เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,045 ทะเลาะเรื่องทาส

ตอนที่ 1,045 ทะเลาะเรื่องทาส

ตอนที่ 1,045 ทะเลาะเรื่องทาส


ตอนที่ 1,045 ทะเลาะเรื่องทาส

เอ็นย่ารออยู่ในรถ ขณะที่ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความไม่สบายใจ

“ไม่ต้องห่วงหรอก คุณเซียงกับเซี่ยเฟยเป็นคนดีมาก พวกเขาช่วยเธอได้แน่ ๆ สิ่งที่เธอจำเป็นจะต้องทำมีเพียงแค่การเชื่อใจพวกเขาเท่านั้นเอง” คนขับรถชราพยายามปลอบใจหลังจากที่เห็นความไม่สบายใจของเอ็นย่า

“พวกเขามีอำนาจมากกว่าไท่หนิงหรือเปล่า?” เอ็นย่ากล่าวถามขึ้นมาเบา ๆ

“เอ่อ…” ชายชราพูดไม่ออกด้วยเช่นกัน เพราะเขารู้ดีว่าเซียงเป่ยหยางมีอำนาจสู้ไท่หนิงไม่ได้ ๆ แต่เขาไม่มั่นใจในอำนาจของเซี่ยเฟย

“ไท่หนิงฆ่าครอบครัวของฉันทั้งหมดเพื่อชิงตัวฉันมา ถึงแม้พี่ชายเซี่ยเฟยจะเป็นคนดีแต่เขาก็อาจจะไม่สามารถโน้มน้าวไท่หนิงได้ ความจริงแค่ที่เขาช่วยฉันเอาไว้ในวันนี้มันก็ทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจมากพอแล้ว” เอ็นย่ากล่าวกระซิบ

หลังจากพูดคุยได้ไม่นานเอ็นย่าก็ผล็อยหลับไปจากความเหนื่อยล้า

“ไม่นะ! อย่าฆ่าพ่อฉัน” เด็กหญิงใช้มือตะเกียกตะกายราวกับว่าเธอพยายามคว้าอะไรบางอย่างอย่างสุดชีวิต และทั่วทั้งใบหน้าของเธอมันก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเม็ดใหญ่

“เฮ้อ! เธอจะน่าสงสารเกินไปแล้ว” ชายชราทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ ขณะถอดเสื้อคลุมมาห่มให้เอ็นย่าด้วยความสงสาร

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยกับเซียงเป่ยหยางก็กำลังเดินเข้าไปในคฤหาสน์ของไท่หนิง แต่เนื่องมาจากว่าพวกเขามาช้าเกินไป ตอนนี้งานเลี้ยงจึงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว การปรากฏตัวของทั้งคู่จึงดึงดูดสายตาของผู้คนได้เป็นจำนวนมาก เพราะคนหนึ่งแต่งตัวมอซอเหมือนกับขอทาน ขณะที่อีกคนแต่งตัวฉูดฉาดราวกับคนที่พยายามอวดความร่ำรวย

ใบหน้าของเซียงเป่ยหยางเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างอับอาย แต่เซี่ยเฟยยังคงเดินอย่างสบาย ๆ แม้ว่าจะมีสายตาแห่งความดูถูกจับจ้องมองมาเป็นจำนวนมากก็ตาม

ทันใดนั้นเซียงเป่ยหยางก็ตระหนักว่าเขากับเซี่ยเฟยอยู่ในระดับที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะแม้แต่ในงานเลี้ยงของชนชั้นสูงชายหนุ่มก็ยังกล้าสวมชุดเก่า ๆ เดินเข้ามาอย่างภาคภูมิใจ ราวกับว่าเซี่ยเฟยไม่ได้ให้ความสนใจกับความภาคภูมิใจที่เกิดจากเครื่องประดับภายนอกเลย

“ทำไมฉันถึงรู้สึกเหม็นสาบอะไรบางอย่างนะ” ชายคนหนึ่งอุทานขณะเดินผ่านเซี่ยเฟยอย่างจงใจด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความดูถูกอย่างเต็มที่

“อ้าว! น้องชายเซี่ยเฟย คุณเซียง ในที่สุดพวกคุณก็มาถึงแล้ว” ไท่หนิงเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาทักทายคนทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

แขกหลาย ๆ คนในงานเลี้ยงพอจะจำเซียงเป่ยหยางได้ แต่เซี่ยเฟยที่แต่งกายด้วยชุดธรรมดากลับทำให้ไท่หนิงต้องออกมาทักทายด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นไท่หนิงยังจงใจพูดชื่อเซี่ยเฟยขึ้นมานำหน้า ซึ่งมันก็หมายความว่าชายคนนี้ให้ความสำคัญของชายหนุ่มมากกว่าชายอ้วน มันจึงยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจ

เซียงเป่ยหยางรีบก้าวเท้าไปข้างหน้าเพื่อพยายามกล่าวทักทายไท่หนิง แต่เซี่ยเฟยกลับถามขึ้นมาอย่างนิ่ง ๆ เสียก่อน

“คุณไท่ ฉันได้ยินมาว่าคุณมีผู้หญิงจากเผ่าเพียวสวอนที่ชื่อว่าเอ็นย่าใช่ไหม?”

ไท่หนิงสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงถามขึ้นมาแบบนี้

อย่างไรก็ตามคำถามของชายหนุ่มกลับเรียกเสียงหัวเราะออกมาได้จากทั่วทุกมุมห้อง เพราะพวกเขารู้ดีว่าคำถามนี้มันหมายถึงอะไร

มันเป็นเรื่องปกติของเศรษฐีที่จะมีทาสสาวสวยเอาไว้ปรนนิบัติ โดยเฉพาะทาสสาวจากเผ่าเพียวสวอนที่มีผิวสวยราวกับหิมะ และพวกเธอก็คือทาสที่ยั่วยวนท่านชายได้ดีที่สุดในบรรดาทาสจากเผ่าพันธุ์ทั้งหมด

เมื่อทุกคนได้ยินคำถามนี้ขึ้นมา พวกเขาก็สามารถทำความเข้าใจได้เลยว่าไท่หนิงเป็นคนที่ชอบเล่นสนุกกับทาสสาวด้วยเช่นกัน เพียงแต่ชายหนุ่มถามคำถามนี้ขึ้นมาต่อหน้าทุกคน ซึ่งมันเป็นการกระทำที่ค่อนข้างจะดูหมิ่นกันอยู่เล็กน้อย

“น้องชาย พวกเราไปที่หอดูดาวกันก่อนดีกว่า คุณถังกำลังรอคุณอยู่ก่อนแล้ว” ไท่หนิงรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างมีประสบการณ์

หอดูดาวเป็นพื้นที่ที่ถูกจัดสรรไว้อย่างดีมากที่สุดของคฤหาสน์หลังนี้ ดังนั้นผู้ที่สามารถเข้าถึงพื้นที่บริเวณนี้ได้จึงมีเพียงแค่แขกคนสำคัญเท่านั้น การที่ไท่หนิงเชิญเซี่ยเฟยกับเซียงเป่ยหยางขึ้นไปบนหอดูดาวเป็นการส่วนตัว มันก็ยิ่งทำให้ทุกคนจับจ้องมองไปยังชายหนุ่มและชายอ้วนด้วยความสับสนมากขึ้นกว่าเดิม

คำเชิญจากไท่หนิงทำให้เซียงเป่ยหยางตัวสั่นขึ้นมาอย่างตื่นเต้น แต่ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็พูดทำลายบรรยากาศขึ้นมาซะก่อน

“คุณไท่หนิง ผมพูดตรง ๆ นะว่าผมต้องการเอ็นย่า”

คำพูดนี้ทำให้บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบสงบในทันที เพราะมันเห็นได้ชัดเลยว่าเซี่ยเฟยกำลังพยายามปล้นทาสบางคนแล้วมันก็ไม่มีช่องว่างสำหรับการเจรจา

ใบหน้าของไท่หนิงเริ่มบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด แต่เขาก็ยังคงคำนึงถึงคำสั่งของถังหว่านเหนียน เขาจึงพยายามสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว

“พูดตามตรงว่าทาสผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับฉันเลย แต่เธอคนนั้นถูกเตรียมเอาไว้เป็นของขวัญให้กับคนอื่น หากคุณต้องการทาสไปปรนนิบัติสักคน คุณสามารถเลือกทาสคนอื่นจากในคฤหาสน์ไปได้เลย เพียงแต่ฉันไม่สามารถมอบเอ็นย่าให้กับคุณได้จริง ๆ”

ก่อนหน้านี้ลูกน้องได้มาแจ้งเขาแล้วว่าเซี่ยเฟยหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับเอ็นย่าในระหว่างที่ชายหนุ่มเดินทางมาที่นี่ เขาจึงพยายามเสนอทาสผู้หญิงคนอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนกับเด็กสาวคนนั้น และเขาก็คิดว่าเซี่ยเฟยสมควรจะพอใจกับข้อเสนอที่เขายื่นให้อย่างใจกว้าง

“ฉันเข้าใจความหวังดีของคุณ แต่คนที่ฉันต้องการมีเพียงเอ็นย่าคนเดียวเท่านั้น” เซี่ยเฟยตอบไปอย่างเด็ดขาด

“น้องชายเซี่ยเฟย เอ็นย่าเป็นของขวัญที่ฉันได้เตรียมเอาไว้ให้กับคนอื่นจริง ๆ คุณเปลี่ยนใจไปมองหาทาสคนอื่นไม่ได้เหรอ?” ไท่หนิงเริ่มกล่าวอย่างจริงจัง

“ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรฉันก็จะเลือกเอ็นย่าอยู่ดี เดี๋ยวฉันจะทำการจ่ายค่าตัวของเธอให้กับคุณเอง” เซี่ยเฟยตอบอย่างเย็นชา

เมื่อบรรยากาศเริ่มไม่ค่อยดีแขกภายในงานก็เริ่มถอยห่างอย่างตึงเครียด ระหว่างนั้นทหารภายในคฤหาสน์ก็เตรียมพร้อมที่จะลงมือ ตราบใดก็ตามที่ไท่หนิงออกคำสั่งพวกเขาก็จะกระทืบเซี่ยเฟยให้จมดิน

“นายจะมัวไปเจรจากับมันทำไม? แค่ฆ่ามันซะก็สิ้นเรื่อง” ลินนิจตะโกนขึ้นมาอย่างดุเดือด ขณะที่เซี่ยเฟยยังคงยืนนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน

ทันใดนั่นเองถังหว่านเหนียนและชายชราอีกหลายคนที่เซี่ยเฟยไม่รู้จักก็เร่งรีบเดินเข้ามา ซึ่งบุคคลเหล่านี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญในดาวแคระแดงทั้งหมด แขกคนอื่น ๆ จึงเริ่มทักทายพวกเขาด้วยความเคารพ เพราะทุกคนต่างก็มีอำนาจไม่น้อยไปกว่ากัน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ถังหว่านเหนียนถามอย่างเร่งรีบ แต่ในวันนี้โซลฮันเตอร์ซงจินฮูไม่ได้อยู่ข้างกายเขา แต่เปลี่ยนเป็นชายผิวดำผู้มีร่างกายกำยำแทน

ไท่หนิงเริ่มเล่าเหตุการณ์ให้ชายชราฟังและพยายามขอให้เหล่าบรรดาบุคคลสำคัญของดาวแคระแดงช่วยมอบความยุติธรรมให้กับเขาด้วย

“พวกคุณทะเลาะกันเพราะทาสคนเดียวเนี่ยนะ? น้องชายเซี่ยเฟยเพิ่งจะมาที่ดาวแคระแดงเป็นครั้งแรก พวกเราควรจะแสดงตัวเป็นเจ้าบ้านที่สุภาพ คุณควรมอบทาสที่ชื่อเอ็นย่าให้กับน้องชายเซี่ยเฟยไปซะ ส่วนเรื่องเงินเดี๋ยวฉันจะจัดการทุกอย่างแทนน้องชายเซี่ยเฟยเอง” ถังหว่านเหนียนกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

เหตุการณ์นี้ถึงกับทำให้ไท่หนิงหน้าซีดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะถังหว่านเหนียนกำลังหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับเซี่ยเฟย!?

“แต่…”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ถ้าคุณยังจัดการเรื่องแค่นี้ไม่ได้ฉันจะไปคุยกับพ่อของคุณแทน”

ถังหว่านเหนียนพูดตัดบทในทันที ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ใบหน้าของไท่หนิงซีดเซียวลงมากกว่าเดิม

การกระทำของชายชรายิ่งทำให้ทุกคนมองไปยังเซี่ยเฟยอย่างสับสนมากยิ่งขึ้น เพราะแม้แต่ถังหว่านเหนียนก็ยังเลือกตบหน้าไท่หนิงต่อหน้าเซี่ยเฟย ซึ่งมันก็หมายความว่าชายหนุ่มคนนี้จะต้องมีภูมิหลังที่ดีกว่าไท่หนิงงั้นเหรอ?

ไม่ว่าไท่หนิงจะรู้สึกอับอายมากแค่ไหน แต่เขาก็ต้องตามทุกคนไปยังหอดูดาว

เซียงเป่ยหยางที่มีโอกาสเข้ามาในหอดูดาวเป็นครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นมาก และเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจในระหว่างที่มองไปยังทุกคนที่กำลังพูดคุยกัน

ในทางกลับกันเซี่ยเฟยเดินเข้ามาภายในหอดูดาวอย่างสบาย ๆ คล้ายกับว่าชายหนุ่มมีความเคยชินกับงานเลี้ยงของชนชั้นสูงเป็นอย่างดี

“นี่นายกำลังติดใจสาวน้อยคนนั้นงั้นเหรอ? จะว่าไปเธอคนนั้นก็สวยกว่าแอวริลด้วยซ้ำและแอวริลก็คงจะไม่คัดค้านถ้าหากว่านายจะมีผู้หญิงคนอื่น อย่างน้อยการมีเอ็นย่าเดินทางไปด้วยสักคน มันก็คงจะช่วยให้นายไม่ต้องเหงา” ลินนิจกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แอวริลไม่เคยคิดที่จะคัดค้านหากเซี่ยเฟยต้องการจะมีภรรยาเพิ่ม เพราะท้ายที่สุดชายหนุ่มก็มีพละกำลังมหาศาลและหญิงสาวก็ไม่สามารถที่จะรับมือกับเรื่องบนเตียงเพียงแค่คนเดียวไหว แล้วถึงแม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นหลังจากที่เธอเรียนรู้กฎแห่งชีวิต แต่เธอก็ยังคงสู้ความแข็งแกร่งของเซี่ยเฟยไม่ได้อยู่ดี

ในตอนแรกแอวริลพยายามแนะนำนิโคล ซอว์เยอร์ให้กับเซี่ยเฟย จากนั้นก็พยายามแนะนำเซียวรั่วหยูที่ชายหนุ่มเคยมีความผูกพันร่วมกันมาตั้งแต่เด็ก แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยปฏิเสธทุกคนและยืนยันที่จะมีแอวริลเป็นคู่ชีวิตเพียงแค่คนเดียว

“ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องของเอ็นย่า แต่ฉันกำลังคิดถึงเรื่องของอาวุธวิญญาณต่างหาก” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อาวุธวิญญาณ? เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับอาวุธวิญญาณด้วย?” ลินนิจถามอย่างสงสัย

“หลังจากได้เรียนรู้วิชาฟีเทอร์สปิริท ฉันก็ตระหนักได้ว่าอาวุธมายาอาจจะมีความเกี่ยวพันกับการสร้างอาวุธวิญญาณ และโซลมาร์คของฉันก็ไม่เหมือนกับสิ่งที่บันทึกอยู่ในหนังสือ แล้วมันก็ดูเหมือนกับว่าฉันไม่ได้เป็นโซลครีเอเตอร์อย่างที่คุณได้บอกเอาไว้ด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยกมือขวาที่มีหงส์ครามเกาะอยู่ขึ้นมาเล็กน้อย

“หงส์ครามเกี่ยวอะไรกับการสร้างอาวุธวิญญาณด้วย? อีกอย่างถ้านายไม่ใช่โซลครีเอเตอร์แล้วนายจะสร้างอาวุธวิญญาณขึ้นมาได้ยังไง?” ลินนิจกล่าวอย่างสับสน

เซี่ยเฟยกรอกตาขึ้นมาเล็กน้อยและไม่สนใจที่จะสนทนากับลินนิจอีกต่อไป ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็ไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำว่าถังหว่านเหนียนแอบเดินออกไปยังมุมสงบเงียบ ๆ คนเดียว

เมื่อพบกับสถานที่ปลอดผู้คน ชายชราก็ยกเครื่องสื่อสารขึ้นมาเผยให้เห็นโซลฮันเตอร์ซงจินฮูบนหน้าจอ

“มีอะไรหรือเปล่า? ทำไมถึงติดต่อมาด่วนแบบนี้?” ถังหว่านเหนียนถาม

“อาจารย์ไม่แน่ใจเกี่ยวกับหิมะโปรยอยู่เหมือนกัน เขาเลยอยากจะเห็นมันด้วยตาของตัวเอง” ซงจินฮูกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“อะไรนะ?! แม้แต่อาจารย์ของนายก็ไม่แน่ใจงั้นเหรอหรือว่ามันจะมีเรื่องแปลก ๆ เกี่ยวกับเซี่ยเฟยจริง ๆ” ถังหว่านเหนียนอุทานขึ้นมาอย่างประหลาดใจ

***************

อ้าว เห็นออกตัวไปช่วยพี่เฟยนึกว่าไปรู้อะไรมาซะอีก

จบบทที่ ตอนที่ 1,045 ทะเลาะเรื่องทาส

คัดลอกลิงก์แล้ว