เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,044 เอ็นย่า

ตอนที่ 1,044 เอ็นย่า

ตอนที่ 1,044 เอ็นย่า


ตอนที่ 1,044 เอ็นย่า

“พื้นที่มากกว่า 100 ไร่บริเวณนี้เป็นของไท่หนิงหมดเลย และจุดหมายที่พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปนั่นก็คือคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่บนเขานั่น” เซียงเป่ยหยางกล่าวขณะชี้นิ้วไปยังคฤหาสน์ที่อยู่ท่ามกลางแสงสว่างในระยะไกล

เซี่ยเฟยพยักหน้าอย่างสบาย ๆ ซึ่งพื้นที่ของคฤหาสน์แห่งนี้ก็ไม่ต่างไปจากคฤหาสน์อีวิลวิงในดินแดนกฎมากนัก

แต่ในระหว่างที่รถกำลังมุ่งหน้าตรงไปยังตัวคฤหาสน์อยู่นั่นเอง จู่ ๆ ตัวรถก็หยุดลงอย่างกะทันหันราวกับว่ามันกำลังชนเข้าใส่อะไรสักอย่าง

“มีอะไร!?” เซียงเป่ยหยางตะโกนขึ้นมาอย่างไม่พอใจ เพราะถ้าหากว่ามันเกิดมีปัญหาระหว่างทาง มันย่อมทำให้พวกเขาเข้าร่วมงานเลี้ยงสายอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่เขาต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูง ชายอ้วนจึงไม่อยากสร้างภาพจำให้คนอื่นคิดว่าเขาเป็นคนไม่ตรงต่อเวลา

เซี่ยเฟยมองไปยังเด็กสาวที่ล้มอยู่ข้างถนนพร้อมกับขมวดคิ้ว ซึ่งเธอคนนี้ก็คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวรถหยุดลงอย่างกะทันหัน ความเป็นจริงถ้าหากคนขับรถไม่ได้หักหลบอย่างทันเวลา มันก็อาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไปแล้วก็ได้

เซี่ยเฟยต้องการจะเข้าไปพยุงเด็กสาวขึ้นมาเพื่อรักษาบาดแผล แต่เด็กคนนั้นกลับรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับจับจ้องมองไปยังชายหนุ่มและชายอ้วนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“สภาพเธอดูไม่ดีเลย…” เมื่อเซี่ยเฟยมองเห็นเด็กสาวตรงหน้าอย่างชัดเจน มันก็ทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจ เพราะเด็กสาวคนนี้มีอายุเพียงแค่ประมาณ 15 ปีเท่านั้น แต่ผมสีบลอนด์ของเธอกลับยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง การหอบหายใจของหญิงสาวเป็นการพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนัก และแววตาของเธอมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเธอไม่ไว้ใจใครในจักรวาลนี้อีกต่อไปแล้ว

เซี่ยเฟยไม่เคยเห็นใครที่มีผิวขาวราวกับคริสตัลแบบนี้มาก่อน เนื้อผิวของเธอมีความละเอียดเนียนราวกับตุ๊กตาแสนสวยที่ตั้งโชว์ในร้านค้า ความงดงามของเธอทำให้จิตใจของผู้คนเต้นกระหน่ำขึ้นมาได้โดยไม่ได้ตั้งใจ เรียกได้ว่ามันเป็นเสน่ห์ตามธรรมชาติที่ดึงดูดเพศตรงข้ามโดยที่เธอไม่จำเป็นจะต้องพยายาม

ความสวยงามของเด็กสาวไม่เพียงแต่จะทำให้เซี่ยเฟยชะงักค้างไปคนเดียวเท่านั้น เพราะแม้แต่เซียงเป่ยหยางและคนขับรถก็กำลังหยุดชะงักไปด้วยเช่นเดียวกัน

“รีบไปจับตัวเธอมาเร็วเข้า!” ทันใดนั้นมันก็มีเสียงร้องโวยวายดังขึ้นมาจากระยะไกล ก่อนที่ชายร่างกำยำหลายสิบคนจะปรากฏตัวขึ้นมาในทันที

กลุ่มคนเหล่านี้เข้าล้อมเด็กสาวเอาไว้อย่างรวดเร็ว โดยที่ในมือของพวกเขาถือโซ่ที่มีน้ำหนักมากกว่า 14 กิโลกรัม เมื่อเซี่ยเฟยได้พิจารณาจากรอยฟกช้ำตามข้อมือและข้อเท้า เขาก็ได้ข้อสรุปในทันทีว่าเธอได้หลบหนีมาจากคนกลุ่มนี้นี่เอง

“ไม่! อยากเข้ามานะ!!” เด็กสาวตะโกนออกไปด้วยความตื่นตระหนก แต่เสียงของเธอกลับเต็มไปด้วยความยั่วยวนอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากพูดจบเด็กสาวก็ยกมือขึ้นมาเพื่อปิดกั้นร่างกายราวกับว่าเธอเคยเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มาบ้างไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็สังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าบริเวณข้อมือของเธอมีรอยเลือดให้เห็นอย่างเด่นชัด ซึ่งมันก็หมายความว่ากลุ่มคนเหล่านี้เคยใช้ความรุนแรงทารุณเด็กสาวมาแล้วเป็นเวลานาน

ชายร่างใหญ่เหวี่ยงฝ่ามือออกไปอย่างรุนแรง ซึ่งถ้าหากว่าฝ่ามือของเขาตกกระทบลงบนใบหน้าของเด็กสาวจริง ๆ มันก็มากพอที่จะทำให้เด็กคนนี้ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงขึ้นมาได้เลย

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยที่ยืนมองดูเหตุการณ์เป็นเวลานานก็เริ่มเคลื่อนไหว ก่อนที่เขาจะยกร่างของชายที่มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 200 กิโลกรัมขึ้นไปบนฟ้า ต่อมาเขาก็เหวี่ยงร่างของเป้าหมายลงกับพื้นอย่างรุนแรง แล้วถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะจัดการกับนักรบระดับต่ำพวกนี้ไม่ได้

อย่าลืมว่าชายหนุ่มมีพลังอยู่ในระดับพระเจ้าเรียบร้อยแล้ว หากเซี่ยเฟยต้องการจะสังหารคนพวกนี้จริง ๆ เขาก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาลงมือไม่ถึง 1 วินาทีด้วยซ้ำ

ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังลงมือ เขาก็สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของชายอ้วนจากหางตาราวกับว่าเซียงเป่ยหยางไม่ต้องการให้เขาลงมือ

ด้วยเหตุนี้เซี่ยเฟยจึงคลายมือออกเล็กน้อยและโยนเป้าหมายออกไปโดยไม่ใส่แรงมากนัก แต่ถึงกระนั้นชายร่างกำยำก็ยังตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรง จนทำให้เขาส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างเจ็บปวด

ทันใดนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เพราะในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังจู่โจมเข้าใส่ชายร่างกำยำ เด็กสาวที่มีผิวขาวราวกับหิมะกลับจู่โจมเข้าใส่บริเวณด้านหลังของชายหนุ่ม

เพี้ยะ!

เหตุการณ์นี้ทำให้แม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เพราะเขากำลังลงมือช่วยเธออยู่แต่เขากลับถูกเธอทุบตีเป็นการตอบแทน

“ว้าย” ก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไรขึ้นมา เด็กสาวก็รีบลูบหลังของเซี่ยเฟยอย่างอ่อนโยน

“ขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจ ตอนแรกฉันจะตีเขาแต่คุณเข้ามาขวางการโจมตีของฉันเอาไว้…” เด็กสาวกล่าวพร้อมกับร้องไห้ เพราะการลงมือตบเซี่ยเฟยโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกกลัว

แน่นอนว่าการโจมตีจากเด็กสาวตัวเล็ก ๆ แค่นี้ย่อมไม่สามารถสร้างความเจ็บปวดให้กับชายหนุ่มได้ เขาจึงวางมือลูบหัวเด็กสาวคนนั้นเบา ๆ ก่อนที่จะหันหน้าไปทางเซียงเป่ยหยาง

“คุณรู้จักพวกมันไหม?”

“ถ้าดูจากเสื้อผ้า มันก็หมายความว่าพวกเขาคือคนของไท่หนิง” เซียงเป่ยหยางกล่าวขึ้นมาอย่างเร่งรีบ

โชคดีที่เซี่ยเฟยยังไม่ได้ลงมือสังหารใครลงไป ไม่อย่างนั้นความปรารถนาที่จะได้เข้าสู่สังคมชนชั้นสูงของเซียงเป่ยหยางก็คงจะป่นปี้ตั้งแต่ที่มันยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ

เหล่าบรรดาชายร่างกำยำจดจำเซียงเป่ยหยางได้ในทันที เพราะเมื่อไม่นานมานี้ไท่หนิงเพิ่งจะกำชับให้พวกเขาปฏิบัติตัวต่อชายอ้วนอย่างสุภาพ โดยเฉพาะชายหนุ่มที่อยู่กับเซียงเป่ยหยาง พวกเขาจะต้องแสดงความเคารพออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“คุณเซียง ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้? รถของคุณไม่ได้รับความเสียหายอะไรใช่ไหม?” ชายร่างกำยำคนหนึ่งกล่าวถามอย่างเป็นห่วง

คำถามนี้แทบที่จะทำให้เซี่ยเฟยลงมือสังหารคนพูดซะเดี๋ยวนั้นเลย เพราะเด็กสาวที่เกือบถูกรถชนได้รับบาดเจ็บอย่างชัดเจน แต่คนพวกนี้กลับกังวลว่ารถของเซียงเป่ยหยางจะเป็นอะไรมากกว่า

“รถฉันไม่เป็นอะไร ว่าแต่ทำไมพวกนายถึงต้องการจะจับตัวเด็กคนนั้นไปด้วย?” เซียงเป่ยหยางกล่าวถามอย่างเย็นชา

“เด็กคนนั้นเป็นทาสที่นายท่านซื้อมาในราคาที่สูงมาก แต่เธอกลับพยายามหลบหนี พวกเราจึงออกมาไล่ล่าเพื่อนำตัวเธอกลับไป”

“ที่นี่มีการซื้อขายทาสกันด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

เซียงเป่ยหยางนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร ซึ่งมันก็หมายความว่าชายอ้วนยอมรับกลาย ๆ ว่ามันมีการซื้อขายทาสอยู่จริง ๆ

“เขาซื้อเธอมาราคาเท่าไหร่?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“1.5 ล้านไข่มุกวิญญาณ”

“เธอชื่ออะไร?” เซี่ยเฟยถามขณะหันหน้าไปทางเด็กสาว

“ฉันชื่อเอ็นย่า คุณอย่าให้พวกมันเอาตัวฉันไปนะ” เด็กสาวกล่าวกระซิบด้วยน้ำตาที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มจูงมือเด็กสาวไปยังรถของเซียงเป่ยหยางท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของทุกคน

“กลับไปบอกเจ้านายของพวกนายซะว่าฉันต้องการเอ็นย่า ถ้าหากเขาไม่พอใจก็มาหาฉันด้วยตัวเองได้เลย” เซี่ยเฟยกล่าวเสียงดัง

“คุณทำแบบนี้ได้ยังไง? เธอคือทาสของนายท่านนะ”

“คุณเซียง คุณจะต้องให้ความยุติธรรมกับพวกเราด้วย!”

เมื่อได้เห็นท่าทางอันไร้เหตุผลของเซี่ยเฟย กลุ่มทหารก็เริ่มเรียกร้องหาความยุติธรรมจากเซียงเป่ยหยางในทันที

ชายอ้วนทำได้เพียงแต่ส่ายหัวอย่างหนักใจ เมื่อได้เห็นว่าเซี่ยเฟยกำลังสร้างปัญหาขึ้นมาอีกแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องมาจากเขาต้องการจะประจบประแจงชายหนุ่มคนนี้ เขาจึงจำเป็นจะต้องไหลตามน้ำไปด้วยเช่นกัน

“พวกนายไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะไปอธิบายเรื่องทุกอย่างกับไท่หนิงเอง” เซียงเป่ยหยางกล่าวเพื่อพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์

ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยที่นั่งอยู่ในรถก็หยิบขวดน้ำยาขึ้นมาหลายขวดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายนอกและพยายามทำให้เธอสงบสติของตัวเองลง

เหตุการณ์นี้เป็นเหมือนกับความฝัน เอ็นย่าผู้ซึ่งกำลังหมดความหวังจึงจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยอย่างซาบซึ้ง โดยเฉพาะคำพูดที่ว่าฉันต้องการเอ็นย่าที่ทำให้หัวใจของเธอพองโตขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

‘เขามีจิตใจดี อย่างน้อยเขาก็ไม่น่าจะตีฉันใช่ไหม? ถึงเขาจะตีฉันบ้างเป็นครั้งคราวก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าตีแรงเกินไปก็พอ’ เอ็นย่าคิดในใจอย่างเงียบ ๆ

เด็กสาวผู้นี้ช่างมีความคิดที่น่าสงสาร หลังจากที่เธอได้ผ่านเรื่องราวในชีวิตมาการไม่ถูกตีจึงกลายเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ

“ทำไมนายถึงไม่ฆ่าไอ้สารเลวพวกนั้นไปเลยล่ะ!” ลินนิจกัดฟันพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ

“การฆ่าพวกมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉันหรอก แต่เรื่องนี้มันจะส่งผลกระทบต่อเซียงเป่ยหยางด้วย อย่างน้อยเขาก็ช่วยฉันในหลาย ๆ เรื่อง พวกเราก็ควรจะต้องให้เกียรติกับเขาบ้าง” เซี่ยเฟยกล่าว

“เซี่ยเฟยกลายเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คนอย่างเขารู้จักคำว่าเหตุผลด้วยเหรอ?” ลินนิจพึมพำกับตัวเองขึ้นมาเบา ๆ

หลังจากจัดการเคลียร์เรื่องกับกลุ่มทหารของไท่หนิงเสร็จ เซี่ยเฟยกับเซียงเป่ยหยางก็ขึ้นรถมุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์ที่อยู่บนภูเขา

“น้องชาย ถ้าคุณชอบผู้หญิงจากเผ่าเพียวสวอนเดี๋ยวฉันค่อยซื้อทาสแบบนี้มาให้คุณใหม่ก็ได้ คุณไม่จำเป็นจะต้องไปบาดหมางกับไท่หนิงด้วยเรื่องแค่นี้หรอก” เซียงเป่ยหยางกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

คำพูดนี้ทำให้เอ็นย่าสะดุ้งขึ้นมาอีกครั้งและเธอก็รีบคว้าตัวเซี่ยเฟยเอาไว้อย่างฉับพลัน เพราะเธอกลัวว่าเธอจะถูกส่งกลับไปยังนรกแห่งเดิม

“เลิกพูดเรื่องไร้สาระแล้วเตรียมจ่ายเงินค่าตัวเธอเอาไว้ด้วย” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ

เซียงเป่ยหยางกรีดร้องในใจว่าเขาทำอะไรผิดลงไปกันแน่ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ไท่หนิงรู้สึกขุ่นเคืองเท่านั้น แต่เขายังต้องจ่ายเงินค่าเด็กสาวแทนเซี่ยเฟยอีกด้วย

อย่างไรก็ตามชายอ้วนก็ไม่ได้มีความคิดที่จะขัดคำสั่งเซี่ยเฟยเลยแม้แต่น้อย เพราะหลังจากที่เขาได้เห็นชายหนุ่มลงมือ มันก็ทำให้เขาเชื่อว่าเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะเป็นนายน้อยจากตระกูลใหญ่เท่านั้น แต่การที่อีกฝ่ายไม่เกรงกลัวอำนาจของไท่หนิง มันก็หมายความว่าตัวตนของชายหนุ่มอยู่ในระดับที่เหนือเกินกว่าเศรษฐีตัวเล็ก ๆ ในดาวแคระแดงจะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว

ทันทีที่พวกเขาเดินทางไปจนถึงคฤหาสน์ เซี่ยเฟยกับเซียงเป่ยหยางก็ลงจากรถ

“คุณหวัง ฉันฝากดูแลเอ็นย่าด้วยนะ ถ้าหากว่ามันมีใครกล้ามาหาเรื่องเธอให้รีบติดต่อมาหาฉันในทันที” หลังจากกล่าวจบเซี่ยเฟยก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยใบหน้าที่เย็นชา

***************

ย้ำอีกที เรื่องนี้ไม่โลลิ แต่จุดอ่อนของพี่เฟยคือชอบสงสารเด็ก

อีบุ๊คเล่ม 19 คลอดแล้วน๊า ใครอยากซื้อเก็บสะสมกดตามลิงก์ได้เลยนะจ้ะ

ช่องทาง MEB >> https://shorturl.asia/fyquV  ช่องทางเด็กดี >> https://shorturl.asia/jmRYT ช่องทางปิ่นโต >> https://shorturl.asia/EA8Ol

จบบทที่ ตอนที่ 1,044 เอ็นย่า

คัดลอกลิงก์แล้ว