เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,048 จู่โจมคฤหาสน์ตระกูลไท่

ตอนที่ 1,048 จู่โจมคฤหาสน์ตระกูลไท่

ตอนที่ 1,048 จู่โจมคฤหาสน์ตระกูลไท่


ตอนที่ 1,048 จู่โจมคฤหาสน์ตระกูลไท่

“แย่แล้วครับนายท่าน ตอนนี้ทั่วทั้งคฤหาสน์กำลังวุ่นวายกันไปหมดแล้ว!!” ทหารยามรีบคุกเข่ารายงานขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก

“มันเป็นใคร? ใครมันกล้ามาโจมตีคฤหาสน์ของฉัน?!” ไท่หนิงตะโกนถามอย่างโกรธเกรี้ยว

“คือ... คนของเรากำลังตีกันเองครับ” ทหารยามกล่าวด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

ณ พื้นที่บริเวณยอดเขา

ปัจจุบันเซี่ยเฟยได้วางเอ็นย่าเอาไว้ใกล้ ๆ ขณะเฝ้าดูผู้คนในคฤหาสน์ทยอยกันล้มตายลงไปทีละคน

“นายนี่มันเจ้าเล่ห์จริง ๆ ที่ทำให้ทหารพวกนั้นสู้กันโดยที่ตัวเองไม่จำเป็นจะต้องลงมือ” ลินนิจกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

“ไหน ๆ ฉันก็ใช้พลังวิญญาณได้แล้ว ฉันก็ควรจะต้องใช้มันให้เกิดประโยชน์ ตอนนี้ร่างกายของฉันยังฟื้นฟูมาไม่หายดี การจะไปปะทะกับคนอื่นตรง ๆ ก็คงจะไม่เหมาะสมมากนัก นอกจากนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าภายในคฤหาสน์มีใครซ่อนตัวอยู่อีกบ้าง อย่างน้อยระวังตัวไว้ก่อนมันก็ไม่เสียหายอะไรมากนัก” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในสงครามกับรีเวิร์สเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะสังหารโกลเด้นอายได้เท่านั้น แต่เขายังรวบรวมดวงวิญญาณจากรีเวิร์สมาได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย สิ่งที่เขาทำอยู่ในปัจจุบันคือการควบคุมวิญญาณที่เขารวบรวมมา และถึงแม้ว่าเขาจะปลดปล่อยดวงวิญญาณออกไปเพียงแค่เล็กน้อย แต่มันกลับสามารถสร้างความวุ่นวายไปทั่วทั้งคฤหาสน์

เทคนิคการควบคุมวิญญาณเป็นเทคนิคระดับสูงที่ต่อยอดมาจากการใช้โซลชาโดว์อีกที โดยวิธีนี้คือการใช้ดวงวิญญาณเข้าไปสิงสถิตภายในร่างกายของเป้าหมาย หรือถ้าจะให้พูดง่าย ๆ สาเหตุที่นักรบในคฤหาสน์ตระกูลไท่กำลังเข่นฆ่ากันเองนั่นก็เพราะว่าพวกเขากำลังถูกผีสิง

ด้วยระดับพลังในปัจจุบันของชายหนุ่ม เขาก็สามารถควบคุมดวงวิญญาณได้เพียงแค่ 10 ดวงเท่านั้น อย่างไรก็ตามเขาก็สามารถที่จะเปลี่ยนร่างนักรบที่ถูกควบคุมไปได้เรื่อย ๆ ซึ่งการกระทำนี้มันก็จะทำให้นักรบภายในคฤหาสน์เกิดความระแวง และถือว่านักรบที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นศัตรูถึงแม้ว่านักรบคนนั้นจะได้สติกลับคืนมาแล้วก็ตาม

ความกลัวคือสิ่งที่อันตรายสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ใครขาดสติพวกเขาก็พร้อมที่จะเข่นฆ่าได้แม้กระทั่งพรรคพวกของตัวเอง การกระทำของเซี่ยเฟยคือการปลุกปั่นความหวาดกลัวภายในใจของนักรบทุกคน ทำให้ในตอนนี้ไม่มีนักรบในคฤหาสน์คนไหนเชื่อใจสหายของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว

เซี่ยเฟยคอยควบคุมนักรบทั้ง 10 บุกเข้าไปภายในคฤหาสน์ ซึ่งถ้าหากว่านักรบคนไหนได้รับบาดเจ็บ เขาก็จะเปลี่ยนดวงวิญญาณให้ไปสิงสถิตนักรบคนใหม่ในทันที ทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ตกอยู่ในเปลวเพลิง ขณะที่บนพื้นเต็มไปด้วยซากศพและแอ่งเลือดที่เจิ่งนอง

ทันใดนั่นเองมันก็ได้มีเสียงร้องคำรามดังขึ้นมาจากภายในคฤหาสน์ ก่อนที่จะมีร่างของชายคนหนึ่งพุ่งออกมาจากทะเลเพลิงด้วยความรวดเร็ว จากนั้นเขาก็ทำการฟาดฝ่ามือเข้าใส่นักรบที่ถูกควบคุมอย่างรุนแรง จนทำให้ดวงวิญญาณที่เซี่ยเฟยควบคุมอยู่นั้นกระเด็นหลุดออกมาจากร่าง

ความจริงแล้วดวงวิญญาณที่กระเด็นหลุดออกมามันมีอยู่ทั้งหมดสองดวงวิญญาณ คือดวงวิญญาณรีเวิร์สที่เซี่ยเฟยใช้ในการควบคุม และดวงวิญญาณของนักรบคนนั้นที่สูญสลายไปหลังจากที่มันได้หลุดออกมาจากร่าง

“นั่นมันการทำลายวิญญาณ! ไม่น่าเชื่อเลยว่าในคฤหาสน์จะซ่อนโซลอีทเตอร์เอาไว้ด้วย” ลินนิจอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

หากเทียบโซลฮันเตอร์กับโซลอีทเตอร์ในระดับเดียวกัน โซลอีทเตอร์ก็จะได้รับสถานะที่สูงส่งกว่าโซลฮันเตอร์อยู่เล็กน้อย เพราะท้ายที่สุดโซลอีทเตอร์ก็คือตัวตนที่สามารถทำลายดวงวิญญาณได้โดยตรง ต่างจากโซลฮันเตอร์ที่สามารถนำวิญญาณมาเพิ่มพลังให้กับตัวเองได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถที่จะทำลายดวงวิญญาณของศัตรูลงไปได้

นอกจากนี้ผู้ที่เลือกเป็นโซลอีทเตอร์ยังมีน้อยกว่าโซลฮันเตอร์มาก การที่จู่ ๆ มันได้มีโซลอีทเตอร์ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันจึงเกินกว่าความคาดหมายของทั้งลินนิจและเซี่ยเฟย

“โชคดีที่นายไม่ได้ลงมือด้วยตัวเอง ถ้าหากว่านายต้องปะทะกับเขาโดยตรง มันคงกลายเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากมากแน่ ๆ” ลินนิจกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“รอฉันอยู่ที่นี่แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับลูบหัวเอ็นย่าเบา ๆ

เด็กสาวพยักหน้ารับอย่างเร่งรีบและเมื่อเธอได้เห็นเซี่ยเฟยทำลายตระกูลไท่ลงต่อหน้า มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกชื่นชมชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น

พริบตาต่อมาเซี่ยเฟยก็ได้ใช้วิชาพรางจิตแอบเข้าใกล้โซลอีทเตอร์ผ่านทางการซ่อนตัวในเงามืด

“นั่นนายกำลังทำอะไร!? แค่สิ่งที่นายทำลงไปก็ทำให้ตระกูลไท่สูญเสียไปเยอะแล้วนะ ทำไมนายถึงจะต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงด้วย?” ลินนิจถามขึ้นมาอย่างประหลาดใจ

เดิมทีลินนิจคิดว่าเซี่ยเฟยไม่ต้องการจะเอาตัวไปเสี่ยงกับเรื่องนี้ ชายหนุ่มจึงใช้การควบคุมวิญญาณเพื่อสร้างปัญหา แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงนี่คือกลอุบายที่เซี่ยเฟยใช้ในการหลอกล่อศัตรูที่แข็งแกร่งออกมา ก่อนจะลงมือจัดการกับศัตรูคนนั้นด้วยตัวเอง

“สิ่งที่ฉันต้องการคือการถอนรากถอนโคนพวกมันต่างหาก” เซี่ยเฟยตอบอย่างเรียบง่าย

วิญญาณดวงใหม่ถูกปล่อยออกไปอย่างเงียบ ๆ และทันทีที่ดวงวิญญาณทั้ง 10 เข้าควบคุมร่างนักรบที่แข็งแกร่งที่สุด นักรบเหล่านี้ต่างก็พุ่งเข้าหาโซลอีทเตอร์พร้อม ๆ กัน

“แกกล้าดียังไงถึงมาเล่นตลกต่อหน้าฉันแบบนี้! ถ้าแกกล้าก็ออกมาเผชิญหน้ากับฉันซะ” โซลอีทเตอร์ส่งเสียงตะโกน ก่อนที่เขาจะผลักฝ่ามือออกไปในสองทิศทางที่แตกต่างกัน

วินาทีต่อมาม่านแสงวิญญาณก็พุ่งทะยานออกไปทุกทิศทางอย่างรวดเร็ว โดยมีร่างของโซลอีทเตอร์เป็นศูนย์กลางขยายออกไปยังพื้นที่บริเวณโดยรอบ

การโจมตีนี้เป็นการโจมตีแบบวงกว้างที่โหดร้ายมาก เพราะเพื่อทำการสังหารหุ่นเชิดของเซี่ยเฟย โซลอีทเตอร์คนนี้ก็ไม่ลังเลที่จะสังหารแม้กระทั่งนักรบที่ไม่เกี่ยวข้อง

“เสร็จฉันละ”

เซี่ยเฟยพุ่งตัวออกจากความมืดด้วยความเร็วมากกว่า 8 ล้านเมตรต่อวินาที สร้างมังกรขาวร้องคำรามตัดผ่านลำแสงทำลายวิญญาณของชายคนนั้นและเปิดช่องว่างให้เนอร์วาน่าเคลื่อนที่ผ่านไป

ขวับ!

เนอร์วาน่าตัดผ่านร่างของโซลอีทเตอร์จากบนลงล่าง ก่อนที่มันจะเริ่มดูดกลืนพลังวิญญาณทำให้ศัตรูกลายเป็นเพียงแค่กองขี้เถ้าในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที

การลงมือทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น และมันก็ทำให้โซลอีทเตอร์ที่แข็งแกร่งเสียชีวิตลงไปก่อนที่ใครจะทันได้รู้ตัว

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการดวลระหว่างผู้เชี่ยวชาญคือจังหวะและเวลา สิ่งที่เซี่ยเฟยปูทางไว้ตั้งแต่แรกคือการสร้างจังหวะให้ศัตรูเปิดเผยช่องว่างขึ้นมา และเมื่อถึงเวลาที่ต้องลงมือเขาก็สามารถจัดการเรื่องทุกอย่างได้ในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที

โซลอีทเตอร์คนนี้อาจจะทรงพลังมาก แต่เซี่ยเฟยมีประสบการณ์ในการต่อสู้อย่างโชกโชนมากกว่า ภายใต้เงื้อมมือของเขามีผู้เสียชีวิตมาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน มันจึงหล่อหลอมให้ชายหนุ่มกลายเป็นนักรบที่โหดเหี้ยมอย่างในทุกวันนี้

“นี่มันจะเสี่ยงจนเกินไปแล้ว” ลินนิจอุทานขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก

ระหว่างที่เซี่ยเฟยส่งเนอร์วาน่าออกไปโจมตี ลินนิจก็ตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว ท้ายที่สุดม่านแสงทำลายวิญญาณก็เป็นศัตรูของวิญญาณอมตะโดยธรรมชาติ และถ้าหากว่าเขาเข้าไปในลำแสงนั้นมันก็อาจจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออาจจะถูกสลายวิญญาณไปได้เลย

โชคดีที่ดราก้อนสไปน์สร้างเส้นทางที่ปลอดภัยเอาไว้ให้ และลินนิจก็สามารถลงมือภายใต้เส้นทางที่ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างเด็ดขาด จนทำให้เขาไม่ได้สัมผัสกับม่านแสงทำลายวิญญาณเลยแม้แต่นิดเดียว

เซี่ยเฟยทำการสะบัดฝ่ามือปล่อยดวงวิญญาณทั้ง 10 ออกไปอีกครั้ง และเมื่อมันไม่หลงเหลือโซลอีทเตอร์ที่ทำลายหุ่นเชิดของเขาได้ มันก็ทำให้คฤหาสน์ตระกูลไท่ได้กลายเป็นขุมนรกที่เต็มไปด้วยเสียงโหยหวน

ไม่กี่นาทีต่อมาเซี่ยเฟย, เอ็นย่า, เซียงเป่ยหยาง, คนขับรถและทหารของชายอ้วนอีก 12 คนก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลถังพร้อมกับตัวรถที่ยังคงถูกไฟเผาไหม้

“น้องชาย ในเมื่อไท่หนิงลอบจู่โจมเราแล้วทำไมพวกเราถึงไม่ไปคฤหาสน์ตระกูลไท่ แต่มาที่คฤหาสน์ตระกูลถัง?” เซียงเป่ยหยางถามอย่างสงสัย

หลังจากรอดพ้นมาจากความตายชายอ้วนก็รู้สึกโกรธมากจนแทบจะไปคิดบัญชีกับไท่หนิงด้วยตัวเอง ท้ายที่สุดเขาก็เป็นนักเลงโดยกำเนิดเพียงแต่ด้วยสถานะในปัจจุบันมันยังทำให้เขาพยายามเก็บกดนิสัยดั้งเดิมของตัวเองเอาไว้

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ได้เรียกเขามาอย่างคฤหาสน์ตระกูลถังเสียก่อน เซียงเป่ยหยางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากเดินทางมาที่นี่ตามคำสั่งของชายหนุ่ม

“ฉันจะมาทำอะไรได้อีกนอกจากจะมาชำระบัญชีกับถังหว่านเหนียน” เซี่ยเฟยตอบกลับ

เหตุการณ์นี้ถึงกับทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงและพวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าเซี่ยเฟยกำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่

ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ก้มศีรษะกระซิบอะไรบางอย่างใกล้ ๆ หูเอ็นย่า 2-3 คำ ซึ่งมันก็ทำให้เด็กสาวพยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ

“ขอแค่เธอเชื่อใจฉันก็พอ” เซี่ยเฟยกล่าว ก่อนที่เอ็นย่าจะเดินตรงไปที่ประตูและทำการผลักประตูเข้าไปอย่างแรง

“นั่นคุณจะบ้าไปแล้วเหรอ? นี่คือคฤหาสน์ตระกูลถังนะ” เซียงเป่ยหยางอุทานด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

“คฤหาสน์ตระกูลถังแล้วทำไม? พวกเขาคือเป้าหมายต่อไปของพวกเรา” เซี่ยเฟยหันกลับมากล่าวด้วยรอยยิ้ม

ระหว่างที่เซียงเป่ยหยางกับทหารยามกำลังตื่นตระหนก เซี่ยเฟยกับเอ็นย่าก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยใบหน้าอันเย็นชา

“พวกแกเป็นใคร? กล้าดียังไงถึงมาสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ของตระกูลถัง!”

เหล่าบรรดาทหารของตระกูลถังดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทหารยามหลายสิบคนจะเข้ามาล้อมรอบเซี่ยเฟยกับเอ็นย่าเอาไว้ภายในเวลาไม่กี่วินาที

“พวกแกยังจะกล้าถามอีกงั้นเหรอ? ฉันมาที่นี่เพื่อทวงถามหาความยุติธรรมยังไงล่ะ” เซี่ยเฟยตะโกนด้วยความโกรธ

“ทวงหาความยุติธรรมในคฤหาสน์ตระกูลถังเนี่ยนะ?!”

เหล่าบรรดาทหารของตระกูลถังต่างก็รู้สึกตกตะลึง เพราะพวกเขาไม่คาดคิดว่ามันจะมีใครในดาวแคระแดงที่กล้าหาเรื่องตระกูลถังแบบนี้

“เรียกถังหว่านเหนียนออกมาเดี๋ยวนี้!” เซี่ยเฟยตะโกนเสียงดังทำให้คนทั้งคฤหาสน์ได้ยินอย่างชัดเจน

แรงกดดันที่เซี่ยเฟยปลดปล่อยออกมานั้นมีความน่ากลัวมาก ทำให้ไม่มีใครกล้าลงมือจัดการชายหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไปกว่านั้นการที่เซี่ยเฟยกล้าเรียกชื่อถังหว่านเหนียนขึ้นมาโดยตรง มันก็ยิ่งทำให้ทหารทุกคนรู้สึกตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

“น้องชายมาที่นี่ทำไมงั้นเหรอ?” ถังหว่านเหนียนเดินออกมาทั้งที่ยังคงสวมชุดนอนและพฤติกรรมของเซี่ยเฟยมันก็ทำให้เขารู้สึกสับสน

“คุณคงจะไม่คิดสินะว่าฉันจะมีชีวิตกลับมาหาคุณแบบนี้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้าย

“น้องชายใจเย็น ๆ มีอะไรก็ค่อย ๆ อธิบายออกมา” ถังหว่านเหนียนกล่าวอย่างตกใจ

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร ขณะที่นิ้วมือชี้ไปยังรถหรูที่ถูกไฟไหม้และมีร่องรอยการชนจนทำให้รถพังยับเยิน

ด้วยสภาพของรถแม้แต่คนโง่ก็สามารถบอกได้ว่ารถคันนี้ถูกดักทำร้าย ซึ่งพื้นที่บริเวณหน้ารถก็ถูกใครบางคนฉีกกระชากจนตัวรถหลุดออกเป็นชิ้น ๆ

ถังหว่านเหนียนพยายามถามหาความจริง ซึ่งเซียงเป่ยหยางก็เล่าเรื่องที่พวกเขาถูกคนของไท่หนิงลอบสังหารบนท้องถนน

“คุณถัง ฉันได้ยินมาว่าไท่หนิงคือคนของคุณใช่ไหม?” ในระหว่างที่ถังหว่านเหนียนกำลังสาปแช่งไท่หนิงอยู่ในใจ เซี่ยเฟยก็กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

***************

ใครคิดตามพี่เฟยทันบ้าง…

จบบทที่ ตอนที่ 1,048 จู่โจมคฤหาสน์ตระกูลไท่

คัดลอกลิงก์แล้ว