชายหนุ่มถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ มันจึงไม่มีใครสามารถสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสมองได้อย่างแน่นอน เซี่ยเฟยจึงสงสัยว่าฝูเฉินรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงกันแน่

“สาเหตุที่นายแตกต่างจากคนอื่นนั้นก็เพราะว่านายคือโซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้ เราคือโซลครีเอเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดและเราก็คือผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากโซลครีเอเตอร์ในสมัยดึกดำบรรพ์!”

***************

พิเศษสุด ๆ ไปอีกกกกกกก

จบบทที่ ตอนที่ 1,059 โซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้

คัดลอกลิงก์แล้ว