- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,044 เอ็นย่า
ตอนที่ 1,044 เอ็นย่า
ตอนที่ 1,044 เอ็นย่า
ตอนที่ 1,044 เอ็นย่า
“พื้นที่มากกว่า 100 ไร่บริเวณนี้เป็นของไท่หนิงหมดเลย และจุดหมายที่พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปนั่นก็คือคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่บนเขานั่น” เซียงเป่ยหยางกล่าวขณะชี้นิ้วไปยังคฤหาสน์ที่อยู่ท่ามกลางแสงสว่างในระยะไกล
เซี่ยเฟยพยักหน้าอย่างสบาย ๆ ซึ่งพื้นที่ของคฤหาสน์แห่งนี้ก็ไม่ต่างไปจากคฤหาสน์อีวิลวิงในดินแดนกฎมากนัก
แต่ในระหว่างที่รถกำลังมุ่งหน้าตรงไปยังตัวคฤหาสน์อยู่นั่นเอง จู่ ๆ ตัวรถก็หยุดลงอย่างกะทันหันราวกับว่ามันกำลังชนเข้าใส่อะไรสักอย่าง
“มีอะไร!?” เซียงเป่ยหยางตะโกนขึ้นมาอย่างไม่พอใจ เพราะถ้าหากว่ามันเกิดมีปัญหาระหว่างทาง มันย่อมทำให้พวกเขาเข้าร่วมงานเลี้ยงสายอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่เขาต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูง ชายอ้วนจึงไม่อยากสร้างภาพจำให้คนอื่นคิดว่าเขาเป็นคนไม่ตรงต่อเวลา
เซี่ยเฟยมองไปยังเด็กสาวที่ล้มอยู่ข้างถนนพร้อมกับขมวดคิ้ว ซึ่งเธอคนนี้ก็คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวรถหยุดลงอย่างกะทันหัน ความเป็นจริงถ้าหากคนขับรถไม่ได้หักหลบอย่างทันเวลา มันก็อาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไปแล้วก็ได้
เซี่ยเฟยต้องการจะเข้าไปพยุงเด็กสาวขึ้นมาเพื่อรักษาบาดแผล แต่เด็กคนนั้นกลับรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับจับจ้องมองไปยังชายหนุ่มและชายอ้วนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“สภาพเธอดูไม่ดีเลย…” เมื่อเซี่ยเฟยมองเห็นเด็กสาวตรงหน้าอย่างชัดเจน มันก็ทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจ เพราะเด็กสาวคนนี้มีอายุเพียงแค่ประมาณ 15 ปีเท่านั้น แต่ผมสีบลอนด์ของเธอกลับยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง การหอบหายใจของหญิงสาวเป็นการพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนัก และแววตาของเธอมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเธอไม่ไว้ใจใครในจักรวาลนี้อีกต่อไปแล้ว
เซี่ยเฟยไม่เคยเห็นใครที่มีผิวขาวราวกับคริสตัลแบบนี้มาก่อน เนื้อผิวของเธอมีความละเอียดเนียนราวกับตุ๊กตาแสนสวยที่ตั้งโชว์ในร้านค้า ความงดงามของเธอทำให้จิตใจของผู้คนเต้นกระหน่ำขึ้นมาได้โดยไม่ได้ตั้งใจ เรียกได้ว่ามันเป็นเสน่ห์ตามธรรมชาติที่ดึงดูดเพศตรงข้ามโดยที่เธอไม่จำเป็นจะต้องพยายาม
ความสวยงามของเด็กสาวไม่เพียงแต่จะทำให้เซี่ยเฟยชะงักค้างไปคนเดียวเท่านั้น เพราะแม้แต่เซียงเป่ยหยางและคนขับรถก็กำลังหยุดชะงักไปด้วยเช่นเดียวกัน
“รีบไปจับตัวเธอมาเร็วเข้า!” ทันใดนั้นมันก็มีเสียงร้องโวยวายดังขึ้นมาจากระยะไกล ก่อนที่ชายร่างกำยำหลายสิบคนจะปรากฏตัวขึ้นมาในทันที
กลุ่มคนเหล่านี้เข้าล้อมเด็กสาวเอาไว้อย่างรวดเร็ว โดยที่ในมือของพวกเขาถือโซ่ที่มีน้ำหนักมากกว่า 14 กิโลกรัม เมื่อเซี่ยเฟยได้พิจารณาจากรอยฟกช้ำตามข้อมือและข้อเท้า เขาก็ได้ข้อสรุปในทันทีว่าเธอได้หลบหนีมาจากคนกลุ่มนี้นี่เอง
“ไม่! อยากเข้ามานะ!!” เด็กสาวตะโกนออกไปด้วยความตื่นตระหนก แต่เสียงของเธอกลับเต็มไปด้วยความยั่วยวนอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากพูดจบเด็กสาวก็ยกมือขึ้นมาเพื่อปิดกั้นร่างกายราวกับว่าเธอเคยเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มาบ้างไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็สังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าบริเวณข้อมือของเธอมีรอยเลือดให้เห็นอย่างเด่นชัด ซึ่งมันก็หมายความว่ากลุ่มคนเหล่านี้เคยใช้ความรุนแรงทารุณเด็กสาวมาแล้วเป็นเวลานาน
ชายร่างใหญ่เหวี่ยงฝ่ามือออกไปอย่างรุนแรง ซึ่งถ้าหากว่าฝ่ามือของเขาตกกระทบลงบนใบหน้าของเด็กสาวจริง ๆ มันก็มากพอที่จะทำให้เด็กคนนี้ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงขึ้นมาได้เลย
ทันใดนั้นเซี่ยเฟยที่ยืนมองดูเหตุการณ์เป็นเวลานานก็เริ่มเคลื่อนไหว ก่อนที่เขาจะยกร่างของชายที่มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 200 กิโลกรัมขึ้นไปบนฟ้า ต่อมาเขาก็เหวี่ยงร่างของเป้าหมายลงกับพื้นอย่างรุนแรง แล้วถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะจัดการกับนักรบระดับต่ำพวกนี้ไม่ได้
อย่าลืมว่าชายหนุ่มมีพลังอยู่ในระดับพระเจ้าเรียบร้อยแล้ว หากเซี่ยเฟยต้องการจะสังหารคนพวกนี้จริง ๆ เขาก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาลงมือไม่ถึง 1 วินาทีด้วยซ้ำ
ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังลงมือ เขาก็สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของชายอ้วนจากหางตาราวกับว่าเซียงเป่ยหยางไม่ต้องการให้เขาลงมือ
ด้วยเหตุนี้เซี่ยเฟยจึงคลายมือออกเล็กน้อยและโยนเป้าหมายออกไปโดยไม่ใส่แรงมากนัก แต่ถึงกระนั้นชายร่างกำยำก็ยังตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรง จนทำให้เขาส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างเจ็บปวด
ทันใดนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เพราะในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังจู่โจมเข้าใส่ชายร่างกำยำ เด็กสาวที่มีผิวขาวราวกับหิมะกลับจู่โจมเข้าใส่บริเวณด้านหลังของชายหนุ่ม
เพี้ยะ!
เหตุการณ์นี้ทำให้แม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เพราะเขากำลังลงมือช่วยเธออยู่แต่เขากลับถูกเธอทุบตีเป็นการตอบแทน
“ว้าย” ก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไรขึ้นมา เด็กสาวก็รีบลูบหลังของเซี่ยเฟยอย่างอ่อนโยน
“ขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจ ตอนแรกฉันจะตีเขาแต่คุณเข้ามาขวางการโจมตีของฉันเอาไว้…” เด็กสาวกล่าวพร้อมกับร้องไห้ เพราะการลงมือตบเซี่ยเฟยโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกกลัว
แน่นอนว่าการโจมตีจากเด็กสาวตัวเล็ก ๆ แค่นี้ย่อมไม่สามารถสร้างความเจ็บปวดให้กับชายหนุ่มได้ เขาจึงวางมือลูบหัวเด็กสาวคนนั้นเบา ๆ ก่อนที่จะหันหน้าไปทางเซียงเป่ยหยาง
“คุณรู้จักพวกมันไหม?”
“ถ้าดูจากเสื้อผ้า มันก็หมายความว่าพวกเขาคือคนของไท่หนิง” เซียงเป่ยหยางกล่าวขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
โชคดีที่เซี่ยเฟยยังไม่ได้ลงมือสังหารใครลงไป ไม่อย่างนั้นความปรารถนาที่จะได้เข้าสู่สังคมชนชั้นสูงของเซียงเป่ยหยางก็คงจะป่นปี้ตั้งแต่ที่มันยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ
เหล่าบรรดาชายร่างกำยำจดจำเซียงเป่ยหยางได้ในทันที เพราะเมื่อไม่นานมานี้ไท่หนิงเพิ่งจะกำชับให้พวกเขาปฏิบัติตัวต่อชายอ้วนอย่างสุภาพ โดยเฉพาะชายหนุ่มที่อยู่กับเซียงเป่ยหยาง พวกเขาจะต้องแสดงความเคารพออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“คุณเซียง ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้? รถของคุณไม่ได้รับความเสียหายอะไรใช่ไหม?” ชายร่างกำยำคนหนึ่งกล่าวถามอย่างเป็นห่วง
คำถามนี้แทบที่จะทำให้เซี่ยเฟยลงมือสังหารคนพูดซะเดี๋ยวนั้นเลย เพราะเด็กสาวที่เกือบถูกรถชนได้รับบาดเจ็บอย่างชัดเจน แต่คนพวกนี้กลับกังวลว่ารถของเซียงเป่ยหยางจะเป็นอะไรมากกว่า
“รถฉันไม่เป็นอะไร ว่าแต่ทำไมพวกนายถึงต้องการจะจับตัวเด็กคนนั้นไปด้วย?” เซียงเป่ยหยางกล่าวถามอย่างเย็นชา
“เด็กคนนั้นเป็นทาสที่นายท่านซื้อมาในราคาที่สูงมาก แต่เธอกลับพยายามหลบหนี พวกเราจึงออกมาไล่ล่าเพื่อนำตัวเธอกลับไป”
“ที่นี่มีการซื้อขายทาสกันด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
เซียงเป่ยหยางนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร ซึ่งมันก็หมายความว่าชายอ้วนยอมรับกลาย ๆ ว่ามันมีการซื้อขายทาสอยู่จริง ๆ
“เขาซื้อเธอมาราคาเท่าไหร่?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม
“1.5 ล้านไข่มุกวิญญาณ”
“เธอชื่ออะไร?” เซี่ยเฟยถามขณะหันหน้าไปทางเด็กสาว
“ฉันชื่อเอ็นย่า คุณอย่าให้พวกมันเอาตัวฉันไปนะ” เด็กสาวกล่าวกระซิบด้วยน้ำตาที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร
เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มจูงมือเด็กสาวไปยังรถของเซียงเป่ยหยางท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของทุกคน
“กลับไปบอกเจ้านายของพวกนายซะว่าฉันต้องการเอ็นย่า ถ้าหากเขาไม่พอใจก็มาหาฉันด้วยตัวเองได้เลย” เซี่ยเฟยกล่าวเสียงดัง
“คุณทำแบบนี้ได้ยังไง? เธอคือทาสของนายท่านนะ”
“คุณเซียง คุณจะต้องให้ความยุติธรรมกับพวกเราด้วย!”
เมื่อได้เห็นท่าทางอันไร้เหตุผลของเซี่ยเฟย กลุ่มทหารก็เริ่มเรียกร้องหาความยุติธรรมจากเซียงเป่ยหยางในทันที
ชายอ้วนทำได้เพียงแต่ส่ายหัวอย่างหนักใจ เมื่อได้เห็นว่าเซี่ยเฟยกำลังสร้างปัญหาขึ้นมาอีกแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องมาจากเขาต้องการจะประจบประแจงชายหนุ่มคนนี้ เขาจึงจำเป็นจะต้องไหลตามน้ำไปด้วยเช่นกัน
“พวกนายไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะไปอธิบายเรื่องทุกอย่างกับไท่หนิงเอง” เซียงเป่ยหยางกล่าวเพื่อพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์
ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยที่นั่งอยู่ในรถก็หยิบขวดน้ำยาขึ้นมาหลายขวดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายนอกและพยายามทำให้เธอสงบสติของตัวเองลง
เหตุการณ์นี้เป็นเหมือนกับความฝัน เอ็นย่าผู้ซึ่งกำลังหมดความหวังจึงจับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยอย่างซาบซึ้ง โดยเฉพาะคำพูดที่ว่าฉันต้องการเอ็นย่าที่ทำให้หัวใจของเธอพองโตขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
‘เขามีจิตใจดี อย่างน้อยเขาก็ไม่น่าจะตีฉันใช่ไหม? ถึงเขาจะตีฉันบ้างเป็นครั้งคราวก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าตีแรงเกินไปก็พอ’ เอ็นย่าคิดในใจอย่างเงียบ ๆ
เด็กสาวผู้นี้ช่างมีความคิดที่น่าสงสาร หลังจากที่เธอได้ผ่านเรื่องราวในชีวิตมาการไม่ถูกตีจึงกลายเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ
“ทำไมนายถึงไม่ฆ่าไอ้สารเลวพวกนั้นไปเลยล่ะ!” ลินนิจกัดฟันพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ
“การฆ่าพวกมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉันหรอก แต่เรื่องนี้มันจะส่งผลกระทบต่อเซียงเป่ยหยางด้วย อย่างน้อยเขาก็ช่วยฉันในหลาย ๆ เรื่อง พวกเราก็ควรจะต้องให้เกียรติกับเขาบ้าง” เซี่ยเฟยกล่าว
“เซี่ยเฟยกลายเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คนอย่างเขารู้จักคำว่าเหตุผลด้วยเหรอ?” ลินนิจพึมพำกับตัวเองขึ้นมาเบา ๆ
—
หลังจากจัดการเคลียร์เรื่องกับกลุ่มทหารของไท่หนิงเสร็จ เซี่ยเฟยกับเซียงเป่ยหยางก็ขึ้นรถมุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์ที่อยู่บนภูเขา
“น้องชาย ถ้าคุณชอบผู้หญิงจากเผ่าเพียวสวอนเดี๋ยวฉันค่อยซื้อทาสแบบนี้มาให้คุณใหม่ก็ได้ คุณไม่จำเป็นจะต้องไปบาดหมางกับไท่หนิงด้วยเรื่องแค่นี้หรอก” เซียงเป่ยหยางกล่าวขึ้นมาเบา ๆ
คำพูดนี้ทำให้เอ็นย่าสะดุ้งขึ้นมาอีกครั้งและเธอก็รีบคว้าตัวเซี่ยเฟยเอาไว้อย่างฉับพลัน เพราะเธอกลัวว่าเธอจะถูกส่งกลับไปยังนรกแห่งเดิม
“เลิกพูดเรื่องไร้สาระแล้วเตรียมจ่ายเงินค่าตัวเธอเอาไว้ด้วย” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
เซียงเป่ยหยางกรีดร้องในใจว่าเขาทำอะไรผิดลงไปกันแน่ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ไท่หนิงรู้สึกขุ่นเคืองเท่านั้น แต่เขายังต้องจ่ายเงินค่าเด็กสาวแทนเซี่ยเฟยอีกด้วย
อย่างไรก็ตามชายอ้วนก็ไม่ได้มีความคิดที่จะขัดคำสั่งเซี่ยเฟยเลยแม้แต่น้อย เพราะหลังจากที่เขาได้เห็นชายหนุ่มลงมือ มันก็ทำให้เขาเชื่อว่าเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะเป็นนายน้อยจากตระกูลใหญ่เท่านั้น แต่การที่อีกฝ่ายไม่เกรงกลัวอำนาจของไท่หนิง มันก็หมายความว่าตัวตนของชายหนุ่มอยู่ในระดับที่เหนือเกินกว่าเศรษฐีตัวเล็ก ๆ ในดาวแคระแดงจะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว
ทันทีที่พวกเขาเดินทางไปจนถึงคฤหาสน์ เซี่ยเฟยกับเซียงเป่ยหยางก็ลงจากรถ
“คุณหวัง ฉันฝากดูแลเอ็นย่าด้วยนะ ถ้าหากว่ามันมีใครกล้ามาหาเรื่องเธอให้รีบติดต่อมาหาฉันในทันที” หลังจากกล่าวจบเซี่ยเฟยก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยใบหน้าที่เย็นชา
***************
ย้ำอีกที เรื่องนี้ไม่โลลิ แต่จุดอ่อนของพี่เฟยคือชอบสงสารเด็ก
อีบุ๊คเล่ม 19 คลอดแล้วน๊า ใครอยากซื้อเก็บสะสมกดตามลิงก์ได้เลยนะจ้ะ
ช่องทาง MEB >> https://shorturl.asia/fyquV ช่องทางเด็กดี >> https://shorturl.asia/jmRYT ช่องทางปิ่นโต >> https://shorturl.asia/EA8Ol