เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,055 ประสิทธิภาพของน้ำยาที่ด้อยลง

ตอนที่ 1,055 ประสิทธิภาพของน้ำยาที่ด้อยลง

ตอนที่ 1,055 ประสิทธิภาพของน้ำยาที่ด้อยลง


ตอนที่ 1,055 ประสิทธิภาพของน้ำยาที่ด้อยลง

หลังออกมาจากอาคารเซียวเป่ยกับซงจินฮูก็ขอโทษเซี่ยเฟยในสิ่งที่เกิดขึ้น และต้องการที่จะ เลี้ยงอาหารเพื่อทดแทนความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมา โดยที่ชายชราไม่ได้พูดถึงอาวุธวิญญาณที่ถูกทำลายลงไปเลย

“นายรีบขอโทษน้องชายเซี่ยเฟยซะ” กานหมิงส่งเสียงตะคอกขณะผลักร่างหงตูออกมาจากอาคาร

รุ่นน้องคนสนิท 2 คนของเขาถูกเซี่ยเฟยสังหารต่อหน้าต่อตา แต่เขาก็ยังถูกบังคับให้ต้องขอโทษ มันจึงทำให้ภายในใจของหงตูเต็มไปด้วยความคับแค้นและความเกลียดชังอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

“ฉันผิดไปแล้ว ขอโทษด้วย” หงตูกัดฟันกระซิบขึ้นมาเบา ๆ

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะมันเห็นได้ชัดว่าหงตูไม่ยอมจบความแค้นเอาไว้เพียงเท่านี้แน่ ๆ ชายหนุ่มจึงพยายามหาข้ออ้างที่จะสังหารศัตรูคนนี้ลงไปซะ

น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาอยู่ต่อหน้าซงจินฮูและเซียวเป่ย มันจึงทำให้เขายังไม่สามารถสังหารหงตูลงไปได้จริง ๆ

นอกจากนี้ชายชรายังสูญเสียอาวุธวิญญาณอันล้ำค่าและลูกศิษย์ไปอีกสองคน ชายหนุ่มจึงจำเป็นจะต้องระงับความต้องการของตัวเองเอาไว้ สถานการณ์ในปัจจุบันพวกเขาจึงจำเป็นจะต้องยอมถอยกันคนละก้าว ไม่อย่างนั้นมันก็จะส่งผลเสียต่อตัวเขาในอนาคต

“จำเอาไว้ว่าอย่าหยิ่งทะนงจนคิดว่าตัวเองทำอะไรก็ได้ ถ้าคุณยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ก็อย่ามาหาว่าฉันเป็นคนที่โหดเหี้ยม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงว่าเขายอมปล่อยอีกฝ่ายไป

หงตูก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไร ซึ่งมันก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมาเล็กน้อย เพราะถ้าหากว่าอีกฝ่ายระเบิดอารมณ์ออกมาเขาก็จะใช้อารมณ์ของหงตูเป็นข้ออ้างในการสังหารทันที

“เอาตัวมันไปแล้วขังมันไว้ 3 ปี โทษฐานที่มันทำผิดกฎของสำนัก” เซียวเป่ยสั่งการอย่างเย็นชา

กานหมิงนำตัวหงตูปลีกตัวออกไปด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็ขอให้คนของซงจินฮูนำตัวเอ็นย่าไปส่งให้กับเซียงเป่ยหยางก่อน เพราะการนำเธอติดตามไปด้วยมันก็จะเสี่ยงอันตรายมากเกินไป

“น้องชาย ฉันได้เตรียมของขวัญสำหรับคำขอโทษมาด้วย ฝากคุณบอกท่านปรมาจารย์หน่อยได้ไหมว่าฉันอยากจะขอโทษเป็นการส่วนตัว” เซียวเป่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ท่านปรมาจารย์?” เซี่ยเฟยอุทานอย่างสับสน

“ท่านปรมาจารย์ที่สร้างหิมะโปรยขึ้นมาไง หรือว่าเราควรจะเรียกเขาว่าท่านปรมาจารย์สายรักษาดี?” เซียวเป่ยกล่าว

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เข้าใจแล้วว่าเหตุผลที่คนเหล่านี้ปฏิบัติตัวต่อเขาเป็นอย่างดี นั้นก็เพราะทุกคนเข้าใจผิดว่ามีโซลครีเอเตอร์ระดับสูงคอยหนุนหลังเขาอยู่

“ปรมาจารย์สายรักษา? คนพวกนี้มโนกันเก่งจริง ๆ ถ้าหากพวกเขารู้ว่านายเป็นคนสร้างหิมะโปรยขึ้นมา พวกเขาคงจะอ้าปากค้างไปหลายวันแน่ ๆ” ลินนิจกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“อ๋อ พวกคุณกำลังพูดถึงอาจารย์ของฉันนี่เอง” เซี่ยเฟยกล่าวตามน้ำโดยไม่คิดจะแก้ตัว ไม่ว่ายังไงเขาก็ยังไม่มีรากฐานภายในจักรวาลอัลฟ่า อย่างน้อยการที่อีกฝ่ายเข้าใจผิดไปมันก็จะทำให้เขาใช้ชีวิตได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

“ที่แท้เขาก็เป็นอาจารย์ของน้องชายนี่เอง ว่าแต่ตอนนี้ท่านปรมาจารย์อยู่ที่ไหนงั้นเหรอ? ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากจะไปเยี่ยมเยียนเขาบ้าง” เซียวเป่ยกล่าวอย่างเยินยอ ขณะที่แววตาเป็นประกายขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม

“พอดีว่าท่านอาจารย์มีนิสัยแปลก ๆ เขาไม่ค่อยชอบพบเจอกับผู้คนมากนัก เกรงว่าเขาคงไม่สะดวกถ้าจะให้ใครไปพบ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“อ่าาาา นั่นสินะ สิ่งที่ฉันร้องขอมันคงจะกะทันหันมากเกินไป” เซียวเป่ยกล่าวอย่างผิดหวัง

“ไหน ๆ คุณก็เตรียมของขวัญมาแล้ว เดี๋ยวฉันอาสาเอาของขวัญชิ้นนั้นไปให้กับอาจารย์เอง แน่นอนว่าฉันย่อมไม่ลืมบอกว่าของขวัญชิ้นนี้มาจากคุณ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ลินนิจชะงักค้างไปครู่หนึ่งก่อนที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็ยังคงเป็นคนขี้งกจนถึงกระดูกจริง ๆ เพราะภายใต้สถานการณ์ปกติคนส่วนใหญ่ก็คงจะหลีกเลี่ยงของขวัญของอีกฝ่าย แต่เซี่ยเฟยกลับยื่นมือออกไปขอของขวัญชิ้นนั้นอย่างหน้าด้าน

แน่นอนว่าคำพูดของเซียวเป่ยเป็นเพียงคำพูดตามมารยาทเท่านั้น เขายังไม่ได้มีเวลาไปจัดเตรียมของขวัญจริง ๆ แต่เมื่อเซี่ยเฟยเอ่ยปากออกมาแล้วเขาย่อมไม่สามารถปฏิเสธได้ ชายชราจึงพยายามหาข้อแก้ตัวว่าเขาจะส่งของขวัญไปให้ในวันหลัง

การสูญเสียอาวุธวิญญาณและลูกศิษย์สองคนทำให้เซียวเป่ยรู้สึกทุกข์ใจอย่างแท้จริง แต่การที่เซี่ยเฟยบอกว่าชายหนุ่มจะพูดชื่อเขาต่อหน้าปรมาจารย์ มันก็ทำให้เซียวเป่ยรู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย

เซียวเป่ยพยายามชักชวนเซี่ยเฟยไปทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่ชายหนุ่มเลือกที่จะปฏิเสธและเดินทางกลับไปยังโรงแรมในทันที

วัตถุดิบที่ซื้อมาครั้งล่าสุดถูกปรุงจนกลายเป็นน้ำยา 100 ขวด และตราบใดก็ตามที่เขาดื่มน้ำยาเหล่านี้จนครบ ชายหนุ่มก็ประมาณการว่าเขาน่าจะฟื้นฟูอาการบาดเจ็บกลับมาได้อย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตามการต่อสู้ในวันนี้มันก็ทำให้ร่างกายของเขาได้รับผลกระทบเล็กน้อย เซี่ยเฟยจึงต้องการกลับห้องโดยเร็วที่สุดเพื่อตรวจสอบร่างกายของตัวเอง

ชายหนุ่มดื่มน้ำยาที่เตรียมไว้ก่อนที่จะใช้กระแสจิตตรวจดูร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งหลังจากที่เขาได้ตรวจร่างกายไปเพียงแค่ไม่นาน เซี่ยเฟยก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“เป็นยังไง? น้ำยาได้ผลหรือเปล่า?” ลินนิจถาม

“ตอนแรกฉันคำนวณว่าน้ำยาพวกนี้เพียงพอจะรักษาอาการบาดเจ็บของฉันได้ แต่นี่ก็เข้าสู่วันที่ 3 แล้ว ผลลัพธ์ของการรักษามันไม่ได้เป็นไปอย่างที่ฉันได้คาดการณ์เอาไว้เลย” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

“ฉันคิดว่าเรื่องนี้มันจะต้องเกี่ยวกับการที่นายเปิดผนึกโซลมาร์คขึ้นมาแน่ ๆ ขั้นตอนการเปิดโซลมาร์คเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะมันคือการย้ายฐานการฝึกฝนจากระบบกายภาพไปเป็นระบบวิญญาณ เมื่อศักยภาพโดยรวมของนายแข็งแกร่งขึ้น น้ำยาที่ต้องใช้ก็ควรจะต้องดีขึ้นไปเป็นเงาตามตัว น้ำยาสูตรเก่า ๆ ที่นายเรียนรู้มาอาจจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป” ลินนิจกล่าว

“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน การที่วัตถุดิบน้ำยาพวกนี้หาซื้อได้โดยทั่วไปแสดงว่าพวกมันใช้ไม่ค่อยได้ผลกับนักรบในจักรวาลอัลฟ่า ดูเหมือนฉันจะต้องหาวัตถุดิบที่มีสรรพคุณดีกว่าเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาโดยเร็วที่สุด” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“โชคดีแล้วที่การต่อสู้เมื่อกี้นี้ไม่ทำให้นายได้รับบาดเจ็บมากนัก เพราะหงตูมีผนึกวิญญาณถึงสองดวง พลังวิญญาณของเขาจึงแข็งแกร่งกว่านายมาก โชคดีที่นายใช้ดราก้อนสไปน์ที่แข็งแกร่งกว่าอาวุธวิญญาณของหงตูหลายเท่า ไม่อย่างนั้นการปะทะมันคงจะไม่จบด้วยอาการบาดเจ็บเพียงแค่นี้” ลินนิจกล่าวเสริม

“คุณกำลังบอกว่าถึงฉันจะมีพลังวิญญาณ แต่ฉันก็ใช้พลังไม่เป็นใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ถูกต้อง ฉันไม่รู้หรอกนะว่าโซลมาร์คของนายมันคืออะไรกันแน่ แต่ไม่ว่าโซลมาร์คจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหนมันก็จำเป็นจะต้องใช้ทักษะในการแสดงพลังวิญญาณออกมา ตอนนี้นายมีความเชี่ยวชาญในการใช้วิชาโซลชาโดว์กับวิชาควบคุมวิญญาณแล้ว แต่ถ้าหากว่านายต้องการจะพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ นายต้องรู้จักประยุกต์ใช้พลังวิญญาณอย่างหลากหลายมากขึ้น”

“น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะเป็นฉันหรือคนอื่น ๆ ก็คงจะช่วยเหลือนายในเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกัน เพราะโซลมาร์คของนายมีความพิเศษมาก บางทีทั่วทั้งจักรวาลก็อาจจะไม่มีใครมีโซลมาร์คหน้าตาเหมือนของนายแล้วด้วยซ้ำ”

หลังจากฟังคำแนะนำของลินนิจจนจบ เซี่ยเฟยก็จมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือคำแนะนำ แต่น่าเสียดายที่เส้นทางของเขายากที่จะหาใครมาคอยแนะนำเส้นทางได้

นอกจากนี้ชายหนุ่มยังต้องการเงินเป็นจำนวนมาก เพราะสิ่งของจากดินแดนกฎไม่สามารถนำมาใช้ในจักรวาลอัลฟ่าได้อีกต่อไป หากเขาต้องการพัฒนาอย่างรวดเร็ว สิ่งแรกที่เขาจำเป็นจะต้องหานั่นก็คือสิ่งของพื้นฐานอย่างไข่มุกวิญญาณที่เป็นสกุลเงิน

“น้องชายเซี่ยเฟย ฉันได้ยินมาว่าคุณส่งคนไปขอรายชื่อร้านขายยาร้านใหญ่ทั้งหมดภายในดาวแคระแดงงั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่าคราวที่แล้วคุณซื้อวัตถุดิบกลับมาตั้งเยอะตั้งแยะแล้วหรือยังไง” เซียงเป่ยหยางถามอย่างสงสัย

บนโต๊ะมีรายการวัตถุดิบวางกองอยู่อย่างมากมาย และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะทำการตรวจสอบรายชื่อวัตถุดิบทั้งหมดแล้ว แต่เขาก็ยังไม่พบในสิ่งที่เขาต้องการ

“ไม่ใช่ว่าฉันซื้อวัตถุดิบมาไม่พอ แต่ระดับของพวกมันต่ำเกินไป” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ให้ฉันส่งคนไปที่ดาว 19 วิหคทองให้ไหม? มันคือศูนย์กระจายสินค้าหลักในพื้นที่บริเวณนี้ ขนาดเศรษฐกิจของดาวแคระแดงเล็กกว่าดาว 19 วิหคทองมาก บางทีคุณอาจจะพบของที่คุณต้องการที่นั่นก็ได้” เซียงเป่ยหยางกล่าว

“ดาว 19 วิหคทอง? ตาเฒ่าคนเมื่อวานก็มาจากดาวดวงนี้เหมือนกันใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“เขาชื่อเซียวเป่ยระดับพลังของเขาค่อนข้างดูดีเลยทีเดียว การที่เขาอาศัยอยู่ในดาว 19 วิหคทองแสดงว่าดาวดวงนั้นมีทรัพยากรที่ดีกว่าดาวดวงนี้” ลินนิจกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“คุณเซียง ดาว 19 วิหคทองอยู่ห่างจากที่นี่มากไหม?”

“หากใช้ยานรบแบบเร็วก็ต้องใช้เวลาเดินทาง 3 วัน แต่ถ้าหากเดินทางผ่านยานพาณิชย์ก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาประมาณ 5-6 วัน” เซียงเป่ยหยางกล่าว

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับคางอย่างครุ่นคิด

“คุณกำลังจะไปดาว 19 วิหคทองงั้นเหรอ? ฉันขอไปด้วยได้ไหม?” เอ็นย่ากล่าวถาม

เซี่ยเฟยเพิกเฉยในการตอบคำถามของเด็กสาวและทำการยื่นแหวนมิติให้กับชายอ้วนตรงหน้า

ด้านในของแหวนได้บรรจุของขวัญจากเซียวเป่ยและถังหว่านเหนียนเอาไว้ เพราะหลังจากที่นักธุรกิจเฒ่าได้ยินถึงตัวตนที่แท้จริงของเซี่ยเฟยจากซงจินฮู มันก็ทำให้เขาตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

การเป็นลูกศิษย์ของโซลครีเอเตอร์ระดับสูงเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก เพราะแม้แต่ตัวตนในระดับสูงอย่างเซียวเป่ยก็ยังไม่อาจเพิกเฉยต่อตัวตนของเซี่ยเฟยได้ นอกจากนี้อาการของถังหยินเยว่ยังดีขึ้นในทุก ๆ วัน ถังหว่านเหนียนจึงคิดว่าราคาของหิมะโปรยที่เขาซื้อมาเป็นราคาที่ต่ำเกินไป เขาจึงเพิ่มของกำนัลมาให้กับเซี่ยเฟยเพิ่มเติม

“มันคืออะไร?” เซียงเป่ยหยางถาม

“พวกมันคือของที่ฉันไม่ได้ใช้ คุณช่วยเปลี่ยนพวกมันเป็นเงินให้ฉันหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าว

เซียงเป่ยหยางรับแหวนมาก่อนที่เขาจะรีบลุกออกไปทำตามความต้องการของชายหนุ่มโดยไม่ลังเล ท้ายที่สุดในตอนนี้เบื้องหลังของเซี่ยเฟยก็เป็นสิ่งที่อยู่เหนือเกินกว่าจินตนาการของเขามาก จนทำให้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาถังหว่านเหนียนได้เชิญเขาไปทานอาหารด้วยบ่อย ๆ แม้กระทั่งคอยแนะนำนักธุรกิจชั้นนำให้เขาได้รู้จัก ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมาจากชื่อเสียงของเซี่ยเฟย

เมื่อประตูปิดลงภายในห้องก็หลงเหลือเพียงแค่เซี่ยเฟยกับเอ็นย่าเท่านั้น เด็กสาวจึงลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลัน

“เดี๋ยวฉันช่วยชงชาให้นะ ฉันเพิ่งได้ชาลิงทองมาจากคุณเซียง มันเป็นชาชั้นหนึ่งที่มีกลิ่นหอมช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย”

“อือ ช่วยเสิร์ฟชาไปที่ห้องฉันหน่อยก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับลุกเดินเข้าไปภายในห้อง

ห้องนอนของเซี่ยเฟยเป็นสถานที่ลึกลับที่เอ็นย่าไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไปมาก่อน เมื่อชายหนุ่มบอกให้เด็กสาวนำชาเข้าไปเสิร์ฟ มันก็ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นรัวขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

เขาให้เข้าไปเสิร์ฟชาที่ห้อง!?

อย่าบอกนะว่าเขาคิดถึงเรื่องนั้น!?

อ้าย! นี่มันยังเป็นตอนกลางวันอยู่เลยนะ!!

เอ็นย่าเปิดประตูนำน้ำชาเข้ามาเสิร์ฟอย่างเขินอาย ซึ่งภาพที่ปรากฏให้เห็นด้านหน้ามันก็ทำให้เธอรู้สึกตกตะลึง

ห้องของเซี่ยเฟยเต็มไปด้วยขวดยาเป็นจำนวนมาก และตอนนี้ชายหนุ่มก็กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางน้ำยาและใช้เครื่องกลั่นน้ำยาที่ดูโบราณ

“เข้ามาสิ ช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยว่าผู้พิทักษ์ตระกูลเพียวสวอนมันคืออะไรงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวโดยไม่หันหน้ามามองเด็กสาวด้วยซ้ำ

***************

ตื่นค่ะหนู พี่เฟยเขาไม่หวั่นไหว! 5555

จบบทที่ ตอนที่ 1,055 ประสิทธิภาพของน้ำยาที่ด้อยลง

คัดลอกลิงก์แล้ว