เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 หอชิงเย่อันรุ่งเรือง

บทที่ 2 หอชิงเย่อันรุ่งเรือง

บทที่ 2 หอชิงเย่อันรุ่งเรือง


บทที่ 2 หอชิงเย่อันรุ่งเรือง

หอชิงเย่

เมื่อเงยหน้ามองโคมไฟอักษรสามตัวที่แขวนอยู่บนยอดตึกสูงตระหง่าน

รวมถึงเสียงดนตรีอันไพเราะเสนาะหูที่ดังแว่วออกมาจากด้านใน

โจวหลางก็รู้สึกใคร่รู้ยิ่งนัก

"มีแขกผู้มีเกียรติมาเยือนอีกแล้วเจ้าค่ะ"

"คุณชายเชิญด้านในเจ้าค่ะ"

"ไม่ทราบว่าคุณชายมีแม่นางที่คุ้นเคยอยู่แล้วหรือไม่เจ้าคะ?"

สตรีแต่งกายยั่วยวนนางหนึ่งรีบเดินยิ้มร่าเข้ามาต้อนรับทันที

"ข้าแค่มานั่งเล่นเฉยๆ"

โจวหลางยิ้มบางๆ ตอบกลับ

จากนั้นจึงถูกสตรีนางนั้นเชื้อเชิญให้เดินเข้าไปในหอชิงเย่

โจวเสี่ยวซุ่นเดินตามหลังมาด้วยความจนใจ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวหอ

ทั้งสองคนก็ประหนึ่งคุณยายหลิวเข้าสวนต้ากวนหยวนตื่นตาตื่นใจจนทำอะไรไม่ถูก

ภายในนั้นสว่างไสวด้วยแสงโคมไฟระยิบระยับ ห้องโถงกว้างขวางชั้นล่างเต็มไปด้วยโต๊ะนับสิบและแขกเหรื่อกว่าร้อยคน

บนเวทีการแสดง กลุ่มนางรำรูปร่างอ้อนแอ้นกำลังร่ายรำโยกย้ายส่ายสะโพกอย่างสุดเหวี่ยง

อวดโฉมเรือนร่างอันเย้ายวนต่อสายตาแขกเหรื่ออย่างไม่เกรงอกเกรงใจใคร

โจวหลางเดินตามสตรีผู้นั้นขึ้นไปยังชั้นสองของหอ

ชั้นสองยิ่งคึกคักกว่าชั้นล่างเสียอีก

ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยวงไพ่และกลุ่มคนเล่นปาลงโทน

ทว่าผู้คนที่ขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้ ล้วนสวมใส่ชุดคลุมผ้าไหมราคาแพงระยับ

ข้างกายต่างมีสตรีโฉมงามคอยปรนนิบัติพัดวีอยู่ไม่ห่าง

เสียงหัวเราะหยอกล้อและเสียงออดอ้อนดังระงมไปทั่วทั้งชั้น

"คุณชายเจ้าคะ ที่นี่ยังมีเรือนหลังอีกนะเจ้าคะ"

"ที่นั่นต่างหากคือสถานที่ที่เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงนิยมไปกัน"

"ยิ่งไปกว่านั้น คืนนี้ยังเป็นคืนเปิดตัวรับแขกครั้งแรกของสาวงามหน้าใหม่หลายคนด้วยเจ้าค่ะ"

"คุณชายห้ามพลาดเด็ดขาดนะเจ้าคะ"

สตรีผู้ยั่วยวนเพียงปรายตามองปราดเดียว ก็ดูออกทันทีว่าชุดที่ชายหนุ่มผู้นี้สวมใส่อยู่

มีเพียงผู้มีบรรดาศักดิ์ระดับปั๋วขึ้นไปเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์สวมใส่ได้

เพียงแต่นางก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ว่ายังมีคุณชายตระกูลสูงศักดิ์คนไหนสวมชุดบรรดาศักดิ์เต็มยศมาเที่ยวสถานที่แบบนี้

ดังนั้นนางจึงปฏิบัติต่อโจวหลางด้วยความนอบน้อมเป็นพิเศษ

"สาวงามหน้าใหม่เปิดตัว?"

"หมายความว่าอย่างไร?"

โจวหลางลอบขำในใจ ตอนแรกเขาเกือบจะเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าสาวแต่งงานเสียอีก

"คุณชายคงยังไม่ทราบ"

"หอชิงเย่ของเราในทุกๆ ปีจะเฟ้นหาสาวงามจากทั่วสารทิศ"

"หลังจากอบรมสั่งสอนศาสตร์ทั้งสี่ อันได้แก่ ดีดพิณ เดินหมาก เขียนพู่กัน และวาดภาพจนเชี่ยวชาญแล้ว จึงค่อยส่งตัวมายังเมืองหลวง"

"เพื่อให้พวกนางได้แสดงความสามารถต่อหน้าเหล่าคุณชายเจ้าค่ะ"

"วันนี้ประจวบเหมาะมีสาวงามหน้าใหม่สามนางจะขึ้นแสดงบนเวทีพอดี"

"เพียงแค่จ่ายห้าสิบตำลึง ท่านก็สามารถเข้าไปยังเรือนหลังได้แล้วเจ้าค่ะ"

สตรีผู้ยั่วยวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"เช่นนั้นพวกเราไปดูที่เรือนหลังกันเถอะ"

โจวหลางส่งสายตาให้โจวเสี่ยวซุ่น

โจวเสี่ยวซุ่นทำหน้าเหมือนเพิ่งกินยาขม ควักตั๋วเงินออกมาส่งให้สตรีผู้นั้นอย่างไม่เต็มใจ

"พี่สาวท่านนี้ รบกวนทอนเงินให้ข้าน้อยร้อยตำลึงด้วยขอรับ"

นางรับตั๋วเงินไปพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปส่งต่อให้เด็กรับใช้คนหนึ่ง

แล้วจึงนำทางพาโจวหลางและบ่าวเดินผ่านระเบียงทางเดินที่เชื่อมระหว่างตึก

มุ่งหน้าลึกเข้าไปยังเรือนด้านหลัง...

เมื่อเดินผ่านตรอกทางเดินอันเงียบสงบ

ก็มาถึงหน้าประตูเรือนขนาดใหญ่ที่ปิดสนิทบานหนึ่ง

บริเวณนี้เงียบสงัดยิ่งนัก สตรีผู้ยั่วยวนเคาะประตูเรือนเบาๆ

เสียง *แอ๊ด* ดังขึ้น ประตูเรือนถูกเปิดออก

เสียงหัวเราะเฮฮาดังเล็ดลอดออกมาจากด้านในทันที

"เชิญคุณชายเจ้าค่ะ ผู้น้อยคงส่งท่านได้เพียงเท่านี้"

นางย่อกายคารวะ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

"เงินของข้า..."

โจวเสี่ยวซุ่นรีบทักท้วง

"เมื่อเข้าไปแล้ว เดี๋ยวจะมีเด็กรับใช้นำมามอบให้ท่านเองเจ้าค่ะ"

เสียงตอบกลับของนางลอยมาแต่ไกล

โจวหลางก้าวเท้าผ่านประตูใหญ่เข้าไป หลังจากเดินอ้อมฉากกั้นและผ่านสวนดอกไม้

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือหอสูงตระหง่านอันวิจิตรตระการตาที่ประดับประดาด้วยโคมไฟสว่างไสว

ที่ระเบียงและลานกว้างฝั่งตรงข้าม บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับไม่ถ้วน

ทุกคนต่างจับจ้องไปที่นางรำบนเวทีอย่างใจจดใจจ่อ

บุรุษจำนวนมากโอบกอดสตรีโฉมงามที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มไว้ในอ้อมอก

มือไม้ของพวกเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของสตรีในอ้อมกอดอย่างไม่อายฟ้าดิน

เสียงลมหายใจกระเส่าดังแว่วมาจากรอบทิศ

ทำเอาโจวหลางหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขิน

โจวเสี่ยวซุ่นเพิ่งจะรับเงินทอนร้อยตำลึงมาจากเด็กรับใช้

พอหันกลับมาเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาถึงกับเบิกโพลง รีบหันหลังหลบไปด้านข้างด้วยความตกใจ

"ซื่อจื่อ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่วิญญูชนควรมานะขอรับ"

"ท่านอย่าเข้าไปเลยขอรับ"

"เงินก็จ่ายไปแล้ว มาถึงขนาดนี้แล้ว"

"จะให้มาเสียเที่ยวได้ยังไง"

โจวหลางก้าวเท้าฉับๆ ไปข้างหน้า มองเห็นที่นั่งว่างอยู่จุดหนึ่ง

จึงทรุดตัวลงนั่งอย่างไม่ลังเล

เมื่อมองดูบุรุษรอบกายที่มีสตรีโฉมงามเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยคอยคลอเคลีย

แม้กระทั่งนางรำบนเวที กระโปรงผ้าแพรบางเบานั่นก็แทบจะปิดบังอะไรไม่อยู่

โจวหลางอดถอนหายใจในใจไม่ได้

ยุคโบราณนี่ช่างเปิดเผยเสียยิ่งกว่ายุคปัจจุบันเสียอีกนะเนี่ย

"คุณชายเจ้าคะ ท่านมีแม่นางที่เรียกใช้ประจำหรือไม่เจ้าคะ?"

เสียงหวานใสของสตรีดังขึ้นที่ข้างหู

โจวหลางหันขวับไปมอง พบหญิงงามนางหนึ่งยืนส่งยิ้มให้อยู่ด้านหลัง

"คุณชาย..."

โจวเสี่ยวซุ่นรีบส่งสายตาเตือน มือข้างหนึ่งในแขนเสื้อสั่นระริก

โจวหลางเข้าใจทันที เจ้าเด็กนี่กลัวเงินไม่พอจ่ายสินะ

พับผ่าสิ เป็นถึงซื่อจื่อจวนจวิ้นอ๋องแท้ๆ แต่กลับถังแตกอนาถาเสียจริง...

"ไม่ต้องหรอก เข้าเพิ่งมาเป็นครั้งแรก"

"แค่แวะมาดูเท่านั้น"

โจวหลางยิ้มพลางกล่าวปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

หญิงงามเดินจากไปอย่างเสียดาย เขาจึงหันกลับไปชื่นชมท่วงท่าการร่ายรำอันงดงามบนเวทีต่อ

โดยหารู้ไม่ว่า ณ ริมหน้าต่างมุมหนึ่งบนชั้นสอง

มีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่ร่างของโจวหลางเขม็ง

"พี่เซี่ยงเฉิง นั่นมันเจ้าโง่แห่งจวนหลินผิงจวิ้นอ๋องไม่ใช่รึ?"

"มันบังอาจโผล่หัวมาที่หอชิงเย่ด้วยรึนี่"

คุณชายท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

"เป็นมันจริงๆ ด้วย!"

"คราวก่อนถ้าไม่ใช่เพราะมันเข้ามาขวาง พวกเราคงได้ตัวแม่นางคนนั้นไปแล้ว"

"ไอ้เด็กนี่แสร้งทำเป็นบาดเจ็บ จนทำให้พวกเราถูกสั่งขังคุกตั้งสองวัน!"

"ไป... ลงไปหยอกมันเล่นสักหน่อยเถอะ"

คุณชายผู้ถูกเรียกว่าพี่เซี่ยงเฉิงแสยะยิ้มเย็นชาพลางลุกขึ้นยืน

เขานำพาคุณชายอีกสองคนเดินออกจากห้องรับรองส่วนตัว ลงบันไดมายังสวนดอกไม้ด้านล่าง

โจวหลางยังคงเพลิดเพลินกับการชมระบำรำฟ้อนของเหล่านางรำ

อุตส่าห์เสียเงินตั้งห้าสิบตำลึงเข้ามาถึงที่นี่ ถ้าไม่ดูให้คุ้มก็ขาดทุนแย่

"โอ๊ะโอ นี่มันซื่อจื่อติงต๊องแห่งจวนหลินผิงจวิ้นอ๋องไม่ใช่หรือนี่"

"คุณชายหลางของพวกเรานี่เอง"

ทันใดนั้น คุณชายสวมชุดหรูหราสามคนก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า

สายตาที่จ้องมองโจวหลางเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามและเจตนาหาเรื่องอย่างชัดเจน

"พวกเจ้าเป็นใคร?"

โจวหลางขมวดคิ้วถาม

แม้เขาจะข้ามภพมาสิงร่างนี้ แต่กลับไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

คนกลุ่มนี้แค่ดูคุ้นตา แต่เขาจำไม่ได้เลยสักนิดว่าเป็นใครมาจากไหน

ทว่าโจวเสี่ยวซุ่นที่ยืนอยู่ไกลๆ ทันทีที่เห็นสามคนนี้ปรากฏตัว

แววตาพลันฉายแววหวาดกลัวอย่างสุดขีด

สาเหตุที่เจ้านายของตนต้องนอนบาดเจ็บปางตาย ก็เป็นเพราะคนกลุ่มนี้หาเรื่องก่อเหตุทั้งนั้น!

นึกไม่ถึงเลยว่า คืนนี้จะมาเจอกันที่นี่เข้าจนได้!

"ฮ่าๆๆ พี่เซี่ยงเฉิง เจ้าซื่อจื่อติงต๊องนี่ยังแกล้งทำไขสือได้เก่งนักนะ"

"พวกเราเรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก มันยังจะแกล้งทำเป็นจำพวกเราไม่ได้อีกรึ?"

หวงเชี่ยหัวเราะร่าพลางกล่าวเยาะเย้ย

"พี่หลาง อย่างไรเสียเจ้าก็นับว่าเป็นท่านพี่ของข้า"

"แกล้งทำเป็นจำกันไม่ได้ คิดว่าจะตบตาผ่านไปได้ง่ายๆ งั้นรึ?"

"ได้ยินข่าวมาว่าวันนี้พี่หลางบากหน้าไปสู่ขอสาวที่จวนเสนาบดีกรมคลัง"

"ทำไมถึงไม่อยู่เสวยสุขกับงานเลี้ยงที่ตระกูลกู้ กลับซัดเซพเนจรมาหาความสำราญที่หอชิงเย่เสียได้เล่า?"

โจวเซี่ยงเฉิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

บิดาของโจวเซี่ยงเฉิง คือพระอนุชาลำดับที่แปดของฮ่องเต้ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหานอ๋อง

ดำรงตำแหน่งขุนนางขั้นสามรองเสนาบดีกรมพิธีการ

มีศักดิ์เป็นพี่น้องร่วมอุทรกับบิดาของโจวหลางซึ่งเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเช่นกัน

ทั้งสองคนจึงมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันทางสายเลือด

เติบโตและร่ำเรียนมาด้วยกันในสำนักกั๋วจื่อเจียน แต่ทว่านิสัยใจคอเข้ากันไม่ได้

ปกติจึงมักจะมีเรื่องระหองระแหงกันอยู่เนืองๆ

จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้เมื่อเริ่มเติบใหญ่ โจวเซี่ยงเฉิงก็เริ่มตระหนักได้ว่า

แม้จะเป็นเชื้อพระวงศ์แห่งราชวงศ์ต้าโจวเหมือนกัน แต่บารมีและความสามารถของท่านพี่ผู้นี้กลับเทียบชั้นกับตนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

นับแต่นั้นมา เขาก็ไม่เคยเห็นโจวหลางอยู่ในสายตาอีกเลย

(จบบทที่ 2)

จบบทที่ บทที่ 2 หอชิงเย่อันรุ่งเรือง

คัดลอกลิงก์แล้ว