- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,056 มุ่งหน้าสู่ดาว 19 วิหคทอง
ตอนที่ 1,056 มุ่งหน้าสู่ดาว 19 วิหคทอง
ตอนที่ 1,056 มุ่งหน้าสู่ดาว 19 วิหคทอง
ตอนที่ 1,056 มุ่งหน้าสู่ดาว 19 วิหคทอง
“เข้ามาสิ ช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยว่าผู้พิทักษ์ตระกูลเพียวสวอนมันคืออะไรงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวโดยไม่หันหน้ามามองเด็กสาวด้วยซ้ำ
เมื่อได้ยินคำถามเอ็นย่าก็เต็มไปด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ วางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยสมุนไพร
“ผู้พิทักษ์ก็เป็นเพียงแค่ชื่อตำแหน่งเท่านั้นไม่ได้มีความแตกต่างอะไรมากเป็นพิเศษหรอก เพราะถ้าหากผู้พิทักษ์มีความแข็งแกร่งมากเพียงพอแล้วทำไมฉันถึงจะต้องถูกจับมาเป็นทาสแล้วทำให้ทุกคนในครอบครัวถูกสังหารลงไปด้วย” เอ็นย่ากล่าวขึ้นมาเบา ๆ
เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหยิบขวดของเหลวสีเขียวมรกต 3 ขวดออกมาจากเครื่องปรุงยา
“กินยาพวกนี้ซะแล้วมันจะช่วยทำให้รอยแผลเป็นบนร่างของเธอค่อย ๆ จางหายไป” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับยื่นน้ำยาทั้งสามขวดให้กับเด็กสาว ก่อนจะเก็บเครื่องปรุงยาเข้าไปในแหวนมิติอีกครั้ง
“คุณถามแค่นี้เองงั้นเหรอ?” เอ็นย่าถามอย่างสงสัยและท่าทางของเซี่ยเฟยมันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกสับสน
“เธอเป็นคนฉลาดมาก แต่จำไว้ว่าเธอไม่ใช่คนฉลาดเพียงคนเดียวในจักรวาลอันกว้างใหญ่แห่งนี้” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่เขาจะหยิบข้อมูลกองหนาออกมามอบให้กับเด็กสาว
ยิ่งเอ็นย่าพลิกดูข้อมูลมากเท่าไหร่ใบหน้าที่สวยงามก็ยิ่งซีดเซียวลงไปมากเท่านั้น เพราะข้อมูลเหล่านี้มีการระบุเนื้อหาไว้อย่างชัดเจนว่าสายเลือดผู้พิทักษ์ของเผ่าเพียวสวอนไม่ได้หมายถึงนักรบ แต่มันหมายถึงสายเลือดของราชวงศ์
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกคุณนะ…” เอ็นย่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก พรุ่งนี้ฉันจะให้เซียงเป่ยหยางยคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่นี่เพื่อเปิดโรงน้ำชาหรือจะกลับไปหาครอบครัวก็แล้วแต่เธอตัดสินใจ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่
“ฉันขอไปด้วย ไม่ว่าคุณจะให้ฉันทำอะไรฉันจะยอมทำหมดเลย” เอ็นย่ารีบวิ่งเข้าไปกอดเอวของเซี่ยเฟยไว้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
หากเป็นผู้ชายคนอื่นที่ถูกเธอสัมผัสเข้าแบบนี้ พวกเขาย่อมไม่สามารถควบคุมตัณหาของตัวเองได้อย่างแน่นอน น่าเสียดายที่ผู้ชายตรงหน้าของเธอคือเซี่ยเฟย ผู้ซึ่งไม่เคยถูกมารยาหญิงหลอกลวงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ชายหนุ่มค่อย ๆ ดึงแขนเด็กสาวออกจากร่างด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะบอกให้เธอออกจากห้องไปอย่างอ่อนโยน
—
เซียงเป่ยหยางทำงานได้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเขาได้ยินว่าเซี่ยเฟยอยากไปดาว 19 วิหคทอง เขาก็รีบเช่ายานรบเร็วมาให้ชายหนุ่มในทันที
ชายอ้วนยื่นแหวนมิติคืนให้เซี่ยเฟยบนลานจอดยานรบ ซึ่งด้านในถูกเปลี่ยนจากสิ่งของกลายเป็นเงินสดให้ชายหนุ่มสามารถนำไปจับจ่ายใช้สอยได้โดยไม่มีปัญหา
“ในแหวนมีเงินอยู่ 10 ล้านไข่มุกวิญญาณ แต่ว่าเวลามันค่อนข้างจะฉุกละหุกเกินไป ฉันเลยยังไม่ได้จัดการของทุกอย่างให้เรียบร้อย หลังจากฉันจัดการของที่เหลือเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้คนเอาเงินไปส่งให้กับคุณทีหลัง” เซียงเป่ยหยางกล่าว
เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ และเขาก็รู้ดีว่าของขวัญเหล่านั้นอาจจะมีมูลค่าไม่ถึง 10 ล้านไข่มุกวิญญาณด้วยซ้ำ เพียงแต่เซียงเป่ยหยางแอบเพิ่มเงินให้กับเขาอย่างลับ ๆ ชายหนุ่มจึงยอมรับเงินเหล่านี้มาแต่โดยดี
“โอเค ฉันไปแล้วนะ แล้วค่อยเจอกันใหม่” เซี่ยเฟยกล่าวขณะเดินขึ้นไปบนยานอวกาศ
“ไม่ต้องห่วง หลังจากที่ฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวฉันจะรีบตามไปหาคุณที่ดาว 19 วิหคทองเอง” เซียงเป่ยหยางกล่าวพร้อมกับโบกมือ
—
การเดินทางในคราวนี้ต้องใช้เวลาถึง 3 วันและมนุษย์ก็ไม่มีอะไรให้ทำในระหว่างการเดินทาง ชายหนุ่มจึงขังตัวเองเอาไว้ในห้องและใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงความสามารถของตัวเอง
นับตั้งแต่ที่เขาพัฒนาจนกลายเป็นพระเจ้า เขาก็ไม่สามารถฝึกฝนทั้งกฎแห่งความโกลาหลและกฎแห่งความเร็วได้อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นพลังของกฎมิติและวิชามนตราอสูรยังคงดูดซับโดยโซลมาร์คอย่างต่อเนื่อง
“ทำไมฉันยังเริ่มฝึกฝนอะไรไม่ได้เลยนะ? ทันทีที่ฉันเริ่มถักทออักขระกฎขึ้นมา สมองของฉันมันก็เริ่มเจ็บปวดขึ้นมาในทันที” เซี่ยเฟยบ่นพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ใจเย็น ๆ การต่อสู้ที่ประตูจักรวาลทำให้นายแทบจะหมดพลังไปแล้วด้วยซ้ำ ตอนนี้นายควรรักษาร่างกายให้กลับมาก่อนจะดีกว่าแล้วค่อยเริ่มทำการฝึกฝนใหม่” ลินนิจกล่าว
เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่พยักหน้ารับอย่างจนใจเท่านั้น เพราะเขาก็ไม่มีทางเรื่องอื่นนอกเสียจากจะต้องทำตามคำแนะนำของลินนิจ ซึ่งถ้าหากว่าเขาต้องการที่จะกลับมามีสภาพสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว เขาจำเป็นจะต้องตามหาสมุนไพรที่มีคุณภาพสูงกว่าที่เขาได้เจอในปัจจุบัน
ชายหนุ่มเริ่มให้ความสนใจไปยังขนอุยที่กำลังนอนหลับใหล โดยก่อนหน้านี้หงส์ครามได้กางใบหญ้าออกมาครบทั้งสิบสามใบ และได้กลายเป็นอาวุธมายาธาตุพืชที่สมบูรณ์ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวน้อยก็ยังคงติดอยู่ในการวิวัฒนาการขั้นที่ 5 และยังไม่มีทีท่าว่าจะคืบหน้าเพิ่มเติมเลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อเซี่ยเฟยยังไม่สามารถพัฒนาความสามารถของตัวเองได้ เขาจึงเริ่มมีความคิดที่จะใช้ช่วงเวลานี้ช่วยขนอุยให้เกิดการวิวัฒนาการ
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาอย่างลึกลับและทำให้ขนอุยที่กำลังนอนหลับใหลขนลุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะมันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความยากลำบากที่กำลังตลบอบอวล
ไม่นานหลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็นำสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ออกมาอย่างมากมาย ก่อนที่จะใช้สมุนไพรเหล่านี้ในการเตรียมน้ำยาหลากหลายสีสัน
“นั่นนายกำลังเตรียมน้ำยาให้ขนอุยงั้นเหรอ?” ลินนิจถามอย่างสงสัย
“ตอนนี้ขนอุยกินคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 6 เป็นอาหารหลัก ดังนั้นที่มันจึงพัฒนาอย่างล่าช้าไม่ใช่ปัญหาเรื่องพลังงานแน่นอน แต่เป็นเพราะปัญหาทางด้านร่างกายน้อย ๆ ของมัน”
“การวิวัฒนาการครั้งล่าสุดทำให้ขนอุยมีความสามารถในการขยายร่างจากตัวน้อย ๆ ให้มีขนาดใหญ่ราวกับดาวเคราะห์ ฉันคิดว่าการขยายร่างแบบนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างร่างกายของมัน ฉันจึงลองปรุงยาให้มันดู” เซี่ยเฟยกล่าว
“ให้ยากับอสูรศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ? ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย” ลินนิจกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“เรื่องทุกเรื่องต้องมีครั้งแรกเสมอ เราจะรู้ผลลัพธ์ได้ยังไงถ้าหากว่าเรายังไม่ได้ลอง” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย
ในเวลาเพียงแค่ไม่นานใบหน้าของขนอุยก็เปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด เพราะข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าถึงแม้ชายหนุ่มจะป้อนน้ำยาให้กับเจ้าตัวน้อย แต่สิ่งที่มันต้องการจริง ๆ มีเพียงแค่พลังงานเท่านั้น
“สิ่งที่ขนอุยต้องการน่าจะเป็นพลังงานมากกว่า บางทีอาจจะเป็นเพราะระดับในปัจจุบันของมันสูงเกินไป คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 6 เลยไม่เพียงพอต่อมันแล้ว” ลินนิจกล่าว
“ราคาของคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 7 ขึ้นไปสูงมาก และถ้าหากว่ามันรวมกับสมุนไพรที่ฉันต้องซื้อบางทีเงิน 10 ล้านไข่มุกวิญญาณที่ฉันเพิ่งได้มาก็อาจจะไม่เพียงพอ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
—
ในช่วงเวลาว่างชายหนุ่มก็ทำการจัดระเบียบสิ่งของภายในแหวนมิติของเขาใหม่ แล้วตั้งใจจะขายสิ่งของที่ไร้ประโยชน์ออกไปในทันทีเมื่อเดินทางไปถึงดาว 19 วิหคทอง
ยานรบในจักรวาลอัลฟ่ามีความคล้ายคลึงกับยานรบที่ใช้ภายในพันธมิตรมนุษย์และดินแดนกฎมากเพียงแต่ว่ามันมีความเร็วที่สูงกว่าเท่านั้น หรือมันอาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าเทคโนโลยีในการผลิตยานรบของจักรวาลนี้เหนือกว่าทั้งดินแดนกฎและพันธมิตรมนุษย์
“ยานลำนี้มันก็เป็นเพียงแค่ยานธรรมดาเท่านั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความเร็วหรือประสิทธิภาพในการต่อสู้มันก็เทียบชั้นกับอาร์คไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ความจริงอาร์คเพียงลำเดียวก็สามารถทำลายยานแบบนี้ได้เป็นหมื่น ๆ ลำ” ลินนิจกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“หากเราต้องการเดินทางกลับไปที่ออโรร่า มันต้องใช้เวลาประมาณไหนงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถาม
“หากเดินทางด้วยยานประเภทนี้ ฉันก็คิดว่าพวกเราจะต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี แต่ถ้าหากว่าเราโดยสารยานรบคลาส B เวลาเดินทางก็จะลดลงไปเหลือแค่ประมาณครึ่งปีเท่านั้น” ลินนิจตอบ
ยานรบในจักรวาลอัลฟ่ามีการแบ่งระดับตามตัวอักษร โดยยานรบลำนี้เป็นยานรบคลาส E ที่อาจจะดูดีสำหรับดาวแคระแดง แต่มันกลับเป็นยานรบระดับต่ำมากหากเทียบกับยานรบในพื้นที่แกนกลางของจักรวาล
“ยานคลาส B มีราคาประมาณเท่าไหร่?” เซี่ยเฟยถาม
“ประมาณ 100,000 ล้านไข่มุกวิญญาณได้มั้ง ไม่ใช่ว่าตอนนี้นายกลับไปที่ออโรร่าไม่ได้ไม่ใช่เหรอแล้วนายจะเอายานรบไปทำไม?” ลินนิจถาม
“ถึงแม้ฉันจะกลับไปที่ออโรร่าไม่ได้แต่ฉันก็จำเป็นจะต้องเดินทางไปยังแกนกลางของจักรวาล ไม่ว่ายังไงสถานที่แห่งนั้นก็เป็นที่รวมตัวของความเจริญ ถ้าหากว่าฉันต้องการที่จะพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่จำเป็น” เซี่ยเฟยตอบ
อย่างไรก็ตามไม่ว่าเขาจะเดินทางไปที่ไหนหรือจะทำอะไร มันก็จำเป็นจะต้องใช้เงินตลอดเวลาและเมื่อชายหนุ่มได้คิดถึงเงินจำนวนมหาศาล มันก็ถึงกับทำให้เขาต้องส่ายหน้าด้วยความปวดหัว
ระหว่างทำการพูดคุยเซี่ยเฟยก็เดินไปยังพื้นที่บริเวณด้านหลังของตัวยานที่มีการจัดสวนเอาไว้ให้แขกนั่งพักผ่อนและชื่นชมความงดงามของทะเลดวงดาว
เมื่อชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปภายในห้อง เขาก็ได้พบว่ามันมีคนนั่งภายในสวนอยู่ก่อนแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยานลำนี้ถูกเช่าเหมาลำจากเซียงเป่ยหยางในราคา 150,000 ไข่มุกวิญญาณ ชายหนุ่มจึงคิดว่าคนคนนี้อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ของยาน
สวนแห่งนี้มีขนาดค่อนข้างเล็กและมีโต๊ะยาววางอยู่เพียงแค่โต๊ะเดียว ชายหนุ่มจึงทำการสั่งน้ำชา, ขนมปังและถั่วอีกเล็กน้อยจากเครื่องอัตโนมัติและนั่งลงข้าง ๆ ชายชราที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
ชายชราคนนี้สวมใส่เสื้อคลุมสีขาวทั้งผมและหนวดเคราต่างก็เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง
แม้ว่าเซี่ยเฟยจะลงมานั่งแต่ชายชราก็ยังคงทานอาหารภายในจานโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง ซึ่งหลังจากที่อีกฝ่ายคายกระดูกไก่ย่างออกมาหลายกิโลกรัม เขาก็ทำการสั่งหมูหันจากเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติมากินต่อในทันที
“เขากินอาหารแบบนี้ต่อหน้าแขกได้ยังไง?” ลินนิจกล่าวพร้อมกับส่ายหัว
ในฐานะผู้พิทักษ์ดาบทองแห่งตระกูลออโรร่า ลินนิจจึงใช้ชีวิตท่ามกลางสังคมที่มีมารยาทมาโดยตลอด การได้เห็นชายชราแต่งตัวเลอะเทอะกินอาหารอย่างหิวโหย มันจึงทำให้วิญญาณผู้พิทักษ์ออกอาการไม่พอใจ
ในเวลาเดียวกันชายหนุ่มก็เฝ้ามองชายชราตรงหน้ากินอาหารอย่างมีความสุข และช่วงเวลาที่เขาไม่สามารถดูดซับพลังจากคริสตัลต้นกำเนิดได้ เขาก็ทำได้เพียงแต่จะต้องกินอาหารเพื่อเติมเต็มพลังงานให้กับร่างกายเท่านั้น
นอกเหนือจากปริมาณอาหารที่ชายชรากินเข้าไปแล้ว ลักษณะการกินของชายผมขาวคนนี้ยังคล้ายคลึงกับเซี่ยเฟยมาก เพราะไม่ว่าอาหารจะมีรสชาติดีหรือแย่แค่ไหน แต่เขาก็ต้องกินพวกมันเข้าไปให้หมดโดยไม่หลงเหลืออะไรเอาไว้แม้แต่นิดเดียว
‘เห็นเขากินแล้วมันก็ทำให้ฉันเกิดหิวขึ้นมาเลย’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองขณะยกมือขึ้นมาจับท้อง จากนั้นเขาก็ทำการสั่งอาหารพร้อมกับกินอย่างมูมมามไม่ต่างจากชายชรา
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาทำการสั่งอาหารเลียนแบบชายชรา เขาก็ไม่สามารถที่จะหยุดกินอาหารเหล่านี้ได้เลย นอกจากนี้ปริมาณเนื้อที่พวกเขากินเข้าไปมันก็มีน้ำหนักหลายสิบกิโลกรัมเข้าไปแล้ว
ลินนิจทำได้เพียงแต่มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วส่ายหัว แต่หลังจากที่ทั้งสองกินหมูหันเข้าไปจนหมดทั้งคู่ก็เริ่มสั่งซุปออกมากินอีกครั้ง
อาหารจานแล้วจานเล่าถูกกระดกเข้าปากไปเรื่อย ๆ ซึ่งหลังจากที่เซี่ยเฟยกินอาหารตามชายชราเข้าไปหลายสิบชาม ลินนิจก็คิดว่าเซี่ยเฟยน่าจะอิ่มได้แล้ว
น่าเสียดายที่วิญญาณผู้พิทักษ์ยังคงคิดผิดไปไกล เพราะตอนนี้ทั่วทั้งโต๊ะเต็มไปด้วยของหวานและผลไม้จนทำให้ลินนิจอ้าปากขึ้นมาอีกครั้ง
***************
แสดงว่าอาหารต้องอร่อยมากแน่ ๆ แต่น้องเอ็นย่าคงไม่ได้ไปต่อแล้วแหละดันกล้าหลอกพี่เฟยแบบนี้