เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,049 พลังแฝง

ตอนที่ 1,049 พลังแฝง

ตอนที่ 1,049 พลังแฝง


ตอนที่ 1,049 พลังแฝง

“คุณถัง ฉันได้ยินมาว่าไท่หนิงคือคนของคุณใช่ไหม?” ในระหว่างที่ถังหว่านเหนียนกำลังสาปแช่งไท่หนิงอยู่ในใจ เซี่ยเฟยก็กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปในดาวแคระแดงว่าถังหว่านเหนียนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลไท่ และนับตั้งแต่ที่ไท่หนิงขึ้นมาดูแลกิจการชายชราก็คอยให้การสนับสนุนมาโดยตลอด แม้แต่งานวันเกิดในวันนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากถังหว่านเหนียนเป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นด้วยอิทธิพลของไท่หนิงเพียงคนเดียวย่อมไม่สามารถดึงดูดนักธุรกิจแนวหน้าของดาวเข้ามาได้อย่างมากมาย

หากพิจารณาจากมุมนี้คำพูดที่ว่าไท่หนิงเป็นคนของถังหว่านเหนียนก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริงมากนัก

“ตระกูลไท่กับตระกูลถังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็จริง แต่…”

ก่อนที่ชายชราจะทันพูดจบ เซี่ยเฟยก็ยกมือขัดจังหวะขึ้นมาซะก่อน

“เอาตัวมันมาให้คุณถังดูซะ”

ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบฟู่หยงก็ถูกลากให้มาคุกเข่าตรงหน้า ฮันเตอร์คนนี้ค่อนข้างที่จะมีชื่อเสียงในดาวแคระแดงมากพอสมควร ถึงแม้ถังหว่านเหนียนจะจดจำชื่อของอีกฝ่ายไม่ได้แต่เขาก็พอจะคุ้นหน้าฟู่หยงอยู่บ้าง

“แกคือคนของตระกูลไท่ใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

ฟู่หยงทำได้เพียงแต่พยักหน้าโดยไม่พูดอะไร เพราะด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันบีบบังคับให้เขาไม่สามารถดิ้นรนทำอะไรได้อีกแล้ว

“อย่างที่คุณเห็นว่าตระกูลไท่ส่งคนมาดักทำร้ายพวกฉัน ในเมื่อไท่หนิงคือคนของคุณ คุณก็จำเป็นจะต้องร่วมกันรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างไร้เหตุผลเล็กน้อย

หากจะพูดให้ถูกตระกูลไท่กับตระกูลถังก็ไม่ใช่ตระกูลที่เป็นหัวหน้ากับลูกน้องกัน ถึงแม้พวกเขาจะมีความสัมพันธ์อันดีแต่พวกเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องรับผิดชอบการกระทำของอีกฝ่ายเลย การเรียกร้องหาความยุติธรรมของเซี่ยเฟยจึงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลอย่างแท้จริง

ฟู่หยงสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นเซี่ยเฟยสาดความผิดไปให้ตระกูลถังโดยตรง แต่ในระหว่างที่เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มกลับลงมือสังหารจนทำให้ฮันเตอร์ตัวต้นเหตุไม่มีโอกาสพูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว

แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดนี้คือแผนการของเซี่ยเฟย เพราะเขาต้องการจะจัดการเรื่องทุกอย่างโดยไม่ให้มีปัญหาตามมาในอนาคต

“ไอ้สารเลวไท่หนิง! มันกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง ตามฉันมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะพาคุณไปทวงความยุติธรรมที่คฤหาสน์ตระกูลไท่เอง” ถังหว่านเหนียนกระทืบเท้าตะโกนสาปแช่งไท่หนิงอย่างดุเดือด

ชายชราปักใจเชื่อไปแล้วว่าไท่หนิงส่งคนมาทำร้ายเซี่ยเฟย เนื่องมาจากความบาดหมางที่เกิดขึ้นในระหว่างงานเลี้ยง และเมื่อพิจารณาจากอาวุธวิญญาณที่ทำให้หลานสาวของเขาสามารถฟื้นฟูร่างกายกลับมาได้อย่างรวดเร็ว มันก็ทำให้เขาตั้งใจที่จะดูแลเซี่ยเฟยอย่างดีที่สุด แม้ว่ามันจะหมายความว่าตระกูลถังจะต้องบาดหมางกับตระกูลไท่ก็ตาม

ในหัวของถังหว่านเหนียนคือเขาต้องการนำตัวไท่หนิงออกมาขอโทษและจ่ายเงินค่าเสียหายเพื่อให้เซี่ยเฟยสงบสติอารมณ์ลง แม้ว่าการทำแบบนี้มันอาจจะทำให้ตระกูลไท่สูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยชีวิตไท่หนิงเอาไว้ได้

ณ ห้องนั่งเล่นของตระกูลถัง

เซี่ยเฟยพาเอ็นย่าเข้ามานั่งภายในห้อง ขณะที่เซียงเป่ยหยางรีบวิ่งเข้าไปนั่งใกล้ ๆ ถังหว่านเหนียนในทันที แล้วถึงแม้ว่ามันจะอยู่ในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ชายอ้วนก็ยังไม่หลงลืมวิธีการประจบเอาใจ

ขณะเดียวกันนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เอ็นย่าได้มีโอกาสเข้ามาภายในคฤหาสน์ที่หรูหรา เธอจึงพยายามนั่งเท้าชิดก้มศีรษะลงบนพื้นโดยไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามอง

เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งไม่สามารถปกปิดความงดงามของเด็กสาวคนนี้ได้ เซี่ยเฟยจึงพยายามหาวิธีที่จะทำให้เธอผ่อนคลายความตึงเครียดภายในใจลง

“คุณถัง คุณช่วยหาที่ให้เอ็นย่าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยได้ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจัดการเรื่องนี้ให้” ถังหว่านเหนียนกล่าวก่อนที่เขาจะโบกมือให้สาวใช้ 2 คนพาเอ็นย่าไปอาบน้ำแต่งตัว

เด็กสาวมองมาทางเซี่ยเฟยด้วยความตื่นตระหนกราวกับว่าเธอไม่ต้องการจะแยกจากชายหนุ่มคนนี้ไป

“ไปเถอะ ไม่มีอะไรหรอก” เซี่ยเฟยกล่าวปลอบใจ

เอ็นย่าพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนที่จะก้มหน้าเดินตามสาวใช้ไปอย่างไม่อิดออด ในเวลาเดียวกันถังหว่านเหนียนก็ขอตัวไปที่ห้องของหลานสาวเพื่อไปหาเสื้อผ้ามาให้เอ็นย่าสวมใส่

ระหว่างปลีกตัวออกไปถังหว่านเหนียนก็พยายามสงบสติอารมณ์และพิจารณาเรื่องต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง

‘ถ้าเขาไม่ได้มีอำนาจคอยหนุนอยู่เบื้องหลัง เขาไม่มีทางกล้าทำตัวหยิ่งยโสใส่ฉันแบบนี้แน่ ๆ ฉันต้องรีบไปปรึกษากับซงจินฮูแล้ว’ ถังหว่านเหนียนคิดกับตัวเองภายในใจ

ปัจจุบันซงจินฮูกำลังพาตัวถังหยินเยว่ไปหาอาจารย์ การที่ถังหว่านเหนียนติดต่อมากลางดึกมันจึงทำให้เขาสัมผัสได้ในทันทีว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การติดต่อมาตามปกติ

“คุณถัง ผู้ที่สามารถสร้างอาวุธวิญญาณขึ้นมาได้มีเพียงโซลครีเอเตอร์เท่านั้น ผมสงสัยว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเซี่ยเฟยจะต้องเป็นโซลครีเอเตอร์ที่เก่งกาจแน่ ๆ ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องจัดการกับเรื่องนี้อย่างระมัดระวังมากที่สุด” ซงจินฮูกล่าวหลังจากชายชราเล่าเรื่องราวในวันนี้ให้เขาได้ฟัง

“โซลครีเอเตอร์!? นายกำลังบอกว่าเซี่ยเฟยมีความเกี่ยวข้องกับโซลครีเอเตอร์งั้นเหรอ?” ถังหว่านเหนียนอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ตอนแรกผมเดาว่าเซี่ยเฟยคือสมาชิกของตระกูลใหญ่ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่มีอาวุธวิญญาณติดตัวอยู่แบบนี้ แต่หลังจากที่ผมคิดเรื่องนี้อย่างรอบคอบ สถานการณ์มันก็ดูเหมือนจะผิดแปลกไปจากสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ เพราะหิมะโปรยไม่ใช่อาวุธวิญญาณธรรมดาเท่านั้น แต่มันคืออาวุธวิญญาณที่มีพลังแฝงเป็นการรักษา!”

“ตอนนี้คุณหนูนอนหลับไปแล้วหลังจากกินอาหารได้เยอะมาก ตั้งแต่ผมอยู่กับคุณมาสองปีวันนี้คือวันที่คุณหนูนอนหลับได้สนิทมากที่สุดเลย ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าหิมะโปรยส่งผลกระทบต่อร่างกายของเธอมากขนาดไหน”

“ผมไม่คิดว่าตระกูลใหญ่จะมอบอาวุธวิญญาณที่มีพลังรักษาที่หาได้ยากให้กับทายาทของตัวเองอย่างง่ายดาย ถ้าหากเซี่ยเฟยรู้ถึงคุณค่าของหิมะโปรย เขาก็ไม่มีทางขายมันให้กับเราง่าย ๆ ด้วยเหมือนกัน”

“ดังนั้นข้อสรุปของเหตุการณ์ทุกอย่างจึงเหลือเพียงแค่หนึ่งเดียว นั่นก็คือเซี่ยเฟยมีความสัมพันธ์อันดีกับโซลครีเอเตอร์ระดับสูงที่หิมะโปรยไม่ได้อยู่ในสายตาของโซลครีเอเตอร์คนนั้นด้วยซ้ำ มันเลยทำให้เซี่ยเฟยสามารถเอาหิมะโปรยออกมาขายได้อย่างง่ายดายแบบนี้”

เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากซงจินฮู มันก็ยิ่งทำให้ถังหว่านเหนียนเหงื่อแตกออกมามากขึ้นกว่าเดิม เพราะถ้าหากว่ามันมีโซลครีเอเตอร์ระดับสูงคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเซี่ยเฟยจริง ๆ เรื่องนี้มันก็คือเรื่องสำคัญที่เขาไม่สามารถจะประมาทได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“คุณน่าจะรู้อยู่แล้วว่าจำนวนของโซลครีเอเตอร์เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงโซลครีเอเตอร์ระดับสูงที่สามารถสร้างอาวุธที่มีพลังแฝงเกี่ยวกับการรักษาขึ้นมาได้ ตระกูลขนาดใหญ่ทุกตระกูลจึงพยายามผูกมิตรกับโซลครีเอเตอร์อย่างดีที่สุด เบื้องหลังของโซลครีเอเตอร์ระดับสูงคนนั้นจะต้องเป็นตระกูลชั้นยอดของจักรวาลอัลฟ่าแน่ ๆ”

“ผมว่าการที่เซี่ยเฟยยอมมาเจรจา มันก็หมายความว่าเขาให้ความสำคัญกับคุณมากพอสมควร เพราะถ้าหากว่าเขาต้องการที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดจริง ๆ แม้แต่ดาวแคระแดงก็คงจะถูกเขาทำลายได้อย่างง่ายดาย” ซงจินฮูคาดการณ์ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

คำอธิบายนี้ทำให้ถังหว่านเหนียนเหงื่อแตกจนตัวเปียกโชก เพราะแม้แต่เขาก็ยังจำเป็นจะต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อตีสนิทกับโซลฮันเตอร์ที่มีความสัมพันธ์กับโซลครีเอเตอร์อีกที ผู้ที่มีความสนิทสนมกับโซลครีเอเตอร์ระดับสูงโดยตรงย่อมเป็นตัวตนที่เขาคาดคิดไม่ถึงอย่างแน่นอน

“คุณถัง คราวนี้เป็นโอกาสดีที่เซี่ยเฟยเปิดโอกาสให้กับคุณแล้ว ไม่ว่ายังไงคุณก็จะต้องจัดการกับเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นแม้แต่อาจารย์ก็คงจะไม่สามารถหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับคุณได้” ซงจินฮูพยายามปลอบใจถังหว่านเหนียนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ถังหว่านเหนียนสะดุ้งขึ้นมาอย่างตกใจ เพราะคำพูดของซงจินฮู มันหมายความว่าเขาต้องทำลายตระกูลไท่เพื่อช่วยระบายความโกรธของเซี่ยเฟย

ท้ายที่สุดถังหว่านเหนียนก็ไม่ใช่นักรบ เขาจึงยังคงมีความลังเลใจเมื่อต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ แต่ในทันใดนั้นนักรบที่เขาส่งไปยังตระกูลไท่ก็ติดต่อเข้ามาเสียก่อน และใบหน้าของนักรบคนนั้นก็ยังซีดเผือดราวกับว่าอีกฝ่ายได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าตกใจมาก

“นายท่าน! ตระกูลไท่หายไปแล้ว!!”

“หายไป? พวกเขาหนีไปหมดแล้วงั้นเหรอ?” ถังหว่านเหนียนถามด้วยความสับสน

“ไม่ได้หนีครับ แต่พวกเขาถูกฆ่าตายไม่มีใครรอดชีวิตเลยสักคน”

ตุบ!

จู่ ๆ ถังหว่านเหนียนก็รู้สึกราวกับดาวเคราะห์กำลังจะแตกสลาย จนทำให้ร่างของเขาล้มลงไปบนเก้าอี้จนไม่รู้ตัว

เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่ตระกูลไท่ถูกทำลายลงไปแล้วงั้นเหรอ!?

“ตอนนี้เหตุการณ์ทุกอย่างน่าจะชัดเจนแล้วนะครับ เพราะตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันมันก็ไม่มีใครสามารถรอดพ้นไปจากโซลครีเอเตอร์ระดับสูงได้” ซงจินฮูกล่าวด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น

“ฉัน... ตอนนี้ฉันควรจะทำยังไงดี?” ถังหว่านเหนียนกล่าวราวกับคนสติหลุด

“การที่เซี่ยเฟยทำลายตระกูลไท่ได้ในเวลาสั้น ๆ แต่ยังไม่แตะต้องตระกูลถัง มันก็หมายความว่าเขายังต้องการใช้ประโยชน์จากคุณอยู่ สิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องทำในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวคือหาคำตอบให้ได้ว่าจุดประสงค์ของเขาคืออะไรกันแน่!” ซงจินฮูกล่าวแนะนำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

หลังจากวางสายถังหว่านเหนียนก็เต็มไปด้วยความสับสน เพราะการที่เซี่ยเฟยมาตะโกนเรียกหน้าคฤหาสน์ตระกูลถังในตอนกลางคืน มันก็หมายความว่าเซี่ยเฟยมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง เพียงแต่เขายังไม่สามารถทำความเข้าใจได้ว่าจุดประสงค์นั้นมันคืออะไรกันแน่

อย่างไรก็ตามชายชราก็ไม่กล้าปล่อยให้เซี่ยเฟยรออยู่ในห้องนั่งเล่นนานเกินไป เขาจึงรีบเดินกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ในคราวนี้ท่าทางของถังหว่านเหนียนเต็มไปด้วยความเคารพ และเมื่อเขาได้เห็นรอยยิ้มจากชายหนุ่มมันก็ยิ่งทำให้เขาขนลุกมากขึ้นกว่าเดิม

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างสงสัย เพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลังกลับมาถังหว่านเหนียนจึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้

ในความเป็นจริงจุดประสงค์ของเซี่ยเฟยในการเดินทางมายังตระกูลถังก็เป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ง่ายมาก เพราะว่าเขาแค่ต้องการหาหลักฐานที่อยู่และหลบภัย

การลงมือสังหารโซลอีทเตอร์ของตระกูลไท่ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้ามาก เขาจึงพยายามหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อพักฟื้นร่างกายให้ฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมาอีกครั้ง

การที่เขาเดินทางมายังตระกูลถังในฐานะของเหยื่อ มันก็จะทำให้เขาถูกตัดขาดจากการสังหารหมู่ภายในคฤหาสน์ตระกูลไท่ เพราะถ้าหากเหตุการณ์นี้แพร่กระจายออกไป เขาก็อาจจะต้องหนีออกไปจากดาวแคระแดงในทันที

การคิดคำนวณของเซี่ยเฟยมีความแม่นยำมาโดยตลอด แต่น่าเสียดายที่ในคราวนี้เขาประเมินความสำคัญของอาวุธวิญญาณต่ำเกินไป เพราะถึงแม้หิมะโปรยจะไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเขา แต่มันกลับเป็นเหมือนสมบัติในสายตาของคนอื่น และไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่แต่หิมะโปรยก็ได้ก่อให้เกิดพายุลูกใหญ่ขึ้นมาแล้ว

ในระหว่างที่ถังหว่านเหนียนกำลังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรอยู่นั้น เอ็นย่าที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาภายในห้อง ทุกคนจึงต่างก็ล้วนแล้วแต่เบิกตากว้างโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะสาวใช้จับเด็กสาวแต่งตัวในชุดกระโปรงสั้นแถมใส่ถุงน่องสีดำลายตาข่ายมาอีกด้วย

เด็กสาวค่อย ๆ เดินไปนั่งลงใกล้ ๆ เซี่ยเฟยอย่างช้า ๆ ด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเหนียมอาย ซึ่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยโชยมาก็ทำให้น้องชายของเซี่ยเฟยตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล

“นายรู้ไหมว่าทำไมเด็กสาวจากเผ่าเพียวสวอนถึงมีราคาแพงมาก?” ลินนิจกล่าวถามพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า

“ทำไม?”

“เพราะว่าพวกเธอมีความสามารถในการยั่วยวนโดยธรรมชาติที่สาว ๆ เผ่าพันธุ์อื่นไม่มียังไงล่ะ”

เซี่ยเฟยแอบพยักหน้าอย่างเห็นด้วยภายในใจ เพราะถึงแม้ว่าร่างกายของเอ็นย่าจะยังเติบโตไม่เต็มที่ แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายของเขาแล้ว เขาจึงไม่สามารถจินตนาการได้อย่างแท้จริงว่าถ้าหากเธอเติบโตอย่างเต็มที่เสน่ห์ของเธอมันจะล้นเหลือขนาดไหน

***************

คิดถึงแอวริลไว้พี่เฟย 5555

จบบทที่ ตอนที่ 1,049 พลังแฝง

คัดลอกลิงก์แล้ว