- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,047 ดักปล้น!?
ตอนที่ 1,047 ดักปล้น!?
ตอนที่ 1,047 ดักปล้น!?
ตอนที่ 1,047 ดักปล้น!?
เนอร์วาน่าอยู่ภายใต้การควบคุมของลินนิจ ขณะที่ขนอุยก็สามารถตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง เมื่อเซี่ยเฟยปล่อยพวกมันออกไปผู้ช่วยทั้งสองก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
หลังจากตัวรถขับเคลื่อนเข้ามาภายในป่า ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกไม่สบายใจ เขาจึงทำการปล่อยเนอร์วาน่ากับขนอุยออกไปเพื่อทำการตรวจสอบสถานการณ์
“คุณช่วยขับช้า ๆ หน่อยได้ไหม? ฉันอยากให้เอ็นย่าพักผ่อนอย่างเต็มที่ อีกอย่างพวกเราก็ไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนกลับเข้าไปภายในเมืองอยู่แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากที่ขนอุยและเนอร์วาน่าเคลื่อนไหวเข้าไปภายในป่าอย่างไร้ร่องรอย
เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งคนขับรถและเซียงเป่ยหยางรู้สึกสับสน แต่พวกเขาก็ยังคงทำตามคำสั่งของเซี่ยเฟย
ระหว่างทางเซียงเป่ยหยางพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงอย่างมีความสุข แต่ด้วยการสนับสนุนของเซี่ยเฟยมันจึงทำให้ไฮโซคนอื่น ๆ เข้ามาพูดคุยกับเขาด้วยสถานะที่เท่าเทียมกัน
เซี่ยเฟยรับฟังเรื่องเหล่านั้นอย่างเฉยเมย โดยดวงตาของเขายังคงจับจ้องมองไปยังพื้นที่บริเวณโดยรอบและคอยฟังรายงานจากลินนิจเป็นระยะ ๆ
เนื่องมาจากว่าลินนิจเป็นวิญญาณในอาวุธวิญญาณ ระยะห่างของการสื่อสารระวังลินนิจกับอันธจึงค่อนข้างห่างกันมากพอสมควร ท้ายที่สุดเมื่อเซี่ยเฟยห่างจากอันธไปไม่กี่เมตร อันธก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารกลับมาหาเซี่ยเฟยได้แล้ว แต่ลินนิจสามารถสื่อสารกลับมาได้แม้ว่าเนอร์วาน่าจะบินไปยังดาวดวงอื่นแล้วก็ตาม
“นายพูดถูกจริง ๆ มีคนสองคนดักรอนายอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 นาที หนึ่งในนั้นเป็นโซลฮันเตอร์ระดับต่ำ ขณะที่อีกคนเป็นฮันเตอร์มีหนวดที่เคยเจอนายบนอุกกาบาตพร้อมกับเซียงเป่ยหยาง” ลินนิจรายงาน
“คนของเซียงเป่ยหยางงั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับขมวดคิ้ว
“คุณเซียง ตอนที่พวกเรากลับมาจากอุกกาบาตมีฮันเตอร์ไว้หนวดฝีมือดีอยู่ใกล้ ๆ กับคุณด้วย คนคนนั้นใช่คนของคุณหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยหันไปถามพี่ชายอ้วนที่อยู่ใกล้ ๆ
“คุณกำลังพูดถึงฟู่หยงงั้นเหรอ? เขาไม่ใช่คนของฉันหรอกแต่เขาเป็นฮันเตอร์ที่มีชื่อเสียงบนดาวแคระแดง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉันเป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้นเอง” เซียงเป่ยหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ซึ่งมันก็ดีแล้วที่ฟู่หยงไม่ใช่คนของเซียงเป่ยหยาง ไม่อย่างนั้นชายหนุ่มก็คงจะลงมือสังหารชายอ้วนก่อนที่เขาจะทันได้รู้ตัว
“ความจริงฟู่หยงทำงานให้กับไท่หนิง ถึงแม้ว่าฉันจะพยายามดึงตัวเขามากเท่าไหร่ แต่มันก็ยากที่ฉันจะเอาชนะใจเขาได้ ว่าแต่คุณถามถึงเขาทำไมเหรอ?” เซียงเป่ยหยางอธิบายเพิ่มเติม
ทันใดนั้นแววตาของเซี่ยเฟยก็แสดงออกถึงความเยือกเย็น เพราะถ้าหากฟู่หยงทำงานให้กับไท่หนิง มันก็หมายความว่าไท่หนิงเป็นคนส่งชายคนนี้มาดักทำร้ายพวกเขา
วันนี้เขาทำให้ไท่หนิงอับอายต่อหน้าฝูงชนและยังขโมยเอ็นย่ามาอย่างหน้าด้านอีกด้วย การกระทำนี้ถือว่าเป็นการหักหน้าเจ้าบ้านอย่างรุนแรง แต่เซี่ยเฟยก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเริ่มแก้แค้นในทันทีแบบนี้
ความเป็นจริงเรื่องนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับไท่หนิงเลย เพราะฟู่หยงตั้งใจจะดักปล้นเซี่ยเฟยตั้งแต่ก่อนงานเลี้ยงจะได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพียงแต่เหตุการณ์ทุกอย่างมันมีความเกี่ยวพันกันอย่างพอดีจนทำให้ไท่หนิงเป็นคนรับเคราะห์กรรมไปโดยไม่รู้ตัว
“แล้วจะให้ฉันฆ่าสองคนนี้เลยไหม?” ลินนิจถาม
“ในเมื่อพวกมันกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูของฉัน ฉันก็จะถอนรากถอนโคนพวกมันจะออกมาให้หมด รอคำสั่งของฉันก่อนแล้วค่อยลงมือในภายหลัง ฉันจะหาตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังแล้วค่อยจัดการพวกมันไปทีเดียว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้าย
“ดีมาก! เรามาถอนรากถอนโคนพวกมันกันเถอะ!! ฉันไม่ชอบขี้หน้าไท่หนิงมาตั้งนานแล้ว” ลินนิจกล่าวพร้อมกับเลียริมฝีปาก
“คุณคิดผิดแล้ว ผู้บงการมันไม่ใช่ไท่หนิงหรอก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว
“ถ้าไม่ใช่ไท่หนิงแล้วมันเป็นใคร?” ลินนิจถามอย่างประหลาดใจ
“ผู้บงการที่แท้จริงคือพ่อของไท่หนิง! คุณจำได้ไหมในระหว่างงานเลี้ยงที่ฉันขอเอ็นย่า ถังหว่านเหนียนเข้ามาพูดว่าอะไร?” เซี่ยเฟยกล่าว
“เขาบอกว่าถ้าเรื่องแค่นี้ไท่หนิงจัดการไม่ได้ เขาจะไปคุยกับพ่อของไท่หนิงแทนใช่ไหม?” ลินนิจกล่าวอย่างไม่ค่อยมั่นใจมากนัก
“ใช่! ถ้าเอ็นย่าเป็นของไท่หนิงแล้วทำไมถังหว่านเหนียนถึงจะต้องไปคุยกับพ่อของเขาด้วย เรื่องนี้มันก็หมายความว่าเจ้าของที่แท้จริงของเอ็นย่าคือพ่อของไท่หนิงที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อีกที” เซี่ยเฟยกล่าว
ลินนิจเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะคำพูดง่าย ๆ เพียงประโยคเดียวกลับทำให้เซี่ยเฟยสามารถทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างชัดเจน และถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะอยู่ภายในจักรวาลอัลฟ่า แต่ชายหนุ่มก็ยังคงวิเคราะห์ได้อย่างเฉียบคมเช่นเดิม
—
“พวกมันมาแล้ว! เราต้องลงมือจัดการเรื่องทุกอย่างให้เร็วที่สุด การต่อสู้จะต้องจบลงภายในเวลาเพียงแค่ 1 นาที” ฟู่หยงที่ซ่อนตัวอยู่ในป่ากล่าวกระซิบ
“ไม่ต้องห่วง ทั้งสามคนบนรถแทบที่จะไม่มีพลังต่อสู้เลยแม้แต่น้อย แค่ฉันปล่อยวิชาวิญญาณออกไปแค่วิชาเดียวก็ฆ่าพวกมันได้หมดแล้ว” จินฮันจวงกล่าวพร้อมกับเริ่มยืดเส้นยืดสายเตรียมพร้อมสำหรับการลงมือ
“อย่าลืมนะว่าเซี่ยเฟยมีมารขาวอยู่ข้าง ๆ มันคงจะไม่ปล่อยให้เจ้านายของมันถูกจัดการได้ง่าย ๆ” ฟู่หยงกล่าวเตือน
“มันก็เป็นแค่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ยังไม่โตเต็มวัย อสูรตัวน้อยแค่นั้นมันจะมาทำอะไรฉันได้” ทันทีที่พูดจบรถของเซียงเป่ยหยางก็แล่นผ่านพื้นที่ที่ทั้งสองกำลังซ่อนตัวอยู่ จินฮันจวงจึงลุกยืนขึ้นก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างปลดปล่อยโซลชาโดว์ออกมาอย่างบิด ๆ เบี้ยว ๆ
โซลชาโดว์คือทักษะการต่อสู้ระดับกลางของโซลฮันเตอร์ อย่างไรก็ตามความเชี่ยวชาญของจินฮันจวงก็มีไม่เพียงพอ เขาจึงแสดงพลังของโซลชาโดว์ออกมาได้ไม่ถึงครึ่งเท่านั้น
แผนการโจมตีในครั้งนี้เรียบง่ายมาก โดยพวกเขาจะทำลายรถและผู้โดยสารทั้งหมดลงไปในคราวเดียว จากนั้นพวกเขาก็จะทำการขโมยแหวนมิติและหลบหนีออกไปโดยไร้ร่องรอย
ทันทีที่โซลชาโดว์ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ทั้งเซียงเป่ยหยางและคนขับรถต่างก็ตกใจจนแทบจะหมดสติ เพราะการโจมตีนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการโจมตีที่อันตรายถึงชีวิตเท่านั้น แต่มันยังเป็นเงาที่มีรูปร่างคล้ายกับสัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัวอีกด้วย
แต่ก่อนที่โซลชาโดว์บิด ๆ เบี้ยว ๆ จะปะทะเข้ากับตัวรถนั่นเอง เซี่ยเฟยก็ทำการสะบัดข้อมือเพื่อปลดปล่อยโซลชาโดว์ออกมา
โซลชาโดว์ปะทะโซลชาโดว์!
โซลชาโดว์ของจินฮันจวงเรียกได้ว่าเป็นโซลชาโดว์ที่ยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์ แต่โซลชาโดว์ของเซี่ยเฟยมีรากฐานมาจากวิญญาณของรีเวิร์สทั้งรูปร่างและพลังของมันจึงอยู่ในระดับที่น่ากลัวมาก
ตูม!
เมื่อโซลชาโดว์ทั้งสองปะทะกัน โซลชาโดว์ของจินฮันจวงก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้เจ้าของโซลชาโดว์หน้าซีดลงอย่างฉับพลัน เพราะเมื่อพิจารณาจากพลังมันก็หมายความว่าเซี่ยเฟยมีความแข็งแกร่งมากกว่าตัวเขาเอง
ก่อนที่โซลฮันเตอร์คนนี้จะตั้งสติขึ้นมาได้ ลำแสงอันเยือกเย็น 2 เส้นก็พุ่งออกมาจากป่าด้านหลังของพวกเขา
เนอร์วาน่าตัดผ่านร่างของจินฮันจวงไปก่อนที่เขาจะทันได้รู้ตัว ร่างกายของโซลฮันเตอร์จึงถูกผ่าออกเป็นสองส่วน ขณะที่พลังวิญญาณภายในร่างก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในตัวดาบอย่างบ้าคลั่ง
ในอีกด้านหนึ่งขนอุยไม่ได้จู่โจมด้วยท่าสังหาร แต่ใช้หัวของมันกระแทกฟู่หยงจนลอยขึ้นไปบนฟ้าอย่างรุนแรง
แอ๊ก!
ฟู่หยงกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับอาการบาดเจ็บ แต่เขาก็พยายามเคลื่อนไหวกลางอากาศ เพราะตอนนี้เขาได้รู้ตัวแล้วว่าพวกเขาบังเอิญมาเจอตอที่ไม่สมควรจะเข้าไปยุ่งตั้งแต่แรก
ขวับ!
ใบหญ้าสีฟ้าขนาดใหญ่โบกสะบัดกลางอากาศเข้าพัวพันกับฟู่หยงที่พยายามจะวิ่งหนี
ระหว่างนั้นรถหรูก็สูญเสียการควบคุมล้มคว่ำไปในป่า แต่เซียงเป่ยหยางกับคนขับรถยังคงปลอดภัยภายใต้การยึดจับของใบหญ้า ส่วนเอ็นย่าถูกช่วยเข้ามาภายในอ้อมแขนของเซี่ยเฟย
ตุบ!
หงส์ครามโยนร่างฟู่หยงลงมาจากอากาศจนทำให้นักรบมีหนวดกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง
“มันคือคนของไท่หนิงใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถามขณะชี้นิ้วไปที่ฟู่หยง
ระหว่างนั้นคนขับรถกับเซียงเป่ยหยางต่างก็หวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อพวกเขาได้ยินคำถามของเซี่ยเฟยทั้งคู่ก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น
“ไท่หนิงมันกล้าดียังไงถึงมาลอบโจมตีฉัน!” เซี่ยเฟยร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว
ฟู่หยงมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าไท่หนิงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์นี้ได้ยังไงกันแน่ อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเขาก็ไม่มีเวลาจะต้องมาสนใจเรื่องของคนอื่น สิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องทำเป็นอย่างแรกคือการหลบหนีออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
น่าเสียดายที่ก่อนฟู่หยงจะทำการหลบหนี ใบหญ้าสีฟ้าขนาดใหญ่ก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้ากระแทกท้ายทอยจนเขาหมดสติลงไปอย่างฉับพลัน
“คุณเซียงเรียกคนของคุณมาจัดการเรื่องนี้ซะ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมาโดยเร็วที่สุด” เซี่ยเฟยกล่าวขณะอุ้มเอ็นย่ามุ่งหน้าไปทางคฤหาสน์ตระกูลไท่
เมื่อเซียงเป่ยหยางตั้งสติขึ้นมาได้อีกครั้ง เขาก็รีบโทรเรียกให้คนของเขาเดินทางมายังที่นี่ในทันที
“ฉันได้ยินมาว่าพวกไท่หนิงมันฆ่าครอบครัวของเธอใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถามเอ็นย่า
เอ็นย่าพยักหน้ารับอย่างนิ่งเงียบ โดยที่ภายในแววตาของเธอเต็มไปด้วยความชื่นชมหลังจากได้ค้นพบว่าแท้ที่จริงเซี่ยเฟยคือโซลฮันเตอร์ที่ทรงพลัง
“ไม่ต้องห่วง หลังจากคืนนี้มันจะไม่มีตระกูลไท่อยู่ในดาวแคระแดงอีกต่อไป!” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา
เซี่ยเฟยไม่เคยปล่อยให้ศัตรูของเขารอดชีวิต และสาเหตุที่เขายังคงปล่อยฟู่หยงเอาไว้นั้นก็ไม่ใช่เพราะเขาใจอ่อนไม่ยอมลงมืออย่างเด็ดขาด แต่เขาต้องการเก็บตัวนักโทษเอาไว้สำหรับการไต่สวนในภายหลัง
สำหรับตัวเขาแล้วการแก้แค้นและจากไปเป็นแค่เรื่องง่าย ๆ แต่อย่าลืมว่าเซียงเป่ยหยางและเอ็นย่าจะต้องมีชีวิตบนดาวแคระแดงต่อไป เขาจึงจำเป็นจะต้องหาหลักฐานเอาไว้ใช้เป็นข้ออ้างในการลงมือ
—
ขณะเดียวกันไท่หนิงก็กำลังเดินเข้ามาในห้องนอนของชายชราคนหนึ่งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน่าเกลียด โดยชายชราคนนั้นยังคงเล่นสนุกกับหญิงสาวอยู่บนเตียง โดยไม่คิดจะหันมามองไท่หนิงเลยแม้แต่นิดเดียว
แน่นอนว่าชายคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากไท่ติงหยู พ่อของไท่หนิงนั่นเอง
“เอ็นย่าต้องเป็นของฉัน ไปยืมคนจากอาสี่แล้วจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” ไท่ติงหยูกล่าวขณะยังคงเล่นสนุกโดยไม่วางมือ
“ได้ครับ” ไท่หนิงตอบรับอย่างเคร่งขรึมและเตรียมพร้อมที่จะออกไปจากห้องนอนของบิดา
แต่ในทันใดนั้นเองทหารของตระกูลก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรนและบังเอิญชนเข้ากับไท่หนิงเข้าอย่างแรง
“หัดดูทางมั้งสิวะ!” ไท่หนิงตบหน้าชายคนนั้นอย่างรุนแรง
“แย่แล้วครับนายท่าน ตอนนี้ทั่วทั้งคฤหาสน์กำลังวุ่นวายกันไปหมดแล้ว!!”
***************
พี่เฟยบุกแล้ว ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องเข้าใจผิดแต่ยังไงพวกมันก็วางแผนจะชิงตัวเอ็นย่าอยู่ดี พี่เฟยจัดการมันนนน!!