- หน้าแรก
- ซื่อจื่อติ๊งต๊องพิทักษ์แผ่นดิน
- บทที่ 35 เจ้ากล้าลวนลามเปิ่นกงเชียวรึ!
บทที่ 35 เจ้ากล้าลวนลามเปิ่นกงเชียวรึ!
บทที่ 35 เจ้ากล้าลวนลามเปิ่นกงเชียวรึ!
บทที่ 35 เจ้ากล้าลวนลามเปิ่นกงเชียวรึ!
โจวหลางจ้องมองสาวงามที่เพิ่งฟื้นคืนสติ
พลางรู้สึกประหลาดใจกับกลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวนาง
เขามั่นใจแล้วว่า สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนรับใช้หรือนางกำนัลแน่นอน
และก็ไม่น่าจะเป็นสนมชายาชั้นต่ำด้วย
แต่ในวังหลวงตอนนี้ ฮ่องเต้มีโอรสเพียงไท่จื่อคนเดียว
ไม่เคยได้ยินว่ามีองค์หญิงองค์อื่นอีก?
ดูจากวัยของนางที่น่าจะราวๆ ยี่สิบปี ยิ่งทำให้โจวหลางสงสัยหนักเข้าไปใหญ่
ชุดกระโปรงลายหงส์ปักดิ้นทอง...
หรือว่าจะเป็น...
ในขณะที่โจวหลางกำลังคาดเดา หญิงสาวก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เรี่ยวแรงเริ่มกลับคืนมา
เสียงอาเจียนดังขึ้นติดต่อกัน
หลังจากคายน้ำออกมาอีกหลายอึก นางก็ได้สติสัมปชัญญะกลับคืนมา
สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยจับจ้องมาที่โจวหลาง
"เจ้า... เจ้าเป็นใคร?"
"ทำไมถึงช่วย... ช่วยเปิ่นกง?"
หญิงสาวถามเสียงหอบกระเส่า
"เปิ่นกง?"
"ท่านคือ... พระสนมของฝ่าบาท?"
โจวหลางถามด้วยความแปลกใจ
ที่นี่คือเขตตำหนักเฟิ่งหนิงที่ประทับของฮองเฮา จะมีสนมอื่นมากระโดดน้ำตายได้ยังไง
แถมแต่งตัวหรูหราขนาดนี้?
"เปิ่นกงคือฮองเฮาแห่งต้าโจว!"
"เจ้าเป็นใครกันแน่?"
"บังอาจบุกรุกเขตพระราชฐานชั้นใน!"
หญิงสาวตวาดถามด้วยความโกรธ สายตาก้มลงมองสภาพตัวเอง
แล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น!
เพราะชุดกระโปรงของนางเปียกโชกแนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าต่อหน้าชายแปลกหน้าจนหมดเปลือก
แม้แต่เอี๊ยมตัวในก็ยังมองเห็นได้ลางๆ
และที่สำคัญ... บนหน้าอกของนาง มีรอยฝ่ามือเปื้อนโคลนสองรอยประทับอยู่อย่างชัดเจน!
"เจ้ากล้าลวนลามเปิ่นกงเชียวรึ!"
สตรีที่อ้างตัวว่าเป็นฮองเฮาตวาดลั่นด้วยความอับอายระคนโกรธแค้น
"อย่าพูดมั่วซั่วนะ..."
"ท่านคือฮองเฮาจริงๆ หรือ?"
โจวหลางตกใจจนหน้าซีด
ใครจะไปคิดว่า แม่ของแผ่นดิน ฮองเฮาผู้สูงศักดิ์แห่งต้าโจว
จะมากระโดดน้ำฆ่าตัวตายในวังตัวเอง!
แถมฮองเฮาองค์นี้ ยังดูสาวและสวยสะพรั่งขนาดนี้
ฮ่องเต้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบกว่าแล้ว
นี่มันโคแก่กินหญ้าอ่อนชัดๆ
เดี๋ยวนะ เมื่อกี้นางพูดว่า เจ้าก็กล้าลวนลามเปิ่นกง'
แสดงว่าในวังหลวงแห่งนี้ นอกจากฝ่าบาทแล้ว ยังมีคนอื่นกล้าล่วงเกินฮองเฮาอีกรึ?
ให้ตายสิ นี่ข้าไปพัวพันกับเรื่องคอขาดบาดตายเข้าแล้ว!
"เปิ่นกงคือฮองเฮาแห่งต้าโจว แซ่เซี่ยง นามยาจวิน"
"เจ้าเป็นใครกันแน่?"
"บังอาจบุกรุกวังใน ลวนลามเปิ่นกง!"
นางยันกายขึ้น ตวาดถามเสียงแข็ง
แต่ทว่าร่างกายที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาดๆ กลับไร้เรี่ยวแรง นางเซถลาหงายหลังล้มลง
โจวหลางตาไว เห็นก้อนหินด้านหลัง จึงรีบยื่นมือไปประคองท้ายทอยนางไว้
แล้วใช้อีกมือโอบเอวบาง ดึงร่างนางเข้าหาตัว
ทั้งสองกอดกันกลม เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของฮองเฮากระแทกหิน
"ปล่อยข้า!"
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังฉาดใหญ่ โจวหลางโดนตบหน้าหัน
แต่โชคดีที่ฮองเฮาไร้เรี่ยวแรง แรงตบจึงเบาหวิวเหมือนโดนแมวข่วน
"ฮองเฮา กระหม่อมคือซื่อจื่อจวนหลินผิงจวิ้นอ๋อง"
"รับราชโองการให้มาเข้าเฝ้า"
"เมื่อครู่ฝ่าบาทเสด็จไปประชุมขุนนาง จึงอนุญาตให้กระหม่อมเดินเล่นรออยู่ด้านนอกตำหนัก"
"กระหม่อมบังเอิญเห็นคนตกน้ำ จึงรีบกระโดดลงไปช่วย"
"มิได้มีเจตนาล่วงเกินแม้แต่น้อย"
"ขอพระนางโปรดทรงพิจารณาด้วยเถิด!"
โจวหลางรีบอธิบายรัวเร็ว
ในยามนี้ เขายังคงกอดร่างนุ่มนิ่มของฮองเฮาไว้แน่น
ร่างกายแนบชิดกัน
กลิ่นหอมคล้ายดอกกล้วยไม้ ลอยมาแตะจมูกไม่ขาดสาย
"เจ้า... เจ้าปล่อยเปิ่นกงเดี๋ยวนี้..."
ฮองเฮาร้องอุทาน
เมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกของนาง
โจวหลางจึงจำต้องคลายอ้อมกอด แล้วช่วยพยุงนางให้ลุกขึ้นนั่ง
"รอยฝ่ามือบนอกเปิ่นกงหมายความว่าอย่างไร?"
"เจ้ายังกล้าโกหกอีกรึ!"
ฮองเฮาเซี่ยงยาจวินถามเสียงเย็น
"ฮองเฮาทรงสำลักน้ำจนหมดสติ"
"หากหลานต้องการช่วยชีวิตท่าน ก็ต้องกดหน้าอกเพื่อไล่น้ำออกมา"
"ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่รอด ตอนนี้ท่านก็ปลอดภัยแล้วไม่ใช่หรือพะยะค่ะ"
โจวหลางรู้ฐานะของนางแล้ว จึงรีบเปลี่ยนคำแทนตัวและน้ำเสียงให้นอบน้อมที่สุด
"เจ้า... เจ้าเรียนวิชาแพทย์มารึ?"
ความโกรธของเซี่ยงยาจวินเริ่มจางลง นางมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความระแวง
"เอ่อ... หลานเคยเห็นหมอหลวงใช้วิธีนี้ช่วยคนจมน้ำตอนเด็กๆ"
"เลยจำมาลองใช้ดูพะยะค่ะ"
โจวหลางแถสีข้างถลอก
"ฮึ! วันนี้เปิ่นกงจะละเว้นเจ้าสักครั้ง!"
"แต่หากเจ้าแพร่งพรายเรื่องในวันนี้ออกไปให้ใครรู้"
"อย่าหาว่าเปิ่นกงไร้ปรานี!"
เซี่ยงยาจวินมองซ้ายมองขวา เห็นเงาคนเคลื่อนไหววูบวาบในตำหนัก
ดูเหมือนพวกขันทีนางกำนัลจะรู้ตัวแล้วว่าฮองเฮาหายไป และกำลังออกตามหา
นางถลึงตาใส่โจวหลางอย่างดุร้าย ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีข้ามสะพานเล็กๆ ไป
พริบตาเดียวก็หายลับไปจากสายตา...
ฮองเฮาองค์นี้ คิดจะฆ่าตัวตายทำไมกัน?
แถมอารมณ์ยังร้ายกาจขนาดนี้...
ช่วยชีวิตไว้แท้ๆ คำขอบคุณสักคำก็ไม่มี?
โจวหลางส่ายหน้าด้วยความระอา ก้มมองเสื้อผ้าที่เปียกโชก
จึงรีบเดินกลับไปที่เดิมเพื่อหาเสื้อคลุมและรองเท้า
เมื่อไปถึงที่วางของข้างสะพาน
ก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่า รองเท้ายังอยู่ แต่เสื้อคลุมหายไปอย่างไร้ร่องรอย...
บัดซบ! ยัยฮองเฮานั่นขโมยเสื้อข้าไป!
โจวหลางทำอะไรไม่ได้ นอกจากสวมรองเท้า แล้วรีบเดินตัวสั่นงันงกกลับไปที่ห้องหนังสือตำหนักอันหนิง
"หลินผิงซื่อจื่อ ท่าน..."
ขันทีหน้าห้องมองสภาพลูกหมาตกน้ำของโจวหลางด้วยความตกใจ แถมเสื้อคลุมตัวนอกก็หายไปอีกต่างหาก
"รบกวนท่านกงกงช่วยหาชุดให้ข้าสักชุดเถิด"
"เมื่อครู่ข้าซุ่มซ่ามเดินตกน้ำ..."
โจวหลางยิ้มแห้งๆ ขอร้อง
"ซื่อจื่อโปรดรอสักครู่"
ขันทีพาโจวหลางเข้าไปในห้อง แล้วรีบไปหาชุดมาให้
เขาเล่าลือกันว่าซื่อจื่อจวนหลินผิงจวิ้นอ๋องเป็นคนปัญญาอ่อน
ไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อ ที่แท้ก็ติงต๊องจริงๆ ด้วย...
เดินยังไงให้ตกน้ำ แถมยังทำเสื้อผ้าหายไปได้อีก!
ไม่นานนัก ขันทีก็นำชุดตัวในและเสื้อคลุมมาให้
บอกว่าเป็นฉลองพระองค์เก่าสมัยหนุ่มๆ ของฮ่องเต้
แม้จะคับไปหน่อย แต่โจวหลางก็พอใจแล้ว
เขานั่งผิงไฟจากเตาอั้งโล่ที่ขันทีนำมาให้
ในหัวยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องราวเมื่อครู่...
ฮองเฮาแห่งต้าโจว กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย!
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
เจ้าก็กล้าลวนลามเปิ่นกง...
เมื่อนึกย้อนไปถึงคำด่าทอของฮองเฮา
โจวหลางยิ่งสงสัยหนัก ในวังหลวงแห่งนี้
นอกจากฮ่องเต้ที่เป็นผู้ชายเต็มตัว นอกนั้นก็มีแต่ขันทีและนางกำนัล
องครักษ์เชียนหนิวก็เฝ้าอยู่แค่ประตูวัง เข้ามาข้างในไม่ได้
แล้วใครหน้าไหนจะสามารถลวนลามฮองเฮาได้?
แถมฟังจากน้ำเสียง นางดูเหมือนจะทำอะไรคนผู้นั้นไม่ได้เสียด้วย
เรื่องราวในวังหลวง ดูท่าจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนยิ่งกว่าละครหลังข่าวที่เขาเคยดูเสียอีก!
วันนี้ดวงซวยจริงๆ... ดันมาเจอเรื่องยุ่งยากเข้าให้แล้ว
โจวหลางไม่อยากคิดต่อ เดี๋ยวจะหาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องบรรทมตำหนักเฟิ่งหนิง
ฮองเฮาเซี่ยงยาจวินได้รับการปรนนิบัติจากนางกำนัล
เปลี่ยนฉลองพระองค์ชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว
แต่ชุดเปียกชุดเดิมและเสื้อคลุมตัวนั้น กลับถูกนางแอบซ่อนไว้อย่างมิดชิด
เมื่อเอนกายนอนลงบนตั่ง ใบหน้างดงามดุจหยกสลักของเซี่ยงยาจวิน
ก็แดงระเรื่อขึ้นด้วยความเขินอายระคนโกรธเคือง
นางเริ่มจำสัมผัสตอนที่ถูกช่วยชีวิตได้บ้างแล้ว...
เจ้าเด็กนั่น ไม่เพียงแต่ใช้มือลูบคลำหน้าอกนาง
แถมยัง... แอบจูบนางอีกด้วย!
ในใต้หล้านี้ คนที่สามารถใกล้ชิดนางได้ขนาดนี้ มีเพียงฮ่องเต้ผู้เดียวเท่านั้น
แต่ฝ่าบาท... เฮ้อ...
เซี่ยงยาจวินถอนหายใจด้วยความขมขื่น
(จบบทที่ 35)