- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,053 เซียวเป่ย
ตอนที่ 1,053 เซียวเป่ย
ตอนที่ 1,053 เซียวเป่ย
ตอนที่ 1,053 เซียวเป่ย
“นายคือเซี่ยเฟยสินะ ฉันรอนายมานานแล้ว” เสียงชายปริศนาดังขึ้นมาจากมุมมืด
“แกเป็นใคร? แล้วเอ็นย่าอยู่ที่ไหน?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาโดยไม่คิดที่จะหันหน้ากลับมามองด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องห่วง เธออยู่ในการดูแลของน้องชายฉันเอง” เสี่ยวหลินกล่าวขณะค่อย ๆ เดินออกมาจากมุมมืดอย่างช้า ๆ
“แกต้องการอะไร?” เซี่ยเฟยกล่าวถามขณะที่สมองพยายามคิดพิจารณาสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
“เขาเป็นแค่โซลฮันเตอร์ระดับต่ำ เราจับตัวมันไปแล้วทรมานรีดข้อมูลออกมาดีกว่า” ลินนิจกล่าว
เซี่ยเฟยมีวิธีการทรมานเพื่อรีดข้อมูลหลายพันวิธี เพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่าในบริเวณนี้มีศัตรูคนอื่นอยู่ด้วยหรือเปล่า ถ้าหากว่าเขาลงมือทำอะไรบุ่มบ่ามขึ้นมา บางทีมันก็อาจจะทำให้เอ็นย่าตกอยู่ในอันตราย
“แกคิดว่าโซลฮันเตอร์อย่างฉันจะต้องการอะไรจากคนธรรมดาแบบแกล่ะ?” เสี่ยวหลินกล่าวอย่างเย่อหยิ่งราวกับว่าสถานะของตัวเองสูงส่งกว่าใครคนอื่น ๆ
“โอเค ฉันจะยอมไปกับแก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“นี่นายจะบ้าเหรอ?! ถ้ามีคนซุ่มโจมตีแล้วนายจะทำยังไง?” ลินนิจตะโกนขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร แต่ในทันใดนั้นเขาก็คว้าเก้าอี้แล้วขว้างเข้าใส่เสี่ยวหลิน
ตูม!
ชายสวมแว่นทำลายเก้าอี้ด้วยความโกรธ ก่อนที่เขาจะแทง 2 นิ้วไปหยุดอยู่ห่างจากลูกตาของเซี่ยเฟยเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร
“ฉันคือโซลฮันเตอร์ที่ฆ่าคนธรรมดาอย่างแกได้เป็นพัน ๆ ครั้งโดยใช้นิ้วเพียงแค่นิ้วเดียว อย่าคิดจะเล่นอะไรตุกติกกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะทรมานให้แกรู้จักคำว่าตายทั้งเป็น” เสี่ยวหลินร้องคำรามข่มขู่เซี่ยเฟยอย่างโกรธเกรี้ยว
อย่างไรก็ตามชายสวมแว่นคนนี้ก็ไม่ได้รู้เลยว่าระหว่างที่เซี่ยเฟยขว้างเก้าอี้ออกไป เขาก็แอบโยนขนอุยออกไปนอกหน้าต่างด้วยเช่นกัน ซึ่งการพยายามขวางเก้าอี้ของเขาออกไปนั้นมันก็เป็นเพียงแค่การปกปิดสิ่งที่เขาได้แอบทำลงไป
“แค่นี้ฉันก็มีกองกำลังเสริมแล้ว” เซี่ยเฟยพูดกับลินนิจในความคิดด้วยรอยยิ้ม
—
ปัจจุบันชายชราผมขาวกำลังยืนอยู่หน้าช่องหน้าต่างของยานรบที่รวดเร็ว โดยบริเวณด้านหลังมีทหารหลายคนที่แต่งตัวด้วยชุดของโซลฮันเตอร์ ซึ่งมันก็รวมถึงซงจินฮูผู้พิทักษ์ส่วนตัวของถังหว่านเหนียน และถังหยินเยว่หลานสาวคนโปรดของถังหว่านเหนียนอีกด้วย
“ยานรบของอาจารย์เร็วมากเลย ด้วยความเร็วในระดับนี้พวกเราก็น่าจะไปที่ดาวแคระแดงได้ในเวลาเพียงแค่ครึ่งวันใช่ไหมครับ?” ซงจินฮูถามเบา ๆ
ชายชราผมขาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าทุกคนในตอนนี้นั่นก็คือเซียวเป่ย ปรมาจารย์แห่งสถาบันโซลเดดดิงนั่นเอง
โซลครีเอเตอร์ที่มีชื่อเสียงภายในจักรวาลอัลฟ่าเป็นจำนวนมากจะทำการก่อตั้งสถาบันขึ้นมาเป็นของตัวเองเพื่อรับฝึกสอนเหล่าบรรดานักรบ ซึ่งการเปิดสถาบันขึ้นมาแบบนี้ มันก็ทำให้พวกเขาสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรได้เป็นจำนวนมาก
เซียวเป่ยอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า 19 วิหคทอง ซึ่งเป็นดวงดาวที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในบริเวณใกล้เคียง และมันก็มีความเจริญรุ่งเรืองจนดาวแคระแดงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้เลยแม้แต่น้อย
“ตอนขามาซงจินฮูใช้เวลาเดินทางจากดาวแคระแดงไปยั้งดาว 19 วิหคทองถึงสามวันเต็ม ๆ แต่ขากลับยานรบลำใหม่ของเซียวเป่ยกลับใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ครึ่งวัน มันจึงทำให้โซลฮันเตอร์คนนี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“มันจะเร็วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก ยานลำนี้มีมูลค่าตั้ง 100 ล้านไข่มุกวิญญาณเชียวนะ”
“ร้อยล้านไข่มุกวิญญาณ! อาจารย์จะรวยเกินไปแล้ว บางทีทั่วทั้งดาว 19 วิหคทองมันคงจะไม่มีใครสามารถขึ้นมาเทียบเคียงกับอาจารย์ได้” ซงจินฮูยังคงพูดจาประจบประแจงต่อไป
“อย่าพูดแบบนั้นเลย ทั่วทั้งกลุ่มดาววิหคทองยังมีพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อนอยู่อีกมาก คนพวกนั้นแข็งแกร่งกว่าฉันเยอะ สาเหตุที่นายกล้าพูดแบบนี้ออกมานั้นก็เพราะวิสัยทัศน์ของนายมันยังแคบมากเกินไป” เซียวเป่ยกล่าว
ระหว่างพูดชายชราก็มองไปยังหิมะโปรยของถังหยินเยว่ด้วยความโลภ แต่เขาก็ยังคงรักษาท่าทีของตัวเองเอาไว้
“ฉันไม่คิดเลยว่าในชีวิตของฉันจะได้เห็นอุปกรณ์ที่มีพลังแฝงของการรักษา ถ้าหากว่าในจักรวาลอัลฟ่ายังหลงเหลือทายาทของปรมาจารย์เหล่านั้นอยู่ มันก็ถือว่าเป็นโชคดีของพวกเราแล้ว”
ทันทีที่เซียวเป่ยได้เห็นหิมะโปรยด้วยตาของตัวเอง เขาก็สามารถสัมผัสถึงพลังรักษาได้ในทันที เขาจึงตัดสินใจกลับไปที่ดาวแคระแดงพร้อมกับซงจินฮูเพื่อไปพบกับเซี่ยเฟยผู้ที่นำมีดเล่มนี้ออกมาวางขาย
“อาจารย์ คุณจริงจังกับเรื่องนี้มากเกินไปหรือเปล่า? หากคุณไปพบกับเซี่ยเฟยด้วยตัวเองบางทีมันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของอาจารย์ได้นะครับ” ซงจินฮูกล่าวอย่างไม่ค่อยเห็นด้วย
“นายจะไปรู้อะไร เซี่ยเฟยอาจจะไม่ได้มีความสำคัญก็จริง แต่โซลครีเอเตอร์สายรักษาที่อยู่เบื้องหลังเขาคือตัวตนที่สำคัญในระดับต้น ๆ ของจักรวาลเลยด้วยซ้ำ”
“ทุกวันนี้โซลครีเอเตอร์มีจำนวนลดน้อยลงเรื่อย ๆ และโซลครีเอเตอร์สายรักษาก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมานานมากแล้ว ถึงแม้คนพวกนี้จะมีชีวิตอยู่แต่พวกเขาก็ปิดบังตัวตนเอาไว้เป็นอย่างดี บางทีแม้แต่คนที่เก่งกว่าฉัน 2-3 ระดับก็อาจจะไม่เคยเห็นโซลครีเอเตอร์สายรักษาเลยด้วยซ้ำ”
“นายลองดูที่หิมะโปรยให้ดี ๆ สิ ถึงแม้มันจะมีพลังรักษาปลดปล่อยออกมาเพียงแค่นิดเดียว แต่มันจะต้องเป็นผลงานที่ล้มเหลวของโซลครีเอเตอร์สายรักษาอย่างแน่นอน แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นผลงานที่ล้มเหลวมันก็ยังมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะช่วยฟื้นฟูวิญญาณของถังหยินเยว่กลับมาได้ ถ้าหากว่าเราได้อุปกรณ์สายรักษาที่สมบูรณ์กลับมาสักชิ้น พวกเราก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องการบาดเจ็บไปชั่วชีวิต” เซียวเป่ยกล่าวอย่างตื่นเต้น
“โซลครีเอเตอร์สายรักษาเป็นตัวตนที่ทรงพลังจริง ๆ ถ้าหากว่าอาจารย์มีโอกาสได้พบกับเขา บางทีเขาอาจจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับสำนักของเราก็ได้” ซงจินฮูกล่าว
“เรื่องมันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ตัวตนระดับนี้มักจะมีบุคลิกที่แปลกประหลาด การเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นสิ่งที่เรายากจะคาดเดาได้ สาเหตุที่ฉันเดินทางมาในครั้งนี้มีจุดประสงค์ที่จะผูกมิตรกับเซี่ยเฟยคนเดียวเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะบีบบังคับอะไรพวกเขามากจนเกินไป”
“ทุกสิ่งในจักรวาลมีโชคชะตาเป็นของตัวเอง ตราบใดก็ตามที่ฉันสามารถผูกมิตรกับเซี่ยเฟยได้สำเร็จ ในอนาคตฉันก็จะมีโอกาสได้ผูกมิตรกับปรมาจารย์คนนั้นด้วยเหมือนกัน” เซียวเป่ยกล่าว
“ปรมาจารย์คนนั้นน่าจะมีนิสัยแปลก ๆ อย่างที่อาจารย์ว่าก็จริง ผมได้ยินมาว่าเขาใช้วิธีแปลก ๆ ทำให้คนของตระกูลไท่ฆ่ากัน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการใช้วิชาควบคุมวิญญาณ” ซงจินฮูกล่าว
“เมื่อกี้นายบอกว่าตระกูลที่ถูกกำจัดชื่อว่าอะไรนะ?!” เซียวเป่ยกล่าวถามขณะชะงักค้างไปโดยฉับพลัน
“พวกเขาคือตระกูลไท่ครับ” ซงจินฮูกล่าว
ซงจินฮูเคยรายงานเรื่องตระกูลไท่ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นเซียวเป่ยกำลังตื่นเต้นกับการค้นพบพลังรักษาภายในหิมะโปรย ชายชราจึงไม่ได้ฟังรายงานจากซงจินฮูอย่างสนใจมากนัก
นอกจากนี้เซียวเป่ยยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงสูงมาก ตระกูลเล็ก ๆ ภายในดาวแคระแดงย่อมไม่ใช่ตระกูลที่เขาจะต้องให้ความสนใจด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเมื่อซงจินฮูได้พูดชื่อตระกูลไท่ขึ้นมาอีกครั้ง มันก็ทำให้เซียวเป่ยนึกถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
“กานหมิง หงตูไปไหน? ฉันบอกให้ทุกคนตามฉันมาด้วยไม่ใช่เหรอ?” เซียวเป่ยหันไปถามศิษย์คนโต
ก่อนออกเดินทางหงตู, เสี่ยวหลินและเปียวจื่อขออนุญาตจากกานหมิงก่อนเท่านั้น โดยไม่ได้บอกอาจารย์ของพวกเขาก่อน อย่างไรก็ตามนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกหงตูออกจากสำนักโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอาจารย์ กานหมิงจึงพยักหน้ารับทราบโดยไม่ได้คัดค้านอะไร
ท้ายที่สุดศิษย์จากครอบครัวที่ยากจนก็จำเป็นจะต้องดิ้นรนรับงานหาเงินมาเพื่อจ่ายค่ารักษา และถึงแม้ว่าอาจารย์จะรับรู้ว่าลูกศิษย์พวกนี้แอบหนีออกไป แต่อย่างมากเซียวเป่ยก็ตำหนิพวกเขาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
“น้องหงตูบอกว่าเขาจะกลับบ้านและเขาก็พาเสี่ยวหลินกับเปียวจื่อเดินทางไปด้วย” กานหมิงกล่าวพร้อมกับคุกเข่าลงบนพื้น
“นามสกุลเก่าของหงตูคืออะไร?”
“ดูเหมือนว่าจะเป็นนามสกุลไท่นะครับ”
ทันทีที่มีคนตอบคำถามสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แม้แต่กานหมิงก็ใจสั่นขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
“บ้านหงตูมันอยู่ไหน?” เซียวเป่ยกล่าวถามอย่างกังวล
“ดูเหมือนจะเป็นดาวแคระแดง…ครับ”
ยิ่งข้อมูลของหงตูถูกเปิดเผยออกมามากเท่าไหร่ สีหน้าของกานหมิงก็ยิ่งบิดเบี้ยวมากเท่านั้น ตอนนี้ทุกคนต่างก็เข้าใจไปในทางเดียวกันว่าตระกูลไท่บนดาวแคระแดงที่ถูกกำจัด แท้ที่จริงแล้วก็คือตระกูลเก่าของหงตูนั่นเอง และสาเหตุที่เขาเดินทางกลับบ้านในตอนนี้ มันก็ไม่มีเหตุผลอื่นนอกเสียจากจะต้องกลับไปเพื่อทำการแก้แค้น
“รีบติดต่อไปหาหงตูแล้วบอกให้มันกลับมาเดี๋ยวนี้!!” เซียวเป่ยตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวพร้อมกับใช้เท้าถีบกานหมิงที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้า
เมื่อชายชราแสดงความโกรธของตัวเองออกมา ลูกศิษย์ทุกคนต่างก็ตัวสั่นไม่แตกต่างกัน
“อาจารย์ครับ พอดีว่ามันมีพายุแม่เหล็กไฟฟ้า การสื่อสารก็เลย…” ลูกศิษย์คนหนึ่งกล่าวด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
—
ณ อาคารใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านธุรกิจแห่งหนึ่งบนดาวแคระแดง
ปัจจุบันเซี่ยเฟยถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินที่แข็งแกร่ง โดยมีเสี่ยวหลินกับเปียวจื่อเฝ้าอยู่ด้านนอก ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีอดีตศัตรูของตระกูลไท่ถูกจับขังอยู่อีกหลายคน ซึ่งมันก็มีคนถึงสองคนที่เซี่ยเฟยเคยเห็นในงานเลี้ยงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
สถานการณ์ในปัจจุบันอยู่ใกล้กับความตายมาก ทุกคนจึงนั่งเงียบ ๆ อย่างเศร้าหมองและสงสัยว่าโซลฮันเตอร์ที่จับตัวพวกเขามาต้องการชีวิตหรือเงินทองเป็นสิ่งตอบแทนกันแน่
บางทีอาจจะเป็นเพราะเซี่ยเฟยดูเป็นคนธรรมดามากเกินไป เสี่ยวหลินจึงไม่ได้ตรวจค้นร่างกายของชายหนุ่มด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้เซี่ยเฟยจึงยังคงมีอุปกรณ์อยู่อย่างครบครัน และเขาก็พยายามใช้ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมตรวจสอบพื้นที่ทั่วทั้งบริเวณอย่างรวดเร็ว
“แปลกมาก ทำไมเอ็นย่าถึงไม่อยู่ที่นี่?”
***************
หงตูสร้างเรื่องให้อาจารย์แล้ว รับรองโดนพี่เฟยขูดเลือดขูดเนื้อแน่นอน 555