- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,043 โซลฮันเตอร์จินฮันจวง
ตอนที่ 1,043 โซลฮันเตอร์จินฮันจวง
ตอนที่ 1,043 โซลฮันเตอร์จินฮันจวง
ตอนที่ 1,043 โซลฮันเตอร์จินฮันจวง
ปัจจุบันหนอนด้วงมิติร่างทองตัวยักษ์กำลังอยู่ในอ้อมแขนของแอวริลอย่างเชื่อฟัง และในบางครั้งมันยังส่งเสียงครวญครางคล้ายกับว่ามันกำลังพูดคุยอยู่กับหญิงสาว
เพียงแค่แอวริลปรากฏตัวเธอก็สามารถทำให้แท่งทองที่กำลังคลุ้มคลั่งหยุดลงได้อย่างฉับพลัน คล้ายกับว่าเธอมีความสามารถพิเศษที่แม้แต่ขนอุยก็ยังไม่สามารถขัดคำสั่งของเธอได้
“คุณคิดว่าแอวริลพูดอะไรกับแท่งทอง มันถึงยอมจำนนง่าย ๆ แบบนี้?”
“ไม่รู้เหมือนกัน บางทีอาจจะเป็นเพราะเธอใกล้ชิดกับเซี่ยเฟยมากที่สุด คำสั่งของเธอจึงไม่ต่างไปจากคำสั่งของเซี่ยเฟยด้วยเหมือนกัน”
ทุกคนต่างก็พูดคุยกันอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมแท่งทองถึงยอมเชื่อฟังแอวริล อย่างไรก็ตามหนอนด้วงมิติร่างยักษ์ก็ยังคงจับจ้องมองไปยังม่านพลังงานราวกับว่ามันกำลังวางแผนการอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
แท่งทองไม่ได้มีความเฉลียวฉลาดเหมือนกับขนอุย ซึ่งหลังจากที่มันครุ่นคิดอยู่นาน มันก็ส่งเสียงร้องครวญครางขึ้นอีกครั้งต่อจากนั้นมันก็เดินทางกลับไปพร้อมกับแอวริล
ในฐานะแฟนสาวของเซี่ยเฟย แอวริลจึงมีความคุ้นชินกับการหายตัวไปในลักษณะนี้ของชายหนุ่มอยู่บ้าง แล้วถึงแม้ว่าเธอจะเป็นห่วงแต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ทุกข์ใจเหมือนกับช่วงแรก ๆ ที่เซี่ยเฟยหายตัวไปอย่างปริศนา
ไม่กี่วันต่อมาแท่งทองก็ทำการสังหารศัตรูภายในช่องว่างมิติอย่างบ้าคลั่ง และถึงแม้ว่าดินแดนดาร์คไนท์จะถูกทำลายแต่มันก็ยังมีสิ่งมีชีวิตภายในดินแดนหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องมาจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ในจักรวาลปกติ พวกมันจึงถูกบังคับให้ต้องเข้าไปซ่อนตัวในช่องว่างมิติที่มีศัตรูอยู่น้อยกว่า
แท่งทองคิดว่าศัตรูพวกนี้คือต้นเหตุที่ทำให้เซี่ยเฟยหายตัวไป มันจึงทำการไล่ล่าสังหารดาร์คไนท์ทั้งวันทั้งคืน และดูท่าว่ามันคงจะไม่หยุดการไล่ล่าจนกว่าพวกดาร์คไนท์จะถูกสังหารจนหมด
เหล่าบรรดานักรบในดินแดนกฎต่างก็คิดว่าสาเหตุที่แท่งทองทำแบบนี้ นั่นก็เพราะหนอนด้วงมิติร่างยักษ์พยายามระบายโศกเศร้าเข้าใส่ศัตรู พวกเขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับการเคลื่อนไหวของแท่งทองมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งศัตรูถูกกำจัดมันก็ยิ่งเป็นผลดีต่อสถานการณ์ของดินแดนกฎ
ระหว่างที่ทำการสังหารศัตรูเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ความแข็งแกร่งของแท่งทองก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างรูปร่างและน้ำหนักของมันกลับลดลงในทุก ๆ วันที่ผ่านพ้นไป
—
เมื่อถึงเวลานัด เซียงเป่ยหยางก็มารับเซี่ยเฟยไปร่วมงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ของไท่หนิงเป็นการส่วนตัว
เมื่อเซี่ยเฟยเดินออกมาจากโรงแรม เขาก็ได้พบกับชายอ้วนที่เปลี่ยนไปใส่ชุดคลุมอันหรูหราทั่วทั้ง 10 นิ้วของชายคนนี้ถูกประดับไปด้วยแหวนอัญมณีอย่างมากมาย ทำให้ดูออกได้อย่างง่ายดายว่าอีกฝ่ายไม่มีประสบการณ์ในการเข้าสังคม
‘นี่มันงานปาร์ตี้นะไม่ใช่งานอวดรวย! อีกอย่างสังคมชั้นสูงเขาไม่ได้มองกันแค่สินทรัพย์ที่ถูกแสดงออกมาภายนอกแบบนี้หรอก’ เซี่ยเฟยขมวดคิ้วคิดกับตัวเองภายในใจ แต่เขาก็ไม่เลือกที่จะพูดอะไรออกไปเพราะสไตล์การแต่งตัวมันเป็นเรื่องของบุคคล
“คุณจะไปงานเลี้ยงด้วยชุดแบบนี้งั้นเหรอ?” เซียงเป่ยหยางสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย ขณะมองสำรวจเซี่ยเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้า
เซี่ยเฟยยุ่งอยู่กับการปรุงยาตลอดทั้งวันจนทำให้เขาไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมใส่อยู่เลย นอกจากนี้เขาก็ไม่เคยสนใจว่าตัวเองกำลังสวมใส่อะไรอยู่ เพราะเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับเหล่าบรรดาผู้คนที่ไปร่วมงานเลี้ยงในวันนี้อยู่แล้ว
“มันมีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถาม
“ไม่ ๆ ๆ ฉันแค่ถามเฉย ๆ พวกเราออกเดินทางกันเถอะ” เซียงเป่ยหยางกล่าวอย่างเร่งรีบ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำเซี่ยเฟยไปยังคฤหาสน์ไท่หนิงพร้อมกันกับเขา หากคำพูดของเขาเกิดทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ในเวลานั้นมันก็จะทำให้เขาเกิดปัญหามากกว่าเรื่องชุดแต่งกายของนายน้อยปริศนาคนนี้
ด้านนอกโรงแรมมีรถสีทองใหม่เอี่ยมถูกจอดรอเอาไว้อยู่แล้ว ซึ่งเทคโนโลยีเกี่ยวกับรถภายในจักรวาลอัลฟ่าไม่ได้แตกต่างไปจากดินแดนกฎมากนัก เพียงแค่เหลือบสายตามองแค่ครั้งเดียวเซี่ยเฟยก็สามารถคาดเดาโครงสร้างภายในของยานพาหนะคันนี้ได้อย่างง่ายดาย
ฟิ้ว!
รถสีทองเคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็เปิดหน้าต่างและมองออกไปยังด้านนอกอย่างฉับพลัน เพราะระหว่างนั้นเขาสัมผัสได้ว่ามันกำลังมีใครบางคนจ้องมองมาที่เขา ชายหนุ่มจึงใช้วิชาเนตรมนตราเพื่อมองบุคคลปริศนาเพื่อดูว่าอีกฝ่ายคือใครกันแน่ แต่น่าเสียดายที่บุคคลนั้นได้หายตัวไปอย่างลึกลับเสียก่อน
“น้องชาย คุณมองอะไรอยู่งั้นเหรอ?” เซียงเป่ยหยางถามอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่มองวิวทิวทัศน์ของเมืองเท่านั้นเอง” เซี่ยเฟยตอบอย่างสบาย ๆ
—
ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกับเซียงเป่ยหยางมุ่งหน้าไปตามถนน มันก็มีชายสองคนแอบสะกดรอยตามทั้งคู่อยู่อย่างลับ ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือฮันเตอร์ผู้มีหนวดเคราที่ชื่อว่าฟู่หยง ซึ่งเคยเป็นฮันเตอร์รับจ้างของเซียงเป่ยหยางมาก่อน และเขาก็คือหนึ่งในกลุ่มฮันเตอร์ที่ไปพบกับเซี่ยเฟยในตอนที่ชายหนุ่มยังติดอยู่ในอุกกาบาตบริเวณดินแดนของรีเวิร์สอีกด้วย
ส่วนชายอีกคนคือชายผิวเหลืองที่ใบหน้าดูไม่มีชีวิตชีวาเลยแม้แต่นิดเดียว หากมองผ่าน ๆ จะดูเหมือนกับว่าชายคนนี้มีอาการสะลึมสะลือตลอดเวลา อย่างไรก็ตามเขาก็คือหนึ่งในโซลฮันเตอร์ที่โด่งดังในดาวแคระแดงผู้มีชื่อว่าจินฮันจวง
ฟู่หยงมีชื่อเสียงในฐานะของฮันเตอร์ที่มีความกล้าหาญ ขณะที่จินฮันจวงมีชื่อเสียงในฐานะของนักพนันติดยาจึงเรียกได้ว่าเขาคือโซลฮันเตอร์ที่มีชื่อเสียงในด้านที่ไม่ดี
ย้อนกลับไปครั้งแรกที่พบกัน ฟู่หยงสังเกตเห็นขนอุยและต้องการที่จะปล้นอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ในทันที อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเขายังไม่รู้รายละเอียดของเซี่ยเฟยมากนัก เขาจึงยังไม่กล้าที่จะลงมือแต่คอยแอบตามสืบดูการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มอยู่อย่างลับ ๆ
บ่ายวันต่อมาเขาก็ได้ทราบข่าวที่เซี่ยเฟยขายหิมะโปรยออกไปในราคา 2 ล้านไข่มุกวิญญาณ มันจึงทำให้ฟู่หยงคาดเดาว่าชายหนุ่มคือนายน้อยจากตระกูลที่ร่ำรวย และถ้าหากว่าเขาสามารถปล้นแหวนมิติจากเซี่ยเฟยได้สำเร็จ สมบัติที่อยู่ในแหวนมันก็คงจะมากพอให้เขามีเงินใช้อย่างสะดวกสบายไปตลอดชีวิต ซึ่งคุ้มค่ากับความเสี่ยงในการลงมือสังหารชายหนุ่มปริศนา
ถึงแม้ว่าฟู่หยงจะมีความกล้าหาญแต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าถ้าหากจะหาใครสักคนมาลงมือไปพร้อม ๆ กับเขาด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาลงมือสำเร็จเขาก็จะทำการโยนความผิดไปให้กับเพื่อนร่วมงานเพื่อที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายโดยไม่มีความผิดติดตัว
ด้วยเหตุนี้นักพนันตัวร้ายอย่างจินฮันจวงจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะโซลฮันเตอร์คนนี้ทั้งมีชื่อเสียงในด้านที่ไม่ดีและกำลังหิวเงินมากกว่าใคร
“นั่นน่ะเหรอเป้าหมายที่นายพูดถึง?” จินฮันจวงกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ
“ใช่ เขาคนนั้นนั่นแหละ เมื่อตอนบ่ายเขาเพิ่งขายมีดเล่มหนึ่งออกไปในราคา 2 ล้านไข่มุกวิญญาณ ถ้าหากว่าเราปล้นทุกสิ่งทุกอย่างมาจากเขาได้ พวกเราก็จะมีเงินใช้ไปตลอดชีวิต” ฟู่หยงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
“เท่าที่ดูมันไม่มีความผันผวนพลังงานออกมาจากร่างกายเลยนะ การสังหารมันอาจจะเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่หลังจากนั้นมันจะมีปัญหาอะไรตามมาหรือเปล่า?” จินฮันจวงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“คนที่คุณสมควรจะกลัวมากที่สุดในตอนนี้คือเหมยตงไม่ใช่เขา ฉันได้ยินมาว่าถ้าหากคุณไม่หาเงินมาคืนเขาภายในเจ็ดวัน คุณจะถูกทำลายพลังทั้งหมดทิ้งไป” ฟู่หยงกล่าวด้วยรอยยิ้มจนทำให้อีกฝ่ายหน้าซีดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เหมยตงไม่เพียงแต่จะเป็นหนึ่งในนักธุรกิจรายใหญ่ของดาวแคระแดงเท่านั้น แต่เขายังเป็นนักธุรกิจชั้นนำเช่นเดียวกันกับถังหว่านเหนียนอีกด้วย ธุรกิจภายใต้การดูแลของชายคนนี้มีอย่างมากมาย ซึ่งมันก็รวมถึงธุรกิจคาสิโนและธุรกิจอื่น ๆ ที่เป็นสีเทา
มันเป็นเรื่องที่รู้โดยทั่วกันว่าจินฮันจวงติดหนี้เหมยตงเป็นจำนวนมาก แต่เหมยตงก็ยังไม่ยอมจัดการกับจินฮันจวงสักที เพราะท้ายที่สุดชายคนนี้ก็ยังคงมีพลังในระดับโซลฮันเตอร์ แล้วมันก็ไม่มีใครอยากจะเป็นศัตรูกับโซลฮันเตอร์โดยไม่ได้ตั้งใจ
อย่างไรก็ตามเมื่อไม่กี่วันก่อนจินฮันจวงที่กำลังเมามายก็ประกาศออกไปเสียงดังว่าเหมยตงกลัวเขาและไม่กล้าที่จะมาทวงเงินคืน ทันทีที่คำพูดนี้ไปถึงหูของเหมยตง อีกฝ่ายก็ประกาศออกมาด้วยความโกรธในทันทีด้วยเช่นกันว่า ตราบใดก็ตามที่จินฮันจวงไม่นำเงินมาคืนเขาภายในเจ็ดวัน เขาจะทำให้โซลฮันเตอร์คนนี้กลายเป็นเพียงแค่คนพิการและไม่เหลือพลังที่จะไปอวดเบ่งต่อหน้าใครอีกต่อไป
แม้ว่าจินฮันจวงจะเป็นโซลฮันเตอร์ แต่สถานการณ์ของเขาก็เรียกได้ว่าตกต่ำจนถึงที่สุด ถึงแม้เขาจะพยายามหางานทำเพื่อหาเงินมาจ่ายหนี้คืน แต่ชื่อเสียงของเขาก็ฉาวโฉ่มากเกินไปจนไม่มีใครกล้าที่จะรับเขาไปทำงาน
แต่ในระหว่างที่จินฮันจวงคิดว่าเขาไม่สามารถจะหาเงินมาคืนเหมยตงได้แล้วนั่นเอง จู่ ๆ ฟู่หยงก็เสนอแผนการครั้งนี้ขึ้นมา เขาจึงต้องการสังหารเซี่ยเฟยเพื่อหาเงินไปใช้หนี้เหมยตงอย่างเร่งด่วน
“ถึงยังไงฉันก็ไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว พวกเรารีบไปฆ่ามันกันเถอะ” จินฮันจวงคำรามอย่างอารมณ์เสียเมื่อได้ยินชื่อของเหมยตงออกมาจากปากของฟู่หยง
“เซี่ยเฟยเดินทางมาที่นี่แค่คนเดียว ตราบใดก็ตามที่เราจัดการเรื่องทุกอย่างโดยปราศจากหลักฐาน ใครจะไปรู้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของพวกเรา ส่วนเรื่องของเซียงเป่ยหยางคุณก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวล เขาเพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจได้เพียงแค่ไม่นาน ฐานอำนาจของเขาไม่มากพอที่จะทำอะไรพวกเราได้หรอก”
“นอกจากนี้ลูก ๆ ของเซียงเป่ยหยางยังกำลังทะเลาะกันเรื่องมรดก ตราบใดก็ตามที่เขาตายคนในครอบครัวของเขาก็คงจะยุ่งกับการแย่งชิงมรดกมากกว่าเรื่องการล้างแค้นและตามหาคนลงมืออย่างพวกเรา ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับการลงมือแล้ว เพราะพวกเขาต้องเดินทางออกนอกเมืองไปคฤหาสน์ไท่หนิง ไม่ว่าจะมองยังไงสถานการณ์ทุกอย่างมันก็กำลังเข้าข้างเราอยู่ชัด ๆ”
หลังจากพูดคุยตกลงกันฟู่หยงกับจินฮันจวงก็วางแผนที่จะดักปล้นเซี่ยเฟยกับเซียงเป่ยหยางในระหว่างทางกลับเข้าเมือง ซึ่งในระหว่างนั้นทั้งคู่ก็จะไปซ่อนตัวในป่าข้างถนน โดยฟู่หยงได้ส่งฮันเตอร์ที่ไว้ใจได้อีกหลายคนคอยแอบสะกดรอยตามเซี่ยเฟยอย่างลับ ๆ
***************
จะมาขโมยขนอุยเนี่ยนะ! มาแจกพลังงานพี่เฟยอีกแล้วสินะ 5555